[Review] Vivo Y17 รุ่นเล็กคุ้มราคา กล้องหลัง 3 ตัว แบตอึด 5000mAh มีชาร์จไว

โดย nineFangKhaoW | 15 พฤษภาคม 2562 เมื่อ 23:11 น. | อ่าน 1,983

สมาร์ทโฟนน้องเล็กสเปกครบครันรุ่นล่าสุดของตระกูล Y Series จาก Vivo ซึ่งมาพร้อมกับความน่าสนใจทั้งกล้องหลัง AI Triple Camera รุ่นแรกของตระกูล ที่ผสานโซลูชั่น AI เพื่อยกระดับประสบการณ์ด้านการถ่ายภาพ รวมทั้งแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5000mAh และมีระบบชาร์จไว ตลอดจนดีไซน์ที่สวยโดดเด่นในราคาเปิดตัวแบบสุดคุ้มเพียง 6,999 บาท

ตัวแพ็กเกจ Vivo Y17 ที่ด้านหน้ากล่องระบุชื่อรุ่นไว้อย่างชัดเจน พร้อมกับระบุหน่วยความจำ RAM / ROM ที่มุมบนขวาของกล่อง ส่วนด้านหลังจะบอก 3 ไฮไลท์หลักของรุ่นนี้ก็คือ กล้องหลัง 3 ตัว AI Triple Camera แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5000mAh และเทคโนโลยีชาร์จไว Dual-Engine Fast Charging

แกะกล่อง Vivo Y17 ออกมาจะพบกับตัวเครื่องและอุปกรณ์มาตรฐานที่ประกอบด้วย

  • อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ 5V-2A
  • สายชาร์จแบบ Micro USB 2.0
  • เคสซิลิโคนใส
  • ฟิล์มกันรอย (ติดมาให้แล้ว)
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานและใบรับประกัน

Vivo Y17 มาพร้อมกับหน้าจอ Halo FullView Display ขนาด 6.35 นิ้ว ความละเอียด 1544 × 720 (HD+) อัตราส่วน 19.3:9 ชนิดจอเป็น IPS LCD สีสันสดใสคมชัด ดีไซน์แบบไร้ขอบที่มีรอยบากแบบหยดน้ำ ทำให้มีพื้นที่ในการแสดงผลค่อนข้างเกือบ ๆ ชิดขอบตัวเครื่อง หรือคิดเป็นสัดส่วนหน้าจอสูงถึง 89% จึงสามารถสนุกไปกับการเล่นเกม หรือเพลิดเพลินกับการดูวิดีโอได้แบบเต็มจอ

บริเวณด้านบนของหน้าจอจะมีกล้องหน้าสำหรับเซลฟี่ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ที่ฝังอยู่ในรอยบากแบบหยดน้ำ และเหนือขึ้นไปจะเป็นลำโพงสำหรับสนทนา

ส่วนบริเวณด้านล่างของหน้าจอจะเป็นปุ่มย้อนกลับ ปุ่มโฮม และปุ่มเมนูแบบสัมผัสบนจอ

ถัดมาที่ด้านหลังตัวเครื่อง มีการดีไซน์โดยใช้วัสดุที่เป็นกระจกให้ความรู้สึกดูพรีเมี่ยม ซึ่งบริเวณด้านหลังนี้จะประกอบด้วย กล้องถ่ายรูปแบบ 3 ตัว AI Triple Camera ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล + 8 ล้านพิกเซล + 2 ล้านพิกเซล พร้อมกับไฟแฟลช LED ถัดมาเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และโลโก้ Vivo ช่วงด้านล่างของตัวเครื่อง

Vivo Y17 จะมี 3 สีสันให้เลือก ได้แก่ Mineral Blue (สีฟ้า) และ Mystic Purple (สีม่วง) โดยเครื่องที่ได้รับมารีวิวในครั้งนี้ก็จะเป็นสี Mineral Blue นั่นเอง ซึ่งการดีไซน์มีการไล่ระดับเฉดสีที่ทำออกมาได้สวยงามโดดเด่นและมีมิติเปล่งประกายเมื่อโดนแสง

ขอบรอบตัวเครื่องทั้ง 4 ด้าน เริ่มจากขอบด้านบนจะเป็นส่วนเดียวที่ไม่มีอะไรเลย แต่ที่ขอบด้านล่างจะประกอบด้วยช่องเสียบหูฟังแบบ 3.5 มิลลิเมตร ไมโครโฟนสำหรับการสนทนาโทรศัพท์ ช่องเสียบสายชาร์จแบบ Micro USB 2.0 และลำโพง

ส่วนขอบด้านข้างฝั่งขวาจะมีปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่องหรือล็อกหน้าจอ อีกทั้งปุ่มกดสำหรับเพิ่ม/ลดเสียง ขณะที่ฝั่งซ้ายก็จะมีเพียงช่องใส่ถาดซิมการ์ด

โดยถาดใส่ซิมของ Vivo Y17 จะเป็นชนิดที่สามารถใส่ซิมนาโนทั้ง 2 ซิม และ Micro SD Card ได้แบบพร้อมกันทั้งหมดบนถาดเดียวกัน นั่นจึงไม่ต้องเลือกเหมือนกับถาดแบบไฮบริด ที่จะต้องเลือกว่า Slot 2 นั้นจะใส่เป็นซิมหรือเพิ่มหน่วยความจำ Micro SD Card สำหรับการรองรับสัญญาณคือสามารถใช้งานเครือข่าย 4G ได้ทั้ง 2 ซิม และสามารถเพิ่มหน่วยความจำ Micro SD Card ได้สูงสุด 256GB

Vivo Y17 รันด้วย Funtouch OS 9 ที่ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie สำหรับหน้าตา UI และพวกบรรดาเมนูการตั้งค่าต่าง ๆ นั้น ก็ยังเป็นรูปแบบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ทั่วไปคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก

ขณะที่ขุมพลังภายในของรุ่นนี้อัดมาด้วยชิปประมวลผล MediaTek Helio P35 Octa-core 2.3GHz พร้อมทั้ง RAM 4GB และ ROM 64GB ช่วยให้ใช้งานหลาย ๆ แอปพลิเคชันพร้อมกันได้อย่างไหลลื่น แบตเตอรี่ที่ให้มาแบบใช้งานได้แบบเหลือๆ เพียงพอตลอดวันด้วยความจุถึง 5000mAh พร้อมรองรับ Dual-Engine Fast Charging ที่สามารถชาร์จได้เร็วยิ่งขึ้น พร้อมระบบป้องกันความปลอดภัยถึง 9 ชั้น

เรื่องความปลอดภัยนอกจากจะมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแล้ว ยังมีเทคโนโลยีปลดล็อกด้วยใบหน้ามาให้ด้วยเช่นกัน ส่วนการเรียกใช้งานเมนูลัดจะเปิดโดยการปัดขึ้นจากขอบด้านล่างของหน้าจอ และสามารถปรับตั้งค่าเมนูลัดต่าง ๆ ได้ตามความต้องการ

สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ ของ Vivo จะมีผู้ช่วยอัจฉริยะที่เรียกว่า Jovi มาให้ ซึ่งจะเข้าใจความต้องการและเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้งานด้วยเทคโนโลยี AI โดยจะคอยช่วยเหลือได้ในหลาย ๆ ด้าน เช่น การถ่ายภาพ, Jovi Smart Scene หน้าต่างสำหรับแจ้งเตือนข้อมูลต่าง ๆ หรือสกอร์การแข่งขันกีฬาตามความสนใจของผู้ใช้ หรือจะเป็นการค้นหาสิ่งของสำหรับการช้อปปิ้งออนไลน์จากรูปภาพ เป็นต้น

ใน Vivo Y17 มีฟีเจอร์การใช้งานอัจฉริยะมาให้แน่นเลยทีเดียว เช่น การวาดหน้าจอตามที่กำหนดเพื่อเข้าสู่เมนูที่ต้องการ การเปิด/ปิดหน้าจอแบบอัจฉริยะ การโทรอัจฉริยะ หรือการสะท้อนหน้าจอและไฟล์มีเดียภายในเครื่องไปยังอุปกรณ์ชนิดอื่น ๆ

การแบ่งหน้าจอเพื่อเปิดใช้งานแอปพลิเคชันหลายแอปฯ พร้อมกัน แน่นอนว่า Vivo Y17 สามารถทำได้ อีกทั้งหนึ่งในฟีเจอร์สำคัญที่ให้มาก็คือการโคลนแอปฯ โดยสามารถโคลนแอปฯ ประเภทโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เช่น LINE, Facebook, Instagram ฯลฯ เพื่อใช้งานเพิ่มได้อีก 1 บัญชี เหมาะสำหรับคนที่มีหลายบัญชี แต่ไม่อยากพกโทรศัพท์หลาย ๆ เครื่องนั่นเอง

Vivo Y17 มีเครื่องมือสำหรับการจัดการภายในเครื่องที่ค่อนข้างจัดการส่วนต่าง ๆ ได้ครบ ทั้งการล้างพื้นที่เก็บข้อมูลเพื่อเพิ่มพื้นที่ว่าง การสแกนไวรัส การตรวจสอบการใช้ข้อมูล และยังรวมไปถึงการจัดการแอปพลิเคชันด้วยนั่นเอง

ผลการทดสอบประสิทธิภาพด้วยแอปฯ AuTuTu Benchmark v7.2.0 ได้คะแนนรวมไป 87583 คะแนน ส่วน Geekbench 4 แบบ Single-Core ได้คะแนน 902 คะแนน / Multi-Core ได้คะแนน 4251 คะแนน

ลองทดสอบด้วยการเล่นเกมต่าง ๆ หลากหลายแนวก็ค่อนข้างลื่นไหลดี ส่วนเรื่องภาพกราฟิกในเกมก็อยู่ในระดับที่สวยงามใช้ได้ ในขณะที่เกมฮิต PUBG MOBILE อาจจะตั้งค่าความละเอียดกราฟิกสูงไม่ได้ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร เพราะยังสามารถเล่นได้แบบสบาย ๆ และสมูทดีอยู่เช่นกัน

เรื่องการเล่นเกม Vivo Y17 จะมีฟีเจอร์ Ultra-Game Mode ที่ถูกออกแบบมาเพื่อความสนุกในการเล่นเกมได้อย่างเต็มที่ ทั้งการใช้ Competition Mode เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น และ Dual-Turbo โหมดที่จะช่วยเพิ่มความเร็วของเกม และลดปัญหาเฟรมเรตตก นอกจากนี้ยังมีตัวจัดการที่ช่วยให้การเล่นเกมไม่ถูกขัดจังหวะจากการแจ้งเตือน หรือสายโทรเข้าต่าง ๆ อีกด้วย

ถึงตรงนี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ Vivo Y17 นั่นคือเรื่องกล้องถ่ายภาพ โดยไฮไลท์อยู่ที่กล้องหลัง 3 ตัว AI Triple Camera ที่ประกอบด้วย กล้องตัวหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล + กล้อง Super Wide-Angle Camera ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้อง Dept Camera ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ส่วนรูรับแสงคือ f/2.2 + f/2.2 + f/2.4

โดยกล้องทั้ง 3 ตัวนี้จะประสานการทำงานร่วมกันในการถ่ายภาพให้ออกมาสวยและคมชัด ทั้งเทคโนโลยี AI Super Wide-Angle Camera ยังสามารถถ่ายภาพได้กว้างขึ้นกว่าเดิมถึง 120 องศา ทำให้ถ่ายภาพในมุมที่กว้างได้มากขึ้น

ส่วนกล้องหน้าให้มาเป็นกล้องตัวเดียว ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 สามารถเก็บรายละเอียดของภาพได้อย่างครบถ้วน พร้อมด้วย AI Face Beauty ที่สามารถปรับแต่งรูปภาพได้อัตโนมัติ เพื่อให้ภาพออกมาสวยงามที่สุด โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาปรับแต่งให้ยุ่งยาก

ส่วนโหมดการถ่ายรูปที่มีมาให้ประกอบด้วยถ่ายแบบปกติ วิดีโอ คลิป พาโนรามา ใบหน้าสวย DOC และมืออาชีพ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่มีอะไรซับซ้อนมากนัก ใช้ง่ายและถ่ายได้สนุกพอสมควร ตลอดจนลูกเล่นอื่น ๆ ที่ใส่มาให้ครบครัน อาทิ ฟิลเตอร์ ถ่ายหน้าชัดหลังเบลอ หรือ Live photo

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ Vivo Y17

สรุปข้อมูลสเปกของ Vivo Y17

  • สัดส่วนตัวเครื่อง 159.43 × 76.77 × 8.92 มิลลิเมตร หนัก 190.5 กรัม
  • หน้าจอ Halo FullView Display ขนาด 6.35 นิ้ว ความละเอียด 1544 × 720 (HD+) อัตราส่วน 19.3:9
  • ชิปเซต MediaTek Helio P35 Octa-core 2.3GHz
  • หน่วยความจำ RAM 4GB / ROM 64GB รองรับ Micro SD Card สูงสุด 256GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว 13 ล้านพิกเซล + 8 ล้านพิกเซล + 2 ล้านพิกเซล, รูรับแสง f/2.2 + f/2.2 + f/2.4
  • กล้องหน้าเซลฟี่ 20 ล้านพิกเซล, รูรับแสง f/2.0
  • รองรับการการเชื่อมต่อ Micro USB 2.0, Wi-Fi 2.4GHz + 5GHz, Bluetooth 5.0, GPS, OTG
  • รองรับ 2 นาโนซิม และ 1 Micro SD Card
  • แบตเตอรี่ 5000mAh รองรับ Dual-Engine Fast Charging
  • ระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 9 บนพื้นฐาน Android 9.0 Pie
  • มีระบบสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง และระบบสแกนใบหน้า
  • สีที่วางจำหน่าย Mineral Blue (สีฟ้า) และ Mystic Purple (สีม่วง)
  • ราคาจำหน่าย 6,999 บาท

โดยสรุปแล้วก็ต้องบอกว่าVivo Y17 รุ่นนี้เป็นอีกหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียว สำหรับคนที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนสเปกครบครัน ใช้งานฟังก์ชั่นต่าง ๆ ได้แบบเต็มที่ ในราคาที่เอื้อมถึงได้ง่ายหรือในเรตไม่เกิน 7,000 บาท และถ้ายิ่งเน้นในเรื่องถ่ายรูปสวย หน้าจอใหญ่ ๆ ดีไซน์สวย และได้แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้อย่างยาวนานตลอดทั้งวันด้วยแล้ว Vivo Y17 รุ่นนี้น่าจะตอบโจทย์ได้อย่างแน่นอน

About Author

nineFangKhaoW

nineFangKhaoW