แกะกล่อง Samsung Galaxy S6 edge+ ใหญ่กว่า พร้อมฟีเจอร์ที่มากกว่า

โดย nookzz | 21 กันยายน 2558 เมื่อ 19:06 น. | อ่าน 214

cover-s6-edge-plusวันนี้ได้ลองเล่นเครื่องจริงตัวจริงแล้วสำหรับ Samsung Galaxy S6 edge+ ที่เปิดตัวมาพร้อมๆ กับ Galaxy Note 5 เมื่อเดือนก่อน ทั้งคู่สเปคเครื่องเหมือนๆ กันเลย แตกต่างกันเรื่องของฟีเจอร์ที่รุ่นนี้เน้นหน้าจอ Dual edge ส่วน Note 5 จะเน้นเรื่องของปากกาครับ ทั้งสองรุ่นดีไซน์ออกมาสวยวิบวับพอกัน เรามาลองดูตัวเครื่องกันเลยว่าเครื่องจริงเป็นอย่างไร ภายในเป็นอย่างไรบ้าง

Samsung Galaxy S6 edge+ นั้นทีมงานเพิ่งเผยราคาวางจำหน่ายไป ซึ่งรุ่นนี้จะขายในราคา 29,900 บาท สำหรับรุ่น 32GB เบื้องต้นได้ยินว่ามีแค่รุ่นเดียวครับ 64GB ยังไม่มีข่าวคราว โดยจะวางขายอย่างเป็นทางการวันที่ 25 กันยายนนี้ มีสองสีคือ Platinum Gold และ Silver Titanium (ลิงค์ข่าว)

สเปคเครื่อง Samsung Galaxy S6 edge+ (Galaxy S6 edge Plus)

– จอแสดงผล Super AMOLED 5.7″ Quad HD 2560 x 1440 (518ppi)
– หน้าจอแบบ Dual edge screen พร้อมฟีเจอร์ People edge และ Apps edge
– ขนาด 154.4 x 75.8 x 6.9 mm หนัก 153 กรัม
– ชิปเซ็ต Exynos 7420 Octa core (2.1GHz Quad + 1.5GHz Quad), 64 bit, 14 nm Processor
– RAM 4GB, ROM 32GB (UFS 2.0)
– กล้องหลัก 16MP OIS f1.9, กล้องหน้า 5MP f1.9
– ระบบ Android 5.1.1 Lollipop + TouchWiz
– แบตเตอรี่ 3,000 mAh
– ที่สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint)
– รองรับ Fast Charge และ Wireless Charging ที่ชาร์จเร็วกว่าเดิม

สเปคเครื่องแทบจะเหมือนกันทุกส่วน เรียกเป็นฝาแฝดกันเลยก็ได้ เพราะจริงๆ มองผ่านๆ หน้าตาก็เหมือนๆ กับ Galaxy Note 5 แตกต่างกันนิดหน่อยเท่านั้น ขนาดพอๆ กันแต่รุ่นนี้น้ำหนักเบากว่าเดิมครับ

edge-plus-001-1

edge-plus-002

กล่องมาสไตล์เดียวกับ Note 5 แต่สกรีนชัดเจนครับว่าเป็น Samsung Galaxy S6 edge+ ระบุสีข้างกล่องเหมือนกัน เปิดฝามาก็เจอเครื่องขนาดเต็มกล่องเป๊ะ

edge-plus-003 edge-plus-004

ภายในกล่องครับนอกจากตัวเครื่องแล้วก็มีอุปกรณ์ดังนี้

– Samsung Galaxy S6 edge+ (SM-G928C)
– คู่มือการใช้งาน
– อแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่
– สาย Micro USB
– ชุดหูฟัง

สำหรับเครื่องที่ได้มาแกะกล่องลองใช้งานยังไม่ใช่เครื่องขายไทยนะครับ อุปกรณ์ในชุดขายจริงน่าจะแตกต่างกันไปอีกหน่อย โดยเฉพาะอแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่ไม่น่าเป็นหัวแบบนี้

edge-plus-034 edge-plus-007 edge-plus-009

ตัวเครื่องขนาดใหญ่ขึ้นคือขนาดก็เท่าๆ กับ Galaxy Note 5 ครับ เพราะสเปคเหมือนๆ กัน หน้าจอขนาดเท่ากัน จำไว้แค่ Galaxy S6 edge+ โค้งหน้าจอ ส่วน Galaxy Note 5 โค้งกระจกหลัง สลับกันแค่นี้แหละ…

edge-plus-012 edge-plus-013

ด้านหน้ามีเซ็นเซอร์ต่างๆ พร้อมช่องลำโพง และเลนส์กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล ไฟแจ้งเตือนต่างๆ จะอยู่ข้างๆ เซ็นเซอร์ เลย์เอาท์นี่แทบไม่ต่างจาก Note 5 เลย ใต้หน้าจอมีปุ่ม Home ซึ่งมีฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือครับ พร้อมปุ่ม Multitask และ Back แบบสัมผัส

edge-plus-037 edge-plus-038 edge-plus-024 edge-plus-025

ด้านข้างก็แทบไม่แตกต่าง สลับด้านโค้งรับเข้ามาเท่านั้น มีปุ่มควบคุมเสียงอยู่ด้านซ้าย และปุ่มพาวเวอร์อยู่ด้านขวา

edge-plus-028 edge-plus-026

ขอบด้านบนจะมีช่องไมโครโฟนตัวที่สอง กับถาดใส่ซิมการแบบ Nano SIM ส่วนขีดๆ นั่นก็คือจุดเสารับสัญญาณนะครับเห็นมีหลายถามๆ กันอยู่ ด้านล่างมีช่องลำโพงเสียงหลัก พร้อมด้วย Micro USB กับช่องไมโครโฟนกลัก และรูหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร

edge-plus-029 edge-plus-031

ด้านหลังก็เหมือนกับตัว Galaxy S6 ครับ กระจกมีแผ่นฟิล์มรองด้านใต้ทำให้แสงตกกระทบแล้วสวยเลอค่ามากๆ เลนส์กล้องจะนูนออกมามากกว่าตัว Galaxy Note 5 เพราะขนาดบางกว่า โดยมีไฟแฟลช LED และเซ็นเซอร์ Heartrate เหมือนกัน

edge-plus-042

ถาดซิมเป็นแบบ Nano SIM เท่านั้น ไม่สามารถเพิ่ม Micro SD ได้ ใช้ที่จิ้มถาดซิมออกมาได้เลย ระวังทำหล่นหายนะขนาดมันเล็ก

plus-001

ซอฟท์แวร์ภายในเป็น Android 5.1.1 Lollipop ครอบด้วย TouchWiz UI เวอร์ชั่นล่าสุด หน้าตาเหมือนกับของ Galaxy Note 5 เลย แต่เครื่องที่เอามาทดสอบไม่มีพวกแอพพลิเคชั่น Microsoft แถมมาให้นะ ลุคยังดูสวยงามใช้งาน สัมผัสไวตอบสนองเยี่ยมตามสไตล์ ลองใช้แล้วติดใจกันแน่นอนล่ะ

edge-plus-016

ที่เพิ่มเข้ามาก็คือ People edge ครับ เหมือนกับ Galaxy S6 edge คือใส่ทางลัดรายชื่อโปรดได้ 5 รายการ แยกสีสันต่างๆ เวลาวางคว่ำเมื่อรายชื่อที่ตั้งไว้โทรเข้าก็จะมีไฟสีดังกล่างวิ่งๆ ให้รู้ครับ แตะเซ็นเซอร์ Heartrate วางสายได้หากไม่ว่าง

edge-plus-019

ฟีเจอร์ที่เพิ่มเติมเข้ามาใหม่ล่าสุดเลยก็คือ Apps edge น่าจะมีการเรียกร้องเข้ามาเยอะ เพราะ People edge อย่างเดียวก็ดูไม่มีอะไร แตกต่างจาก Galaxy Note Edge ที่เอามาใช้งานได้หลากหลายกว่าทั้ง Tools และ Shortcut ต่างๆ แจ้งเตือนได้ครับ Apps edge ก็สามารถเพิ่มทางลัดแอพพลิเคชั่นที่ชอบใช้งานได้ 5 รายการ

plus-002

ตัว UI ยังมี Multitask แบบเดิม ซึ่งสามารถใช้งานแบบ Multi-Window ได้ครับ แบ่งครึ่งหน้าจอแล้วเลื่อนปรับเอาตามใจชอบ ใช้งานหลายๆ แอพพลิเคชั่นพร้อมๆ กัน หรือจะใช้งานแบบ Popup Window ก็ทำได้เช่นกันนะ

plus-003

ประสิทธิภาพเครื่องแน่นอนว่าต้องดีไม่แตกต่างจาก Galaxy Note 5 แน่นอน เพราะสเปคมาเหมือนๆ กันขุมพลัง Exynos 7420 Octa-core พร้อมด้วย RAM 4GB LPDDR4 เหลือๆ หน่วยความจำแบบ UFS 2.0 ความจุ 32GB อ่านเขียนเร็วมาก ซึ่งทดสอบมาแล้วได้คะแนนระดับ 66,000 คะแนนเลยทีเดียว ในแง่ประสบการณ์การใช้งานก็เยี่ยมครับ ลื่นแบบพรีเมี่ยมเลย

edge-plus-022

กล้องถ่ายภาพเป็นเลนส์ 16 ล้านพิกเซล F1.9 มีระบบ Smart OIS เหมือนกับ Galaxy Note 5 และ Galaxy S6 แต่ถ้าเทียบกับพี่น้องร่วมตระกูล รุ่นนี้จะเหนือกว่า กล้องระดับเดียวกับ Note 5 ฟีเจอร์ต่างๆ มาทางเดียวกันเลย ซึ่งตัว Galaxy S6 edge+ จะสามารถปรับเรื่องของสปีดชัตเตอร์ในโหมด Pro ได้ด้วยนั่นเอง เดิมทีตัว S6 มันไม่มีนะครับ

edge-plus-044

ฟีเจอร์เพียบ Live Broadcast ก็มา Video Collage ก็มี เอามาถ่ายเก๋ๆ ครับ ลูกเล่นพวกนี้ผมค่อนข้างชอบนะ ส่วนกล้องหน้านั้นก็เป็นเลนส์ 5 ล้านพิกเซล F1.9 เช่นกัน และมีมุมกว้างถึง 120 องศาเก็บภาพแนวตั้งนี่หน้าแหลมเรียวสวยเลย แนวขวางก็เก็บรายละเอียดได้เยอะด้วย ทั้งกล้องหน้าหลังรองรับ Real-time HDR ครับ ลองดูภาพตัวอย่างจากกล้อง

20150921_162052 20150921_162106 20150921_162115 20150921_162126 20150921_162213 20150921_162556 20150921_162624

วันนี้เรามาอวดตัวเครื่องกับฟีเจอร์ภายในเพียงเล็ก เพราะเพิ่งได้เครื่องมาเล่นได้แค่วันเดียวครับ เร็วๆ นี้จะแนะนำฟีเจอร์อื่นๆ และรีวิวเต็มๆ เพิ่มเติมให้ชมกันอีกที สำหรับ Samsung Galaxy S6 edge+ เตรียมวางขาย 25 กันยายนนี้ ราคา 26,900 บาท มีสี Gold Platinum และ Silver Titanium สองสีครับ

About Author

nookzz

nookzz

Partners