[Unbox] iPhone 11 Max Pro หน้าจอเท่าเดิม เพิ่มเติมกล้อง 3 ตัวสุดปัง

โดย shyboy | 20 กันยายน 2562 เมื่อ 18:36 น. | อ่าน 6,922

เปิดตัวมาเกือบ 1 อาทิตย์แล้วสำหรับ iPhone 11 Max Pro ซึ่งในมุมของสาวก Apple ก็มีความน่าตื่นเต้นในตัวเองอยู่พอสมควรเพราะมีหลายสิ่งที่พัฒนาจาก iPhone XS Max เมื่อปีก่อน และบทความนี้ mxphone ก็ไม่พลาดที่จะบินลัดฟ้ามารับเครื่องและแกะกล่องพรีวิวให้ได้ชมกันแบบด่วนจี๋จากประเทศสิงคโปร์กันเลย

แต่ไหนๆก็ได้เครื่อง iPhone 11 Pro Max มาแล้วสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือฟิล์มกันรอย ถึงแม้ว่าเครื่องจะยังไม่เข้าไทยแต่ตอนนี้เราสามารถเข้าไปเลือกซื้อรอไว้ก่อนได้เลย โดยทาง Focus มีให้เลือก 3 แบบคือ

Focus Full Frame ฟิล์มแบบเต็มจอ, Focus Ultra Clear ฟิล์มใสทั้งแผน และ Focus 3D Full Curved Edge ฟิล์มป้องกันโค้งถึงขอบเครื่อง ลดราคาอยู่ด้วยเริ่มต้นที่ 149 บาทเท่านั้น (Sponsor content)

Editor’s note
iPhone 11 Pro Max (อ่านว่า ไอ-โฟน-อี-เลฟ-เว่น-โปร-แม๊กซ์) ของทีมงาน mxphone เป็นเครื่องจากการ pre-order ที่ Apple Orchard ซึ่งเป็นประเทศกลุ่มแรกในโลกที่วางจำหน่ายในวันที่ 20 กันยายน 2019 พร้อมกันหลายๆ ประเทศ ดังนั้น สเปค และอุปกรณ์ในกล่องอาจจะมีความแตกต่างรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทยที่จะวางจำหน่ายเร็วๆ นี้

การออกแบบและดีไซน์

หน้าจอ iPhone 11 Pro Max ขนาด 6.5 นิ้ว เป็นจอ Super Retina XDR พัฒนาจาก iPhone XS Max ที่ใช้ Super Retina HD จอชนิดใหม่นี้ให้ความสว่างได้สูงสุดที่ 1200 nits ได้รับมาตรฐาน Wide Color gamut  และใส่ True Tone Display มาให้ด้วย

ซึ่งการออกแบบทุกอย่างเมื่อมองด้วยตาเปล่าแทบจะไม่ต่างกันเพราะเป็นจอบาก ขนาดจอเท่าเดิม และความละเอียดหน้าจอที่ 2688×1242 พิกเซล 458 dpi เหมือนเดิม

สำหรับพื้นผิวฝาหลังเปลี่ยนจากกระจกผิวด้าน (สักที) ผิวด้านทำให้ติดรอยนิ้วมือได้ยากขึ้นดูแข็งแรงและพรีเมียมในเวลาเดียวกัน ความรู้สึกเมื่อสัมผัสให้อารมณ์คล้ายกับวัสดุที่ใช้ผลิต Macbook

สำหรับขอบเครื่องยังคงเป็นสแตนเลสขัดเงาและเปลี่ยนเฉดสีไปตามเครื่อง

ชิปประมวลผลเปลี่ยนจาก A12 Bionic มาใช้ A13 Bionic ซึ่งแรงกว่าอย่างแน่นอน และการเปรียบเทียบดูเหมือนว่าจะแรงกว่า Snapdragon 855 เกือบเท่าตัว A13 Bionic ยังใส่ Neural Engine รุ่นที่ 3 และ มาพร้อมกับ RAM 4GB 

iPhone 11 Pro Max ให้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 3,969 mAh ต่างจาก iPhone XS Max  ที่ให้มาเพียง 3,167 mAh ทำให้ใช้งานได้ยาวนานกว่าเดิมถึง 5 ชั่วโมง และในกล่องยังมีอะแดปเตอร์ 18W มาให้ด้วย 

ความจุมีให้เลือกตั้งแต่ 64GB, 256GB และ 512GB วางจำหน่าย 4 สี Space Grey, Silver, Gold และสีใหม่ Midnight Green

Unbox iPhone 11 Pro Max

เนื่องจากทีมงานมีงบประมาณจำกัด เลยขอเลือกซื้อ iPhone 11 Pro Max 256GB สี Midnight Green จาก Apple Store ที่สิงคโปร์ โดยคนที่จองผ่าน Online จะต้องไปรับเครื่องที่สาขา Orchard เท่านั้น

ใช้เวลาเพียงไม่นาน เจ้าหน้าที่พาไปรับเครื่อง และกดยืนยันรายการจอง เพื่อทำการตัดเงินจากบัตรเครดิตของเรา

เมื่อทำการแกะเครื่องแล้ว จะพบตัวเครื่องหันหลังออก โดยที่ไม่มีพลาสติกติดฝาหลังแต่อย่างใด มีติดฟิล์มพลาสติกเฉพาะด้านหน้าเท่านั้น

พื้นหลังของเครื่องมีการเปลี่ยนวัสดุจากเดิมเป็นฝาหลังกระจก เป็นพื้นผิวขัดด้านมันเงา ตัว Logo Apple เองหากมองดีๆ จะเห็นเป็น layer 2 ชั้น คือจากตัวขอบ Logo และตัว Logo เอง สวยมีมิติ

เมื่อทำการแกะอุปกรณ์ออกมา อุปกรณ์มาตราฐานเช่นเดิมเลย คือ Adapter, สายชาร์จ, หูฟัง และคู่มือแนะนำ

มีสิ่งหนึ่งที่แปลกตา นั้นก็คือ Adapter จากเดิม USB เป็น USB Type C และปลายเส้นยังเป็น Lighting และ Adapter 18w ที่ให้หัวชาร์จเป็น USB Type C ชาร์จไฟได้เร็วขึ้นจากตัวเดิมแน่นอน

สิ่งที่ iPhone 11 Max Pro พัฒนาจากรุ่นก่อน

กล้องเป็นเรื่องที่ iPhone 11 Pro Max พัฒนาขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด จากกล้องคู่บน iPhone XS Max ตอนนี้เพิ่มขึ้นมาเป็น Triple Camera แล้ว ถึงแม้ว่าการจัดวางตำแหน่งของกล้องจะเป็นที่วิพากย์วิจารณ์ก็ตาม เพราะการจัดวางหน้าเลนส์ทรงกลมที่ดูกระจุกตัวแบบนี้บางคนกลัวที่มีอาการกลัวรู (Trypophobia) อยู่แล้วก็แทบจะหันหน้าหนีเมื่อเห็นโฆษณากันเลยทีเดียว

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นเพราะในแง่การใช้งาน Apple ก็คิดมาแล้วว่าต้องดีขึ้น รายละเอียดของกล้องทั้ง 3 ได้แก่ เลนส์ Wide 12MP (f/1.8), เลนส์ Tele 12MP (f/2.0), เลนส์ Ultra Wide 12MP (f/2.4) 

สำหรับรูปจากกล้อง ทีมงาน mxphone จะนำเสนอในบทความอื่นต่อไป

เมื่อนำ iPhone 11 Pro Max มาเทียบกับเรือธงปีที่แล้วของ Apple นั้นก็คือ iPhone XS Max นั้น มาเทียบกันพบว่าตัวเครื่องมีขนาดพอๆ กัน หรือจะเรียกว่าเท่ากันเลยก็ว่าได้

ตัวเครื่องด้านหลังมีความต่างอย่างชัดเจน ทั้งเรื่องของกล้องที่เป็น Dual Camera ใน iPhone XS Max และ Triple Camera ใน iPhone 11 Pro Max และตำแหน่ง Logo ของ iPhone 11 Pro Max ที่อยู่กึ่งกลางของตัวเครื่อง

สำหรับกล้องของรุ่นนี้ ไฮไลท์ของมันเลยคือ มีโหมดถ่ายภาพกลางคืน และมีเทคโนโลยีที่เป็นไฮไลท์อย่าง Deep Fusion คือการถ่ายภาพ 9 ภาพพร้อมกัน โดยแบ่งเป็นถ่าย 4 รูปก่อนกดชัตเตอร์, 1 รูประหว่างถ่าย และ 4 รูปหลังถ่าย แล้วปรับความสว่างต่ำสุดและสูงสุดของภาพ ก่อนจะเลือกแต่ละจุดที่ดีที่สุดในหลักพิกเซลเพื่อนำมารวมกันเป็นภาพที่ดีที่สุดด้วยใช้ Machine Learning ซึ่งเป็นการทำ Image Processing ขั้นสูง

นอกจากนี้ตัวกล้องหน้าก็อัพเกรดความละเอียดเป็น 12 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายเซลฟี่ในมุมกว้างเมื่อถือเครื่องในแนวนอน พร้อมทั้งการถ่ายวีดีโอแบบ Slow-mo

สำหรับความสามารถในการถ่ายวีดีโอ iPhone 11 Pro ก็มีเทคโนโลยีการทำงานร่วมกันของกล้องหลังทั้ง 3 ตัวเพื่อเพิ่มคุณภาพด้านสีและการรับแสง โดยสามารถบันทึกความละเอียดได้สูงสุด 4K@60fps

ชิปเซตใช้ A13 Bionic ใหม่ของ Apple ที่มี CPU และ GPU ที่เร็วขึ้นกว่า iPhone XS และ iPhone XR โดยมาพร้อมความสามารถในการทำ Machine Learning ส่วนแบตเตอรี่เองก็อึดขึ้นกว่า iPhone XS กว่า 4 ชั่วโมง

ราคาและการจัดจำหน่าย

สำหรับประเทศไทย Apple ได้ส่งรายละเอียดเกี่ยวกับราคามาแล้ว โดย iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max จะมีให้เลือกระหว่างรุ่นความจุ 64GB, 256GB และ 512GB วางจำหน่าย 4 สี Space Grey, Silver, Gold และสีใหม่ Midnight Green ในราคาเริ่มต้นที่ 35,900 บาท และ 39,900 บาท ตามลำดับ ซึ่งคาดว่าราคาขึ้นขั้นละ 5,000 บาทตามรุ่นความจุ ซึ่งในประเทศไทยมีความเป็นไปได้ที่จะจำหน่ายในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนตุลาคมนี้

About Author

shyboy

shyboy

Partners