[Preview] Vivo NEX 3 เรือธงดีไซน์ล้ำ จอ Waterfall Screen ชิป SD855+

โดย RingRangRung | 16 กันยายน 2562 เมื่อ 23:58 น. | อ่าน 1,845

เปิดตัวกันเป็นที่เรียบร้อยสำหรับสมาร์ทโฟนระดับเรือธงดีไซน์ล้ำรุ่นใหม่ล่าสุดจากค่าย Vivo NEX 3 ซึ่งโดดเด่นด้วยจอ Waterfall Screen ที่ให้สัดส่วนการแสดงผลสูงถึง 99.6% สเปคแรงด้วยชิป Snapdragon 855+ ครอบคลุมด้านการถ่ายภาพด้วยกล้องหลัง 3 ตัวที่เก็บได้ทุกระยะ

Vivo ค่อนข้างเน้นเรื่องงานดีไซน์ของตัว NEX 3 ให้ออกมาพรีเมี่ยมสมกับที่เป็นเรือธง โดยมีจุดที่เป็นไฮไลท์อย่างตัวหน้าจอขอบน้ำตก ( Waterfall Screen) ที่ขอบจอด้านข้างทำมุมโค้งถึง 90 องศา เรียกว่าเกือบสุดขอบ และให้สัดส่วนพื้นที่แสดงผลมากถึง 99.6%

ขณะที่พื้นที่ขอบจอด้านบนและด้านล่างก็บางเฉียบมีลำโพงสนทนาซ่อนอยู่บางๆด้านบน

แผงจอของรุ่นนี้เป็นแบบ E3 Super AMOLED ขนาด 6.89 นิ้ว ความละเอียด FHD+ 1080 x 2256 พิกเซล ใช้งานได้ดีในทุกสภาพแสงโดยให้ความสว่างหน้าจอได้ถึง 800nits ขณะที่การแสดงผลก็สวยสมจริงโดยรองรับ HDR10

พื้นที่ขอบจอที่โค้งเพิ่มขึ้นมาทาง Vivo ก็ได้มีการใส่ซอฟแวร์เพื่อป้องกันการสัมผัสโดยไม่ได้ตั้งใจ พร้อมเพิ่มลูกเล่นให้มีไฟกระพริบรอบจอโค้งที่จะทำงานเมื่อมีการแจ้งเตือน หรือกระพริบตามจังหวะเพลง

เพื่อให้รับกับดีไซน์จอใหม่ในรุ่น NEX 3 ก็ได้ตัดสินใจเอาปุ่มกดแบบ Physical อย่างปุ่มพาวเวอร์ หรือปุ่มปรับระดับเสียงที่ปกติจะอยู่ด้านข้างออกไปทั้งหมด และได้ใส่ระบบ Touch Sense หรือตัวรับแรงกดด้านข้างเครื่องเข้ามาแทน โดยที่จะอยู่ตรงขอบด้านขวา ซึ่งปุ่มนี้จะอยู่ในสถานะสแตนด์บายพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลาด้วยวงจรพลังงานอิสระไม่รบกวนแบตเตอรี่ของเครื่อง

ระบบนี้ใช้แทนปุ่มปรับระดับเสียงได้ ซึ่ง Vivo ได้ใส่เซ็นเซอร์เข้าไปตรงจุดนี้ถึง 7 ตัวเพื่อความแม่นยำในการใช้งาน พร้อมมอเตอร์สั่น X-axis Haptic Vibration ที่ให้แรงสั่นตอบสนองเพิ่มมิติในการใช้งานมากขึ้น

บริเวณขอบด้านบนจะมีปุ่มพาวเวอร์ซ่อนอยู่เล็กๆ, ช่องไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน, ช่องกล้องหน้าป็อปอัพ และช่องเสียบหูฟังสนทนา

ขอบด้านล่างมีพอร์ต USB-C, ช่องใส่ซิม, ลำโพง และไมโครโฟน ซึ่งรุ่นนี้มากับระบบเสียง Hi-Fi ด้วยชิบ AK4377A

Vivo NEX 3 มากับฝาหลังสเปคสี Glowing Night ซึ่งเป็นสีดำที่ดูคลาสสิคและมีมิติที่แตกต่างจากสีดำทั่วไป ขณะที่ตัวกล้องหลังก็มีการจัดวางแบบ Lunar Ring โดยใส่กล้องหลัง 3 ตัว ในโมดูลกล้องทรงกลมและติดแฟลช LED ด้านล่าง

ตัวประมวลผลก็เป็นของใหม่อย่าง Qualcomm Snapdragon 855+ และแน่นอนว่ากำลังประมวลผลแรงต่อเนื่องไม่ตกเพราะมีระบบระบายความร้อน Vapor Chamber Cooling System

สำหรับหน่วยความจำที่เข้าไทยเป็นสเปค RAM 8GB+ROM UFS3.0 ขนาด 128GB ที่อ่านเขียนข้อมูลไวกว่า UFS2.1 ถึง 79% พร้อมด้วยระบบผู้ช่วยใหม่ VCAP เข้ามาเสริมการทำงานทั้งด้าน CPU, GPU และ NPU ขณะที่แบตเตอรี่ใส่มา 4500mAh มีเทคโนโลยีจัดการพลังงาน C-DRX พร้อมชาร์จไว Vivo FlashCharge 22.5W

เรื่องการถ่ายภาพกล้องหน้าของรุ่นนี้เป็นแบบป็อปอัพความละเอียด 16 ล้านพิกเซล แถมมีแฟลช LED มาให้ด้วย

สำหรับกล้องหลังเป็นแบบ 3 ตัวครอบคลุมการถ่ายภาพได้ทุกรูปแบบ เริ่มจากกล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.7 นิ้ว ถ่ายเป็นไฟล์ RAW ได้

กล้องตัวต่อมาเป็นกล้อง Telephoto ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล สามารถซูมแบบ Optical 2 เท่า และซูม Digital ได้ 20 เท่า มีฟีเจอร์ถ่ายภาพ Hyper-HDR ช่วยดึงรายละเอียดในการถ่ายภาพบุคคล ขณะที่สีผิวของแบบก็ยังคงความเป็นธรรมชาติ และอีกฟีเจอร์ที่ Vivo นำเสนอคือ Super Night Mode 2.0 ที่ถ่ายภาพ 16 เฟรมแล้วรวมเป็นภาพเดียวโดยใช้เวลาในการประมวลผลเพียง 2 วินาที

กล้องตัวสุดท้ายเป็นกล้อง Wide-Angel มุมมองรับภาพ 120 องศา ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ซึ่งนอกจากจะถ่ายแบบมุมกว้างได้แล้ว รุ่นนี้ก็ยังถ่ายแบบ Super Marco ได้โดยใช้ระยะโฟกัสเพียง 2.5ซม. เท่านั้น

นอกจากนี้ที่ UI กล้องก็ยังมีส่วน Customized Modes ให้ผู้ใช้ได้ปรับแต่งพื้นที่ใช้งานได้อย่างอิสระ

การวางจำหน่ายในไทย Vivo NEX 3 เริ่มเปิดให้จองผ่าน Lazada กันเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน ถึง 30 กันยายน รับฟรี! ลำโพงบลูทูธ Harman Kardon GOPLAYMINI โดยรับเครื่องหลัง 1 ตุลาคมเป็นต้นไป และจะเริ่มขายอย่างเป็นทางการผ่านตัวแทนจำหน่ายชั้นนำ 30 กันยายน สนนราคา 24,999 บาท เท่านั้น

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners