รีวิว Sony Xperia 1 III กับจุดขายที่ชูให้เรือธงรุ่นนี้ควรค่ากับราคากว่า 40,000 บาท

โดย RingRangRung | 5 กันยายน 2564 เมื่อ 10:11 น. | อ่าน 843
รีวิว Sony Xperia 1 III กับจุดขายที่ชูให้เรือธงรุ่นนี้ควรค่ากับราคากว่า 40,000 บาท

เป็นการเปิดราคาไทยได้ตื่นตา ตื่นใจมากๆ สำหรับ Sony Xperia 1 III เรือธงแห่งชาวอารยธรรมที่มาพร้อมค่าตัว 42,990 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับรุ่นระดับเดียวกันในท้อง แต่แน่นอนด้วยความเป็นมือถือที่มีแนวทางของตัวเองอย่างชัดเจน เรามาดูกันดีกว่าว่าอะไรคือจุดขายที่ทำให้มือถือรุ่นนี้คู่ควรกับราคาดังกล่าว

ก่อนอื่นเลยใครที่อยากอ่านเรื่องข้อมูลสเปค, รายละเอียดส่วนประกอบต่างๆ หรือจะเป็นการแกะกล่องเครื่องไทย ของ Sony Xperia 1 III ทางเราได้มีการทำเป็นพรีวิวแยกเอาไว้ให้แล้ว กดคลิกตามลิงค์ด้านล่างนี้ได้เลย

สารบัญ

ตัวจริงด้านความบันเทิง จอดี ระบบเสียงเด่น

Sony Xperia 1 III เป็นมือถือที่ให้ความใส่ใจในการใช้งานด้านมัลติมีเดีย โดยที่หน้าจอรุ่นนี้ดีไซน์แบบ Cinema Wide Display อัตราส่วน 21:9 ซึ่งจะมีการติ่ง หรือรูบนหน้าจอที่จะมารบกวนสายตาเวลาใช้งาน ด้านแผงจอเป็น OLED ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียดจอสูงสุดที่ 4K HDR มีรีเฟรชเรทสูงสุด 120Hz แต่ไม่มีตัวปรับระดับรีเฟรชเรทของจอตามรูปแบบการใช้งาน หรือเท่ากับว่าถ้าเปิดรีเฟรชเรทสุดก็มาสุดตลอดไม่มีการปรับลดเพื่อเซฟพลังงาน

นอกจากไถลื่นแล้วตัวจอรุ่นนี้ก็ยังแตะติดไวด้วยอัตรา Touch Sampling Rate 240Hz และมีเทคโนโลยี Motion Blur Reduction 240Hz ช่วยลดความเบลอของภาพที่เคลื่อนไหวรวดเร็ว

เรื่องการแสดงผลก็อยู่ในระดับท็อปคลาสโดยมีระดับความลึกของสี 10-bit (8-bit+2-bit) แสดงผลได้ 1.07 พันล้านสี รองรับการแสดงผล HDR ครอบคลุมการแสดงผลสีตามมาตรฐาน DCI-P3 100% มี Contrast ratio 1,000,000:1 รับชมคอนเทนท์ได้อย่างคมชัด สีสันสวยสด น่าประทับใจ แถมยังมี Video image enhancement ฟีเจอร์ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพการแสดงผลคอนเทนท์วีดีโอจากแอปฯ ที่รองรับ

สำหรับการปรับแต่งจอใน Xperia 1 III ก็มีฟังค์ชั่น Creator Mode by CineAlta ซึ่งเป็นการตั้งค่าการแสดงผลของหน้าจอ OLED ให้ได้ตามมาตรฐาน HDR BT.2020 ซึ่งการแสดงผลสีของจอจะเที่ยงตรงมากขึ้นเหมาะสำหรับคนที่ต้องทำงานแต่งภาพ แต่งสี ผ่านมือถือ และเราเองก็สามารถตั้งค่าให้จอเข้าโหมดนี้ได้โดยอัตโนมัติเมื่อทำงานกับแอปที่รองรับไม่ต้องกดสลับโหมดไปมาด้วยตัวเอง

ใครที่เป็นสายเกมตัวจอรุ่นนี้ก็มีฟีเจอร์ L-y raiser (low gamma raiser) ในโหมด Game Enhancer ที่จะทำให้พื้นที่เงามืดบนจอมีความสว่างมากขึ้น ช่วยให้เห็นคู่ต่อสู้ที่หลบอยู่ในมุมมืดได้ง่ายขึ้น

ระบบเสียงมีลำโพงสองตัวซึ่งติดตั้งอยู่ฝั่งหน้าจอ (Front-Firing Speaker) ทำให้เสียงสเตอริโอจากลำโพงหลัก และลำโพงสนทนา ยิงตรงมาถึงผู้ใช้ และตัวลำโพงก็ไม่โดนมือบังเมื่อถือเครื่องในแนวนอน สำหรับมิติของเสียงที่ได้รับจากลำโพงถือว่าจัดเต็ม กระหึ่มชัด ถึงใจ และเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกของโลกที่สร้างเสียง 360 Reality Audio จากตัวลำโพงเครื่อง พร้อมด้วยลูกเล่น Dynamic Vibration ที่เครื่องจะสั่นตามรูปแบบเสียงที่แสดงอยู่เพิ่มอรรถรสการชมคอนเทนท์ให้สนุกขึ้น

เรื่องจากใช้งานกับหูฟังมือถือรุ่นนี้ก็รองรับ Dolby Atmos ที่ทำให้คุณภาพด้านทิศทางของเสียงมีมิติยิ่งขึ้น แถมยังรองรับ Spatial Audio และมี DSEE Ultimate ที่ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มคุณภาพของเสียงจากไฟล์ที่ผ่านการบีบอัด

ชิปเซตระดับท็อป จะดันสุดแค่ไหนก็บอกมาก

Xperia 1 III แกะกล่องมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 11 การรันตีการอัพเกรด Android ขั้นต่ำ 2 เวอร์ชั่น ซึ่งตัว Android 12 เวอร์ชั่นสมบูรณ์ก็น่าจะปล่อยให้ได้ใช้กันในเร็วๆ นี้ เรื่องน่าตา UI ก็เรียบๆ ตัวดีไซน์ไอคอนมีความคลาสสิค โดยรวมๆคือใช้งานง่าย มีฟีเจอร์พื้นฐานทั่วไปอย่างการแบ่งสองหน้าจอ Multi-window Switch, หน้าต่างลอย Pop-up window, Game Enhancer ฟีเจอร์สำหรับโหมดเล่นเกม หรือจะเป็นระบบสแกนลายนิ้วมือที่ปุ่มพาวเวอร์

เรื่องประมวลผลรุ่นนี้ใช้ชิปเซตระดับเรือธง Qualcomm Snapdragon 888 5G ที่ใช้สถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 5nm มีประมวลผล Octa-core สูงสุด 2.84GHz ใช้ GPU Adreno 660 ซึ่งรุ่นนี้เป็นมือถือ 5G ที่ต้องรออัพเดทซอฟต์แวร์ของเครื่อง และความพร้อมของเครือข่ายผู้ให้บริการถึงจะเปิดใช้งานได้

ด้วยสเปคระดับนี้เรื่องการใช้งานทั่วไปถือว่าทำได้สบายๆ ใครที่เป็นสายเล่นเกมจะรักรุ่นนี้แน่นอนโดยเกมที่ทดสอบมาทั้ง Call of Duty Mobile, Genshin Impact, PUBG Mobile หรือ RoV ก็ไปได้สุดทางแต่อาจจะมีบางเกมอย่าง Genshin Impact ที่เมื่อเปิดสุดอาจจะมีอาการหน่วง เฟรมเรท ตกบ้าง

สำหรับการทดสอบบนแพลตฟอร์ม Benchmark ก็ได้ผลงานดังนี้

  • PC Mark for Android (Work 3.0) : 14741 คะแนน
  • Geekbench 5 : Single core = 1133 คะแนน / Multi-core = 3470 คะแนน

แต่เราก็มีจุดสังเกตนิดนึงที่น่าจะเกี่ยวข้องกับการใช้งานโดยตรงเลยก็ว่าได้คือเรื่องการจัดการความร้อนของเครื่องที่รู้สึกว่า Sony Xperia 1 III ยังทำได้ไม่ค่อยดีนัก ซึ่งจากเครื่องที่ได้มาทดสอบถ้าเปิด Genshin Impact ด้วยระดับกราฟฟิกสูงสุดจะสัมผัสได้ถึงความร้อนของเครื่องที่เพิ่มขึ้นเมื่อเล่นไปได้สักระยะอย่างชัดเจน รวมถึงถ้าเอาเครื่องไปใช้งานกลางแจ้งอย่างการถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอกลางแดด อาการเครื่องโอเวอร์ฮีทให้ต้องหยุดพักเครื่องก็จะมีมาเป็นระยะๆ

สำหรับแบตเตอรี่รุ่นนี้มีความจุ 4500mAh ความสามารถในการชาร์จได้ถึง 50% ภายในเวลา 30 นาที ด้วยอะแดปเตอร์ชาร์จ 30W ที่มีแถมมาให้ในกล่อง หรือจะเป็นฟังค์ชั่นการชาร์จไร้สาย ที่มีระบบ Battry share หรือแปลงเครื่องเป็นแท่นชาร์จไร้สายให้กับอุปกรณ์อื่นได้ โดยที่มือถือรุ่นนี้มีเทคโนโลยีการถนอมสุขภาพแบตเตอรี่ซึ่งทางค่ายเคลมว่าช่วยถนอมได้นานสูงสุดถึง 3 ปี

ประสบการณ์ถ่ายภาพที่แตกต่าง

ภายใต้ชื่อแบรนด์ของ Sony นอกจากเรื่องมือถือและหูฟังแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ทางค่ายทำได้โดดเด่นและดีเสมอมาคือกล้องดิจิทัล ซึ่ง Sony ก็นำจุดขายตรงนี้มาใช้งานกับ Xperia 1 III

สเปคกล้องหลังของรุ่นนี้มีมาให้ 3 เลนส์ พร้อมด้วยเซ็นเซอร์ Depth ToF 3D Camera 0.3MP โดยที่เลนส์แต่ละตัวจะประกอบด้วย

  • กล้องหลักเลนส์ Wide 12MP, f/1.7, 24mm , 1/1.7″, 1.8µm, Dual Pixel PDAF, OIS
  • เลนส์ Telephoto 12MP, f/2.3 กับ f/2.8, 70mm กับ 105mm, 1/2.9″, Dual Pixel PDAF, 3x กับ 4.4x Optical Zoom, OIS
  • เลนส์ Ultrawide 12MP, f/2.2, 124˚, 16mm, 1/2.6″, Dual Pixel PDAF

ความน่าสนใจในกล้องหลังของรุ่นนี้คือเลนส์ทุกตัวใช้เซ็นเซอร์ Exmor RS ตัวผิวเลนส์เคลือบด้วย ZEISS T* Coating ลดแสงสะท้อนบนหน้าเลนส์ช่วยให้คุณภาพของรูปที่ถ่ายออกมาดีขึ้น

ตัวเลนส์ Telephoto เองก็เป็นแบบ Variable Telephoto ปรับระยะโฟกัสได้ 2 แบบคือระยะ 70มม. และ 105มม. ทำงานร่วมกับเซ็นเซฮร์ Dual PDAF ที่ใช้เทคนิคการปรับระยะด้วยการเคลื่อนชิ้นกระจกในเลนส์

สิ่งที่เป็นจุดขายสำคัญในรุ่นนี้คือทาง Sony ได้มีการพัฒนากล้องร่วมกับทีมวิศวกรผู้อยู่เบื้องหลังการผลิตกล้องในตระกูล Alpha Series ซึ่งผลงานการการพัฒนาดังกล่าวทำให้มือถือรุ่นนี้มีระบบโฟกัสอัตโนมัติที่รวดเร็ว แม่นยำ ทั้ง Real-time Eye AF ที่จับโฟกัสดวงตาได้ทั้งมนุษย์และสัตว์ มี Real-time Tracking และ AF ที่มีการล็อคเป้าติดตามความเคลื่อนไหวของแบบได้ต่อเนื่องและรวดเร็วแม่นยำ สามารถรัวชัตเตอร์ต่อเนื่องได้ 20 เฟรมต่อวินาที พร้อมลดสัญญาณรบกวนในที่แสงน้อย ซึ่งขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผลภาพอย่าง BIONZ X

ตัว UI ของแอปฯถ่ายภาพ Photo Pro ก็ใช้งานได้ง่ายและให้ฟีลการใช้งานเหมือนอยู่บนกล้องดิจิทัลของ Sony ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา UI หรือตัวปุ่มชัตเตอร์ด้านข้างเครื่องที่มีการกดเป็นสองระยะคือ กดลงไปครึ่งหนึ่งจะเป็นการล็อกโฟกัส และเมื่อกดลงไปสุดจะเป็นการลั่นชัตเตอร์ถ่ายภาพ

ใน Photo Pro ก็มีโหมดถ่ายภาพตั้งแต่แบบ Basic ที่มีหน้าตาเหมือนกับแอปฯ ถ่ายภาพบนสมาร์ทโฟนทั่วไป แต่ถ้ามุมเปลี่ยนโหมดตรงมุมซ้ายบนก็จะเป็นการสลับโหมดเปลี่ยนหน้าตาแอปฯ ให้เหมือนใช้งานบนกล้อง Sony โดยตัวโหมดก็มีทั้ง

  • Auto : ที่เป็นการถ่ายแบบอัตโนมัติซึ่งกล้องจะปรับตั้งค่าทุกอย่างตามซีนที่เลือกถ่ายได้หมด
  • Program auto (P) : โหมดที่เราตั้งค่าต่างๆ เอง โดยที่ระบบจะคุมแค่ตัวสปีดชัตเตอร์ให้
  • Shutter speed priority (S) : เราจะเป็นฝ่ายคุมสปีดชัตเตอร์และระบบจะช่วยคุมส่วนอื่นๆ ให้
  • Manual exposure (M) : คุมทั้งสปีดชัตเตอร์ และ ISO เอง
  • Memory Recall (MR) : ถ่ายภาพโดยใช้เซ็ตการตั้งค่าที่เราเป็นคนกำหนดไว้เอง

ด้วยโหมดต่างๆ ที่มีให้ใครที่เป็นสายที่ชอบถ่ายภาพด้วยกล้องใหญ่อยู่แล้ว ก็น่าจะสนุกกับการลั่นชัตเตอร์บนกล้องมือถือรุ่นนี้ หรือถ้าเป็นมือใหม่ก็ไม่ต้องกลัวเพราะ Sony Xperia 1 III เองก็มีระบบ AI ช่วยปรับแต่งรูปออกมาดูดีขึ้นจากภาพพรีวิวที่เห็นบนจอก่อนกดชัตเตอร์ ซึ่งการแต่งภาพก็มีความเป็นธรรมชาติไม่ได้สีฉูดฉาด หรือเวอร์วัง แบบ AI บนกล้องมือถือแบรนด์อื่นๆ

สำหรับกล้องหน้าของรุ่นนี้ให้ความละเอียด 8MP รูรับแสง F/2.0 เลนส์ระยะ 24mm เซ็นเซอร์ขนาด 1/4″ มีขนาดพิกเซล 1.12µm ฟังค์ชั่นโดยรวมค่อนข้างธรรมดาไม่แย่ แต่ก็ไม่ได้โดดเด่น

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

ด้านการถ่ายวีดีโอในรุ่นนี้ก็มีแอป Cinema Pro ติดตั้งมาให้ รองรับการถ่ายวีดีโอระดับความละเอียดสูงสุด [email protected] มีหน้าตา UI แบบกล้องระดับโปรสามารถปรับแต่ง เลือกระยะเลนส์ได้ตามสบายผู้ใช้ที่เป็นกลุ่มคนหลังเลนส์น่าจะชอบกับฟีเจอร์นี้

เปิดราคาแรง แต่ของแถมช่วงพรีฯก็น่าโดน

ราคาของ Sony Xperia 1 III เปิดในไทยมาที่ 42,990 บาท เรียกว่าเป็นราคาที่ค่อนข้างแรงสำหรับสมาร์ทโฟนระดับเรือธง แต่สิ่งที่ทำให้สาวกยังพอชื่นใจได้คือตัวของแถมช่วงพรีออเดอร์ที่จัดมาเป็นหูฟัง TWS ระดับเรือธงรุ่นล่าสุดของค่ายอย่าง WF-1000XM4 ที่มีราคา 8,900 บาท เรียกว่าใครที่สนใจก็สามารถไปกดจองได้แล้ววันนี้ถึง 17 กันยายน โดยกดไปตามลิงค์นี้เลย

สรุปสเปค Sony Xperia 1 III

  • ขนาดเครื่อง 165 x 71 x 8.2 มม. หนัก 186 กรัม
  • วัสดุเครื่อง Gorilla Glass Victus + Gorilla Glass 6 + อะลูมิเนียม
  • มีมาตรฐานกันน้ำ กันฝุ่น IP65/IP68
  • หน้าจอ CinemaWide 21:9 พาแนล OLED ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด 4K HDR (3840×1644 พิกเซล) รีเฟรชเรทสูงสุด 120Hz
  • ระบบเสียง Stereo มี Dynamic vibration system
  • กล้องหน้า 8MP, F/2.0, 24mm, 1/4″, 1.12µm
  • กล้องหลัง 3 ตัวเซ็นเซอร์ Exmor RS + TOF 3D 0.3MP
    • Wide 12MP, f/1.7, 24mm , 1/1.7″, 1.8µm, Dual Pixel PDAF, OIS
    • Telephoto 12MP, f/2.3 กับ f/2.8, 70mm กับ 105mm, 1/2.9″, Dual Pixel PDAF, 3x กับ 4.4x Optical Zoom, OIS
    • Ultrawide 12MP, f/2.2, 124˚, 16mm, 1/2.6″, Dual Pixel PDAF
  • รองรับการถ่ายวีดีโอ 4K [email protected]
  • ชิป Qualcomm Snapdragon 888 5G (5nm) ประมวลผล Octa-core (1×2.84GHz Kryo 680 & 3×2.42GHz Kryo 680 & 4×1.80GHz Kryo 680) มี GPU Adreno 660
  • ความจำ RAM 12GB + ROM 256GB
  • รองรับ MicroSDXC สูงสุด 1TB ใช้ถาด Hybrid Slot
  • รองรับเครือข่าย
    • 2G BAND : 850, 900, 1800, 1900
    • 3G BAND : 2100 (Band 1), 1900 (Band 2), 1700 (Band 4), 850 (Band 5), 800 (Band 6), 900 (Band 8), 800 (Band 19)
    • 4G BAND : 1, 2, 3, 4, 5, 7, 8, 12, 13, 17, 19, 20, 25, 26, 28, 29, 34, 38, 39, 40, 41, 46, 66
    • 5G BAND : n1, n3, n5, n7, n8, n28, n38, n40, n41, n77, n78, n79
  • ใช้ WI-FI IEEE802.11a/b/g/n(2.4GHz)/n(5GHz)/ac/ax
  • ใช้เทคโนโลยี A-GPS, A-GLONASS, Beidou, Galileo, QZSS
  • มี Bluetooth 5.2 / NFC / สแกนลายนิ้วมือ
  • ระบบปฏิบัติการ Android 11
  • แบตเตอรี่ 4500mAh รองรับ Fast charging 30W / Fast wireless charging / Reverse wireless charging
  • สีที่ขายในไทย Frosted Black / Frosted Purple
  • ราคาเปิดตัว 42,990 บาท

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners