รีวิว Vivo NEX 3 เรือธงสุดพรีเมียม ถ่ายรูปดี มีชิปแรง จอใหญ่ไร้ขอบ

โดย nineFangKhaoW | 16 พฤศจิกายน 2562 เมื่อ 14:02 น. | อ่าน 1,548

เปิดตัวและวางจำหน่ายในไทยไปสักระยะหนึ่งแล้วสำหรับ Vivo NEX 3 สมาร์ทโฟนสุดพรีเมียมรุ่นท็อปสุดของค่าย Vivo ในตอนนี้ ที่ต้องบอกว่าเป็นเรือธงรุ่นหนึ่งที่มีการออกแบบได้สวยงามโดดเด่นมาก ๆ และยังมีหน้าจอแสดงผลที่ใหญ่ ไม่มีรอยติ่งรอยบากหรือแม้แต่รูกล้องมารบกวนสายตา

Vivo NEX 3

จุดเด่นสำคัญอีกอย่างของรุ่นนี้คือเรื่องการถ่ายภาพ โดยมีกล้องหน้าสำหรับเซลฟี่แบบป๊อปอัพ ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รวมทั้งกล้องหลัง 3 ตัว เลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ผสานการทำงานร่วมกับเลนส์ Wide-Angle 13 ล้านพิกเซล และเลนส์ Telephoto 13 ล้านพิกเซล

Vivo NEX 3

Vivo NEX 3 นำเสนอความพรีเมียมกันตั้งแต่ตัวกล่อง โดยเป็นกล่องสี่เหลี่ยมจัตุรัสโทนสีดำดีไซน์เรียบหรู พร้อมด้วยสัญลักษณ์ที่เป็นดีไซน์กล้องและชื่อรุ่น NEX ประทับตรงกลาง และเมื่อแกะกล่องออกมาก็จะพบกับอุปกรณ์มาตรฐานที่ให้มาครบถ้วน ซึ่งประกอบด้วย

  • ตัวเครื่อง Vivo NEX 3
  • เคส
  • ฟิล์มกันรอย (ติดมาให้แล้วทั้งหน้าและหลัง)
  • หัวชาร์จแบตเตอรี่
  • สายชาร์จแบบ USB Type-C
  • หูฟัง
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • คู่มือการใช้งาน
Vivo NEX 3

Vivo NEX 3 มาพร้อมรูปลักษณ์ที่ลงตัวมาก ๆ งานออกแบบดูโดดเด่นสวยงามสะดุดตาด้วยดีไซน์แบบ Unibody โดยมีหน้าจอแสดงผลแบบ Waterfall FullView Display ขนาด 6.89 นิ้ว ความละเอียด 2256 x 1080 พิกเซล (FHD+) ซึ่งพื้นที่ในการแสดงผลทั้งหมดค่อนข้างเกือบ ๆ ชิดขอบตัวเครื่องทั้ง 4 ด้าน หรือคิดเป็นสัดส่วนหน้าจอสูงถึง 99.6% เลยทีเดียว

Vivo NEX 3

โดยบริเวณด้านบนของหน้าจอก็จะมีลำโพงสำหรับสนทนาที่ซ่อนมาแบบแนบชิดติดขอบจอ ส่วนกล้องหน้าสำหรับเซลฟี่นั้นเป็นกล้องตัวเดียวความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ซึ่งจะเป็นกล้องแบบป๊อปอัพเลื่อนอัตโนมัติ

Vivo NEX 3

เวลาที่เราเลือกถ่ายรูปด้วยกล้องหน้ากล้องก็จะเลื่อนขึ้นมา และถ้าสลับกล้องไปเป็นกล้องหลังหรือใช้นิ้วกดที่ตัวกล้องลงไปเพียงเล็กน้อย เจ้ากล้องนี้ก็จะเลื่อนกลับเข้าไปในตัวเครื่องให้เอง

Vivo NEX 3

ดังนั้นเมื่อกล้องเป็นแบบป๊อปอัพเลื่อนอัตโนมัติเช่นนี้ จึงทำให้หน้าจอมีพื้นที่สำหรับแสดงผลมากขึ้น ไม่ต้องมีรอยติ่งรอยบากหรือแม้แต่การเจาะรูกล้องให้เสียพื้นที่ในการแสดงผลบนหน้าจอ เพิ่มมุมมองในการใช้งานให้กว้างมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม ดูวิดีโอ หรือโซเชียลมีเดีย ก็ต่างเต็มอิ่มกับหน้าจอกว้าง ๆ ได้แบบไร้สิ่งรบกวนสายตา

Vivo NEX 3
Vivo NEX 3

ส่วนบริเวณด้านล่างของหน้าจอจะเป็นปุ่มนำทาง ที่ประกอบด้วยปุ่มย้อนกลับ ปุ่มโฮม และปุ่มเมนูแบบ On-Screen สัมผัสบนจอ อีกทั้งยังใส่เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาบนหน้าจออีกด้วย

Vivo NEX 3

ด้านหลังของ Vivo NEX 3 มีดีไซน์ฝาหลังรูปแบบใหม่โดยใช้วัสดุที่เป็นกระจก พร้อมด้วยสีสันในโทนดำแบบเทา ๆ ที่ทาง Vivo เรียกว่าสี Glowing Night แม้ว่าโดยรวมแล้วอาจจะดูเรียบ ๆ แต่ก็มีกลิ่นอายของความพรีเมียมและค่อนข้างสวยงามลงตัว

Vivo NEX 3

โดยบริเวณด้านบนจะเป็นที่อยู่ของกล้องถ่ายรูปทั้ง 3 ตัว ความละเอียด 64 + 13 + 13 ล้านพิกเซล ที่ถูกดีไซน์แบบ Lunar Ring Camera System ในกรอบวงกลมที่นูนออกมาจากตัวฝาหลังเล็กน้อย พร้อมกับไฟแฟลช LED ที่อยู่ถัดลงมา

Vivo NEX 3
Vivo NEX 3

ช่วงด้านล่างจะสลักชื่อรุ่นเพียงคำว่า NEX ส่วนชื่อแบรนด์ Vivo จะพิมพ์ไว้แบบตัวเล็กมาก ๆ ที่ตรงขอบเครื่องด้านขวา

สำหรับขอบรอบตัวเครื่องทั้ง 4 ด้าน เริ่มจากด้านบนจะมีพื้นที่ที่เป็นกล้องหน้าเลื่อนขึ้นมา รวมทั้งช่องเสียบหูฟังแบบ 3.5 มิลลิเมตร เซ็นเซอร์อินฟาเรด และไมค์ตัดเสียงรบกวน ถัดมาที่ด้านล่างจะมีช่องใส่ถาดซิมการ์ด รูเสียบสายชาร์จแบบ USB Type-C รวมทั้งลำโพงและไมค์สำหรับการสนทนา

Vivo NEX 3

โดยถาดซิมการ์ดจะใส่ซิมแบบหงายฝั่งชิปของซิมขึ้น ดังนั้นซิมทั้ง 2 จะหันหลังชนกัน และไม่ใช่ถาดแบบ Hybrid จึงไม่สามารถเพิ่มหน่วยความจำที่เป็น Micro SD Card ได้

มาต่อกันที่ขอบตัวเครื่องด้านข้าง โดยรุ่นนี้จะมีปุ่มกดทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่องหรือล็อกหน้าจอ รวมทั้งปุ่มสำหรับเพิ่ม/ลดเสียง อยู่ที่ขอบเครื่องด้านขวาเพียงด้านเดียว ส่วนด้านซ้ายจะเป็นขอบเรียบและไม่มีปุ่มกดใด ๆ เลย

Vivo NEX 3
Vivo NEX 3

ซึ่งปุ่มกดของ Vivo NEX 3 นี้ก็ไม่ใช่ปุ่มกดแบบสมาร์ทโฟนทั่วไป แต่จะเป็นปุ่มแบบสัมผัสโดยใช้เซ็นเซอร์ที่ให้สัมผัสเหมือนปุ่มกดจริง ๆ และสามารถปรับตั้งค่าความหนักเบาในการกดปุ่มดังกล่าวนี้ได้ ขณะที่เวลาใช้งาน ตรงขอบหน้าจอใกล้ ๆ กับปุ่มกดนี้ จะแสดงสัญลักษณ์บอกตำแหน่งให้ทราบด้วยว่าปุ่มกดอยู่ตรงไหน

Vivo NEX 3
Vivo NEX 3

หน้าตา UI และพวกเมนูต่าง ๆ ของ Vivo NEX 3 จะรันด้วยระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 9.1 บนพื้นฐาน Android 9.0 โดยเมนูตั้งค่าการใช้งานต่าง ๆ ก็เหมือนกันกับสมาร์ทโฟนแอดดรอยด์ทั่วไปที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดีและใช้งานง่ายเหมือนเช่นเคย

Vivo NEX 3

ด้านขุมพลังภายในนั้นอัดมาด้วยชิปประมวลผล Qualcomm SDM855 Snapdragon 855+ Octa-core (1×2.96 GHz Kryo 485 & 3×2.42 GHz Kryo 485 & 4×1.8 GHz Kryo 485) ซึ่งเป็นชิประดับท็อปสุดในปัจจุบัน พร้อมทั้งหน่วยความจำที่ให้มาแบบจัดเต็มด้วย RAM 8GB / ROM 128GB ก็นับว่าแรงเหลือเฟือแล้วสำหรับการใช้งานต่าง ๆ เท่าที่มือถือระดับไฮเอนด์ในยุคนี้จะทำได้

Vivo NEX 3
Vivo NEX 3

ผลการทดสอบประสิทธิภาพด้วยแอปฯ AuTuTu Benchmark v7.2.2 ได้คะแนนรวมไป 313260 คะแนน ส่วน Geekbench 4 แบบ Single-Core ได้คะแนน 3550 คะแนน / Multi-Core ได้คะแนน 10696 คะแนน

แน่นอนว่าสเปกที่ให้มาก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรสำหรับการเล่นเกมทั้งหมดที่มีอยู่ในตอนนี้ โดยลองทดสอบเล่นเกมสุดฮิตหลากหลายแนวก็เล่นได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด สามารถตั้งค่าความละเอียดกราฟิกระดับสูงได้แบบสบาย ๆ

Vivo NEX 3
Vivo NEX 3

Vivo NEX 3 มีฟีเจอร์เกมโหมดเช่นเดียวกันกับสมาร์ทโฟน Vivo รุ่นอื่น ๆ ที่ช่วยจัดสรรทรัพยากรระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมและลดปัญหาภาพกระตุก ทำให้เล่นเกมได้แบบลื่นไหลลื่นมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีตัวจัดการที่ช่วยให้การเล่นเกมไม่ถูกขัดจังหวะจากการแจ้งเตือน หรือสายโทรเข้าต่าง ๆ อีกด้วย

Vivo NEX 3

ไม่ว่าจะใช้งานทั่วไป ใช้เพื่อความบันเทิงหรือเล่นเกม ก็ใช้ได้อย่างยาวนานเกือบตลอดวัน เพราะ Vivo NEX 3 ให้แบตเตอรี่มาแบบอึด ๆ ที่ความจุ 4500mAh และรองรับชาร์จเร็ว Vivo FlashCharge ขนาด 22.5W อีกทั้งยังมีระบบระบายความร้อน Vapor Chamber Cooling System ที่มีประสิทธิภาพในการถ่ายเทความร้อนได้เป็นอย่างดี จึงช่วยให้สามารถใช้งานได้อย่างไหลลื่นแม้จะใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน

Vivo NEX 3

สาวกสมาร์ทโฟน Vivo น่าจะคุ้นเคยกับผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Jovi ซึ่งก็มีอยู่ใน Vivo NEX 3 รุ่นนี้ด้วยเช่นกัน โดย Jovi นี้ก็จะเป็นเทคโนโลยี AI ที่เข้าใจความต้องการและเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้งาน คอยช่วยเหลือในหลาย ๆ ด้าน เช่น การถ่ายภาพ, Jovi Smart Scene หน้าต่างสำหรับแจ้งเตือนข้อมูลต่าง ๆ หรือสกอร์การแข่งขันกีฬาตามความสนใจของผู้ใช้ หรือจะเป็นการค้นหาสิ่งของสำหรับการช้อปปิ้งออนไลน์จากรูปภาพ เป็นต้น

Vivo NEX 3

ฟีเจอร์อื่น ๆ ที่น่าสน ไม่ว่าจะเป็น Dark Mode การแยกหน้าจอ หรือโคลนแอปฯ ก็มีมาให้ใช้งานครบ

Vivo NEX 3

มาถึงตรงนี้ก็จะเป็นในเรื่องของการถ่ายภาพ ย้ำกันอีกทีสำหรับกล้องหลังของ Vivo NEX 3 ที่เป็นกล้องแบบ 3 ตัว โดยมีเลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล เลนส์ Wide-Angle 13 ล้านพิกเซล และเลนส์ Telephoto 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 + f/2.2 + f/2.48

ซึ่งกล้องทั้ง 3 ตัวนี้จะผสานการทำงานระหว่างกันเพื่อเพิ่มความอัจฉริยะในการถ่ายภาพ ให้ถ่ายภาพออกมาได้ราวกับมืออาชีพ ไม่ว่าจะถ่ายภาพ Macro, Wide-Angle หรือ Telephoto ก็ถ่ายได้สวยงามสมบูรณ์แบบ

Vivo NEX 3

ส่วนกล้องหน้าที่เป็นกล้องแบบป๊อปอัพเลื่อนอัตโนมัติ อย่าลืมว่ามาพร้อมกับความละเอียดสูงถึง 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.09 ดังนั้นการถ่ายเซลฟี่ในทุก ๆ โมเมนต์จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป แถมยังมีลูกเล่นเยอะ ใช้งานง่าย

Vivo NEX 3

โหมดสำหรับการถ่ายภาพต่าง ๆ นั้นก็มีมาครบ ซึ่งสามารถทำได้ในระดับเดียวกันกับที่สมาร์ทโฟนระดับเรือธงรุ่นอื่น ๆ ทำได้แทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นโหมดถ่ายภาพกลางคืนที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาการถ่ายภาพในที่มืดและภาพสั่นได้อย่างคมชัดโดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง

Vivo NEX 3

อีกทั้งการปรับแต่งรูปใบหน้าให้สวยสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นกว่าเดิม หรือแม้แต่การปรับแต่งรูปร่างทุกสัดส่วนของร่างกาย เช่น เอว สะโพก หรือเรียวขา ให้ออกมาสวยงามได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้แอปฯ อื่น ๆ

Vivo NEX 3

ภาพรวมในแง่ของการใช้งานกล้องถ่ายภาพนั้น Vivo NEX 3 สามารถใช้งานได้ง่ายในแทบทุกโหมดและไม่มีอะไรซับซ้อนมากนัก ส่วนเรื่องความสวยของภาพก็ทำได้ดีอยู่แล้ว รวมทั้งการใส่ AI เข้ามา จึงช่วยเพิ่มความสามารถให้กล้องทำงานได้อย่างฉลาดมากขึ้น เพราะตัวกล้องสามารถวิเคราะห์ได้เองว่าภาพที่จะถ่ายนั้นเป็นรูปแบบใด ส่วนเรื่องความสวยของภาพนั้นทำได้ดีกว่าที่คาดไว้มาก รวม ๆ แล้วก็ยอมรับว่าเป็นมือถืออีกหนึ่งรุ่นที่ถ่ายเล่นได้สนุกดีเลยทีเดียว

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ Vivo NEX 3

ข้อมูลสเปกของ Vivo NEX 3

  • หน้าจอ Waterfall FullView Display แบบ Super AMOLED ขนาด 6.89 นิ้ว ความละเอียด 2256 x 1080 พิกเซล (FHD+)
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm SDM855 Snapdragon 855+ Octa-core (1×2.96 GHz Kryo 485 & 3×2.42 GHz Kryo 485 & 4×1.8 GHz Kryo 485)
  • หน่วยประมวลผลภาพ Adreno 640 (700 MHz)
  • หน่วยความจำ RAM 8GB / ROM 128GB
  • กล้องหน้า 16MP, f/2.09 พร้อมไฟแฟลช LED
  • กล้องหลัง 3 ตัว 64MP, f/1.8 + 13MP, f/2.2 + 13MP, f/2.48 พร้อมไฟแฟลช LED
  • ระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 9.1 บนพื้นฐาน Android 9.0
  • ขนาดตัวเครื่อง 167.44 × 76.14 × 9.4 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 217.3 กรัม
  • แบตเตอรี่ 4500mAh รองรับชาร์จเร็ว Vivo FlashCharge (22.5W)
  • รองรับซิมการ์ด 2 ซิมแบบนาโน
  • การเชื่อมต่อ 4G TDD-LTE / FDD-LTE, Wi-Fi 802.1.11 a/b/g/n/ac (2.4GHz + 5GHz), Bluetooth 5.0, USB Type-C
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ
  • สีที่วางจำหน่าย สีดำ Glowing Night
  • ราคา 24,999 บาท
Vivo NEX 3

โดยสรุปแล้วก็คงต้องบอกว่า Vivo NEX 3 เป็นสมาร์ทโฟนเรือธงที่น่าสนใจมาก ๆ รุ่นหนึ่งที่มีอยู่ในท้องตลาด ณ ตอนนี้ ซึ่งถ้ามองถึงเรื่องนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ใส่เข้ามาก็กล้าการันตีได้ว่าไม่ได้ด้อยไปกว่ามือถือตัวท็อปรุ่นอื่น ๆ ส่วนการดีไซน์ก็สวยหรูดูพรีเมียมสมราคา และที่แน่ ๆ ก็คือประสิทธิภาพและความสามารถของกล้องถ่ายภาพที่ถ้าหากได้ลองสัมผัสแล้วอาจจะหลงรัก

Vivo NEX 3

ทั้งนี้ ปัจจุบัน Vivo NEX 3 วางจำหน่ายให้ได้เป็นเจ้าของแล้วในราคา 24,999 บาท โดยสามารถซื้อได้ตามร้านค้าตัวแทนจำหน่าย พร้อมรับ VIP Card ประกันตัวเครื่อง 2 ปี และประกันหน้าจอแตกจำนวน 1 ครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปีเท่านั้น โดยสามารถติดตามข่าวสารรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ทาง www.vivo.com

About Author

nineFangKhaoW

nineFangKhaoW

Partners