Hands-On : Xiaomi Mi 9 เรือธงใหม่ จอไร้ขอบ ชิป Snapdragon 855

โดย RingRangRung | 25 กุมภาพันธ์ 2562 เมื่อ 04:50 น. | อ่าน 317

ได้ฤกษ์เปิดตัวแบบ Global Version กันที่งาน MWC 2019 สำหรับ Xiaomi Mi 9 เรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ Xiaomi โดยคราวนี้ยังมาพร้อมกับสเปคแบบจัดเต็มด้วยขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 855 พร้อมเล่นลวดลายที่ฝาหลังสุดสวยงาม

สเปคของ Xiaomi Mi 9

  • สัดส่วนเครื่อง 157.5 x 74.7 x 7.6มม. หนัก 173 กรัม
  • จอ Super AMOLED ขนาด 6.39 นิ้ว ความละเอียด 1080×2340 พิกเซล อัตราส่วน 19.5:9 รองรับการแสดงผล HDR10
  • ชิปเซต Qualcomm SDM855 Snapdragon 855 (Octa-core (1×2.84GHz Kryo 485 & 3×2.42GHz Kryo 485 & 4×1.8GHz Kryo 485)
  • GPU Adreno 640
  • สเปค RAM 6GB + ROM 64/128GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว 48 MP (f/1.8, 1/2″, 0.8µm, Laser/PDAF) +
    16MP (f/2.2, 13mm (Ultra-wide), 1/3.0″, 1.0µm, Laser/PDAF)+ 12MP (f/2.2, 54mm (Telephoto), 1/3.6″, 1.0µm, Laser/PDAF, 2xOptical zoom)
  • กล้องหน้า 20MP (f/2.0,0.9µm)
  • รองรับ Bluetooth 5.0, A2DP, LE, aptX HD
  • มีเทคโนโลยี dual-band A-GPS
  • มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ
  • แบตเตอรี่ 3300mAh รองรับชาร์จไว Quick Charge 4+ กำลัง 27W และชาร์จไร้สาย Fast wireless charging 20W
  • Lavender Violet, Ocean Blue, Piano Black
  • รันกับ Android 9.0 (Pie) คลุมด้วย MIUI 10

ตัวงานดีไซน์ Xiaomi Mi 9 ใช้วัสดุบอดี้ที่เป็นกระจกด้านหน้าคลุมด้วยของใหม่ Gorilla Glass 6 ขณะที่ด้านหลังเป็น Gorilla Glass 5 ที่ทำลวดลายสะท้อนแสงแบบ Holographic Magic ที่ตัวเฉดสีของเครื่องจะเปลี่ยนไปตามแสงที่กระทบกับฝาหลัง

งานหน้าจอ Full Screen ดีไซน์รอยบากทรงหยดน้ำใช้แผงจอชนิด Super AMOLED จาก Samsung ขนาด 6.39 นิ้ว ความละเอียด 1080×2340 พิกเซล อัตราส่วน 19.5:9 รองรับการแสดงผล HDR10 และมีขอบเขตของสี (color gamut) แบบ DCI-P3 ความสว่าง 600nits ความสดของสี NTSC 103.8%

นอกจากนี้ทาง Xiaomi เองยังมีการพัฒนาระบบซอฟท์แวร์ด้านการแสดงผลอย่าง Sunlight Mode 2.0 เพื่อปรับปรุงความคมชัดและความสว่างเมื่อใช้สมาร์ทโฟนกลางแจ้ง และ Reading Mode 2.0 เพื่อปรับอุณหภูมิสีบนจอให้เหมาะสำหรับการอ่านหนังสือ

รุ่นนี้มีการใช้เทคนิคการฝั่งเซ็นเซอร์ต่างๆลงใต้หน้าจอเพื่อลดพื้นที่ขอบด้านบนและด้านล่างซึ่งทำให้มีพื้นที่การแสดงผลสูงถึง 90.7% โดยที่ลำโพงสนทนาจะแอบอยู่ตรงขอบบางๆ ขณะที่ Navigation Bar เป็นแบบ On-Screen บนจอ

ด้านหลังเครื่องเป็นบอดี้ทรงโค้งรับกับฝามือ มีกล้องหลัง 3 ตัว (Triple-Camera) วางเรียกเป็นแนวตั้งชิดมุมซ้ายบนและใช้เลนส์ที่เป็นกระจกแซฟไฟร์ ไม่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านหลังเครื่องเนื่องจากใช้เป็นระบบสแกนนิ้วบนหน้าจอแทน ซึ่งระบบนี้ได้ถูกพัฒนาให้สแกนได้ไวกว่าที่ใช้กับรุ่น Mi8

ตัวขอบของ Mi9 เป็นอลูมิเนียมซีรีส์ 7000 ดีไซน์ให้มีความโค้งจับไม่สะดุดมีปุ่มปรับระดับเสียง กับปุ่ม Power อยู่ด้านซ้าย ขณะที่ปุ่มด้านขวาเป็นตัวเรียกระบบผู้ช่วยอัจฉริยะที่ในเวอร์ชั่นขายในจีนจะเป็น Xiao AI ส่วน Global Version เป็น Google assistant

พอร์ตของรุ่นนี้เป็น USB-C มีลำโพงหลัก และไมโครโฟนอยู่ด้านใต้ ส่วนด้านบนมีช่องไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน

เรื่องซอฟท์แวร์ภายใน Mi9 มากับระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie) คลุมด้วย MIUI 10 ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังรุ่นท็อปตัวล่าสุดของ Qualcomm อย่าง Snapdragon 855 ที่เป็นชิปเซ็ตแบบ 7 นาโนเมตร พร้อมถูกคล็อกความเร็วสูงสุดที่ 2.84GHz และมีชิปกราฟฟิก Adreno 640 เพิ่มประสิทธิภาพด้านกราฟฟิกไปอีก 20%

รุ่นนี้มี LPDDR 4X RAM 6GB และใช้ ROM UFS 2.1 ขนาด 128GB ไม่รองรับหน่วยความจำเสริม มีฟีเจอร์อัจฉริยะสำหรับคอเกมอย่าง Game Turbo ซึ่ง่ช่วยจัดสรรระบบประมวลผลเพื่อดึงประสิทธิภาพกราฟฟิกในเกม และมีเทคโนโลยีเสียง Mi Sound เพิ่มความสะใจในการเล่น ขณะที่การแจ้งพิกัดก็ชัดเจนแม่นยำด้วยเทคโนโลยี dual-band A-GPS

ด้านแบตเตอรี่ให้มา 3,330mAh รองรับชาร์จเร็ว 27W และชาร์จไร้สายแบบไวด้วยกำลังไฟ 20W ซึ่งทางแบรนด์เคลมว่าสามารถชาร์จเต็ม 70% ได้ในเวลาครึ่งชั่วโมง และชาร์จเต็ม 100% ในเวลาชั่วโมงเดียว

เรื่องของการถ่ายภาพ Xiaomi Mi 9 ก็โดดเด่นด้วยการเป็นรุ่นแรกของแบรนด์ที่มีกล้องหลัง 3 เลนส์ (Tripel-Camera) ซึ่งผ่านการการันตีจาก DxOMark ด้วยคะแนน 107 คะแนน

ส่วนประกอบของกล้องหลังรุ่นนี้ประกอบด้วย

  • เลนส์ Telephoto เซนเซอร์ Samsung S5K3M5 ใช้ชิ้นเลนส์ 6 ชั้น มีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 ขนาดพิกเซล 1.0um สามารถ Zoom Optical ได้ 2 เท่า
  • เลนส์หลักเซนเซอร์ Sony IMX586 ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.75 ขนาดพิกเซล 1.0um
  • เลนส์มุมกว้าง Super Wide-Angle ที่ใช้ถ่ายมาโครในระยะ 4 ซม.ได้เซนเซอร์ Sony IMX481 ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 ขนาดพิกเซล 1.0um

นอกจากความละเอียดของภาพถ่ายด้วยเซ็นเซอร์ 48 ล้านพิกเซล และการเก็บภาพมุมกว้าง 117 องศาที่ตีบวกลูกเล่นมาโครแล้ว กล้องของ Mi 9 ก็มีการนำระบบ AI เข้ามาช่วยตรวจจับซีนที่ถ่าย และช่วยให้คำแนะนำเพื่อเลือกรูปแบบเลนส์ให้เหมาะกับตัวภาพ อีกทั้งยังมี โหมดถ่ายกลางคืนด้วยฟีเจอร์ “Handheld Super Night”

ตัวเลนส์ไวด์เองก็ถูกนำมาผสมผสานกับการถ่ายรูปแบบ Portrait ซึ่งเลือกได้ว่าจะเป็นการถ่ายแบบปกติหรือ Wide-Portrait ที่เก็บฉากหลังได้พร้อมกันกับตัวแบบ

ขณะที่ฟังค์ชั่นการถ่ายวีดีโอของรุ่นนี้ก็รองรับการทำงานร่วมกับเลนส์ไวด์ และมีฟีเจอร์การถ่ายวีดีโอสโลโมชั่น 960fps

สำหรับตัวกล้องหน้ามีความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 มีพิกเซลไซส์ 0.9µm และฟีเจอร์ HDR

ในการเปิดตัวครั้งนี้ก็แน่นอนว่าเป็นสัญญานความพร้อมสำหรับ Xiaomi ที่จะส่งเรือธง Mi 9 บุกตลาดโลก สนนราคาของรุ่นนี้ก็อยู่ที่ 449 ยูโร หรือราว 15,000 บาท ในตัว 64GB และ 128GB ราคา 499 ยูโร หรือราว 17,000 บาท ซึ่งประเทศไทยเองก็ไม่น่าจะพลาดสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ส่วนจะเป็นเมื่อไร ตอนไหน หรือราคาเท่าไรก็ต้องไปลุ้นกันอีกครั้ง

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners