จากข่าวลือสู่ข่าวจริง! ย้อนไทม์ไลน์ก่อน dtac ควบรวมกิจการ TRUE จบดิวยักษ์วงการเทเลคอมฯ ไทย

โดย RingRangRung | 22 พฤศจิกายน 2564 เมื่อ 12:33 น. | อ่าน 511
จากข่าวลือสู่ข่าวจริง! ย้อนไทม์ไลน์ก่อน dtac ควบรวมกิจการ TRUE จบดิวยักษ์วงการเทเลคอมฯ ไทย

เปิดต้นสัปดาห์มาด้วยข่าวใหญ่ของวงการโทรคมนาคมเมื่อ กลุ่มเทเลนอร์ ประกาศจับมือกับ เครือซีพี เพื่อ ควบรวม กิจการในไทยอย่าง dtac เข้ากับ TRUE โดยปรับโครงสร้างธุรกิจสู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยี (Technology Company)

วันนี้ MXPhone จะพามาย้อนไทม์ไลน์ข่าวการควบรวมกิจการตั้งแต่วันที่มีข่าวลือจนสู่วันที่ข่าวดังกล่าวกลายเป็นเรื่องจริงว่าแต่ละช่วงจะมีความน่าสนใจขนาดไหน

8 ก.ค.64 : เทเลนอร์ขายธุรกิจในเมียนมาแต่สะเทือนมาถึงไทย

ในวันที่ 8 กรกฏาคมปี 2564 เทเลนอร์ กลุ่มธุรกิจด้านโทรคมนาคมของนอร์เวย์ประกาศขายกิจการในเมียนมาหรือ Telenor Myanmar ให้กับ M1 Group บริษัทการลงทุนของเลบานอนอย่างเป็นทางการ ในมูลค่า 105 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ข่าวดังกล่าวนับว่าสร้างแรงสั่นสะเทือนได้ไม่น้อยเนื่องจาก เทเลนอร์ เองเป็นหนึ่งในกลุ่มนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดของเมียนมา และเป็นบริษัทจากชาติตะวันตกเพียงไม่กี่รายที่เข้ามาลงทุนในประเทศนี้หลังได้รับประชาธิปไตยไปเมื่อ 10 ปีก่อน ซึ่ง เทเลนอร์ เองมีรายได้จากเมียนมา คิดเป็น 7% ของรายได้ทั้งหมดในช่วงปีที่ผ่านมา จากฐานลูกค้าเมียนมาราว 18 ล้านคนในเมียนมา คิดเป็น 1 ใน 3 ของประชากร 54 ล้านคน

แต่ด้วยเหตุการณ์รัฐประหารที่เกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางรัฐบาลทหารเมียนมาก็ได้สั่งปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลทางมือถือทั่วประเทศเพื่อสกัดกลุ่มผู้ประท้วง ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวก็กดดันจนทำให้เทเลนอร์ต้องตัดสินใจขายธุรกิจไปในที่สุด

แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านแต่ก็มีแรงกระเพื่อมข้ามมาถึงฝั่งไทยถึงความเป็นไปได้ว่ากลุ่มธุรกิจด้านโทรคมนาคมของนอร์เวย์อาจจะเริ่มถอนการลงทุนจากกลุ่มภูมิภาคเอเชีย เพราะก่อนหน้าการขายกิจการในเมียนมา เมื่อเดือนมิถุนายน เทเลนอร์ ก็เพิ่งควบรวมกิจการกับ เอเชียตา กรุ๊ป (Axiata Group Bhd) ในมาเลเซียไปด้วยมูลค่า 1.5 หมื่นล้านเหรียญ ขณะที่ปี 2560 ก็เพิ่งถอนตัวจากตลาดอินเดียและโอนธุรกิจในอินเดียไปให้บริษัท ภารตี แอร์เทล (Bharti Airtel) 

29 ก.ค. 64 : สื่อนอกตีข่าว เทเลนอร์ อาจถอนการลงทุน dtac ในไทย

TMT Finance สำนักข่าวทางการเงินของประเทศอังกฤษรายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งข่าว 6 ราย ที่เปิดเผยว่า เทเลนอร์ กำลังพิจารณาขายหุ้น dtac ในประเทศไทย และตัวหุ้นดังกล่าวก็ได้รับความสนใจจากนักลงทุนที่มีศักยภาพ โดยที่ปัจจุบัน เทเลเนอร์ ถือหุ้นใน dtac ที่ 65% มีมูลค่าหุ้นอยู่ที่ 2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 65,000 ล้านบาท

จากรายงานดังกล่าวได้มีการอ้างอีกว่า ทรู คอร์ปอเรชัน (TRUE) คือหนึ่งในนักลงทุนที่มีแนวโน้มจะเข้ามาถือหุ้นใน dtac ซึ่งทรูเองก็มีเป้าหมายชัดเจนว่าต้องการจะแซง AIS เพื่อขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในตลาดผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือของไทย

แต่หลังจากข่าวถูกปล่อยออกมาได้ไม่นาน บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ dtac ก็ได้ยื่นเอกสารชี้แจงกับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยระบุว่า

“สืบเนื่องจากที่มีการคาดการณ์ในสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับ เทเลเนอร์ กรุ๊ป ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จํากัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) และกลยุทธ์การดําเนินงานของเทเลเนอร์ กรุ๊ป ในอนาคต บริษัทฯ ขอเรียนแจ้งถึงคําแถลงการณ์ของเทเลเนอร์ กรุ๊ป ในเรื่องนี้ว่า “เทเลเนอร์ กรุ๊ป นั้นจะไม่แสดงความคิดเห็น ต่อข่าวลือหรือการคาดการณ์ใด ๆ ในตลาด เรายังคงมุ่งความสําคัญกับตลาดในประเทศไทยและกลยุทธ์ของเราในภูมิภาคเอเชีย”

แต่ถึงกระนั้นจากข่าวขายกิจการส่งผลทำให้การซื้อขายหุ้น dtac ในตลาดหลักทรัพย์วันนั้นขยับขึ้นเป็นอันดับ 1 ด้วยมูลค่าการซื้อขายสุทธิ 4.148 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.75 บาท (11.72%) พร้อมกับกระแสข่าวว่า Telenor จะเปิด Tender offer ในราคา 44 บาท

จับตา!! เทเลนอร์ อาจถอนการลงทุน DTAC ในไทย ลุ้น TRUE สนใจซื้อหุ้นต่อ

19 พ.ย. 64 : “เทเลนอร์ กรุ๊ป” เปิดโต๊ะเจรจา “ซีพี”

หลังจากทิ้งช่วงมา 3 เดือนกว่าๆ ก็มีข่าวใหญ่เกิดขึ้นกับ dtac อีกครั้ง โดยรอบนี้เป็นรายงานจาก Reuters ที่อ้างว่า เทเลนอร์ กำลังมีการเจรจากับ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) กลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ของไทยเพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ที่จะควบรวมกิจการหน่วยโทรคมนาคมในไทย อย่าง ดีแทค เข้ากับ ทรู

ข่าวดังกล่าวมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้นเมื่อพิจารณาจากท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ของทั้งสองบริษัทผ่านจดหมายชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยระบุว่าหากมีข้อชี้แจงใดๆ ที่บริษัทฯ มีหน้าที่แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทางบริษัทฯก็จะแจ้งข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อไป

ด้าน เทเลนอร์ เองก็มีการยืนยันว่ากำลังเจรจาจริงแต่ยังไม่ขอให้ความเห็น ณ ขณะนั้นเนื่องจากอาจจะส่งผลต่อการเจรจาในขั้นตอนสุดท้าย และในขณะเดียวกันก็มีข่าวว่าผลการเจรจาดังกล่าวจะถูกประกาศในวันที่ 22 พฤศจิกายน

จากกระแสข่าวที่ถูกร่ำลือกันมาอย่างยาวนานทำให้การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นทั้ง dtac และ TRUE ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นของ TRUE ที่ปรับเพิ่มขึ้นราว 42% ขณะที่ dtac เพิ่มขึ้นราว 21%

สื่อนอกตีข่าว “เทเลนอร์” เจรจา “ซีพี” เตรียมส่ง ดีแทค ร่วมกลุ่มทรูฯ ลุ้นแถลงข่าว 22 พ.ย.นี้

22 พ.ย. 64 : จากข่าวลือสู่ข่าวจริง! ซีพี-เทเลนอร์ ปิดดีลปูทาง ทรู-ดีแทค สร้าง TECH COMPANY

เปิดเช้าต้นสัปดาห์ด้วยข่าวใหญ่ตามที่คาดกันไว้เมื่อ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) และกลุ่มเทเลนอร์ ประกาศการสร้างความร่วมมืออย่างเท่าเทียมกัน (Equal Partnership) โดยการสนับสนุนให้บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (TRUE) และ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (DTAC) ตั้งเป้าปรับโครงสร้างธุรกิจสู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยี (Technology Company) 

ภายใต้รายละเอียดของความร่วมมืออย่างเท่าเทียมกัน (Equal Partnership) ทั้งเครือซีพี และกลุ่มเทเลนอร์ จะถือหุ้นเท่าเทียมกันในบริษัทใหม่ที่จะร่วมกันสร้างขึ้น และในระหว่างการศึกษาและพิจารณาการปรับโครงสร้าง ธุรกิจของทรู และดีแทค จะยังคงดำเนินไปตามปกติของแต่ละบริษัท

นอกจากนี้ ทรูและดีแทคจะดำเนินการตามเงื่อนไขต่าง ๆ ทั้งการตรวจสอบกิจการของอีกฝ่ายหนึ่งแล้วเสร็จเป็นที่พอใจ (Due Diligence) การขออนุมัติที่เกี่ยวข้องจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทและผู้ถือหุ้นของทั้งสองบริษัท ตลอดจนการดำเนินขั้นตอนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ให้แล้วเสร็จ

ยืนยันแล้ว! เครือซีพี-กลุ่มเทเลนอร์ ปิดดีลอย่างเท่าเทียมปูทาง ทรู-ดีแทค สร้าง TECH COMPANY

ขณะเดียวกันทาง dtac และ TRUE เองก็ได้มีการยื่นหนังสือต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยร่วมกัน โดยมีเนื้อหาว่าทั้งสองบริษัทรับทราบความประสงค์ในการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัทฯ โดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไขในการทำคำเสนอซื้อ (Conditional Voluntary Tender Offer) รวมถึงกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการควบรวมบริษัทภายใต้บทบัญญัติของพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจํากัด พ.ศ. 2535

ตามเอกสารระบุว่าทางบริษัทได้พิจารณากำหนดอัตราการจัดสรรหุ้น (Swap Ration) สำหรับบริษัทใหม่ที่จะเกิดจากการควบบริษัท ให้แก่ผู้ถือหุ้นของ TRUE และ dtac ในอัตราส่วนดังนี้ 1 หุ้มเดิมใน TRUE ต่อ 2.40072 หุ้นในบริษัทใหม่ และ 1 หุ้นเดิมใน dtac ต่อ 24.53775 หุ้นในบริษัทใหม่

ขณะเดียวกันที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทรับทราบจาก บริษัท ซิทริน โกลบอล จํากัด (Citrine Global) ที่จดทะเบียนมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 กรกฏาคม 2564 ในฐานะผู้ทําคําเสนอซื้อ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุน (Joint Venture Company) ระหว่าง Telenor Asia และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จํากัด ว่า ซิทริน โกลบอล มีความประสงค์ที่จะทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัทฯ โดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไขก่อนการทําคําเสนอซื้อในราคาเสนอซื้อหุ้นละ 47.76 บาท ตามประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ที่ ทจ. 12/2554 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ

สิ่งที่เกิดขึ้นเรียกว่าเป็นการพลิกเกมที่สำคัญสำหรับวงการโทรคมนาคมไทย ซึ่งปัจจุบันตำแหน่งผู้นำเป็นของ แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) หรือ AIS ที่มีผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือรวม 43.6 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็นระบบรายเดือน 11.27 ล้านเลขหมาย และระบบเติมเงิน 32.38 ล้านเลขหมาย

สำหรับTRUE ปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือรวม 32 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็นระบบรายเดือน10.8 ล้านเลขหมาย และระบบเติมเงิน 21.2 ล้านเลขหมาย ขณะที่ dtac มีจำนวนผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือในปัจจุบันรวม 19.27 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็นระบบรายเดือน 6.18 ล้านเลขหมาย และระบบเติมเงิน 13.09 ล้านเลขหมาย

ถ้าหาก dtac และ TRUEควบรวม กิจการเข้าด้วยกันจะมีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 51.27 ล้านเลขหมาย แซงหน้า AIS ขึ้นเป็นแชมป์ในทันที ซึ่งทั้งหมดนี้เราในฐานะผู้บริโภคก็ต้องจับตาดูการเคลื่อนไหวกันต่อไปในวันที่การแข่งขันในตลาดลดลง รวมถึงรอชมท่าทีของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่าการควบรวมกิจการดังกล่าวจะเข้าข่ายโดนเรื่องการผูกขาดการตลาดหรือไม่

ทั้งนี้จากการอัพเดตข้อมูลจากผู้บริหารมีการเปิดเผยว่ากระบวนการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะทางธุรกิจจากความร่วมมือของทั้งสองบริษัทคาดว่าจะเสร็จสิ้นช่วงไตรมาสที่ 1 ปีหน้า (มกราคม-มีนาคม) ส่วนการลงนามข้อตกลงต่างๆ จะเกิดขึ้นหลังจากนั้นคือช่วงไตรมาสที่ 2 เป็นต้นไป

ที่มา: telenor.com

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners