[Review] Xiaomi Mi 9 SE เรือธงไซส์เล็กกำลังดี กล้อง48MP ที่ราคาจับต้องง่าย

โดย RingRangRung | 17 มิถุนายน 2562 เมื่อ 13:30 น. | อ่าน 4,726

สัมผัสสมาร์ทโฟนระดับเรือธงรุ่นรองที่เพิ่งเปิดตัวในไทยไปหมาดๆ อย่าง Xiaomi Mi 9 SE ที่มาพร้อมขนาดตัวเครื่องกำลังดี มี 3 กล้อง AI ที่ให้ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล กับราคาเปิดตัวเพียงหมื่นต้นๆเท่านั้น

กล้องหลัง 3 ตัวที่ให้ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล

Xiaomi Mi 9 SE มากับกล้องหลัง 3 ตัวเหมือนกับรุ่นใหญ่ โดยมีจุดแข็งที่ตัวกล้องหลักที่ใช้ Sony IMX586 ซึ่งให้ความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซล ซึ่งมีอยู่ไม่กี่รุ่นในท้องตลาดที่ให้ความละเอียดการถ่ายภาพในระดับนี้ได้ แถมถ้าวัดจากเรทของราคาก็บอกเลยว่ารุ่นนี้คุ้ม

สเปคกล้องหลังของ Mi 9 SE

  • กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล (1/2″,f/1.75,0.8um ,PDAF)
  • กล้อง Telephoto 8 ล้านพิกเซล (f/2.4 ,1.12um)
  • กล้อง Ultra-wide 13 ล้านพิกเซล (f/2.4,1.12um ,PDAF)

เซ็นเซอร์รับภาพที่กล้องหลักของ Mi 9 SE มีขนาด 1/2 นิ้ว ช่วยเพิ่มความสามารถในการรับแสงให้กับกล้อง พร้อมด้วยเทคโนโลยี 4 in 1 Super Pixel รวมพิกเซลทั้ง 4 ให้มีขนาดใหญ่ 1.6um ช่วยให้รูปถ่ายที่ออกมาดูเป็นธรรมชาติ ถ่ายภาพกลางคืนได้ง่ายขึ้น และได้สีสันที่สดใส

ในฟังค์ชั่นการถ่ายภาพแบบปกติกล้องของ Mi 9 SE จะให้ความละเอียดที่ 12 ล้านพิกเซล แต่ถ้าต้องการความละเอียดที่เพิ่มขึ้นก็สามารถเข้าโหมดถ่ายแบบ 48 ล้านพิกเซลได้ และแน่นอนว่าภาพที่ถ่ายจากกล้อง 48 ล้านพิกเซลย่อมให้รายละเอียดได้มากกว่าซึ่งจะเห็นความแตกต่างจากกล้องปกติได้อย่างชัดเจนเมื่อมีการครอบตัดรูปภาพตามตัวอย่างด้านล่างนี้

นอกจากกล้องหลักที่ให้ความละเอียดมาแบบสะใจแล้ว ในรุ่นนี้ก็ยังมีเลนส์มุมกว้าง Ultra-wide มุมมองภาพกว้าง 123 องศา ตอบโจทย์คนชอบถ่ายแลนด์สเคปเก็บองค์ประกอบได้ครบ แถมยังจัดการกับอาการขอบเบี้ยว ซึ่งเป็นลักษณะโดยธรรมชาติของตัวเลนส์ไวด์ได้อย่างยอดเยี่ยม

เรื่องของ Portraits mode ก็มีเลนส์ Telephoto ที่ถ่ายแบบหน้าชัดหลังเบลอได้เป็นอย่างดี แถมยังเลือกได้ว่าจะถ่ายในระยะปกติหรือจะเป็น Full body Portrait ที่เก็บพื้นที่ตัวแบบและฉากหลังได้มากกว่าในระยะที่เท่าเดิม

ส่วนฟีเจอร์การถ่ายภาพบอกเลยไม่แพ้รุ่นพี่เพราะมีตั้งแต่ AI Portrait แยกภาพวัตถุหรือบุคคล ออกจากภาพพื้นหลัง ซึ่งภาพจากโหมดนี้สามารถนำเข้ากระบวนการปรับแต่งวางจุดโฟกัสใหม่, ปรับค่ารูรับแสง เพิ่ม-ลด ความเบลอ ปรับ Light trails เลือกลักษณะโบเก้ที่ต้องการได้ เช่นเดียวกันกับระบบจัดแสงแบบสตูดิโอ AI Studio Light ที่เลือกได้ 7 แบบ

อีกหนึ่งฟีเจอร์การถ่ายภาพคนที่น่าสนใจคือโหมด Figure ที่จะเป็นการปรับหุ่นของแบบให้สวยขึ้น โดยแยกส่วนได้ตั้งแต่ เอว,ไหล่ หรือ ขา ขณะที่โหมด AI Beautify เองก็มีให้ใช้เช่นเดิม

เรื่องของ AI scene detection ในตัว Mi 9 SE สามารถแยกรูปแบบของวัตถุและสภาพแวดล้อมต่าง ๆ จากนั้นก็ทำการปรับตั้งค่ากล้องให้เหมาะกับสถานการณ์นั้นได้ถึง 30 หมวด หรือถ้าอยากถ่ายภาพกลางคืนก็มีตัว Night mode ให้ใช้ ซึ่งเป็นการถ่ายรูปในระดับความสว่างต่างๆแล้วนำมารวมกันเพื่อดึงรายละเอียดให้ออกมาคมชัดทั้งจุดที่สว่างที่สุด และจุดที่มืดที่สุดของภาพ

ด้าน Pro mode ก็มีให้เลือกปรับแต่งตั้งแต่ค่า White Balance,ระยะโฟกัส, Speed shutter (1/1000s-32s), ISO (100-3200) และการสลับเลนส์ได้ถึง 3 แบบ รวมถึงการถ่ายในความละเอียด 48 ล้านพิกเซล

สำหรับกล้องหน้ามีให้มา 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 ขนาดเม็ดพิกเซล 0.9um มี AI Beautify ที่ปรับแบบออโต้ได้ 5 ระดับ หรือจะปรับแบบละเอียดตั้งแต่โครงสร้างใบหน้า, ดวงตา, จมูก. ลักยิ้ม, ริมฝีปาก และคาง รวมถึงการใส่เมคอัพต่างๆ แถมยังใช้งานได้ทั้งภาพนิ่งและการบันทึกวีดีโอ

เรื่องของฟีเจอร์ HDR, AI Portrait และ AI scene detection รวมถึงการใช้งานในโหมด AI Studio Light ตัวกล้องหน้าก็มีให้ใช้งานเช่นกัน

ตัวอย่างภาพจากกล้องของ Xiaomi Mi 9 SE

อีกหนึ่งความสามารถที่จะเป็นเทรนด์ของปีนี้คือการถ่ายวีดีโอ ซึ่ง Mi 9 SE ก็รองรับได้ถึง 4K@30fps / 1080p@60fps มีโหมด Slow Motion ที่ถ่ายได้สูงสุด 1080p@120fps/720p@960fps พร้อมฟีเจอร์ AI Music เลือกเพลงประกอบให้กับเข้าวีดีโอที่ถ่ายอัตโนมัติ

ความหรูหรา ที่พกพาได้

Xiaomi Mi 9 SE มากับงานดีไซน์ที่หรูหรา หน้าจอ Dot Drop Full Screen Display มีรอยบาก (Notch) ขนาดเล็ก ใช้แผงจอชนิด AMOLED ที่มีความละเอียด 1080 x 2340 พิกเซล ขนาด 5.97 นิ้ว อัตราส่วนการแสดงผล 19.5:9 ให้พื้นที่การแสดงผล 90.47% คลุมด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5 และเคลือบสารป้องกันคราบมันกับรอยนิ้วมือบนกระจกหน้าจอ

หน้าจอรุ่นนี้สามารถให้ความสว่างได้มากถึง 600nit(HBM) ความสดของสี NTSC 103.8% โดยที่มีซอฟท์แวร์ด้านการแสดงผลอย่าง Sunlight Mode 2.0 เพื่อปรับปรุงความคมชัดและความสว่างเมื่อใช้สมาร์ทโฟนกลางแจ้ง และ Reading Mode 2.0 เพื่อปรับอุณหภูมิสีบนจอให้เหมาะสำหรับการอ่านหนังสือให้ใช้งาน พร้อมด้วยฟังค์ชั่น Always-On Display ที่ให้การแสดงผลแบบสี

ถึงรุ่นนี้จะมีพื้นที่แสดงผลที่กว้างแต่ขนาดตัวเครื่องก็อยู่ในไซส์กระทัดรัด น้ำหนักเบาพกพาสะดวก สามารถถือใช้งานมือเดียวได้สบายๆ โดยมีสัดส่วน 147.5 x 70.5 x 7.45 มม. หนักเพียง 155 กรัม

บอดี้ของ Mi 9 SE ใช้วัสดุที่เป็นกระจกซึ่งมีการออกแบบที่เรียกว่า Glossy Glass Design ตั้งแต่ตัวฝาหลังที่ผ่านกระบวนการ Holographic เคลือบสีด้วยการยิงเลเซอร์ในระดับนาโน ทำผิวสัมผัสแบบ Double-layer Coating เพื่อให้เครื่องมีความเงางามและสะท้อนเฉดสีต่างๆเมื่อโดนไฟ โดยสีที่เห็นในมือเป็น Ocean Blue ขณะที่อีกสีที่วางขาย Piano Black

สำหรับองค์ประกอบต่างๆของ Mi 9 SE ไล่ตั้งแต่พื้นที่ด้านบนของจอเหนือรอยบากจะเป็นช่องสำหรับลำโพงสนทนากับระบบเซ็นเซอร์ต่างๆและไฟ LED ขณะที่ Navigation Bar เป็นแบบ On-Screen บนจอ

ด้านหลังเป็นกล้องหลัง 3 ตัว (Triple-Camera) ที่วางเรียกเป็นแนวตั้งชิดมุมซ้ายบน นูนขึ้นมาจากด้านหลังเครื่องเล็กน้อย ตัวเลนส์เป็นกระจกแซฟไฟร์ ทนทานต่อรอยขีดข่วน เพิ่มวงแหวน Halo เป็นไฮไลท์ที่เลนส์ Telephoto ขณะที่ด้านล่างของกล้องเป็นแฟลช dual-LED

ตัวขอบเป็นโลหะอลูมิเนียมซีรีส์ 7000 ปุ่มปรับระดับเสียง กับปุ่ม Power อยู่ทางฝั่งขวา ด้านซ้ายเป็นช่องใส่ซิมแบบ DualSIM

ด้านบนมีช่องไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนกับตัว IR Blaster สำหรับใช้สมาร์ทโฟนสั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านแทนรีโมทด้านล่างเป็นพอร์ต USB-C และมีสายแปลง Type-C to 3.5mm แถมมาให้ในกล่อง พร้อมด้วยลำโพงหลัก และไมโครโฟน

สำหรับอุปกรณ์ที่ให้มาในกล่องประกอบด้วย  อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ 18W, สาย USB-C, สาย Type-C to 3.5mm, เข็มจิ้มถาดซิม, เคสซิลิโคนอ่อน และใบคู่มือ/ใบรับประกันเครื่อง

รุ่นแรกของโลกที่ใช้ Qualcomm Snapdragon 712

Mi 9 SE มากับระบบปฏิบัติการ MIUI 10 Global version บนพื้นฐาน Android 9 Pie และเป็นรุ่นแรกของโลกที่ใช้ชิปเซต Qualcomm Snapdragon 712 ซึ่งใช้สถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 10nm FinFET

ตัวประมวลผลเป็นแบบ Octa-core กำลัง 2.3GHz ใช้ GPU Adreno 616 ซึ่งภาพรวมจะมีประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้นกว่าตัว 710 ราว 10% ขณะที่โมเด็มเป็น X15 LTE Cat.15 ที่รองรับการดาวน์โหลดสูงสุด 800Mbps และ Cat.13 ที่อัพโหลดสูงสุด 150Mbps

สเปคความจำ RAM ชนิด LPDDR4x (1866MHz) dual-channel ความจุ 6GB หน่วยความจำที่เข้าไทย ROM UFS2.1 ความจุ 64GB เรียกว่าใช้งานลื่นไหลสลับการทำงานแอปพลิเคชั่นไปมาได้ไม่มีหน่วง แต่น่าเสียดายที่ไม่รองรับหน่วยความจำเสริม

เรื่องของการเล่นเกมรุ่นนี้จัดว่าหายห่วงอีกทั้งยังมี Game speed booster สำหรับจัดการระบบประมวลผลของเครื่องให้เล่นเกมได้อย่างลื่นไหลพร้อมทั้งจัดการการแจ้งเตือนไม่ให้มารบกวน ในส่วนการทดสอบกับเกมยอดนิยมอย่าง ROV สามารถเล่นโหมด High Frame Rate ได้ โดยตัวเลขก็จะอยู่ที่ราว 58-60fps ขณะที่ PUBG ค่ามาตรฐานที่ตัวเกมแนะนำคือ High แต่เราสามารถตั้งค่าได้ถึง High-HD

สำหรับแบตเตอรี่รุ่นนี้ให้มา 3070mAh รองรับ Quick Charge 4+ ขณะที่ในกล่องก็แถมอะแดปเตอร์ชาร์จไฟ 18W มาให้ด้วย

เซ็นเซอร์ตามที่เปิดดูด้วยแอปฯ Sensor Box ใส่มาให้ทั้ง

  • Accelerometer Sensor : เซ็นเซอร์จับลักษณะการเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน การเอียงเครื่อง
  • Light Sensor : เซ็นเซอร์วัดสภาพแสง เพื่อปรับการแสดงผลหน้าจอ
  • Orientation Sensor : เซ็นเซอร์ปรับมุมมองหน้าจอ
  • Proximity Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับเครื่องสมาร์ทโฟน
  • Gyroscope Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน
  • Sound Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับเสียง
  • Magnetic Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เข็มทิศดิจิตอล)

ด้านคะแนนประมวลผล Benchmark ก็ถือว่าไม่เลว ตั้งแต่ PCMark for Android (Work 2.0)= 6841 คะแนน, Geekbench 4 Pro = Single-core : 1862 คะแนน / Multi-core : 5835 คะแนน และ AuTuTu Benchmark v1.4 = 178355 คะแนน

ขนาดกะทัดรัดที่มาพร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ

ตัวระบบรักษาความปลอดภัยของ Mi 9 SE นอกจากการปลดล็อคด้วยใบหน้าแล้ว ในรุ่นนี้ก็มีเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ (In-Display fingerprint sensor) แบบออปติคัล เหมือนกับของ Mi 9 โดยที่เป็นเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนามาเป็นรุ่นที่ 5 สแกนได้ไวกว่ารุ่นก่อน 25% พร้อมด้วยลูกเล่นกราฟฟิกขณะสแกน

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีการเชื่อมต่อไร้สายไม่ว่าจะเป็น NFC, Bluetooth 5.0, 5G Wi-Fi และเทคโนโลยีเสียง aptX/aptX-HD

บทสรุป Xiaomi Mi 9 SE เรือธงน้องเล็ก ราคาคุ้มค่า

Xiaomi Mi 9 SE เป็นรุ่นที่โดดเด่นตั้งแต่กล้องหลังความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล มีงานดีไซน์ที่สวยงามไม่แพ้รุ่นพี่ โดยให้หน้าจอที่ใหญ่ ในขนาดตัวเครื่องกระทัดรัดพกใส่กระเป๋ากางเกงได้สบายๆ ขณะที่ประสิทธิภาพการทำงานก็ลื่นไหลตอบสนองดี เล่นเกมเยี่ยมจัดว่าเป็นรุ่นที่มีความคุ้มค่า ตอบโจทย์คนที่ต้องการสมาร์ทโฟนฟีเจอร์ระดับเรือธงในราคาจับต้องง่าย

ราคาและการจัดจำหน่าย

Xiaomi Mi 9 SE รุ่น RAM 6GB+128GB  สี Piano Black และ Ocean Blue  จะเริ่มเปิดให้จองอย่างเป็นทางการ (Pre-Order) ผ่านแอปพลิเคชัน Lazada ในวันที่ 17 – 21 มิถุนายน 2562 เวลา 00.00 ในราคาเริ่มต้นเพียง 11,999 บาท พร้อมรับฟรี
ของแถมสุดพิเศษ Mi Compact Bluetooth Speaker 2 และ Mi Band 3 มูลค่ารวมกว่า 1,489 บาท ของมีจำนวนจำกัด

สเปค Xiaomi Mi 9 SE

  • สัดส่วนตัวเครื่อง 147.5 x 70.5 x 7.5 มม. หนักเพียง 155 กรัม
  • หน้าจอ Samsung AMOLED Full Screen Display ขนาด 5.97 นิ้ว ความละเอียด FHD+ อัตราส่วน 19.5:9
  • ชิปเซต Qualcomm Snapdragon 712 ประมวลผล Octa-core 2.3GHz ใช้ GPU Adreno 616
  • RAM ชนิด LPDDR4x (1866MHz) dual-channel 6GB กับ ROM UFS2.1 ความจุ 64GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    • 48MP, f/1.8, 1/2″, 0.8µm, PDAF
    • 13MP, f/2.4, (ultrawide), 1.12µm
    • 8MP, f/2.4, (telephoto), 1.12µm, PDAF
  • กล้องหน้า 20MP, f/2.0, 0.9µm
  • รองรับการทำงานสองซิม สนับสนุน dual SIM VoLTE HD สัญญานเครือข่ายที่รองรับ
    • GSM: B2/3/5/8
    • UMTS: B1/2/4/5/8
    • FDD LTE: B1/2/3/4/5/7/8/20/28
    • TDD LTE: 38/40
  • รองรับ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, 2.4G Wi-Fi / 5G Wi-Fi / Wi-Fi Direct / Wi-Fi Display
  • รองรับ Bluetooth 5.0
  • รองรับ NFC
  • สนับสนุน AAC/LDAC/aptX/aptX-HD
  • ใช้เทคโนโลยี A-GPS, GLONASS, GALILEO, BDS
  • มีระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ
  • แบตเตอรี่ 3070mAh รองรับชาร์จไว 18W
  • รันกับ MIUI 10 Global version บนพื้นฐาน Android 9 Pie
  • สีที่วางขาย Ocean Blue / Piano Black

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners