รีวิว Xiaomi 11T Pro การกลับมาของมือถือ 5G สเปคแรงระดับเรือธง พร้อมฟีเจอร์ถ่ายวีดีโอล้ำๆ

โดย RingRangRung | 23 กันยายน 2564 เมื่อ 19:28 น. | อ่าน 6,593
รีวิว Xiaomi 11T Pro การกลับมาของมือถือ 5G สเปคแรงระดับเรือธง พร้อมฟีเจอร์ถ่ายวีดีโอล้ำๆ

เป็นมือถืออีกหนึ่งรุ่นที่แฟนๆ Xiaomi รอคอยสำหรับ Xiaomi 11T Series ที่ได้ประกาศราคาเปิดตัวในไทยกันไปเป็นที่เรียบร้อย และตอนนี้รุ่นท็อปสุดอย่างตัว 11T Pro ก็มาอยู่ในมือพร้อมให้เรารีวิวแล้ว

สารบัญ

มือถือ “Cinemagic” สร้างเวทย์มนต์แห่งภาพเคลื่อนไหว

Xiaomi 11T และ Xiaomi 11T Pro เปิดตัวมาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Cinemagic” ซึ่งเป็นการเล่นคำสมาสระหว่าง Cinema กับ Magic เพื่อบ่งบอกความสามารถของมือถือรุ่นนี้ที่โดดเด่นในงานถ่ายวีดีโอ

รุ่นที่เราได้มารีวิวเป็น Xiaomi 11T Pro ซึ่งเป็นรุ่นท็อปสุดของซีรีส์ ซึ่งจัดเต็มด้วยสเปคกล้องหลังดังนี้

  • กล้องหลักเลนส์ Wide 108 ล้านพิกเซล, เลนส์ประกอบ 7 ชิ้น, ขนาดพิกเซล 0.7um, รูรับแสง f/1.75, มี OIS
  • เลนส์ Ultra-wide มุมมองรับภาพ 120 องศา 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Telemacro 5 ล้านพิกเซล, รูรับแสง f/2.4, AF 3-7cm

Xiaomi 11T Series เป็นสมาร์ทโฟนทรงพลังด้านการถ่ายวีดีโอโดยรองรับการถ่ายด้วยความละเอียดสูงสุด [email protected] ซึ่งเป็นระดับความละเอียดสูงสุดของวงการสมาร์ทโฟนในตอนนี้ และภาพที่ครอปมาจากวีดีโอด้วยระดับความละเอียดดังกล่าว ก็มีคุณภาพสูงพอจะเอามาแชร์ต่อในโซเชียลมีเดียได้สบายๆ

คลิปวีดีโอ 8K

ตัวอย่างภาพที่ครอปจากวีดีโอ 8K

ขณะเดียวกันกล้องของรุ่นนี้ก็ยังรองรับการการบันทึกภาพเคลื่อนไหวที่เก็บรายละเอียดทั้งแสงเงา และสีที่คมชัดด้วยการบันทึกแบบ HDR10+ สามารถเก็บสีสันได้มากถึง 1 พันล้านสี และสามารถใช้เลนส์ Telemacro ในการถ่ายวีดีโอได้ด้วยโหมด Super Macro เพื่อสร้างมุมมองทำคอนเทนท์วีดีโอแบบใหม่ๆ

คลิปวีดีโอ Super Macro

อีกหนึ่งฟีเจอร์ใหม่ที่ใส่เข้ามาคือ Audio Zoom หรือการโฟกัสไปยังเสียงพร้อมกับการซูมของภาพ ซึ่งเทคนิคนี้ทาง Xiaomi ใช้การติดตั้งไมโครโฟนตัวที่ 3 เพิ่มเข้าไปใน Xiaomi 11T Series โดยอยู่บริเวณกล้องหลัง ซึ่งไมโครโฟนตัวนี้จะสร้างขอบเขตสาม 3 เหลี่ยม เพื่อบันทึกเสียงในจุดที่ซูมเข้าไปให้ดีขึ้น และใช้ไมโครโฟนด้านหัวและท้ายเครื่องในการลดเสียงรบกวนรอบข้าง

คลิปวีดีโอ Audio Zoom

เพื่อให้ผู้ใช้สร้างคอนเทนท์วีดีโอในระดับงานภาพยนต์ได้ง่ายๆ บนมือถือเครื่องเดียวในมือถือรุ่นนี้ก็มีโหมด Movie effects โดยมีเอฟเฟกต์ให้เลือกใช้งานไม่ว่าจะเป็น

  • Magic Zoom : เทคนิคการซูมแบบ Hitchcock ที่มักจะเห็นในซีนภาพยนต์ที่เน้นอารมณ์ตื่นเต้น โดยที่ AI  จะทำการสร้างจุดบนตัวแบบเพื่อสร้างเอฟเฟกต์การซูมในอัตราเฟรมเรท 30fps และขยายภาพของแต่ละเฟรมในทุกๆ จังหวะ
  • Slow shutter : เอฟเฟกต์การสร้างซีนวีดีโอแบบสโลโมชันโดยใช้สปีดชัตเตอร์ต่ำๆ ซึ่งเป็นเทคนิคการถ่ายทำที่เห็นได้บ่อยๆ ในหนังสไตล์หว่อง
  • Time freeze : ลูกเล่นการถ่ายวีดีโอแบบ Stop movement ที่สามารถเลือกให้บางจุดของวีดีโอมีการหยุด แต่อีกจุดยังเคลื่อนไหว
  • Night Time Lapse : ฟีเจอร์การถ่าย Time Lapse ในเวลากลางคืน
  • Parallel world : การถ่ายวีดีโอโดยใช้มุมมองภาพแบบ Mirror แบบอาร์ทๆ

คลิปวีดีโอ Movie effects

ยังไม่หมดแค่นั้นใน 11T Series เองก็ยังมีโหมดสำหรับการถ่ายวีดีโอให้เล่นอีกหลายโหมดไม่ว่าจะเป็น

  • VLOG : สร้างวีดีโอ VLOG บันทึกความทรงจำแบบง่ายๆ ด้วยแพทเทิร์นที่มีให้เลือกหลายแบบ หลายอารมณ์
  • Clone : เทคนิคการถ่ายทำแบบแยกร่าง ที่ใช้งานได้ง่ายๆ เหมาะสำหรับใช้สร้างสรรค์ภาพนิ่ง และวีดีโอ แบบเท่ๆ
  • Dual video : ฟังค์ชั่นการถ่ายวีดีโอด้วยกล้องหน้า และกล้องหลัง พร้อมกัน
  • Track moving object : โหมดการถ่ายวีดีโอแบบที่มีการโฟกัสติดตามวัตถุเคลื่อนไหว

ตัวอย่างวีดีโอในโหมด VLOG และ Dual video

จากคุณสมบัติที่ไล่มาต้องยก Xiaomi 11T Series เป็นหนึ่งในมือถือที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนที่ชอบถ่ายวีดีโอ และที่ประทับใจสุดๆ คือการวางระบบของกล้องรุ่นนี้ที่มีการทำจังหวะการซูมเข้าออกที่สมูธ ช่วยให้งานถ่ายวีดีโอดูเนียนตามีความเป็นมืออาชีพขึ้นเยอะ

ในงานภาพนิ่ง Xiaomi 11T Series ก็ไม่ได้เป็นรองใครโดยใช้กล้อง Pro-grade triple AI Cameraที่กล้องหลักที่มีความละเอียดสูงถึง 108 ล้านพิกเซล เพื่อการถ่ายภาพที่มีความละเอียดสูง สามารถเอาไปครอป หรือแต่งต่อได้โดยที่ภาพยังคงเก็บรายละเอียดต่างๆ ไว้ได้ครบ

สำหรับสายท่องเที่ยว ชอบถ่ายวิว ถ่ายตีก ในรุ่นนี้ก็มีกล้อง Ultrawide มุมมอง 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลให้ใช้งาน  หรือจะเป็นการถ่ายระยะ Macro มือถือรุ่นนี้ก็รองรับกับระยะโฟกัส 3-7 ซม. จากตัวแบบด้วยกล้อง Telemacro 5 ล้านพิกเซล

ด้านการถ่ายภาพกลางคืน 11T Series ก็ทำได้น่าประทับใจ ด้วยการขยายเม็ดพิกเซลจาก 0.7μm เป็น 2.1μm เพื่อเพิ่มความไวแสงโดยใช้เทคโนโลยีรวมเม็ดพิกเซล 9-in-1 Super Pixel อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี  Dual Native ISO ที่ทำให้รับค่า ISO ได้พร้อมกันทั้งต่ำและสูงช่วยลด Nosie ในภาพ

ส่วนกล้องหน้าก็ไม่ได้เป็นรองเพราะใช้กล้อง 16 ล้านพิกเซล f/2.45 รองรับการถ่ายวีดีโอความละเอียดสูงสุด [email protected]

ตัวอย่างภาพจากกล้อง Xiaomi 11T Pro

ดีไซน์หรู คุณภาพจอจัดเต็ม

Xiaomi 11T และ 11T Pro มากับงานออกแบบเครื่องที่หรูหรามีระดับ ไล่ตั้งแต่ตัวกล้องหลังมุมซ้ายบนที่ดีไซน์การจัดวางโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากกล้องถ่ายภาพยนตร์สมัยก่อน และตัวโมดูลกล้องก็มีความนูนน้อยกว่ารุ่นก่อนหน้า 46% สัดส่วนเครื่องเองก็เบาและบางกว่าเดิม โดยอยู่ที่ 164.1×76.9×8.8มม. และหนัก 204 กรัมเท่านั้น

บอดี้หน้าหลังของรุ่นนี้เป็นกระจก ขอบเครื่องเป็นอะลูมิเนียมมีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP53 ส่วนการออกแบบมีความโค้งมนรอบด้านทำให้จับถนัดมือ สำหรับสีเครื่อง Xiaomi 11T Pro ที่เราได้มาเป็น เทา Meteorite Gray ที่ทำฝาหลังเป็นผิวแบบโลหะขัดสีเทาเข้ม ส่วนด้วยเทคนิคการเคลือบวัสดุโปร่งแสงแต่ละแผ่นด้วยสี, ลวดลาย และสารป้องกันแสงสะท้อน ซึ่งนอกจากจะดูสวยแล้วก็ยังช่วยลดรอยให้รอยนิ้วมือติดหลังเครื่องยากขึ้น ส่วนอีกสองสีที่ขายในไทยเป็น ขาว Moonlight White กับ ฟ้า Celestial Blue

ภาพเครื่อง Xiaomi 11T

หน้าจอของ Xiaomi 11T Pro ก็ไม่ธรรมดาเพราะใช้เป็น Flat AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400x1080px) คลุมทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass Victus สามารถแสดงผลสีได้มากกว่า 1 พันล้านสี สูงกว่าจอของสมาร์ทโฟนในท้องตลาดทั่วไปที่แสดงผลได้แค่ 16 ล้านสี และยังแสดงผลสีได้แม่นยำด้วยเทคโนโลยี TrueColor พร้อมรองรับการแสดงผล HDR10+ และ Dolby Vision

เรื่องการใช้งานก็ลื่นไหลแตะติดนิ้วโดยที่จอมีรีเฟรชเรทสูงสุด 120Hz มีระบบ AdaptiveSync ปรับรีเฟรชเรทของจอให้เหมาะกับการใช้งานเพื่อช่วยเซฟแบตเตอรี่ และยังมี Touch Sampling Rate 480Hz

ตัวจอดีไซน์แบบ DotDisplay เจาะรูตรงกลางใส่กล้องหน้า ที่ขอบจอด้านบนมีลำโพงสนทนา ส่วนขอบจอด้านล่างปล่อยโล่งและมีเหลือพื้นที่ขอบจอแค่เพียงเล็กน้อย

ปุ่มกดต่างๆ จะอยู่ที่ขอบเครื่องฝั่งขวาไม่ว่าจะเป็นปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มพาวเวอร์ที่เป็นสแกนลายนิ้วมือในตัว

Xiaomi 11T Pro มากับลำโพง Dual Speakers ที่ด้านบนและด้านล่างของเครื่อง โดยที่ตำแหน่งลำโพงเองก็ถูกจัดวางไม่ให้ถูกนิ้วมือบังเมื่อถือเครื่องในแนวนอนและผ่านการปรับจูนเสียงด้วยแบรนด์เครื่องเสียงระดับโลกอย่าง Harman Kardon พร้อมรองรับระบบเสียง Dolby Atmos ด้วย

นอกจากลำโพงแล้วที่ขอบเครื่องด้านบนก็ยังมีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน กับเซ็นเซอร์ IR blaster ขอบเครื่องด้านล่างมีช่องใส่ซิม, พอร์ต USB Type-C และไมโครโฟน

แรงทะลุปรอท ทั้งชิป Snapdragon 888 / ชาร์จไว HyperCharge 120W

Xiaomi 11T Pro มากับระบบปฏิบัติการ MIUI 12.5 บนพื้นฐาน Android 11 ใช้ขุมกำลังชิป Snapdragon 888 ซึ่งเป็นชิประดับเรือธงที่ทั้งแรงและใช้พลังงานต่ำด้วยสถาปัตยกรรมการผลิต 5 นาโนเมตร ประมวลผลแบบ Octa-core กำลังสูงสุด 2.84GHz มี GPU Adreno 660 และรักษาระดับกำลังประมวลผลให้แรงต่อเนื่องด้วยเทคโนโลยีระบายความร้อน LiquidCool technology

ด้านหน่วยความจำใช้ RAM แบบ LPDDR5 ทำงานร่วมกับ ROM UFS 3.1 โดยเครื่องที่เราได้มาเป็นสเปค 8GB+256GB ไม่รองรับหน่วยความจำเสริม ใช้ถาดใส่ซิมแบบ Dual SIM Slot ซึ่งรองรับการใช้งาน 5G ทั้ง SA และ NSA แกะกล่องใส่ซิมก็สามารถใช้ 5G ของผู้ให้บริการด้านเครือข่ายในไทยได้เลย แถมยังรองรับ Wi-Fi 6 ด้วย

เรื่องประสิทธิภาพการทำงานก็ติดระดับท็อปไม่ว่าจะเป็นการทดสอบด้วย Benchmark หรือจะเป็นการทดสอบด้วยการเล่นเกมด้วยระดับ กราฟฟิก-อัตราเฟรมเรท สูงสุด ซึ่งก็เล่นได้ลื่นๆ ไม่มีติดขัด

ผลการทดสอบ Benchmark

  • Geekbench 5 : Singlecore = 800 คะแนน / Multicore = 3103 คะแนน
  • PC Mark : 13330 คะแนน
  • AnTuTu 9.1.6 : 655130 คะแนน
  • AiTUTU : 1112538 คะแนน

ทดสอบการเล่นเกม

สำหรับตัวแบตเตอรี่ 11T Pro มีให้ 5000mAh และที่เป็นไฮไลท์คือรองรับ Xiaomi HyperCharge 120W ที่ตามใบสเปคเคลมว่าสามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม 100% ได้โดยใช้เวลาเพียง 17 นาทีเท่านั้น

เทคโนโลยีดังกล่าวเป็นการใช้แบตเตอรี่กราฟีนเข้ามาผสมรวมเป็นแบตเตอรี่ชนิดลิเธียม และใช้เทคโนโลยี Dual charge pump ระบบประจุไฟแบบคู่ ที่ช่วยปรับความต่างศักย์และกำลังไฟในระดับแอมแปร์ให้เหมาะสมที่สุด เพื่อให้กระแสไฟเข้าสู่แบตเตอรี่ได้มากขึ้นโดยไม่เกิดความร้อนสูง ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Multiple Tab Winding (MTW) เพิ่มแท็บประจุไฟที่อิเล็กโทรดมากขึ้น ทำให้กระแสไฟมีระยะเดินทางสั้นลง ลดแรงเสียดทานภายใน ควบคุมความร้อนได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ยังมีโครงสร้างเซลแบบเตอรี่กราฟีนแบบคู่ เพิ่มการเหนี่ยวนำไฟฟ้าและเป็นหัวใจสำคัญในการกักเก็บพลังงาน และ Xiaomi เองก็ได้มีการคิดค้นเทคโนโลยี Mi-FC ช่วยขยายช่วงเวลาชาร์จโดยกระแสสูงได้นานขึ้น แต่ต่างจากระบบการชาร์จทั่วไปที่ลดกำลังไฟลงเมื่อแบตเตอรี่ใกล้เต็ม

เรื่องความปลอดภัยในการใช้งาน Xiaomi ได้มีการวางระบบความปลอดภัย 34 ระบบไล่ตั้งแต่อุปกรณ์ชาร์จ, สายชาร์จ, สมาร์ทโฟน, ซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์ โดยมีเซ็นเซอร์ตรวจจับความร้อน 9 ตัว เรื่องอายุการใช้งานแบตเตอรี่ทางผู้ผลิตก็เคลมว่าสามารถทนการชาร์จได้ถึง 800 รอบ อึดกว่าอายุการใช้งานแบตเตอรี่ของมือถือทั่วไปซึ่งจะทนได้ที่ราว 500 รอบ ก่อนค่าความจุโดยเฉลี่ยจะลดเหลือ 80%

จากการทดสอบก็พบว่า Xiaomi 11T Pro ทำได้ตามที่เคลมไว้โดยใช้เวลาแค่ 5 นาทีก็ได้แบตเตอรี่เพิ่มมาถึง 20% จาก 47% ขึ้นมาเป็น 66% และใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีในการชาร์จให้เต็ม 100% แต่ที่คุ้มสุดๆ คือ Xiaomi แถมอะแดปเตอร์ชาร์จ 120W มาให้ในกล่องด้วย ซึ่งกำลังจ่ายไฟก็สามารถเอาไปใช้ร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ ที่เป็น Type-C อย่าง แล็ปท็อป หรือเกมคอนโซล ได้สบายๆ

คลิปทดสอบ Xiaomi HyperCharge 120W

ในส่วนของ Xiaomi 11T เรียกว่าสเปคก็ไม่ได้เป็นรองเพราะใช้ชิป MediaTek Dimensity 1200-Ultra ที่ใช้สถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 6 นาโนเมตร ประมวลผลแบบ Octa-core (1×3.0GHz Cortex-A78 & 3×2.6GHz Cortex-A78 & 4×2.0 GHz Cortex-A55) มี GPU Mali-G77 MC9 ขณะที่แบตเตอรี่ให้มา 5,000mAh เท่ากันโดยปรับสเปคความไวในการชาร์จเป็น 67W Wired Charging ซึ่งแน่นอนว่ามีอะแดปเตอร์ที่รองรับแถมมาให้ในกล่อง

สรุปสเปค และราคา Xiaomi 11T Series

สเปค Xiaomi 11T Pro

  • สัดส่วนเครื่อง 164.1×76.9×8.8มม. หนัก 204 กรัม
  • หน้าจอ AMOLED flat DotDisplay ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400x1080px) รีเฟรชเรท 120Hz มี Touch Sampling Rate 480Hz รองรับ HDR10+ และ Dolby Vision
  • ระบบเสียงลำโพงคู่ปรับจูนโดย Harman Kardon
  • ชิป Qualcomm Snapdragon 888 (5nm) ประมวลผล Octa-core (1×2.84GHz Kryo 680 & 3×2.42GHz Kryo 680 & 4×1.80GHz Kryo 680) มี GPU Adreno 660
  • มีสเปคความจำ LPDDR5 RAM + UFS 3.1 storage
  • เทคโนโลยีระบายความร้อน LiquidCool technology
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    • กล้องหลักเลนส์ Wide 108 ล้านพิกเซล, เลนส์ประกอบ 7 ชิ้น, ขนาดพิกเซล 0.7um, รูรับแสง f/1.75, มี OIS
    • เลนส์ Ultra-wide มุมมองรับภาพ 120 องศา 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Telemacro 5 ล้านพิกเซล, รูรับแสง f/2.4, AF 3-7cm
  • กล้องหน้า In-Display Front Camera 16 ล้านพิกเซล f/2.45
  • กล้องหลังถ่ายวีดีโอความละเอียดสูงสุด [email protected] / [email protected]
  • กล้องหน้าถ่ายวีดีโอความละเอียดสูงสุด [email protected]
  • ติดตั้งเซ็นเซอร์ Proximity sensor / Ambient light sensor / Accelerometer / Gyroscope / Electronic compass / Linear motor / IR blaster / Barometer / Colour temperature sensor
  • รองรับการทำงานสองซิม รองรับ 5G ทั้ง NSA+SA โดยมีเครือข่ายที่รองรับประกอบด้วย
    • 5G: n1/n3/n5/n7/n8/n20/n28/n38/n40/n41/n66/n77/n78
    • 4G: LTE FDD: B1/2/3/4/5/7/8/12/13/17/18/19/20/26/28/32/66
    • 4G: LTE TDD: B38/40/41/42
    • 3G: WCDMA: B1/2/4/5/6/8/19
    • 2G: GSM: 850 900 1800 1900 MHz
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot
  • มี Bluetooth 5.2 มี NFC
  • แบตเตอรี่ 5000mAh รองรับ Xiaomi HyperCharge 120W
  • ใช้ระบบปฏิบัติการ MIUI 12.5 บนพื้นฐาน Android 11
  • สีที่ขายในไทย Meteorite Gray / Moonlight White / Celestial Blue

แกะกล่อง Xiaomi 11T Pro

สเปค Xiaomi 11T

  • สัดส่วนเครื่อง 164.1×76.9×8.8มม. หนัก 204 กรัม
  • หน้าจอ AMOLED flat DotDisplay ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400x1080px) รีเฟรชเรท 120Hz มี Touch Sampling Rate 480Hz รองรับ HDR10+ และ Dolby Vision
  • ระบบเสียงลำโพงคู่ปรับจูนโดย Harman Kardon
  • ชิป MediaTek Dimensity 1200-Ultra (6nm) ประมวลผล Octa-core (1×3.0GHz Cortex-A78 & 3×2.6GHz Cortex-A78 & 4×2.0 GHz Cortex-A55) มี GPU Mali-G77 MC9
  • มีสเปคความจำ LPDDR5 RAM + UFS 3.1 storage
  • เทคโนโลยีระบายความร้อน LiquidCool technology
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    • กล้องหลักเลนส์ Wide 108 ล้านพิกเซล, เลนส์ประกอบ 7 ชิ้น, ขนาดพิกเซล 0.7um, รูรับแสง f/1.75, มี OIS
    • เลนส์ Ultra-wide มุมมองรับภาพ 120 องศา 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Telemacro 5 ล้านพิกเซล, รูรับแสง f/2.4, AF 3-7cm
  • กล้องหน้า In-Display Front Camera 16 ล้านพิกเซล f/2.45
  • กล้องหลังถ่ายวีดีโอความละเอียดสูงสุด [email protected] / [email protected]
  • กล้องหน้าถ่ายวีดีโอความละเอียดสูงสุด [email protected]
  • ติดตั้งเซ็นเซอร์ Proximity sensor / Ambient light sensor / Accelerometer / Gyroscope / Electronic compass / Linear motor / IR blaster / Barometer / Colour temperature sensor
  • รองรับการทำงานสองซิม รองรับ 5G ทั้ง NSA+SA โดยมีเครือข่ายที่รองรับประกอบด้วย
    • 5G: n1/n3/n5/n7/n8/n20/n28/n38/n40/n41/n66/n77/n78
    • 4G: LTE FDD: B1/2/3/4/5/7/8/12/13/17/18/19/20/26/28/32/66
    • 4G: LTE TDD: B38/40/41/42
    • 3G: WCDMA: B1/2/4/5/6/8/19
    • 2G: GSM: 850 900 1800 1900 MHz
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot
  • มี Bluetooth 5.2 มี NFC
  • แบตเตอรี่ 5000mAh รองรับ 67W Wired Charging
  • ใช้ระบบปฏิบัติการ MIUI 12.5 บนพื้นฐาน Android 11
  • สีที่ขายในไทย Meteorite Gray / Moonlight White / Celestial Blue

สำหรับราคาและการวางจำหน่ายในไทย

  • Xiaomi 11T Pro
    • 8GB + 128GB : 16,990 บาท
    • 8GB + 256GB : 18,990 บาท
    • 12GB + 256GB : 20,990 บาท
  • Xiaomi 11T
    • 8GB + 128GB : 13,990 บาท
    • 8GB + 256GB : 14,990 บาท

มีประกันเครื่อง 2 ปี และสิทธิ์ซ่อมจอฟรี 1 ครั้ง ในช่วงเวลา 6 เดือน ซึ่งมือถือรุ่นนี้ได้การันตีอัพเดต Android OS ถึง 3 เวอร์ชั่น และแพทช์รักษาความปลอดภัยต่อเนื่อง 4 ปี โดยการพรีออเดอร์จะเริ่ม 23 กันยายน – 8 ตุลาคม ซึ่งจะมาพร้อมของแถมเลือกรับได้ระหว่าง Mi Watch มูลค่า 3,490 บาท หรือสิทธิ์อัพเกรดเป็นรุ่น 12+256GB ฟรี สำหรับคนที่จองผ่านช่องทางออนไลน์

แค่นั้นยังไม่พอสำหรับใครที่พรีออเดอร์ผ่านผู้ให้บริการด้านเครือข่ายก็จะได้โปรราคาพิเศษ Xiaomi 11T จ่ายเริ่มต้นที่ 4,990 บาท และ Xiaomi 11T Pro เริ่มต้นที่ 8,990 บาท

แถมยังมีกิจกรรมพิเศษสำหรับที่จองผ่านระบบออนไลน์วันที่ 24 กันยายน เริ่มตั้งแต่เวลา 00:00 น. ทั้ง BaNANA, Jaymart, TG Fone, CSC / IT City, Lazada, Shopee, JD Central, AIS (Serenade), dtac (Blue Member), TrueMove H (Black Card) และ Xiaomi Brand Shop จะได้รับฟรี Mi TV P1 55″ มูลค่า 15,990 บาท โดยจำกัดแค่ 460 สิทธิ์เท่านั้น

มือถือ Xiaomi 11T Pro นับว่าเป็นมือถือ 5G ตัวแรงทั้งเรื่องกล้อง, ชิปประมวลผล และเทคโนโลยีการชาร์จ ที่คุ้มค่าสุดๆ เมื่อเทียบกับมือถือที่อยู่ในช่วงระดับราคาเดียวกัน และสำหรับ 11T เองก็ไม่ได้เป็นรองแต่อย่างใดโดยมีจุดต่างที่สเปคบางจุดอย่างการใช้ชิป MediaTek Dimensity 1200-Ultra ที่เป็นสถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 6 นาโนเมตร หรือการมีชาร์จไว 67W Wired Turbo Charging ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่อยากได้มือถือ 5G ที่ราคาที่จับต้องง่ายกว่ารุ่น Pro

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners