vivo ส่ง X80 Series 5G เอาใจสายคอนเทนต์ เปิดตัวหนังสั้น ‘The Final Escape – ทางหนีไฟ’

โดย RingRangRung | 25 พฤษภาคม 2565 เมื่อ 17:36 น. | อ่าน 144

หลังจากที่ vivo เปิดตัวสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดอย่าง X80 Series 5G ล่าสุดก็ได้ตอกย้ำสโลแกน Cinematics. Redefined. กับโปรเจกต์ภาพยนตร์สั้นเรื่องแรก ‘The Final Escape – ทางหนีไฟ’ ที่ถ่ายทำด้วย vivo X80 Series 5G ทั้งเรื่องโดยไม่ใช้แอปพลิเคชันอื่นๆ เข้ามาช่วย

รีวิว VIVO X80 5G เรือธงพรีเมียมดีไซน์หรู สุดจัดเรื่องกล้องที่พัฒนาร่วมกับ ZEISS ดียิ่งกว่าเดิม

ภาพยนต์เป็นผลงานสร้างสรรค์และเขียนบทโดยผู้กำกับภาพยนตร์สยองขวัญมากฝีมือ ‘กอล์ฟ-ปวีณ ภูริจิตปัญญา’ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวภาพยนตร์แนวลึกลับเขย่าขวัญสะท้อนสังคมไทยในปัจจุบันและกฎแห่งกรรมผ่านเลนส์กล้องคุณภาพของ vivo X80 Series 5G ตลอดทั้งเรื่อง พร้อมได้นักแสดงหนุ่มเบอร์ต้นของเมืองไทยอย่าง ‘บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์’ มาเป็นนักแสดงนำในเรื่อง พร้อมนำขึ้นฉายบนจอโรงภาพยนตร์ ไอแมกซ์ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ เป็นครั้งแรก แสดงศักยภาพของคุณภาพวิดีโอที่เหนือขั้นกว่าที่เคย

The Final Escape – ทางหนีไฟ เป็นภาพยนตร์แนวระทึกขวัญ การถ่ายทำส่วนมากจึงเป็นฉากในที่มืด แต่ด้วยเทคโนโลยีการถ่ายวิดีโอบน X80 Series 5G มีการพัฒนาให้การถ่ายทำในที่แสงน้อยได้ดียิ่งขึ้น และยังจับมือกับ ZEISS ปรับปรุงฟีเจอร์การถ่ายให้มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ‘ZEISS Cinematic Video Bokeh’ ฟีเจอร์ที่ช่วยให้วิดีโอที่ถ่ายออกมามีความกว้างมากขึ้นเหมือนเอฟเฟกต์จากเลนส์ anamorphic ในอัตราส่วนภาพ 2.39:1

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติ ZEISS Superb Portrait ที่ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่เข้าไปอย่าง ZEISS Cinematic Style Bokeh ที่ช่วยสร้างเอฟเฟกต์แสงแฟลร์สำหรับภาพถ่ายให้ภาพออกมาเสมือนภาพจากฟิล์มบนจอภาพยนตร์ พร้อมฟีเจอร์ Pure Night View ช่วยทำให้ภาพวิดีโอที่ถ่ายทำออกมามีความคมชัดทุกสภาพแสงอย่างสมจริง พร้อมด้วยเทคโนโลยี AI Deglare และ RAWHDR ที่ vivo ได้พัฒนาคุณสมบัติการถ่ายภาพกลางคืนมาจาก ZEISS Superb Night Camera

กล้องหลังของ vivo X80 Pro 5G มีทั้งหมด 4 ตัว โดยกล้องหลักมีความละเอียดที่ 50MP มาพร้อมกับเซนเซอร์ Ultra-Sensing GNV และ Gimbal Stabilization, กล้อง Wide-Angle ความละเอียด 48MP, กล้อง Portrait ความละเอียด 12MP และกล้อง Periscope ความละเอียด 8MP

ในขณะที่รุ่น vivo X80 5G จะใช้ระบบกล้องหลัง 3 ตัว กล้องหลักความละเอียด 50MP ที่มาพร้อม Ultra-Sensing Sensor กล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 12MP และกล้อง Portrait 12MP ในขณะที่กล้องหน้าของ vivo X80 Series 5G ทั้งสองรุ่นมีความละเอียด 32MP

นอกจากนี้ vivo X80 Series 5G ยังมีการออกแบบที่บางเบามีชิปประมวลผลภาพ vivo V1+ ที่พัฒนาขึ้นโดย vivo ด้วยระบบ AI ในตัวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพภาพถ่ายระดับมืออาชีพ อีกทั้งในรุ่น X80 Pro มีคุณสมบัติ AI Video Enhancement เข้ามาเสริมเพื่อช่วยให้อุปกรณ์สามารถสลับโหมดระหว่างวิดีโอ HDR และโหมดกลางคืนได้โดยอัตโนมัติอีกด้วย ทำให้มั่นใจได้ว่าภาพถ่ายวิดีโอที่ออกมานั้นจะมีความโดดเด่นในทุกสภาพแสง

ในปีนี้ vivo ยังคงเป็นผู้ร่วมสนับสนุนอย่างเป็นทางการของการแข่งขันฟุตบอลระดับโลก FIFA World Cup เป็นสมัยที่ 2 ตั้งแต่ปี 2018 จนถึงครั้งล่าสุดกับ FIFA World Cup Qatar 2022 ในช่วงปลายปีนี้

vivo X80 Series 5G มีให้เลือกทั้งหมดสองสี ได้แก่ Cosmic Black และ Urban Blue โดย vivo X80 Pro 5G จำหน่ายในราคา 39,999 บาท และ vivo X80 5G จำหน่ายในราคา 29,999 บาท

ทั้งสองรุ่นพร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศในวันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม 2565 ณ vivo Brand Shop ทุกสาขา ตัวแทนจำหน่ายชั้นนำทั่วประเทศ นอกจากนี้ vivo fans เตรียมรับชมภาพยนตร์สั้น ‘The Final Escape – ทางหนีไฟ’ บนช่องทางเฟสบุ๊ก และยูทูบของ vivo Thailand ในวันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน 2565 นี้

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners