[Review] Vivo Y12 รุ่นเล็กสเปกเด่น จอใหญ่ 6.35 นิ้ว แบตอึด 5000mAh กล้องหลัง AI 3 เลนส์

โดย nineFangKhaoW | 26 กรกฎาคม 2562 เมื่อ 11:00 น. | อ่าน 311

สมาร์ทโฟนน้องเล็กอีกหนึ่งรุ่นล่าสุดของตระกูล Y Series จาก Vivo หลังจากก่อนหน้านี้ที่เพิ่งเปิดตัว Vivo Y17 ไปได้ไม่นาน และในส่วนของ Vivo Y12 นี้ก็มาพร้อมกับสเปกที่น่าสนใจไม่แพ้กันเลย ทั้งหน้าจอขนาดใหญ่ 6.35 นิ้ว แบตเตอรี่สุดอึดความจุ 5000mAh พร้อมทั้งกล้องหลัง 3 เลนส์ AI Triple Camera ในราคาเปิดตัวมา 5,000 บาทมีทอน

ตัวแพ็กเกจ Vivo Y12 ที่ด้านหน้ากล่องระบุชื่อรุ่นไว้อย่างชัดเจน พร้อมกับระบุหน่วยความจำ RAM / ROM ที่มุมบนขวาของกล่อง ส่วนด้านหลังจะบอก 3 ไฮไลท์หลักของรุ่นนี้ก็คือ กล้องหลัง 3 เลนส์ AI Triple Camera แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5000mAh และหน้าจอ Halo FullView Display ขนาดใหญ่ 6.35 นิ้ว

แกะกล่อง Vivo Y12 สิ่งที่อยู่ข้างในจะประกอบด้วย

  • ตัวเครื่อง Vivo Y12
  • อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ 5V-2A
  • สายชาร์จแบบ Micro USB 2.0
  • เคสซิลิโคนใส
  • ฟิล์มกันรอย (ติดมาให้แล้ว)
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานและใบรับประกัน

ต้องบอกว่า Vivo Y12 เป็นเหมือนฝาแฝดพี่น้องกับ Vivo 17 เลย เพราะมีขนาดของหน้าจอและตัวเครื่องเท่ากัน โดยมาพร้อมกับหน้าจอ Halo FullView Display ขนาด 6.35 นิ้ว ความละเอียด 1544 × 720 (HD+) อัตราส่วน 19.3:9 ชนิดจอเป็น IPS LCD สีสันสดใสคมชัด ดีไซน์แบบไร้ขอบที่มีรอยบากแบบหยดน้ำ ทำให้มีพื้นที่ในการแสดงผลค่อนข้างเกือบ ๆ ชิดขอบตัวเครื่อง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนหน้าจอสูงถึง 89% จึงสามารถสนุกไปกับการเล่นเกม หรือเพลิดเพลินกับการดูวิดีโอได้แบบเต็มจอ

บริเวณด้านบนของหน้าจอจะมีกล้องหน้าสำหรับเซลฟี่ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ที่ฝังอยู่ในรอยบากแบบหยดน้ำ และเหนือขึ้นไปจะเป็นลำโพงสำหรับสนทนา ส่วนบริเวณด้านล่างของหน้าจอจะเป็นปุ่มนำทาง ที่ประกอบด้วยปุ่มย้อนกลับ ปุ่มโฮม และปุ่มเมนูแบบสัมผัสบนจอ

ถัดมาที่ด้านหลังตัวเครื่อง มีการดีไซน์โดยใช้วัสดุที่เป็นกระจกให้ความรู้สึกดูพรีเมี่ยม ซึ่งบริเวณด้านหลังนี้จะประกอบด้วย กล้องถ่ายรูปแบบ 3 เลนส์ AI Triple Camera ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล + 8 ล้านพิกเซล + 2 ล้านพิกเซล พร้อมกับไฟแฟลช LED ถัดมาเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และโลโก้ Vivo ช่วงด้านล่างของตัวเครื่อง

Vivo Y12 จะมีด้วยกัน 2 สีสันให้เลือก ได้แก่ Aqua Blue (สีฟ้า) และ Burgundy Red (สีแดง) โดยเครื่องที่ได้รับมารีวิวในครั้งนี้ก็จะเป็นสี Aqua Blue ซึ่งการดีไซน์มีการไล่ระดับเฉดสีโทนน้ำเงิน ๆ อมเขียวมรกต ที่ทำออกมาได้อย่างสวยงามโดดเด่นและมีมิติเปล่งประกายเมื่อโดนแสง

บริเวณขอบรอบตัวเครื่องทั้ง 4 ด้าน ก็จะไล่ระดับเฉดสีโทนเดียวกับตัวเครื่อง โดยที่ขอบด้านบนจะเป็นส่วนเดียวที่ไม่มีอะไรเลย ส่วนขอบด้านล่างจะประกอบด้วยช่องเสียบหูฟังแบบ 3.5 มิลลิเมตร ไมโครโฟนสำหรับการสนทนาโทรศัพท์ ช่องเสียบสายชาร์จแบบ Micro USB 2.0 และลำโพง

ส่วนขอบด้านข้างฝั่งขวาจะมีปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่องหรือล็อกหน้าจอ อีกทั้งปุ่มกดสำหรับเพิ่ม/ลดเสียง ขณะที่ฝั่งซ้ายก็จะมีเพียงช่องใส่ถาดซิมการ์ด

โดยถาดใส่ซิมของ Vivo Y12 นั้นจะเป็นชนิดที่สามารถใส่ซิมนาโนทั้ง 2 ซิม และ Micro SD Card ได้แบบพร้อมกันทั้งหมดบนถาดเดียวกัน จึงไม่ต้องเลือกเหมือนกับถาดแบบแบบไฮบริด ที่จะต้องเลือกว่า Slot 2 นั้นจะใส่เป็นซิมหรือเพิ่มหน่วยความจำ Micro SD Card สำหรับการรองรับสัญญาณคือสามารถใช้งานเครือข่าย 4G ได้ทั้ง 2 ซิม และสามารถเพิ่มหน่วยความจำ Micro SD Card ได้สูงสุด 256GB

Vivo Y12 รันด้วย Funtouch OS 9 ที่ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie สำหรับหน้าตา UI และพวกบรรดาเมนูการตั้งค่าต่าง ๆ นั้น ก็ยังเป็นรูปแบบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ทั่วไปคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว สามารถใช้งานได้ง่ายไม่ยุ่งยาก

ด้านขุมพลังภายในของรุ่นนี้อัดมาด้วยชิปประมวลผล MediaTek Helio P22 MT6762 Octa-core 2.0GHz พร้อมทั้ง RAM 3GB และ ROM 32GB ช่วยให้ใช้งานหลาย ๆ แอปพลิเคชันพร้อมกันได้อย่างลื่นไหล แบตเตอรี่ที่ให้มาแบบใช้งานได้แบบเหลือๆ เพียงพอตลอดวันด้วยความจุถึง 5000mAh

เรื่องความปลอดภัยนอกจากจะมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแล้ว ยังมีเทคโนโลยีปลดล็อกด้วยใบหน้ามาให้ด้วยเช่นกัน ส่วนการเรียกใช้งานเมนูลัดจะเปิดโดยการปัดขึ้นจากขอบด้านล่างของหน้าจอ และสามารถปรับตั้งค่าเมนูลัดต่าง ๆ ได้ตามความต้องการ

ชุดคำสั่งและรูปแบบของปุ่มนำทาง สามารถเลือกตั้งค่าลำดับของปุ่มหรือสีพื้นหลังของปุ่มได้ด้วย และอย่างที่ทราบกันว่าสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ ของ Vivo จะมีผู้ช่วยอัจฉริยะที่เรียกว่า Jovi มาให้ ซึ่งจะเข้าใจความต้องการและเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้งานด้วยเทคโนโลยี AI โดยจะคอยช่วยเหลือได้ในหลาย ๆ ด้าน เช่น การถ่ายภาพ, Jovi Smart Scene หน้าต่างสำหรับแจ้งเตือนข้อมูลต่าง ๆ หรือสกอร์การแข่งขันกีฬาตามความสนใจของผู้ใช้ หรือจะเป็นการค้นหาสิ่งของสำหรับการช้อปปิ้งออนไลน์จากรูปภาพ เป็นต้น

ใน Vivo Y12 มีฟีเจอร์การใช้งานอัจฉริยะมาให้เลือกใช้งานค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว เช่น การวาดหน้าจอตามที่กำหนดเพื่อเข้าสู่เมนูที่ต้องการ การเปิดเปิด/ปิดหน้าจอแบบอัจฉริยะ การโทรอัจฉริยะ หรือการสะท้อนหน้าจอและไฟล์มีเดียภายในเครื่องไปยังอุปกรณ์ชนิดอื่น ๆ เป็นต้น

การแบ่งหน้าจอเพื่อเปิดใช้งานแอปพลิเคชันหลายแอปฯ พร้อมกัน แน่นอนว่า Vivo Y12 สามารถทำได้ อีกทั้งหนึ่งในฟีเจอร์สำคัญที่ให้มาก็คือการโคลนแอปฯ โดยสามารถโคลนแอปฯ ประเภทโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เช่น LINE, Facebook, Instagram ฯลฯ เพื่อใช้งานเพิ่มได้อีก 1 บัญชี เหมาะสำหรับคนที่มีหลายบัญชี แต่ไม่อยากพกโทรศัพท์หลาย ๆ เครื่องนั่นเอง

ผลการทดสอบประสิทธิภาพด้วยแอปฯ AuTuTu Benchmark v7.2.2 ได้คะแนนรวมไป 78707 คะแนน ส่วน Geekbench 4 แบบ Single-Core ได้คะแนน 834 คะแนน / Multi-Core ได้คะแนน 3618 คะแนน

Vivo Y12 อาจจะไม่ใช้สมาร์ทโฟนที่มีสเปกแรงมาก ลองทดสอบเกมฮิต PUBG MOBILE อาจจะตั้งค่าความละเอียดกราฟิกสูงไม่ได้ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร เพราะยังสามารถเล่นได้แบบสบาย ๆ อยู่เช่นกัน

Vivo Y12 มีฟีเจอร์ Ultra-Game Mode ที่ถูกออกแบบมาเพื่อความสนุกในการเล่นเกมได้อย่างเต็มที่ ทั้งการใช้ Competition Mode เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น และ Dual-Turbo โหมดที่จะช่วยเพิ่มความเร็วของเกม และลดปัญหาเฟรมเรตตก นอกจากนี้ยังมีตัวจัดการที่ช่วยให้การเล่นเกมไม่ถูกขัดจังหวะจากการแจ้งเตือน หรือสายโทรเข้าต่าง ๆ อีกด้วย

พ่อแม่หรือผู้ปกครองที่มีบุตรหลานน่าจะถูกใจกับโหมดสำหรับเด็ก ซึ่งจะแยกออกจากโหมดปกติ และสามารถกำหนดระยะเวลาการใช้งานบนหน้าจอ กำหนดปริมาณดาต้าสำหรับใช้เล่นอินเทอร์เน็ต รวมทั้งดูพฤติกรรมการใช้งาน หรือควบคุมการเข้าถึงแอปพลิคชันและคอนเทนต์เฉพาะที่อนุญาตได้อีกด้วย

มาถึงเรื่องกล้องถ่ายภาพ ซึ่งไฮไลต์ของ Vivo Y12 คือการมาพร้อมกล้องหลัง 3 เลนส์ AI Triple Camera ที่ประกอบด้วย กล้องตัวหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล + กล้อง Super Wide-Angle Camera ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้อง Dept Camera ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ส่วนรูรับแสงคือ f/2.2 + f/2.2 + f/2.4

โดยกล้องทั้ง 3 ตัวนี้จะประสานการทำงานร่วมกันในการถ่ายภาพให้ออกมาสวยและคมชัด ทั้งเทคโนโลยี AI Super Wide-Angle Camera ยังสามารถถ่ายภาพได้กว้างขึ้นกว่าเดิมถึง 120 องศา ทำให้ถ่ายภาพในมุมที่กว้างได้มากขึ้น

ส่วนกล้องหน้าให้มาเป็นกล้องตัวเดียว ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 สามารถเก็บรายละเอียดของภาพได้อย่างครบถ้วน พร้อมด้วย AI Face Beauty ที่สามารถปรับแต่งรูปภาพได้อัตโนมัติ เพื่อให้ภาพออกมาสวยงามที่สุด โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาปรับแต่งให้ยุ่งยาก

ส่วนโหมดการถ่ายรูปที่มีมาให้ประกอบด้วยถ่ายแบบปกติ วิดีโอ พาโนรามา ใบหน้าสวย DOC และมืออาชีพ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่มีอะไรซับซ้อนมากนัก ใช้ง่ายและถ่ายได้สนุกในทุก ๆ โหมด ตลอดจนลูกเล่นอื่น ๆ ที่ใส่มาให้ครบครัน อาทิ ฟิลเตอร์ ถ่ายหน้าชัดหลังเบลอ ฯลฯ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ Vivo Y12

สรุปข้อมูลสเปกของ Vivo Y12

  • สัดส่วนตัวเครื่อง 159.43 × 76.77 × 8.92 มิลลิเมตร หนัก 190.5 กรัม
  • หน้าจอ Halo FullView Display ขนาด 6.35 นิ้ว ความละเอียด 1544 × 720 (HD+) อัตราส่วน 19.3:9
  • ชิปเซต MediaTek Helio P22 MT6762 Octa-core 2.0GHz
  • หน่วยความจำ RAM 3GB / ROM 32GB รองรับ Micro SD Card สูงสุด 256GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว 13 MP + 8 MP + 2 MP, รูรับแสง f/2.2 + f/2.2 + f/2.4
  • กล้องหน้าเซลฟี่ 8 MP, รูรับแสง f/1.8
  • รองรับการการเชื่อมต่อ Micro USB 2.0, Wi-Fi 2.4GHz+5GHz, Bluetooth 5.0, GPS, OTG
  • รองรับ 2 นาโนซิม และ 1 Micro SD Card
  • แบตเตอรี่ 5000mAh
  • ระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 9 บนพื้นฐาน Android 9.0 Pie
  • ระบบสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง และระบบสแกนใบหน้า
  • สีที่วางจำหน่าย Aqua Blue (สีฟ้า) และ Burgundy Red (สีแดง)
  • ราคาจำหน่าย 4,999 บาท

น่าสนใจมาก ๆ สำหรับ Vivo Y12 ในตัวเลือกของสมาร์ทโฟนสเปกดี ฟังก์ชั่นครบครัน ในราคาแบบเบา ๆ ไม่เกินงบ 5,000 บาท ด้วยความสามารถที่น่าจะตอบโจทย์ทุกความต้องการได้อย่างเต็มอรรถรส โดยเฉพาะจุดเด่นในหลาย ๆ เรื่องที่ได้กล่าวไปก็นับว่าคุ้มค่าเกินราคาค่าตัว และถ้ายิ่งเน้นในเรื่องถ่ายรูปสวย หน้าจอใหญ่ ๆ ดีไซน์ทันสมัย และได้แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้อย่างยาวนานตลอดทั้งวันด้วยแล้ว Vivo Y12 รุ่นนี้น่าจะตอบโจทย์ได้อย่างแน่นอน

About Author

nineFangKhaoW

nineFangKhaoW

Partners