ส่องจุดเด่น Vivo V15 คุ้มกว่ายังไง ถ้าจะเปย์ให้กับมือถือรุ่นนี้

โดย nineFangKhaoW | 15 เมษายน 2562 เมื่อ 18:07 น.

Vivo V15 คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ๆ สำหรับคนที่กำลังมองหามือถือสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ในงบที่ตั้งไว้เพียงหมื่นนิด ๆ และต้องการความครบครันทั้งสเปกตัวเครื่องเร็วแรง มีนวัตกรรมและฟังก์ชั่นใหม่ ๆ มีดีไซน์สวยงามและให้ความรู้สึกที่ดีเมื่อได้สัมผัส รวมทั้งกล้องถ่ายภาพที่ถ่ายได้สวยไม่แพ้สมาร์ทโฟนรุ่นใหญ่หลาย ๆ รุ่นในท้องตลาด

โดย Vivo V15 นี้ก็เป็นสมาร์ทโฟน V Series รุ่นใหม่ที่เปิดตัวมาพร้อมกันกับ Vivo V15 Pro ซึ่งจุดเด่นที่เป็นไฮไลท์สำคัญนั่นคือกล้องหน้าแบบป็อปอัพเลื่อนได้อัตโนมัติ ความละเอียดสูงถึง 32 ล้านพิกเซล พร้อมด้วยกล้องหลัง 3 ตัว AI Triple Camera แต่จุดเด่นอื่น ๆ ก็ยังมีอีกเพียบ ซึ่งในบทความนี้เราจะมาเจาะจุดเด่นเหล่านั้นเพื่อให้เห็นว่าทำไมเราควรกำเงิน 10,999 บาท ไปเปย์ให้กับมือถือรุ่นนี้

  • RAM 6GB / ROM 128GB

Vivo V15 นอกจากจะมาพร้อมกับชิปเซต MediaTek Helio P70 ที่เก่งในเรื่องของ AI และช่วยประหยัดพลังงานแล้ว ยังเสริมทัพมาด้วย RAM ขนาด 6GB และหน่วยความจำ ROM ภายในตัวเครื่องที่มากถึง 128GB ซึ่งมากกว่าสมาร์ทโฟนหลายรุ่นที่มีอยู่ในท้องตลาดในระดับราคาเดียวกัน หรือในหลาย ๆ รุ่นที่มีสเปก RAM 6GB / ROM 128GB ก็อาจจะมีราคาที่แพงกว่า Vivo V15 นั่นเอง

การมี RAM สูง ๆ แน่นอนว่าจะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการใช้งานให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและลื่นไหลไม่มีสะดุด แม้ว่าจะรันแอปพลิเคชันหลายแอปฯ พร้อมกันนั่นก็ไม่มีปัญหา ส่วน ROM ที่ให้มาเยอะก็ช่วยให้หมดกังวลเรื่องหน่วยความจำเต็มเร็ว เพราะหลายคนอาจจะชอบทั้งถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน เกม รวมทั้งไฟล์มีเดียต่าง ๆ อย่างหนังหรือเพลง ฯลฯ ซึ่งหน่วยความจำขนาด 128GB ที่ให้มาก็นับว่าเหลือเฟือมาก ๆ สำหรับการใช้งานโดยทั่วไปในชีวิตประจำวัน

แต่ถ้าใครคิดว่าหน่วยความจำที่ให้มานั้นยังไม่เพียงพออีก Vivo V15 ก็สามารถเพิ่มหน่วยความจำเสริมแบบ Micro SD Card ได้แบบจุใจสูงสุดถึง 256GB ด้วยถาดใส่ซิมการ์ดที่สามารถใส่ซิมแบบนาโน 2 ซิม รวมทั้ง Micro SD Card อีก 1 อันได้พร้อมกันทั้งหมด ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่อยากใส่ 2 ซิมและเพิ่มหน่วยความจำให้ตัวเครื่องด้วย เพราะมือถือบางรุ่นที่มีถาดซิมเป็นแบบ Hybrid Slot จะต้องเลือกช่องที่ 2 ว่าจะใส่เป็นซิมหรือ Micro SD Card นั่นเอง

  • Game Mode

ต่อเนื่องจากเรื่อง RAM และ ROM ที่ใส่มาแบบจัดเต็ม ดังนั้นประสิทธิภาพสำหรับการเล่นเกมบน Vivo V15 จึงทำได้ดีไม่แพ้กันกับบรรดาสมาร์ทโฟนระดับท็อป หลากหลายเกมสุดฮิตที่กำลังเป็นที่นิยมสามารถเล่นได้แบบลื่นไหลดีไม่มีปัญหา พร้อมทั้งตั้งค่าความละเอียดกราฟิกตั้งแต่ระดับกลางจนถึงไปจนถึงระดับสูงในหลาย ๆ เกมก็ยังไหว เพราะด้วยตัวเครื่องที่ให้สเปกมาค่อนข้างแรงพอตัวอยู่แล้ว

แต่ฟีเจอร์หนึ่งที่น่าสนใจที่มีมาให้โดยเฉพาะ ซึ่งน่าจะเหมาะกับบรรดาคอเกมทั้งหลายนั่นก็คือ Game Mode 5.0 ที่มาพร้อมกับ Competition Mode โฉมใหม่ที่จะจัดสรรทรัพยากรระบบเพื่อจัดลำดับความสำคัญของประสิทธิภาพโดยรวมของเครื่องในการเล่นเกม และช่วยลดปัญหาภาพกระตุกได้มากถึง 300% ทำให้เล่นเกมได้อย่างไหลลื่น

โดยฟีเจอร์ดังกล่าวจะเริ่มทำงานทันทีตั้งแต่เราเข้าเกม ด้วยระบบ Multi Turbo ในการเร่งประสิทธิภาพของตัวเครื่อง นอกจากนี้ยังมีตัวจัดการที่ช่วยให้การเล่นเกมไม่ถูกขัดจังหวะด้วยโหมดการใช้งานให้เลือกใช้มากมาย ทั้งการรับสายขณะเล่นเกม การตัดสายอัตโนมัติ การบล็อกการแจ้งเตือน โหมด E-sport เป็นต้น

  • Fast Charging

แม้จะเป็นคนที่ต้องใช้งานมือถือหนักแค่ไหนก็สบายใจได้ เพราะ Vivo V15 มาพร้อมแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่ถึง 4000mAh ซึ่งจริง ๆ แล้วก็นับว่าสูงมากพอที่จะใช้งานแบบปกติทั่วไปได้ยาว ๆ ตลอดทั้งวันอยู่แล้ว

แต่ถ้าใครเป็นคนที่ต้องใช้มือถือต่อเนื่องจริง ๆ หรือมีความจำเป็นที่จะต้องไปไหนมาไหนอยู่ตลอดเวลา Vivo V15 รุ่นนี้ยังมีเทคโนโลยี Dual-Engine Fast Charging นั่นคือทำให้ชาร์จไฟได้เร็วมากยิ่งขึ้น โดยสามารถชาร์ตแบตได้ถึง 1 ใน 4 ภายในเวลาเพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้น อีกทั้งมีความปลอดภัยในการใช้งานถึง 9 ชั้น ช่วยให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย

  • Ultra FullView Display

หน้าจอเป็นสิ่งสำคัญที่จะสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพภายในของตัวเครื่องออกมา สำหรับชนิดจอของ Vivo V15 เป็นจอ Super AMOLED Ultra FullView Display และยังใช้กระจก Corning Gorilla Glass 5 ที่แข็งแรงทนทานต่อรอยขีดข่วนได้ดี โดยหน้าจอนี้แสดงค่อนข้างสีสันได้อย่างสดใสคมชัดสวยงาม ซึ่งพื้นที่ในการแสดงผลนั้นแทบจะเกือบ ๆ ชิดขอบตัวเครื่องทั้ง 4 ด้าน หรือคิดเป็นสัดส่วนหน้าจอสูงถึง 90.95% เพิ่มมุมมองในการใช้งานให้กว้างมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม ดูวิดีโอ หรือโซเชียลมีเดีย ก็ต่างเต็มอิ่มกับหน้าจอกว้าง ๆ ได้แบบไร้สิ่งรบกวนสายตา

และอย่างที่ทราบกันก็คือ Vivo V15 เครื่องนี้ไม่มีกล้องหน้าอยู่บนหน้าจอ เพราะใช้กล้องหน้าแบบป็อปอัพเลื่อนอัตโนมัติ (Elevating Front Camera) จึงทำให้หน้าจอมีพื้นที่สำหรับแสดงผลมากขึ้น ไม่ต้องมีรอยบาก รอยติ่ง หรือแม้แต่การเจาะรูกล้องให้เสียพื้นที่ในการแสดงผลบนหน้าจอนั่นเอง

  • Color Design

มาปิดท้ายกันด้วยงานดีไซน์ตัวเครื่องของ Vivo V15 ที่ออกแบบมาได้อย่างลงตัวเอามาก ๆ โดยใช้วัสดุที่เป็นพลาสติกขัดลายแบบ Spectrum Ripple ดูหรูหรา ซึ่งตัวเครื่องจะแสดงสีสันและเปล่งประกายออกมาอย่างสวยงาม เมื่อสะท้อนแสงแล้วจะทำให้เห็นเงาวิบวับสวยงามในหลากหลายมิติ ให้ความรู้สึกที่ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังจับกระชับเข้ารับกับสรีระของฝ่ามือได้ดีทีเดียว โดยสีสันของตัวเครื่องจะมีให้เลือก 2 สี 2 สไตล์ คือ สีน้ำเงิน Topaz Blue และสีแดง Glamour Red

ทั้งหมดนี้ ก็เป็นจุดเด่นที่น่าสนใจอื่น ๆ นอกจากเรื่องของกล้องถ่ายภาพของ Vivo V15 ซึ่งโดยรวมแล้วก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนคุ้มค่าคุ้มราคารุ่นหนึ่ง ที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่ สเปกครบครันฟังก์ชั่นจัดเต็ม และแน่นอนว่าโดดเด่นเรื่องการถ่ายภาพ ในระดับราคาเพียงหมื่นต้น ๆ เพราะประสิทธิภาพในการใช้งานที่รุ่นนี้ทำได้ ไม่ได้แตกต่างจากรุ่น Pro หรือเรือธงอื่น ๆ ในท้องตลาด

และในเมื่อไฮไลท์ของรุ่นนี้เป็นเรื่องกล้องถ่ายภาพ ก็จะขอทบทวนความน่าสนใจดังกล่าวให้ได้ทราบกันอีกครั้ง ซึ่งนั่นก็คือกล้องหน้าเป็นแบบป็อปอัพเลื่อนอัตโนมัติ (Elevating Front Camera) และมาพร้อมกับความละเอียดสูงถึง 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 ถ่ายเซลฟี่ได้สวยงามในทุก ๆ โมเมนต์ แถมยังมีลูกเล่นเยอะ ใช้งานง่าย

ส่วนกล้องหลังเป็นแบบ 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก 12 ล้านพิกเซล(24 Million Photosensitive Units) รูรับแสง f/1.78 + กล้อง Super Wide Angle 120 องศา 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 + กล้อง Depth Sensor 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2

โดยฟีเจอร์ด้านการถ่ายภาพต่าง ๆ นั้นก็มีมาครบ ซึ่งสามารถทำได้ในระดับเดียวกันกับที่ Vivo V15 Pro ทำได้แทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น AI Face Beauty สำหรับปรับแต่งรูปใบหน้าให้สวยสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นกว่าเดิม หรือ AI Portrait Framing ที่ช่วยจัดองค์ประกอบภาพให้ดูโดดเด่น

อีกทั้ง AI Super Night Mode ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาการถ่ายภาพในที่มืดและภาพสั่นได้อย่างคมชัดโดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง หรือแม้แต่ AI Body Shaping ที่สามารถปรับแต่งรูปร่างทุกสัดส่วนของร่างกาย เช่น เอว สะโพก หรือเรียวขา ให้ออกมาสวยงามได้อย่างเป็นธรรมชาติโดนไม่ต้องใช้แอปฯ อื่น ๆ

ภาพถ่ายจริงจากกล้องของ Vivo V15

สรุปสเปกของ Vivo V15

  • สัดส่วนตัวเครื่อง 97 × 75.93 × 8.54 มิลลิเมตร หนัก 189.5 กรัม
  • หน้าจอ Super AMOLED Ultra FullView Display ขนาด 6.53 นิ้ว อัตราส่วน 19.5:9
  • ชิปเซต MediaTek Helio P70 Octa-core 2.1GHz
  • หน่วยความจำ RAM 6GB / ROM 128GB รองรับ Micro SD Card สูงสุด 256GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วยกล้อง 12 MP(24 Million Photosensitive Units) + 8 MP + 5 MP, รูรับแสง f/1.78 + f/2.4 + f/2.2
  • กล้องหน้าเซลฟี่แบบป็อบอัพ 32 ล้านพิกเซล, รูรับแสง f/2.0
  • รองรับการการเชื่อมต่อ USB 2.0, Wi-Fi, Bluetooth 5.0, GPS, OTG
  • รองรับ 2 นาโนซิม และ 1 Micro SD Card
  • แบตเตอรี่ 4000mAh รองรับ Dual-Engine Fast Charging
  • มีผู้ช่วยอัจฉริยะ Jovi Smarter AI
  • มีระบบสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie) ครอบทับด้วย Funtouch OS 9
  • สีที่วางจำหน่าย สีน้ำเงิน Topaz Blue และสีแดง Glamour Red
  • ราคาเปิดตัว 10,999 บาท

ต้องยอมรับเลยว่า Vivo V15 เป็นหนึ่งในรุ่นที่โดดเด่นและน่าใจมากที่สุดรุ่นหนึ่งในบรรดาสมาร์ทโฟนระดับกลางราคาหมื่นต้น ๆ ณ ปัจจุบัน และประสิทธิภาพก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ารุ่น Pro เลยด้วยซ้ำ แถมยังมีราคาที่ย่อมเยากว่า ซึ่งเชื่อว่าถ้าใครได้ลองเล่นหรือสัมผัส ก็น่าจะต้องติดใจกับความลงตัวในทุก ๆ ด้านของเจ้ามือถือเครื่องนี้อย่างแน่นอน

About Author

nineFangKhaoW

nineFangKhaoW

Partners