รีวิว Vivo X50 Pro 5G สมาร์ทโฟนที่มากับนวัตกรรมกล้อง Gimbal ตัวแรกของโลก

โดย oatciiz | 9 กันยายน 2563 เมื่อ 21:28 น. | อ่าน 740

มาถึงประเทศไทยอย่างเป็นทางการซะทีกับ Vivo X50 Pro 5G ที่หลายคนตั้งตารอคอย จุดเด่นคือนวัตกรรมกล้อง Gimbal รุ่นแรกของโลกที่กันสั่นได้ดีทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ซึ่งหลังจากที่ทำการทดสอบและเล่นแล้วต้องยอมรับเลยว่าการถ่ายภาพมาแบบเหนือชั้นจริงๆ

Vivo X50 Pro 5G ดีไซน์พรีเมียมกว่าที่เคย

การออกแบบดีไซน์ของ Vivo X50 Pro 5G ดูพรีเมียมอย่างเห็นได้ชัด วัสดุฝาหลังเป็นแบบด้านสัมผัสแล้วให้ความรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเพราะส่วนตัวชอบฝาหลังแบบด้านมากกว่ากระจกแบบเงา สีที่วางจำหน่ายคือ Alpha Gray เล่นแสงสีได้อย่างสวยงามตามสไตล์ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากองค์ประกอบทางธรรมชาติ

ดีไซน์โดยรวมของ Vivo X50 Pro 5G ให้หน้าจอมาแบบ Ultra O Screen เป็นหน้าจอโค้ง 3D ขนาด 6.56 นิ้ว กับรูกล้องขนาดเล็กเพียง 3.96 มม. อีกทั้งในรุ่นนี้ยังรอบรับ HDR 10+ แล้วด้วยดังนั้นเรื่องสีสันไม่ต้องพูดถึงเลยดูสดใสและคมแน่นอน ที่สำคัญยังให้จอ 90 Hz มาด้วย เพิ่มความลื่นไหลขณะใช้งานได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเลื่อนไปหน้าต่างไหนก็ แอปอะไร ก็ไม่มีสะดุด

ด้านขวาของตัวเครื่องมีปุ่มปรับระดับเสียงมาให้ซึ่งข้างๆกันมีปุ่ม Power ส่วนด้านล่างจะมีถาดซิม พอร์ตชาร์จแบบ Type-C และเป็นตำแหน่งของลำโพง ขณะที่ด้านบนของเครื่องมีรายละเอียดเล็กๆน้อยด้วยดีไซน์แบบสร้อยคอโชคเกอร์สกรีนคำว่า “5G Professional Photography” แบบสะท้อนแสง

สำหรับไฮไลต์ของรุ่นนี้อย่างเรื่องกล้องนั้น มากับโมดูลกล้องรูปทรงสี่เหลี่ยสีดำ ประกอบด้วย 4 เลนส์คือ เลนส์หลักความละเอียด 48MP ใช้เซ็นเซอร์ IMX598 ที่ออกแบบมาเพื่อรุ่นนี้โดยเฉพาะ มีรูรับแสงขนาดใหญ่ถึง F/1.6 และถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีผ่าน AI Super Night เวอร์ชั่นล่าสุดหรือในกรณีที่ในสภาพแวดล้อมมืดมาก Vivo X50 Pro จะปรับค่าความสว่าง 0 Lux ด้วยระบบของกล้องที่ให้มา ทั้งหมดนี้ทำงานผสานกับนวัตกรรม Gimbal ที่จะผลักกล้องไปยังทิศทางตรงกันข้ามเมื่อตรวจจับถึงความเคลื่อนไหวทำให้แม้เปิดรูรับแสงกว้างก็ยังจับภาพได้ทันและคมชัด

ต่อมาเป็นเลนส์ Super Wide-Angle ความละเอียด 13MP, เลนส์ Portrait ความละเอียด 13MP และสุดท้ายคือเลนส์ Periscopic Telephoto Camera ความละเอียด 8MP

ส่วนอุปกรณ์ภายในกล่องจะมีเคสใส 1 ชิ้น, สายชาร์จ USB-A to Type-C สีขา, Adaptor ชาร์จสีขาวรองรับ Vivo FlashCharge 2.0 ชาร์จไว 33 W. และหูฟังแบบ In-Ear

Vivo X50 Pro 5G จับสัญญาณ 5G แบบรอบทิศทาง 3D Surround Atenna System ทำให้ปัญหาเรื่องสัญญาณต่ำหมดไป เพียงแค่อยู่ในพื้นที่บริการก็ใช้งานความเร็วระดับ 5G ได้

Vivo X50 Pro 5G กล้องจัดว่าเด็ดจริง

มาถึงช่วงเวลาอันสำคัญที่ต้องบอกว่าผู้เขียนภูมิใจนำเสนอนั่นก็คือเรื่องกล้อง กล้องในตระกูล V-Series ที่เคยว่าดีแล้ว ในตอนนี้ Vivo X50 Pro 5G กลับทำได้ดีขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูปบุคคล, การถ่ายในที่แสงน้อย, การซูม 60 เท่า และที่ขาดไม่ได้อย่างการถ่าย VDO ด้วยนวัตกรรมกล้อง Gimbal

ประเดิมกันที่ไฮไลต์อย่างการถ่าย VDO กันเลย ตามที่กล่าวไปข้างต้นครับว่าการทำงานของกล้อง Gimbal บนสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกหลักการทำงานคือจะใช้กลไกผลักดันกล้องไปยังทิศทางตรงกันข้ามเพื่ลดการสั่นไหว ซึ่งรุ่นนี้ทำได้มากสุดถึง บวกลบ 3 องศา ทำได้มากกว่า OIS ที่ทำได้เพียงบวกลบ 1.3 องศา ดังนั้นการเคลื่อนไหวขณะถ่ายจะทำได้อย่างอิสระมากขึ้น

จากตัวอย่างเป็นการถือกล้องมือเปล่าและถ่ายคนแบบมีการเคลื่อนไหวทั้งตัวสมาร์ทโฟนเองและตัวนางแบบ ด้วยความที่ Vivo มีการใส่ AI ในการตรวจจับวัตถุเพื่อติดตาม ทำให้ระยะการโฟกัสไม่หลุดง่ายๆ หลักการทำงานคือโฟกัสดวงตาของบุคคล แต่หากไม่มีดวงตา AI จะจับที่ใบหน้าแทน และเมื่อไม่มีใบหน้า AI ก็จะจับที่ร่างกายในเฟรมแทน ทำให้ไม่ว่าจะเคลื่อนตัวไปทางไหนโฟกัสก็จะตามไปแบบอัตโนมัติ

ในยุคที่การทำคอนเทนต์หลากหลาย Vivo ไม่ลืมที่จะใส่การตัดต่อด้วย AI อัตโนมัติ ทุกอย่างจบได้ในแตะเดียว VDO จะถูกประมวลผลออกมาพร้อมแชร์สู่โลกโซเชียลแบบเก๋ๆตามตัวอย่าง โดยจะเลือกทั้งธีม VDO เพลง และฟิลเตอร์ให้เข้ากับ VDO ที่เราถ่ายมา

ส่วนการถ่ายภาพนิ่งสิ่งแรกที่โดดเด่นขอยกให้การถ่าย Portrait Mode ทั้งหมดถูกถ่ายด้วยเลนส์ Portrait ให้ระยะมาที่ 50 มม. ซึ่งกำลังดี

จากตัวอย่างเราทำการทดสอบถ่ายภาพ Portrait Mode ด้วยกล้องหลังแบบจบหลังกล้องไม่มีการแต่งอะไรเพิ่มเติม รีวิวให้คำเดียวสั้นๆ “สวยมาก” ในตัวอย่างมีทั้งการถ่ายแบบปรับเบลอและไม่ปรับเบลอ ผลปรากฎว่าสวยทุกรูปโดยที่รายละเอียดต่างๆภายในภาพก็ยังคมชัดอยู่ นอกจากนี้ยังมีการปรับความเนียนของผิวให้ด้วย AI Beauty แบบอัตโนมัติ ซึ่งตรงนี้ถ้าใครมองว่าเนียนเกินไปก็เข้าไปปิดได้ครับ

กล้องหน้ากับเลนส์ความละเอียด 32MP ก็ถ่าย Portrait ได้สวยไม่แพ้กัน จากตัวอย่างมีการถ่ายในสภาพแสงที่แตกต่างกันรูปแรกคือการถ่ายในสภาพแสงธรรมชาติ รูปที่ 2 คือการถ่ายในตัวอาคาร ส่วนรูปที่ 3 เป็นการถ่ายในลักษณะย้อนแสงและรูปสุดท้ายคือการในที่แสงน้อยด้วยโหมดกลางคืน ผลลัพท์ถือว่าเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมากเพราะไม่ว่าจะสภาพแสงไหนก็เอาอยู่แบบที่คนไม่ดรอปลง

ต่อมาเป็นการวัดความไวชัตเตอร์สักหน่อย ในส่วนนี้เป็นโหมดการจับภาพเคลื่อนไหวเหมาะกับการถ่ายภาพกีฬา เด็ก หรือสัตว์เลี้ยงที่มีการขยับร่างกายตลอดเวลา ซึ่ง Vivo X50 Pro 5G ก็จับภาพได้ทันเหมือนกับหยุดเวลาเอาไว้อย่างนั้นเลย

ระยะเลนส์ Super Wide-Angle

ในเรื่องของการซูมก็ไม่น้อยหน้า เลนส์ที่ Vivo ให้มาสามารถซูมได้แบบ Optical ที่ 5 เท่า และยังทำไฮเปอร์ซูมได้ถึง 60 เท่า มาลองมองหากันว่านางแบบของเราอยู่ตรงไหน? จากภาพเป็นการถ่ายด้วยระยะ 0.6 เท่า หรือเลนส์ Super Wide-Angle

ระยะปกติ
ซูม 2 เท่า
ซูม 5 เท่า
ซูม 60 เท่า

ถ้าหาไม่เจอเราจะมาลองซูมไปให้ใกล้ขึ้นๆตามระยะที่เขามีมาให้นั่ก็คือ 1x, 2x, 5x และ 60x เป็นยังไงบ้างซูมกันชัดจนเห็นหน้านางแบบชัดเต็มจอกันเลย

อย่าว่าแต่คนพระจันทร์ Vivo X50 Pro 5G ก็ถ่ายได้แถมชัดด้วย เพราะเขาใส่โหมดซูเปอร์มูนมาให้โดยเฉพาะ ถือเป็นอีกหนึ่งการทดสอบระยะซูม 60 เท่าที่ดีอีกโหมดหนึ่ง ทำให้พระจันทร์เต็มตาและดูใกล้เรากว่าที่เคย และถ้าใครชอบก่ารถ่ายดวงดาวก็ยังมีโหมดถ่ายดวงดาวมาโดยเฉพาะ ข้อแนะนำก็คือให้หาสภาพฟ้าเปิดที่ไม่มีแสงจากแหล่งชุมชนเพื่อให้ได้ภาพดวงดาวที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นแม้แต่ทางช้างเผือกก็ถ่ายได้นะครับรุ่นนี้

ต่อมาเป็นการทดสอบการถ่ายด้วย Extream Night Mode ด้วยมือเปล่า จริงๆแล้ว AI ของกล้องแนะนำให้ใช้ควบคู่กับขาตั้งนะครับ แต่ว่าด้วยประสิทธิภาพกล้อง Gimbal ทำให้แม้ถือด้วยมือเปล่าก็ถ่ายโหมดกลางคืนได้สวยงาม

โหมดต่างๆเพิ่มเติมในการถ่ายภาพ

ประสิทธิภาพการใช้งาน Vivo X50 Pro 5G

ทางด้านประสิทธิภาพการใช้งานของ Vivo X50 Pro 5G ใช้ชิป Snapdragon 765G ให้ RAM มาที่ 8GB และ ROM 256GB ถามว่าความแรงเท่านี้เพียงพอหรือไม่? ขอตอบว่าพอแล้วครับ จริงอยู่ที่ชิปประมวลผลในตอนนี้หลายคนอาจมองว่าเรือธงจะต้องไปสุดทางอย่าง Snapdragon 865+ แต่เมื่อมองในด้านการใช้งานทั่วๆไป หรือการใช้งานแบบรีดประสิทธิภาพเช่น การเล่นเกม หรือการตัดต่อ VDO เจ้า Snapdragon 765G กับ RAM 8GB ก็ทำงานได้ดีแล้ว

เมื่อวัดออกมาเป็นตัวเลขโดย Antutu คะแนนที่ Vivo X50 Pro 5G ทำได้อยู่ที่ 324641 คะแนน ถือว่าทำได้ไม่เลวครับ แต่ที่น่าประทับใจน่าจะเป็นหน่วยความจำภายใน เมื่อทดสอบด้วย Androbench แล้วพบว่า Sequential Read ทำได้สูงถึง 958.95 MB/s ซึ่งนับว่าสูงมากๆครับ และ Sequential Write ทำได้ที่ 203.28 MB/s อยู่ในระดับมาตรฐาน

เห็นคะแนนระดับนี้การเล่นเกมจะปรับสุดก็ตามใจเลยครับทำได้อยู่แล้ว ทั้ง ROV แบบ 60 fps หรือ PUBG ปรับกราฟฟิก HDR HD เฟรมเรทสูงก็ทำได้ โดยที่มีผู้ช่วยขณะเล่นเกมเป็น Ultra Game Mode ตัดสิ่งรบกวนข๊ะเล่นเกมรวมถึงปรับทรัพยากรให้เข้ากับการเล่นด้วย

คุณภาพเสียง Vivo X5o Pro 5G มาในระดับ Hi-Fi

คุณภาพเสียงของ Vivo X50 Pro 5G มาในระดับ Hi-Fi ถามว่ามันคืออะไร? มันคือการเล่นเสียงแบบไม่ตัดทอนคุณภาพเสียง คุณภาพเสียงจะเที่ยงตรงตามต้นฉบับที่สุด เมื่อใช้งานร่วมกับหูฟัง Vivo TWS Neo ที่รองรับการถ่ายทอดเสียงระดับ Hi-Fi ก็ยิ่งเพิ่มประสบการณ์และสุทรียภาพในการดูหนังฟังเพลงกับคุณภาพเสียงที่มีคุณภาพ และด้วยความที่เกิดมาคู่กันเพียงคุณเปิดเคสหูฟัง TWS Neo ก็จะทำการเชื่อมต่อกับ Vivo X50 Pro 5G โดยอัตโนมัติ

สรุป Vivo X50 Pro 5G

ถ้าให้สรุปก็ต้องบอกว่าผู้เขียน “ตกหลุมรัก Vivo X50 Pro 5G” ไปซะแล้ว อย่างแรกเลยคือเรื่องกล้อง ทำออกมาได้ดีสมกับที่บอกว่า Photography Redefined เพราะไม่ว่าจะถ่ายอะไร ถ่ายมุมไหน ในสภาพแสงใด ก็ได้ภาพที่ออกมาดีแบบพร้อมแชร์สู่โซเชียล ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวเมื่อผนวกกับนวัตกรรมกล้อง Gimbal บนสมาร์ทโฟนเครื่องแรกของโลกที่มาพร้อม AI อัจฉริยะ ส่วนผสมทั้งหมดจึงค่อนข้างลงตัวเป็นอย่างมาก

เมื่อเทียบกับราคาค่าตัวที่ 24,999 บาท เห็นตัวเลขอาจจะดูแรงแต่เมื่อลองไล่เรียงไปทีละส่วนจะพบว่ามันมีที่มาที่ไปในตัวเอง เพราะในราคานี้คุณจะได้นวัตกรรมกล้อง, การเชื่อมต่อ 5G, หน้าจอ 90 Hz ที่มี Response Rate 180 Hz, ชิป Snapdragon 765G ควงคู่มากับ RAM 8GB และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลความจุ 256GB นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Vivo Fast Charge 2.0 33 W. และแบตเตอรี่ความจุ 4315 mAh ทั้งหมดมาในงานประกอบที่ดูพรีเมียม

About Author

oatciiz

oatciiz

Partners