อยู่ที่ไหนก็ไปถึง! ไปรษณีย์ไทยพาขึ้นดอย กับบทบาทโลจิสติกส์รายเดียวที่ส่งจดหมายและพัสดุถึงพื้นที่ห่างไกล

โดย nineFangKhaoW | 8 กุมภาพันธ์ 2563 เมื่อ 19:52 น. | อ่าน 952

ปัจจุบันคนเมืองอย่างเรา ๆ อาจมีช่องทางการติดต่อสื่อสารกันได้อย่างสะดวกสบายและหลากหลาย แต่รู้หรือไม่ว่าในพื้นที่ชนบทหรือแถบชายแดนที่เข้าถึงได้ลำบาก สัญญาณมือถือและอินเทอร์เน็ตยังเข้าไม่ค่อยถึง ไปรษณีย์นับว่าเป็นผู้ช่วยคนสำคัญในการนำส่งทั้งจดหมายและพัสดุให้กับคนที่อยู่บนพื้นที่ห่างไกลเหล่านั้น

เมื่อวันที่ 6-7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทีมงานได้มีโอกาสร่วมทริปไปกับทางไปรษณีย์ไทย ในกิจกรรม “ส่งสุข ส่งฟรี” Happy ถึงโรงเรียน ตชด. แก่ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเลผะสุคี อ.แม่ระมาด จ.ตาก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เข้าถึงได้อย่างยากลำบาก เพื่อไปมอบสิ่งของและทำกิจกรรมกับเด็กนักเรียนที่นั่น

สิ่งที่ทำให้เราได้ทราบจากการร่วมเดินทางในครั้งนี้คือ ปัจจุบันยังมีโรงเรียน ตชด. อยู่เป็นจำนวนมาก ที่ยังประสบปัญหาขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนและอาคารเรียน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเรียนการสอนแก่เด็ก ๆ อีกทั้งโรงเรียน ตชด. บางแห่งยังอยู่ในพื้นที่ห่างไกล การเดินทางและการติดต่อสื่อสารเป็นไปด้วยความลำบาก

โดยศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเลผะสุคี อ.แม่ระมาด จ.ตาก เปิดทำการสอนมาตั้งแต่ พ.ศ. 2546 ปัจจุบันมีนักเรียนรวมประมาณ 130 คน สอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล-ชั้น ป.6 มีครูผู้สอน 9 คน นักเรียนส่วนมากมีฐานะยากจนและเป็นชนชาติกะเหรี่ยง การเดินทางมายังสถานที่ดังกล่าวค่อนข้างลำบาก จึงมีนักเรียนที่นอนค้างมากถึง 70 คน ซึ่งการเดินทางจาก อ.แม่สอด เข้ามายังศูนย์การเรียนฯ มีระยะทางกว่า 110 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว 3-4 ชั่วโมง และเป็นถนนลูกรัง รวมทั้งมีการขึ้นและลงเขาตลอดทั้งเส้นทาง

หลายคนอาจบ่น ปณท. บริการไม่ดี แต่รู้หรือไม่ว่า ปณท. ไม่เลือกนะ พร้อมไปส่งให้หมดทุกที่

นางนัยนา ศิริสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านอำนวยการ สายงานสนับสนุนประสิทธิภาพองค์กร และอนุกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เผยว่า ไปรษณีย์ไทยเป็นหน่วยงานที่ให้บริการด้านระบบขนส่งโลจิสติกส์มาอย่างยาวนาน แม้ว่าปัจจุบันการแข่งขันจะเพิ่มมากขึ้น แต่ไปรษณีย์ไทยยังคงทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการด้านระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ภายใต้การทำงานด้วยศักยภาพด้านการให้บริการที่สามารถเข้าถึงและครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศไทย

ซึ่งไปรษณีย์ไทยมีนโยบายในการยกระดับคุณภาพการให้บริการแบบครบวงจร พร้อมทั้งขยายจุดให้บริการไปรษณีย์และบริการจัดส่งพัสดุให้ครอบคลุมทุกพื้นที่มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการในพื้นที่ห่างไกลที่การสัญจรเป็นไปอย่างยากลำบาก เพื่อให้สามารถเข้าถึงการให้บริการของไปรษณีย์ไทยได้ผ่านการใช้ศักยภาพเครือข่ายไปรษณีย์ที่มีอยู่มากถึง 10,000 กว่าแห่งทั่วประเทศ

นางนัยนา บอกอีกว่า ไปรษณีย์พัฒนาการให้บริการภายใต้แนวคิด “สุดทุกส่ง” เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับความสะดวกสบายและรวดเร็วมากที่สุด ด้วยบริการส่งเช้าได้บ่าย ส่งบ่ายได้วันรุ่งขึ้น และในปี 2563 ไปรษณีย์ไทยพร้อมที่จะส่งต่อบริการที่มีคุณภาพไม่ว่าจะส่งใกล้หรือไกลได้ทุกที่ด้วยเครือข่ายทั่วไทย เพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานทุกกลุ่ม

สำหรับโครงการ “ส่งสุข ส่งฟรี” รับปี 2563 ไปรษณีย์ไทยจัดขึ้นเพื่อชวนประชาชนทุกคนมาร่วมส่งต่อโอกาสให้เด็กนักเรียนโรงเรียน ตชด. ในพื้นที่ห่างไกลจากชุมชนเมือง จำนวน 218 แห่งทั่วประเทศไทย ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างดี โดยตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562 – 15 มกราคมที่ผ่านมา มีจำนวนการส่งสิ่งของที่ประชาชนร่วมบริจาคไปยังโรงเรียน ตชด. เป็นจำนวนมาก และกิจกรรม “ส่งสุข ส่งฟรี” Happy ถึงโรงเรียน ตชด. เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จัดต่อเนื่องกัน

พื้นที่ห่างไกล โลจิสติกส์เจ้าอื่นไม่มีใครมาส่ง แต่ยังมีไปรษณีย์ไทยที่ไปส่งให้ได้

ทีมงานได้มีโอกาสคุยกับคุณโก้ บุรุษไปรษณีย์เพียงคนเดียวที่ทำหน้าที่รับส่งจดหมายและพัสดุในพื้นที่ ต.แม่ตื่น อ.แม่ระมาด จ.ตาก โดยคุณโก้เล่าให้ฟังว่า มาเป็นบุรุษไปรษณีย์โดยสานต่อหน้าที่มาจากพ่อที่เคยทำมาก่อน ซึ่งปัจจุบันก็ทำมานานกว่า 8 ปีแล้ว และที่นี่มีความจำเป็นที่ต้องใช้บริการจากไปรษณีย์มาก ๆ เพราะการเดินทางและการติดต่อสื่อสารเป็นไปด้วยความลำบาก ส่วนผู้ให้บริการโลจิสติกส์รายอื่นไม่มีใครมาส่ง และยังฝากทางไปรษณีย์มาส่งแทนให้ด้วย

โดยคุณโก้จะมีรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจที่ผ่านการดัดแปลงมาเป็นพิเศษเพื่อใช้งานกับพื้นที่นี้ได้อย่างสะดวก และ 2-3 วันจะขึ้นมา 1 ครั้ง เพราะการนำส่งจดหมายและพัสดุแต่ละครั้งใช้เวลานาน ต้องไปหลายหมู่บ้าน อีกทั้งยังทำงานคนเดียว ซึ่งทุก ๆ ครั้งที่มาส่งก็จะต้องนอนค้างข้างบนโดยอาศัยตามบ้านคนรู้จัก จนรุ่งขึ้นอีกวันถึงจะลงกลับไปข้างล่างได้

การขึ้นมาส่งจดหมายและพัสดุแต่ละรอบ จะมีจดหมายรวมเป็นร้อย ๆ ชิ้น ส่วนพัสดุอาจจะมีไม่มากนัก แต่จะมีกรณีเช่น คนบนดอยที่ลงไปทำงานข้างล่างหรือต่างถิ่น เวลาเดินทางกลับจะใช้วิธีส่งของขึ้นมาผ่านทางไปรษณีย์นั่นเอง

นี่คือสิ่งที่ทำให้ทีมงานสัมผัสได้ถึงความตั้งใจบนการทำงานที่ยากลำบากมาก ๆ ของบุรุษไปรษณีย์คนนี้ เพราะขนาดทีมงานเดินทางมาด้วยรถกระบะโฟวิล 4×4 ยังรู้สึกได้ว่าเส้นทางค่อนข้างไกลและมาลำบากจริง ๆ เพราะเป็นถนนลูกรัง รวมทั้งมีการขึ้นและลงเขาตลอดทั้งเส้นทาง

ในขณะที่คุณโก้ต้องขับรถมอเตอร์ไซค์พร้อมทั้งมีถุงใส่ซองจดหมายและพัสดุพ่วงมาด้วย หากเป็นช่วงหน้าฝนยิ่งไม่ต้องพูดถึง ถ้าคุณโก้มีผู้ช่วยมาเพิ่มได้อาจจะเป็นเรื่องที่ดี ในวันที่เจ็บป่วยหรือลาไม่สามารถขึ้นมาส่งด้วยตัวเองได้ คนในพื้นที่ตรงนี้ก็ยังสามารถรับส่งจดหมายและพัสดุได้เหมือนเดิม

ทั้งหมดนี้ คือสิ่งที่ยืนยันถึงการเป็นผู้นำโลจิสติกส์ของทางไปรษณีย์ไทยได้สมกับแนวคิด “สุดทุกส่ง” จริง ๆ ซึ่งในปี 2563 นี้ ไปรษณีย์ไทยบอกว่าจะดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมที่หลากหลายยิ่งขึ้น ทั้งด้านการขนส่ง สิ่งแวดล้อม สังคม ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ “ส่งสุข ส่งผลไม้กับไปรษณีย์ไทย” “ส่งสุข ส่งน้ำใจไทย” “ส่งสุข ส่งให้” เป็นต้น

About Author

nineFangKhaoW

nineFangKhaoW

Partners