Facebook แนะวิธีสังเกตข่าวปลอมด้วยตัวเองเกี่ยวกับโควิด-19 ฉบับ We Think Digital Thailand

โดย ameminew | 31 มีนาคม 2563 เมื่อ 14:10 น. | อ่าน 50
We Think Digital Thailand

Facebook มุ่งมั่นทำงานเพื่อช่วยให้ผู้คนได้ติดต่อและเชื่อมต่อกันอย่างมีความหมายบนสังคมออนไลน์ที่มีความน่าเชื่อถือและปลอดภัย ในขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้กระจายไปยังทั่วโลก จึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่งกว่าที่เคยเป็นมาที่ผู้บริโภคชาวไทยต้องรู้เท่าทันและรับข่าวสารที่ถูกต้อง รู้จักพิจารณาข้อมูลต่างๆ ที่แชร์กันบนโลกออนไลน์ ข้อมูลที่ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบและไม่เป็นความจริงสามารถก่อให้เกิดความสับสนได้ และที่ร้ายแรงที่สุดคืออาจก่อให้เกิดความหวาดกลัวและความตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น

Facebook พร้อมรับมือเพื่อป้องกันการเผยแพร่ข่าวปลอม เพื่อช่วยให้ทุกคนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยร่วมมือกับพันธมิตรด้านการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ ตลอดถึงการประสานงานกับองค์การอนามัยโลกและองค์กรต่างๆ มากมาย ที่ได้รับความเชื่อถือ ในการเชื่อมผู้ใช้งานเข้ากับเนื้อหาที่เป็นการให้ความรู้ โดยจะปรากฏอยู่ด้านบนสุดของ News Feed นอกจากนี้ Facebook ได้วางแผนเปิดตัวศูนย์ข้อมูลโควิด-19 ในประเทศไทยเร็วๆ นี้

หากมีการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับโควิด-19 บน Facebook แพลทฟอร์มจะมีการนำเสนอข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ อาทิ เว็บไซต์องค์การอนามัยโลก หรือหน่วยงานสาธารณสุขท้องถิ่นของประเทศนั้นๆ ในประเทศไทย Facebook จะแนะนำเว็บไซต์ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

We Think Digital Thailand

Facebook ตระหนักดีว่าสถานการณ์ปัจจุบันส่งผลให้ผู้คนแบ่งปันข่าวสารต่างๆ บนแพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลจากศึกษาของ YouGov ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดย Facebook ระบุว่าในประเทศไทย มีเพียงจำนวนร้อยละ 42 และร้อยละ 41 ของผู้ตอบแบบสอบถามบอกว่าพวกเขามั่นใจว่าตัวเองสามารถระบุข่าวปลอมและโปรไฟล์ปลอมได้ ตามลำดับ

เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานหลีกเลี่ยงการได้รับข้อมูลที่ไม่เป็นจริงและข่าวปลอมทั้งหลาย Facebook ประเทศไทยจึงได้เปิดตัวโครงการ We Think Digital Thailand ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ช่วยพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและการเป็นพลเมืองดิจิทัลที่ดีให้กับชาวไทย โดยครอบคลุมหัวข้อการเรียนรู้ต่างๆ เช่น อินเทอร์เน็ตคืออะไร ลายมือดิจิทัลของคุณ การเป็นนักคิดเชิงวิเคราะห์ รวมถึงเคล็ดลับการสังเกตข่าวปลอม หากท่านสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรม We Think Digital Thailand และโมดูลเรียนรู้ต่างๆ สามารถเยี่ยมชมไมโครไซต์ได้ที่ wethinkdigital.fb.com/th

ภายใต้หัวข้อเคล็ดลับการสังเกตข่าวปลอมนี้ Facebook ได้รวบรวมเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยให้ชาวไทยสังเกตข่าวปลอมบนโลกออนไลน์ได้รอบคอบยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างชุมชนดิจิทัลให้ได้รับข้อมูลและข่าวสารที่ครบถ้วนถูกต้องอีกด้วย

พวกเราทุกคนต่างต้องมีความรับผิดชอบในการช่วยลดการแพร่กระจายของข้อมูลที่ไม่เป็นจริง เพียงแค่ตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลที่เราแชร์นั้นเชื่อถือได้จริง

ขั้นตอนที่ 1: ตรวจสอบลักษะของโพสต์

สังเกตวิธีพาดหัวข่าว ข่าวปลอมส่วนใหญ่มักใช้คำพาดหัวข่าวที่เล่นกับอารมณ์ความรู้สึกหรือใช้เทคนิคเพื่อดึงดูดความสนใจ เช่น ใช้ภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด หรือการใช้เครื่องหมายอัศเจรีย์ (!) จำนวนมาก หัวข้อข่าวที่ใช้ถ้อยคำแบบสุดโต่งหรือกล่าวอ้างเกินความเป็นจริง มักมีแนวโน้มเป็นข่าวปลอม

พิจารณาชื่อของเว็บไซต์หรือที่อยู่ของเว็บไซต์ (URL) เว็บไซต์ที่น่าสงสัยส่วนมากมักพยายามลอกเลียนแบบจากเว็บไซต์จริงโดยแทรกจุดแตกต่างเล็กน้อยเข้าไปแทน เช่น การใช้ตัวไอพิมพ์ใหญ่ (I) เพื่อแทนตัวแอลพิมพ์เล็ก (l) หรือการใช้เลขศูนย์ (0) แทนตัวโอ (o) หากคุณไม่มั่นใจ ให้เปิดหน้าต่างเบราว์เซอร์ขึ้นมาใหม่ จากนั้นให้ไปที่เว็บไซต์จริงและลองเปรียบเทียบ URL ว่าน่าเชื่อถือหรือไม่

  • ในประเทศไทย ร้อยละ 71 ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่าพวกเขาอ่านบทความจนจบก่อนที่จะแชร์ต่อ

ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสอบเว็บไซต์

เมื่อคุณตัดสินใจกดลิ้งก์แล้ว ให้วิเคราะห์ลักษณะหน้าเพจของบทความ ตรวจสอบชื่อของผู้เขียนแล้วค้นหาข้อมูลดูว่ามีความน่าเชื่อถือหรือไม่ โดยอาจพิจารณาจากบทความอื่นๆ ที่เขียนขึ้นโดยผู้เขียนคนเดียวกัน แนะนำให้อ่านข้อมูลในส่วน “เกี่ยวกับเรา” บนหน้าเว็บไซต์นั้นๆ เพื่อทำความรู้จักเว็บไซต์หรือองค์กรนั้นให้มากขึ้น

เคล็ดลับเพิ่มเติม

  • บ่อยครั้งที่ข่าวปลอมส่วนใหญ่จะใส่วันที่คลาดเคลื่อน สะกดคำผิด จัดวางข้อความแปลกๆ รวมถึงใช้รูปหรือวิดีโอที่ถูกปรับแต่ง ในบางครั้งรูปภาพนั้นอาจเป็นรูปภาพจริง แต่ถูกนำมาเปลี่ยนแปลงบริบท คุณสามารถค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับภาพนั้นเพิ่มเติมเพื่อยืนยันถึงที่มาของภาพนั้น

ขั้นตอนที่ 3: สังเกตบุคคลอ้างอิงในบทความ

หากบทความมีการกล่าวอ้างอิงหรือยกคำพูดของผู้เชี่ยวชาญมา แต่ไม่มีการกล่าวชื่ออย่างชัดเจน เช่น “ผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่งกล่าวว่า…” ในกรณีนี้ อาจบ่งบอกได้ว่าบทความดังกล่าวเป็นข่าวปลอม แนะนำให้ตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลอีกครั้งเพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่ผู้เขียนกล่าวถึงนั้นเป็นความจริง โดยอาจดูเพิ่มเติมจากบทความหรืองานศึกษาอื่นๆ

ขั้นตอนที่ 4: เปรียบเทียบจากการพาดหัวข่าวและแหล่งข้อมูลอื่นๆ

ลองดูแหล่งข่าวอื่นว่ามีการรายงานข่าวเดียวกันหรือไม่ และตรวจสอบจากแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น ข้อมูลจากการองค์การอนามัยโลก (WHO) หรือจากกระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น ข้อมูลจะมีแนวโน้มความน่าเชื่อถือมากขึ้นหากมีแหล่งข่าวจำนวนมากรายงานถึง

ขั้นตอนที่ 5: รับฟังข้อมูลอย่างเป็นทางการล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 จากองค์กรด้านสุขภาพและอนามัยของท้องถิ่นและนานาชาติเท่านั้น

ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจได้ว่าคุณกำลังอ่านและแชร์ข้อมูลที่ถูกต้องและได้รับการยืนยันแล้ว โดยสามารถติดตามการเคลื่อนไหวได้จากองค์กรดังต่อไปนี้

ท้ายที่สุดแล้ว ชาวไทยทุกคนต่างต้องรู้จักการคิดเชิงวิเคราะห์เพื่อประเมินข้อมูลต่างๆ ที่ปรากฏบนแพลตฟอร์มออนไลน์ และเลือกแชร์เฉพาะข่าวที่มั่นใจได้แน่นอนว่ามีความน่าเชื่อถือเท่านั้น โดยใช้หลักการทั้งหมดด้านบนที่ได้แนะนำไป

หากพบโพสต์ใดๆ ที่นำเสนอเรื่องราวและข่าวปลอม อย่าลังเลที่จะกดรายงาน โดยคลิกที่เครื่องหมายจุดเล็กๆ 3 จุด (…) ที่ด้านมุมขวาบนของโพสต์ จากนั้นกด ค้นหาการสนับสนุนหรือรายงานโพสต์ และคลิกที่ ข่าวปลอม

สามารถไปที่ศูนย์ช่วยเหลือของ Facebook เพื่อดูรายละเอียดการรายงานโพสต์ต่างๆ ได้ที่ https://www.facebook.com/help/1380418588640631/

สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับสังเกตข่าวปลอม สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/help/188118808357379

About Author

ameminew

ameminew

Partners