[Review] Vivo V15 รุ่นเล็กสเปกแรง ดีไซน์สวย จอใหญ่ กล้องหน้าป็อปอัพสุดล้ำ

โดย nineFangKhaoW | 26 มีนาคม 2562 เมื่อ 19:35 น.

Vivo V15 และ V15 Pro เป็นสมาร์ทโฟน V Series รุ่นใหม่จากค่าย Vivo ที่เปิดตัวล่าสุด โดยถือเป็นโมเดลรุ่นแรกนอกเหนือจากรุ่น NEX ที่ได้นำนวัตกรรมกล้องหน้าแบบเลื่อนอัตโนมัติมาใช้ ซึ่ง Vivo เป็นเจ้าแรกที่พัฒนาและคิดค้นขึ้นมานั่นเอง

สำหรับรุ่นใหญ่อย่าง Vivo V15 Pro นั้นทาง mxphone เคยได้รีวิวไปก่อนหน้านี้แล้ว ครั้งนี้ก็ถึงคราวของรุ่นเล็ก Vivo V15 กันบ้าง ซึ่งก็ต้องบอกก่อนเลยว่าถึงแม้จะเป็นรุ่นเล็กกว่า แต่ฟีเจอร์การใช้งานต่าง ๆ รวมถึงงานดีไซน์ออกแบบตัวเครื่องก็จะค่อนข้างมีความใกล้เคียงกัน และจุดเด่นก็ยังเป็นกล้องหน้าสำหรับเซลฟี่แบบป็อปอัพเลื่อนได้อัตโนมัติ พร้อมด้วยกล้องหลัง 3 ตัว AI Triple Camera แถม Vivo V15 นั้นยังมีราคาที่ย่อมเยากว่าเพียง 10,999 บาท

ข้อมูลสเปกของ Vivo V15

  • สัดส่วนตัวเครื่อง 97 × 75.93 × 8.54 มิลลิเมตร หนัก 5 กรัม
  • หน้าจอ Super AMOLED Ultra FullView Display ขนาด 6.53 นิ้ว อัตราส่วน 19.5:9
  • ชิปเซต MTK P70 Octa-core
  • หน่วยความจำ RAM 6GB / ROM 128GB รองรับ microSD สูงสุด 256GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วยกล้อง 12 MP(24 Million Photosensitive Units) + 8 MP + 5 MP, รูรับแสง f/1.78 + f/2.4 + f/2.2
  • กล้องหน้าเซลฟี่แบบป็อบอัพ 32 ล้านพิกเซล, รูรับแสง f/2.0
  • รองรับการการเชื่อมต่อ USB 2.0, Wi-Fi, Bluetooth 5.0, GPS, OTG
  • รองรับ 2 นาโนซิม และ 1 microSD
  • แบตเตอรี่ 4000mAh รองรับ Dual-Engine Fast Charging
  • มีผู้ช่วยอัจฉริยะ Jovi Smarter AI
  • มีระบบสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie) ครอบทับด้วย Funtouch OS 9
  • สีที่วางจำหน่าย สีน้ำเงิน Topaz Blue และสีแดง Glamour Red
  • ราคาจำหน่าย 10,999 บาท

แกะกล่อง Vivo V15 ออกมาก็จะพบกับอุปกรณ์มาตรฐานที่ให้มาครบถ้วน ซึ่งจะประกอบไปด้วยด้วย อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ 9V-2A, สายชาร์จแบบ Micro USB, หูฟัง, เคสพลาสติกมีขอบเป็นซิลิโคนกันกระแทก, เข็มจิ้มถาดซิมและคู่มือ พร้อมด้วยตัวเครื่อง Vivo V15 ที่ติดกันรอยหน้าจอมาให้แล้ว

งานดีไซน์ของ Vivo V15 มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกันกับ Vivo V15 Pro โดยเน้นความสวยงามเรียบงายตามสไตล์ แต่สำหรับ Vivo V15 จะมีหน้าจอไซส์ใหญ่กว่าเล็กน้อยที่ขนาด 6.53 นิ้ว (Vivo V15 Pro หน้าจอขนาด 6.39 นิ้ว) ความละเอียด 2340 x 1080 พิกเซล อัตราส่วน 19.5:9

สำหรับชนิดจอของ Vivo V15 เป็นจอ Super AMOLED Ultra FullView Display และยังใช้กระจก Corning Gorilla Glass 5 ที่แข็งแรง แสดงสีสันได้อย่างสดใสคมชัดสวยงาม โดยพื้นที่ในการแสดงผลที่ค่อนข้างเกือบ ๆ ชิดขอบตัวเครื่องทั้ง 4 ด้าน หรือคิดเป็นสัดส่วนหน้าจอสูงถึง 90.95% เพิ่มมุมมองในการใช้งานให้กว้างมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม ดูวิดีโอ หรือโซเชียลมีเดีย ก็ต่างเต็มอิ่มกับหน้าจอกว้าง ๆ ได้แบบไร้สิ่งรบกวนสายตา

โดยบริเวณด้านบนของหน้าจอก็จะมีลำโพงสำหรับสนทนาที่ซ่อนมาแบบแนบชิดติดขอบจอ ส่วนกล้องหน้าสำหรับเซลฟี่นั้นเป็นกล้องตัวเดียวความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ซึ่งไฮไลท์คือจะเป็นกล้องแบบป็อปอัพเลื่อนอัตโนมัติ (Elevating Front Camera) เวลาที่เราเลือกถ่ายรูปด้วยกล้องหน้ากล้องก็จะเลื่อนขึ้นมา และถ้าสลับกล้องไปเป็นกล้องหลังหรือใช้นิ้วกดที่ตัวกล้องลงไปเพียงเล็กน้อย เจ้ากล้องนี้ก็จะเลื่อนกลับเข้าไปในตัวเครื่องให้เอง

ดังนั้นเมื่อกล้องเป็นแบบป็อปอัพเลื่อนอัตโนมัติเช่นนี้ จึงทำให้หน้าจอมีพื้นที่สำหรับแสดงผลมากขึ้น ไม่ต้องมีรอยบาก รอยติ่ง หรือแม้แต่การเจาะรูกล้องให้เสียพื้นที่ในการแสดงผลบนหน้าจอนั่นเอง

ถัดมาที่ด้านหลังตัวเครื่อง Vivo V15 ก็มีงานดีไซน์ไม่ต่างกันกับ Vivo V15 Pro โดยใช้วัสดุที่เป็นพลาสติกขัดลายแบบ Spectrum Ripple ดูหรูหรา ซึ่งได้ออกแบบให้ตัวเครื่องแสดงสีสันและเปล่งประกายออกมาอย่างสวยงาม ให้ความรู้สึกที่ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังจับกระชับเข้ารับกับสรีระของฝ่ามือได้ดีทีเดียว โดยสีสันของตัวเครื่องจะมีให้เลือก 2 สี คือ สีน้ำเงิน Topaz Blue และ สีแดง Glamour Red ซึ่งตัวที่เราได้มารีวิวในครั้งนี้ก็เป็นสีน้ำเงิน Topaz Blue

บริเวณด้านหลังนี้จะมีกล้องถ่ายรูปแบบ 3 ตัว AI Triple Camera ที่นูนออกมาจากตัวฝาหลังเล็กน้อย และจัดเรียงเป็นแนวตั้งระนาบเดียวกันกับตัวกล้องหน้า ซึ่งกล้องหลังทั้ง 3 ตัวนี้จะประกอบด้วย กล้องตัวหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล(24 Million Photosensitive Units) + กล้อง Depth Camera ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล + กล้อง Super Wide-angle Camera ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล โดยมีรูรับแสง f/1.78 + f/2.4 + f/2.2 รวมทั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Vivo V15 Pro เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือจะอยู่บนหน้าจอ)

มากันที่ขอบรอบตัวเครื่องทั้ง 4 ด้าน เริ่มจากด้านบนจะมีพื้นที่ที่เป็นกล้องหน้าเลื่อนขึ้นมา รวมทั้งไมค์ตัดเสียงรบกวน ถัดมาที่ด้านล่างจะมีช่องเสียบสายชาร์จแบบ Micro USB ลำโพงและไมค์สำหรับการสนทนา รวมทั้งช่องเสียบหูฟังแบบ 3.5 มิลลิเมตร

ส่วนด้านข้างฝั่งหนึ่งจะมีปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่องหรือล็อกหน้าจอ อีกทั้งปุ่มกดสำหรับเพิ่ม/ลดเสียง ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งจะมีช่องใส่ถาดซิมการ์ด 2 ซิม 1 Micro SD Card พร้อมทั้งปุ่ม Smart Button ที่สามารถตั้งค่าการใช้งานกับตัวระบบ Google Assistant, Google Search หรือ Jovi Image Recognizer ได้

ถาดใส่ซิมการ์ดจะสามารถใส่ซิมแบบนาโน 2 ซิม รวมทั้ง Micro SD Card อีก 1 อันได้พร้อมกันทั้งหมด ซึ่งจะดีสำหรับคนที่อยากใส่ 2 ซิมและเพิ่มหน่วยความจำให้ตัวเครื่องด้วย เพราะบางรุ่นที่เป็นแบบ Hybrid Slot จะต้องเลือกช่องที่ 2 ว่าจะใส่เป็นซิมหรือ Micro SD Card

ด้านขุมพลังภายในของ Vivo V15 นั้นอัดมาด้วยชิปประมวลผล MTK P70 Octa-core ให้ประสิทธิภาพในการใช้งานที่ลื่นไหลดี พร้อมทั้งหน่วยความจำที่ให้มาค่อนข้างสูงคือ RAM 6GB / ROM 128GB และรองรับหน่วยความจำเสริม Micro SD Card สูงสุด 256GB ส่วนแบตเตอรี่ให้มาแบบอึด ๆ ที่ความจุ 4000mAh รองรับ Dual-Engine Fast Charging ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึง 1 ใน 4 ภายในเวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้น

ผลการทดสอบประสิทธิภาพด้วยแอปฯ AuTuTu Benchmark v7.1.7 ได้คะแนนรวมไป 142,520 คะแนน ส่วน Geekbench 4 แบบ Single-Core ได้คะแนน 1,532 คะแนน / Multi-Core ได้คะแนน 5,408 คะแนน

ลองทดสอบการเล่นเกมต่าง ๆ ที่เป็นเกมสุดฮิตหลากหลายแนวก็เล่นได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด สามารถตั้งค่าความละเอียดกราฟิกตั้งแต่ระดับกลางจนถึงระดับสูงในหลาย ๆ ก็พอไหว เพราะตัวเครื่องค่อนข้างให้สเปกมาแรงพอตัวอยู่แล้ว

Vivo V15 ยังเอาใจเกมเมอร์ด้วยการอัพเกรดเกมโหมด 5.0 ที่มาพร้อมกับ Competition Mode โฉมใหม่ที่จัดสรรทรัพยากรระบบเพื่อจัดลำดับความสำคัญของ Performance ในการเล่นเกมและช่วยลดปัญหาภาพกระตุกได้มากถึง 300% ทำให้เล่นเกมได้แบบลื่นไหลลื่น นอกจากนี้ยังมีตัวจัดการที่ช่วยให้การเล่นเกมไม่ถูกขัดจังหวะจากการแจ้งเตือน หรือสายโทรเข้าต่าง ๆ อีกด้วย

หน้าตา UI และพวกเมนูต่าง ๆ ของ Vivo V15 รันด้วยระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie) ครอบทับด้วย Funtouch OS 9 โดยบรรดาเมนูการตั้งค่านั้นก็เป็นรูปแบบที่ชาวแอนดรอยด์ทั่วไปคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วนั่นเอง

ใน Vivo V15 Series ทั้ง V15 และ V15 Pro จะมีผู้ช่วยอัจฉริยะที่เรียกว่า Jovi ที่เข้าใจความต้องการและเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้งานได้ดียิ่งกว่าเดิม ด้วยเทคโนโลยี AI ซึ่งจะคอยช่วยเหลือได้ในหลาย ๆ ด้าน เช่น การถ่ายภาพ, Jovi Smart Scene หน้าต่างสำหรับแจ้งเตือนข้อมูลต่าง ๆ หรือสกอร์การแข่งขันกีฬาตามความสนใจของผู้ใช้ หรือจะเป็นการค้นหาสิ่งของสำหรับการช็อปปิ้งออนไลน์จากรูปภาพ

การใช้งาน Jovi นั้นเพียงแค่กดปุ่ม Smart Button ที่อยู่ด้านข้างตัวเครื่อง โดยเริ่มจากการเปิดใช้งาน Google Assistant และเรียก Jovi Image Recognizer ให้เริ่มทำงาน เพียงเท่านี้ Jovi ก็จะถูกปลุกขึ้นมาเป็นผู้ช่วยแล้ว และทาง Vivo ยังได้พัฒนานวัตกรรมจดจำรูปภาพร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่าง Google ทำให้มีเสียงสั่งการที่ปรับเปลี่ยนได้เพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งใช้งาน AI Face Beauty สั่งเคลียร์เมมโมรี่โทรศัพท์ หรือสั่งค้นหารูปภาพอาหารในโทรศัพท์ เป็นต้น

ถึงตรงนี้ก็จะเป็นจุดเด่นหลักของ Vivo V15 นั่นคือเรื่องการถ่ายภาพ อย่างกล้องหลังทั้ง 3 ตัวนั้น จะผสานการทำงานระหว่างกันเพื่อเพิ่มความอัจฉริยะในการถ่ายภาพ ให้ถ่ายภาพออกมาได้ราวกับมืออาชีพ โดยมีเทคโนโลยีในกล้องหลักอย่างการรวมพิกเซล 4 พิกเซลให้ได้พิกเซลที่ใหญ่ขึ้นเพื่อเพิ่มความคมชัดของภาพถึงกว่า 12 ล้านพิกเซล อีกทั้งเทคโนโลยี AI Super Wide-Angle Camera ที่สามารถถ่ายภาพได้กว้างขึ้นกว่าเดิมถึง 120 องศา

ลองมาดูภาพเปรียบเทียบระหว่างแบบธรรมดา และ Super Wide-Angle

กล้องหน้าของ Vivo V15 ที่เป็นกล้องแบบป็อปอัพเลื่อนอัตโนมัติ (Elevating Front Camera) อย่าลืมว่ามาพร้อมกับความละเอียดสูงถึง 32 ล้านพิกเซล ดังนั้นการถ่ายเซลฟี่ในทุก ๆ โมเมนต์จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป แถมยังมีลูกเล่นเยอะ ใช้งานง่าย

โดยฟีเจอร์ด้านการถ่ายภาพต่าง ๆ นั้นก็มีมาครบ ซึ่งสามารถทำได้ในระดับเดียวกันกับที่ Vivo V15 Pro ทำได้แทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น AI Face Beauty สำหรับปรับแต่งรูปใบหน้าให้สวยสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นกว่าเดิม หรือ AI Portrait Framing ที่ช่วยจัดองค์ประกอบภาพให้ดูโดดเด่น

อีกทั้ง AI Super Night Mode ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาการถ่ายภาพในที่มืดและภาพสั่นได้อย่างคมชัดโดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง หรือแม้แต่ AI Body Shaping ที่สามารถปรับแต่งรูปร่างทุกสัดส่วนของร่างกาย เช่น เอว สะโพก หรือเรียวขา ให้ออกมาสวยงามได้อย่างเป็นธรรมชาติโดนไม่ต้องใช้แอปฯ อื่น ๆ

และแน่นอนว่าการที่กล้องมี AI เข้ามาเสริม จึงทำให้ทุกการถ่ายภาพเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นมาก เพราะตัวกล้องสามารถวิเคราะห์ได้เองว่าภาพที่จะถ่ายนั้นเป็นรูปแบบใด ส่วนเรื่องความสวยของภาพนั้นทำได้ดีกว่าที่คาดไว้มาก รวม ๆ แล้วก็ยอมรับว่าเป็นมือถือเครื่องหนึ่งที่ถ่ายเล่นได้สนุกดีเลยทีเดียว

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ Vivo V15

ก็ต้องบอกว่า Vivo V15 รุ่นนี้ เป็นอีกหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ๆ สำหรับคนที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ สเปกครบครันฟังก์ชั่นจัดเต็ม และเน้นเรื่องการถ่ายภาพ ในระดับราคาหมื่นต้น ๆ เพราะประสิทธิภาพในการใช้งานที่รุ่นนี้ทำได้ ไม่ได้แตกต่างจากรุ่น Pro หรือเรือธงอื่น ๆ ในท้องตลาด

About Author

nineFangKhaoW

nineFangKhaoW

Partners