รีวิว Vivo S1 Pro กล้อง 48MP ดีไซน์รูปเพชร เด็ดครบทุกฟีเจอร์

โดย oatciiz | 20 พฤศจิกายน 2562 เมื่อ 08:13 น. | อ่าน 2,166

มาถึงอีกหนึ่งรีวิวสมาร์ทโฟนจากแบรนด์ Vivo กับเจ้า Vivo S1 Pro รุ่นนี้เพิ่งมีข่าวหลุดจากเว็บต่างประเทศได้ไม่นาน ข้อมูลก็อาจจะยังมีไม่มาก แต่ mxphone ได้มีโอกาสจับเครื่อง ลองเล่นและทดสอบการใช้งาน ใครที่กำลังหาข้อมูลอยู่สามารถติดตามได้ในบทความนี้ครับ

Vivo S1 Pro

ดีไซน์ของ Vivo S1 Pro เมื่อดูจากฝาหลังคุณผู้อ่านสังเกตไหมครับว่ามีอะไรเปลี่ยนไป? ใช่แล้วครับชุดกล้องถูกจัดเรียงมาใหม่ จากเดิมที่เคยอยู่มุมซ้ายแนวตั้งตอนนี้มีการรวมตัวกันในกรอบสีดำเรียบหรูแบบ Diamond-Shaped หรือรูปเพชรนั่นเอง ส่วนตัวประทับใจงานออกแบบลักษณะนี้เนื่องจากแหวกแนวจากหลายแบรนด์ในท้องตลาดที่วางโมดูลกล้องแบบสี่เหลี่ยมจตุรัส แต่ Vivo มีการปรับองศามาใหม่สร้างความแตกต่างและเป็นที่จดจำ

ภายในโมดูลรูปเพชรประกอบด้วยกล้อง Quad Camera ความละเอียด 48MP + 8MP + 2MP + 2MP ค่ารูรับแสง f/1.8 + f/.2.2 + f/2.4 + f/2.4 ตามลำดับ ส่วน LED Flash จะอยู่นอกโมดูลบริเวณด้านล่าง แน่นอนว่ามาพร้อมกับ AI อัจฉริยะจำแนกการถ่ายภาพได้อย่างเหมาะสมทั้งกลางวัน กลางคืน ถ่ายคนและวัตถุที่แตกต่างกัน ฝาหลังเป็นกระจกครับโดยสีที่ได้มาในครั้งนี้เป็นสีดำที่มีการเล่นแสงตกกระทบตามมุมมอง

Vivo S1 Pro

กล้องหน้าความละเอียด 32MP ดีไซน์แบบหยดน้ำ เซลฟี่ชัด สวย เป๊ะ ตามสไตล์ Vivo หน้าจอ Super Amoled ขนาด 6.38 นิ้ว ขอบบาง ให้พื้นที่จอมากถึง 90% ความละเอียดให้มาที่ 1080p คมชัด สีสด ดูคอนเทนต์ก็เต็มตาเล่นเกมก็เต็มอรรถรส

พอร์ตชาร์จของ Vivo S1 Pro เป็น Type-C แข็งแรง ใช้งานง่ายและถ่ายโอนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ที่สำคัญรองรับ Dual-Engine Fast Charging จ่ายไฟได้สูงสุดที่ 9V 2A มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 4,500 mAh เรียกได้ว่าชาร์จ 1 ครั้งใช้งานได้เกือบทั้งวันหรือถ้าแบตเตอรี่หมดระหว่างวันก็ชาร์จเพิ่มเติมได้ในเวลาอันรวดเร็ว

กลับมาดูส่วนอื่นๆของตัวเครื่องบ้างนะครับ โดยที่ลำโพงจะอยู่ใกล้กันกับพอร์ตชาร์จและเมื่อมาดูบริเวณด้านขวาของตัวเครื่องจะพบกับปุ่ม Power และปุ่ม เพิ่ม-ลด เสียง ส่วนบริเวณด้านบนจะพบกับพอร์ตหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร ทางด้านซ้ายจะเป็นตำแหน่งของถาดซิม เมื่อลองจิ้มออกมาดูจะเห็นได้ว่าเป็นแบบ Hybrid Slot เลือกใส่ 2 Sim ก็ได้หรือจะแบ่งเป็น 1 Sim และเพิ่ม MicroSD Card เข้าไปก็ได้

Vivo S1 Pro เก็บภาพได้ทุกความประทับใจ

Vivo S1 Pro

จบในส่วนการออกแบบไปแล้วเดี๋ยวต่อไปเรามาดูกันว่าการใช้งานจริงด้านต่างๆจะเป็นอย่างไรบ้าง โดยจะเริ่มจากการถ่ายภาพกันก่อนนะครับ ออกตัวก่อนเลยว่า Vivo กับการถ่ายภาพยังคงรักษามาตรฐานเอาไว้ได้ อันที่จริงกล้องและ AI อัจฉริยะทำได้ดีมาตั้งแต่ Vivo S1 และพัฒนาต่อเนื่องมาสู่ Vivo S1 Pro ที่เรากำลังพูดถึง

Vivo S1 Pro
Vivo S1 Pro
Vivo S1 Pro

กล้องหน้าให้ความละเอียด 32MP มาก็จริงแต่สาวๆอย่าเพิ่งตกใจไปนะครับ เรื่องความชัดไม่ต้องพูดถึงส่วนเรื่องความสวยเป๊ะ!! Vivo เขาไม่ปล่อยให้ใครคว้ามงไปได้ง่ายๆ กล้องหน้ามี AI อัจฉริยะและ Beauty Mode ช่วยปรับโครงหน้าและผิวให้ดูใสแต่ยังคงความธรรมชาติเอาไว้ จากภาพตัวอย่าง 2 รูปบนถ่ายด้วยแสงธรรมชาติก็จะให้อีกอารมณ์หนึ่ง แต่รูปที่ 3 เราเลือกที่จะเซลฟี่กับแสงไฟนีออนผลปรากฎว่าทำออกมาได้ดีไม่แพ้กัน

แต่ถ้าใครเบื่อการถ่ายเซลฟี่แบบธรรมดา Vivo S1 Pro ก็มีฟีเจอร์กล้อง AR น่ารักๆมาให้เล่นกันด้วย ซึ่งภายในเมนูนี้มีสติ๊กเกอร์ให้เลือกหลายแบบ จะถ่ายออกมาเป็นภาพนิ่งแบ๊วๆใสๆแบบนี้ก็ได้หรือจะถ่ายเป็นภาพเคลื่อนไหวก็ทำได้ที่ความยาว 10 วินาที นำไปลง IG Story ก็สะดุดตาหรือจะนำไปประกอบคอนเทนต์ VDO ต่างๆก็เก๋ไปอีกแบบ

ท้ายที่สุดสำหรับผู้ที่อยากถ่ายภาพแต่โพสต์ท่าไม่เป็น Vivo เขาช่วยคิดมาให้แล้วจ้า คุณสมบัตินี้ใช้ได้กับทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง เหมือนกับมีเมนเทอร์ส่วนตัวมาบอกท่าทางต่างๆให้ ตั้งแต่เซลฟี่ตัวเอง ถ่ายภาพเดี่ยวเต็มตัว ถ่ายคู่ หรือแม้กระทั่งถ่ายกับเพื่อนก็มีด้วยนะเอ๊า

เข้าสู่การถ่ายภาพจากกล้องหลังกันบ้าง ถ้าจำกันได้เราบอกไปแล้วว่า Vivo S1 Pro ให้กล้องมา 4 ตัว ไล่ไปตั้งแต่เลนส์หลักความละเอียดสูง 48MP ถัดมาเป็น Super Wide Angle ความละเอียด 8MP ถ่ายภาพมุมกว้าง 120 องศา ต่อด้วยเลนส์ Super Macro ความละเอียด 2MP ถ่ายภาพระยะใกล้ได้ถึง 4 เซ็นติเมตร สุดท้ายคือ Dept Sensor วัดระยะลึก ความละเอียด 2MP

ตัวอย่างที่เห็นเป็นการถ่ายภาพโดยใช้ระยะเลนส์ 2 ระยะด้วยกันคือแบบปกติและ Super Wide Angle องค์ประกอบของภาพที่ได้มีความแตกต่างกัน รูปแรกเป็นภาพที่ถ่ายแบบมีบุคคลเป็นองค์ประกอบ เมื่อดูจากตัวอย่างระยะปกติจะให้อารมณ์ความรู้สึกผ่านสีหน้าท่าทางได้มากกว่าขณะที่ภาพมุมกว้างจะแสดงให้เห็นถึงสถานที่และบรรยากาศได้มากกว่า ส่วนรูปที่ 2 เป็นการถ่ายภาพสิ่งปลูกสร้างที่เห็นได้ชัดเจนว่า ถึงแม้จะยืนอยู่ที่เดิมแต่ภาพที่ได้กลับแตกต่างกัน นับว่าจำเป็นกับการถ่ายภาพในปัจจุบันเพราะมุมมองเปลี่ยนได้แค่ปลายนิ้วและ Vivo S1 Pro เขาก็ใส่มาให้ครับ

ในเมนูกล้องยังมีโหมดการถ่ายภาพบุคคลโดยเฉพาะ ซึ่งก่อนที่จะได้มาลองเล่น Vivo S1 Pro ผู้เขียนเองได้มีโอกาสทดลองใช้งาน Vivo V17 Pro มาก่อนแล้ว รุ่นนั้นถ่ายภาพบุคคลออกมาได้สวยและดูเป็นธรรมชาติ ด้วยราคาของ Vivo S1 Pro เลยแอบคิดว่าคุณภาพอาจจะลดหลั่นลงมาแต่ภาพที่ได้นั้นดีไม่แพ้กันเลย ยิ่งถ่ายในแสงธรรมชาติช่วงเวลาเย็นๆยิ่งสวยดูอบอุ่นละมุนมากๆ

อันนี้ขอแถมก็แล้วกันถือว่าเป็นความคันไม้คันมือส่วนตัวของผู้เขียน ปลายปีแบบนี้ห้างสรรพสินค้าก็มีการตกแต่งไฟสวยงามจะเดินผ่านไปเฉยๆก็เสียเที่ยวก็เลยหยิบ Vivo S1 Pro มา Snap ภาพเล่นๆสักหน่อย ทุกภาพที่ทดสอบในครั้งนี้ถ่ายหลังพระอาทิตย์ตกดินทั้งสิ้น แสงสีที่ได้ในภาพมาจากหลอดไฟล้วนๆโดยไม่มีอุปกรณ์เสริม AI ถือว่าทำงานได้ดีเลยครับ หน้านางแบบไม่มืดแต่ก็ไม่ขาวเวอร์ เหมือนว่า AI ปรับให้เหมาะสมกับปริมาณแสง ณ บริเวณนั้นๆด้วยคุณผู้อ่านลองดูรูปแล้วลองพิจารณากันดูครับ นี่มองว่าซื้อ Vivo S1 Pro จะหยิบขึ้นมาถ่ายไฟในช่วงเฉลิมฉลองสิ้นปีก็ทำได้สบายๆ

Vivo S1 Pro กับ Performance และการใช้งาน

Vivo S1 Pro

นอกจากถ่ายภาพได้ดีแล้วการใช้งานจริงก็ก็ต้องตอบโจทย์ด้วย Vivo S1 Pro ใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 665 octa-core พร้อมด้วย RAM 8GB และ ROM 128GB ถ่ายรูป โหลด App ได้อย่างจุใจ แต่ถ้าใครมองว่ายังไม่พอก้สามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้อีก 256GB

เพื่อให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้นเราได้ทดสอบ Vivo S1 Pro กับ Antutu V8.03-OB โดยผลที่ออกมาอยูที่ 178063 ขณะที่การทดสอบความเร็วการ อ่าน-เขียน ของพื้นที่จัดเก็บข้อมูลผ่าน AndroBench แบ่งออกเป็น Sequential Read ทำได้ที่ 508.47 MB/s ส่วน Sequential Write ทำได้ที่ 189.74 MB/s สรุปภาพรวมถือว่าทำได้ดี ถึงแม้ชิปประมวลผลจะอยู่ในระดับกลางแต่ก็สามารถใช้งานโดยทั่วไปได้สบายๆ นอกจากนี้ยังมีส่วนที่น่าประทับใจก็คือความเร็วในการอ่านของ Storage ที่ทำได้มากกว่า 500 MB/s

Vivo S1 Pro เล่นเกมไหวไหม? เราหาคำตอบมาให้แล้วครับ สำหรับ ROV สามารถปรับโหมดเฟรมเรทสูงได้และเล่นได้ลื่นๆ เฟรมเรทจะวิ่งอยู่ในช่วง 54 – 60 fps ส่วน PUBG แนะนำปรับกราฟฟิกในระดับ Medium ก็เล่นได้กำลังดี ยังไม่หมดเพียงเท่านี้เพราะการเล่นเกมเป็นเรื่องใหญ่ใครจะเข้ามาขัดขวางไม่ได้ Ultra Game Mode เป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติที่ช่วยบล็อกการโทร หรือเลือกรับสายโดยไม่ต้องปิดหน้าจอเกมรวมถึงการแจ้งเตือนอื่นๆที่ขัดจังหวะ นอกจากนี้ยังเสริมความเกรียนมาให้ด้วยฟีเจอร์เปลี่ยนเสียงไมค์ 6 แบบจะสร้างความบันเทิงให้กับคนในทีมหรือกวนป่วนก็ว่ากันไป

เกมผ่านไปแล้วต่อมาเป็นส่วนของความบันเทิงบ้าง Vivo S1 Pro ใช้จอ Super Amoled ขนาด 6.38 นิ้ว ขนาดถือว่ากำลังดีจับได้ถนัดมือ ลำโพงถึงแม้ว่าจะไม่ให้สเตอริโอมาแต่ก็มีพอร์ตหูฟังมาให้จ้า ฟีลลิ่งการดู Youtube สัดส่วนคอนเทนต์ 16:9 ก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะถ้าไม่ถูกใจขอบดำด้านข้างก็สามารถจีบนิ้วขยายให้ VDO เต็มจอได้เลย

แสกนนิ้วเร็วจนต้องร้อง Wow!!

Vivo เขายืนหนึ่งเรื่องสแกนนิ้วซึ่งนอกจากจะให้ตำแหน่งสแกนมาบนหน้าจอแล้วยังจัดวางมาอย่างพอเหมาะ ไม่สูงเกินไป ไม่ต่ำเกินไป สแกนได้ง่ายและเร็วมากๆ ท้าชนแบรนด์อื่นได้สบายๆ แต่ยังไม่จบเท่านี้ถ้าใครเป็นสาวก Vivo จะรู้ดีว่าการสแกนนิ้วของเขาทำได้แบบสวยงามอลังการดาวล้านดวง เพราะเมื่อสัมผัสนิ้วลงไปบนจอก็จะมีแสงเปล่งประกายขึ้นมาและถ้าลวดลายไม่โดนใจก็เข้าไปปรับแต่งเพิ่มเติมได้

แบตเตอรี่ การชาร์จ และการจัดการพลังงาน

Vivo S1 Pro

ถ้าเป็นคนติดมือถือเล่นโซเชียลบ้างนระหว่างวัน Vivo S1 Pro ก็มีพลังงานเพียงพอต่อการใช้งานอยู่นะ ด้วยความที่แบตเตอรี่ 4,500 mAh ให้มาแบบเหลือๆ แต่ถ้าใครเล่นแบบจัดหนักจัดเต็ม มีการถ่ายรูป ดู Youtube หรือเล่นเกมระหว่างวันยังไงแบตเตอรี่ก็เหลือน้อยหรือเกือบหมด แต่ไม่ต้องเป็นห่วงไปเพราะรุ่นนี้มี Dual-Engine Fast Charging (Adaptor 9V 2A) ถึงแม้แบตเตอรี่จะหมดก็ชาร์จกลับเข้าไปได้ไวเล่นได้ไม่มีสะดุด

และขึ้นชื่อว่า Vivo จะชาร์จธรรมดาไก่กาไม่ได้ต้องมีแสงสีจัดเต็ม ขณะชาร์จแบตเตอรี่จอจะแสดงผลแบบเคลื่อนไหว สังเกตนะครับว่าตรงตัวเลขแสดงเปอร์เซ็นแบตเตอรี่ถูกล้อมด้วยรูปทรงเดียวกับโมดูลกล้องรูปเพชร ส่วนตัวหนังสือด้านล่างเป็นการแสดงผลว่าชาร์จลักษณะใดใช่ Dual-Engine Fast Charging หรือไม่ สำหรับระยะเวลานั้นเราทดสอบจากแบตเตอรี่ 25% ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที จึงจะเต็ม 100% ครับ

เคล็ดลับถนอมจอและยืดอายุแบตเตอรี่ระหว่างวัน

ขอแทรกเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการถนอมจอรวมถึงการเซฟพลังงานสมาร์ทโฟนให้อยู่กับเราทั้งวันแบบง่ายๆนะครับ ก่อนอื่นเลยต้องถามว่ารู้จัก Dark Mode หรือ โหมดมืด กันมาก่อนไหม? ที่ต้องถามแบบนี้เพราะสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ในปัจจุบันต่างก็ให้โหมดการใช้งานนี้มาแล้วทั้งนั้นและ Vivo S1 Pro ก็สามารถตั้งค่าส่วนนี้ได้เช่นกัน

ขั้นตอนก็ง่ายๆ ให้เข้าไปที่ การตั้งค่า > เลือก การแสดงผลและความสว่าง > เลือก โหมดมืด และทำเครื่องหมายเปิดใช้งาน เท่านี้ก็เสร็จแล้วครับหรือถ้าใครต้องการเปิดโหมดมืดตามช่วงเวลาก็สามารถกำหนดได้ตรงเมนู เปิดตามกำหนดการ

โหมดมืดเป็นสิ่งที่ผู้เขียนชอบมากๆ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน, Applacation หรือ Laptop ถ้ามีให้เปิดจะเปิดใช้ทั้งหมดเพราะว่าพื้นหลังดำไม่แสบตาขณะเล่น นอกจากนี้ยังช่วยถนอมจอไม่ให้เบิร์นได้อีกด้วย ท้ายที่สุดการลดอัตราการปล่อยแสงสว่างบนหน้าจอ เช่นสีขาว ยังช่วยให้ใช้พลังงานแบตเตอรี่น้อยลงทางอ้อมด้วยครับ

สรุปแล้ว Vivo S1 Pro เป็นอย่างไร

Vivo S1 Pro เป็นสมาร์ทโฟนที่พัฒนาเรื่องของการถ่ายภาพจาก Vivo S1 รุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน กล้องหลังให้มาถึง 4 ตัว มี AI และทำงานได้ดี ภาพที่ถ่ายได้จากกล้องหลังมีความใกล้เคียงกับ Vivo V17 Pro การใช้งานส่วนอื่นๆลื่นไหล ทั้งการเล่นโซเชียล ถ่ายภาพ เล่นเกม หรือความบันเทิง ทั้งหมดรันบน Android 9 ครอบด้วย Funtouch OS 9.2 ซึ่งใช้งานไม่ยากอย่างที่คิด ราคาเปิดตัวตัวแบบเลขสวยๆ 9,999 บาท เริ่มจองได้ตั้งแต่ 20-28 พฤศจิกายน 2562 ใครที่ลังเล V17 Pro อยู่ S1 Pro ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจในราคาที่เบากว่าแล้วหละ

About Author

oatciiz

oatciiz

Partners