รีวิว Sony WF-1000XM4 การกลับมาของหูฟัง Noise Canceling มาตรฐานสูง

โดย RingRangRung | 12 กรกฎาคม 2564 เมื่อ 09:05 น. | อ่าน 242

หลังจากทิ้งช่วงมา 2 ปี ในที่สุด Sony ก็ได้กลับมาทำหูฟังทรงเอียร์บัดที่มีเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน Noise Canceling ระดับสูงอีกครั้งอย่างรุ่น WF-1000XM4

สารบัญ

สเปคของ Sony WF-1000XM4

  • น้ำหนักหูฟังข้างละ 41 กรัม มาตรฐานกันน้ำ IPX4
  • ไดรเวอร์หูฟังขนาด 6 มม. เพิ่มความยืดหยุ่นของ Diaphrahm และเพิ่มแรงดูดของแม่เเหล็กจากเดิม 20%
  • ชิปประมวลผล Integrated Processor V1
  • มี Active noise cancelling / Ambient Sound / Quick Attention Mode
  • มีระบบ Speak to Chat และ Wind Reduction
  • มีไมโครโฟน 4 จุด เป็นไมค์แบบ Beamforming และ Bone-conduction Sensor
  • รองรับ LDAC คุณภาพเสียง Hi-RES สูงสุด 24bit/96kHz ที่ 990kbps
  • มีระบบ DSEE Extreme Audio Processor
  • รองรับการเชื่อมต่อแบบ Bluetooth 5.2
  • สนับสนุน Google Fast-Pair และมี Find My Device (เฉพาะอุปกรณ์ Android ที่รองรับ)
  • ตัวหูฟังใช้ฟังเพลงได้นานสูงสุด 8 ชั่วโมง (เปิด NC) อยู่ในโหมดสแตนด์บายได้นานสูงสุด 16 ชั่วโมง (เปิด NC)
  • มีชาร์จไวชาร์จ 5 นาที ใช้ได้นาน 60 นาทีและรองรับชาร์จแบบไร้สาย
  • ราคาเปิดตัวในไทย 8,900 บาท

แกะกล่อง

เปิดแพ็คเกจของ Sony WF-1000XM4 รอบนี้มาแปลกตัวกล่องเป็นวัสดุกระดาษรีไซเคิลทั้งหมดตามคอนเซ็ปต์รักโลก โดยที่กล่องมีรูปร่างกระทัดรัดใช้เทคนิคประสานกระดาษ Paper Blending

สำหรับอุปกรณ์พื้นฐานก็แถมมาให้ครบไม่ว่าจะเป็น จุกหูฟังไซส์ S กับ L ส่วนไซส์ M อยู่ที่หูฟัง, สาย USB-C และเอกสารคู่มือการใช้งานเบื้องต้น

ดีไซน์

Sony WF-1000XM4 มีการปรับดีไซน์กล่องชาร์จใหม่ให้มีขนาดเล็กลงจากรุ่น M3 ถึง 40% พกพาง่ายกว่าเดิม แถมตัวฐานของเคสเป็นแบบตัดเรียบทำให้วางตั้งได้แล้ว ขณะที่ตัวพอร์ตชาร์จ USB-C ย้ายมาอยู่ที่ด้านหลังเคส

รูปทรงตัวเคสยังคงมีความโค้งมน เคลือบพื้นผิวแบบด้านให้สัมผัสที่หรูหราไม่ติดรอยนิ้วมือง่ายๆ สำหรับสีที่เข้ามาขายในไทยก็มีทั้งสีดำ และสีเงิน ซึ่งทั้งสองสีจะมีการตัดเส้น ตัดขอบ ที่ตัวเคสและหูฟังด้วยสีทอง

เมื่อเปิดฝาออกมาจะพบกับตัวหูฟังที่เกาะติดกับช่องเก็บในเคสด้วยกำลังแม่เหล็กที่แรงเอาเรื่องอยู่ สำหรับตัวหูฟังเองก็มีการปรับดีไซน์ใหม่ให้เล็กลงกว่าเดิม 10% และมีรูปร่างที่ตามหลักสรีรศาสตร์เข้ากับรูปทรงช่องหูของมนุษย์มากขึ้น และที่สำคัญคือรองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IPX4 แล้ว ซึ่งเป็นมาตรฐานการป้องกันละอองน้ำจากเหงื่อ หรือฝนได้ แต่ยังไม่ถึงขั้นจะเหมาะนำมาใส่ออกกำลังกายนะ

จุกหูฟังของ WF-1000XM4 ก็เปลี่ยนไปจากเดิมโดยเปลี่ยนไปใช้วัสดุโพลียููรีเธน (Polyurethane) ที่ให้ฟีลการสวมใส่แบบจุกซิลิโคนผสมกับเมมเมอรี่โฟม โดยที่เมื่อใส่เข้าไปในหูตัวจุกก็จะมีการคืนตัวอุดช่องว่างทั้งหมด ทำให้รู้สึกใส่สบาย กระชับ และยังเป็นฉนวนช่วยกันไม่ให้เสียงภายนอกเข้ามา ขณะที่เสียงภายในหูฟังก็ไม่หลุดออกไป สัมผัสได้ถึงความเงียบแม้ยังไม่เปิดระบบตัดเสียงรบกวน

เรื่องความทนทานของจุกหูฟังทาง Sony เคลมว่ามีอายุการใช้งานได้นานเป็นปีๆ แต่ก็มีข้อควรระวังว่าอย่าใช้แผ่นแอลกอฮอล หรือแอลกอฮอลในการเช็ดเพราะอาจจะทำให้ตัววัสดุโพลียูรีเธนมีอายุการใช้งานสั้นกว่าที่ควรจะเป็น

ด้านนอกของหูฟังจะเป็น Pad Touch สำหรับสั่งงานแบบสัมผัส โลโก้ Sony ย้ายมาอยู่บริเวณขอบ ใกล้ๆกันจะเป็นช่องไมโครโฟนที่ใช้ในการตัดเสียงรบกวน สำหรับพื้นที่ด้านในของหูฟังจะมีระบบเซ็นเซอร์เพื่อตรวจจับเวลาใส่หรือถอดหูฟัง, ไมโครโฟน และขั้วสำหรับต่อชาร์จไฟจากเคส ซึ่งต้องชื่นชมเรื่องงานดีไซน์ที่มีการเก็บงานวางตำแหน่งส่วนที่เป็นไมโครโฟนหรือเซ็นเซอร์ได้ดูดีขึ้น

การใช้งาน

หูฟัง Sony WF-1000XM4 ยังคงรองรับการทำงานร่วมกับแอปฯ Headphone Connect ซึ่งมีให้ดาวน์โหลดได้ทั้งของ iOS และ Android โดยที่ตัวหูฟังมีเทคโนโลยีการเชื่อมต่อแบบ Bluetooth 5.2 และรองรับฟีเจอร์ Fast-Pair ของ Google ที่เมื่อเปิดฝาหูฟังจะมีป๊อปอัพเด้งไปยังหน้าจออุปกรณ์ Android ที่รองรับฟีเจอร์นี้เพื่อกดเชื่อมต่อได้ในทันที รวมถึง Microsoft Swift Pair ที่จะช่วยเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Windows 10 ได้

หน่วยประมวลผลของหูฟังเป็น Integrated Processor V1 ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ โดยทำงานร่วมกับชิปรูปแบบใหม่ QN1e ที่ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบตัดเสียงรบกวนและเทคโนโลยี Bluetooth System on Chip สามารถให้การตัดเสียงรบกวนในระดับสูงสุดแต่ใช้พลังงานน้อยกว่ารุ่นก่อน

ในตัวหูฟังเองจะมีโหมดการใช้งานทั้ง Noise Cancelling Mode หรือโหมดตัดเสียงรบกวน และ Ambient Mode ที่เป็นการเปิดรับเสียงรอบข้าง โดยที่ตัวผู้ใช้สามารถควบคุมโหมดการทำงานได้ผ่านฟีเจอร์ Adaptive Sound Control ซึ่งรอบนี้อัจฉริยะกว่าเดิมเพราะระบบจะตรวจจับให้เองว่าควรจะใช้การทำงานในรูปแบบใดเพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์การใช้งานในขณะนั้น อาทิเช่น

  • Staying : รูปแบบการใช้งานพื้นฐานเมื่อผู้ใช้อยู่กับที่ซึ่ง NC จะทำงานอย่างเต็มที่
  • Walking : รูปแบบการใช้งานเมื่อผู้ใช้เคลื่อนที่ช้าๆซึ่ง Ambient Mode จะอยู่ที่ระดับ 12 เพื่อเปิดรับเสียงรอบข้างเข้ามาบางส่วน
  • Running : รูปแบบการใช้งานเมื่อผู้ใช้มีการวิ่ง Ambient Mode ก็เปิดในระดับสูงสุด
  • Transport : โหมดในขณะเดินทางบนยานพาหนะซึ่งจะเป็นระบบ Noise Cancelling ที่เข้ามาช่วยตัดเสียงรบกวนรอบตัวออกไป โดยที่ยังโฟกัสกับเสียงที่สำคัญอย่างเสียงประกาศต่างๆ

ขณะเดียวกันในโหมด Adaptive Sound Control ของตัวหูฟังเองก็ยังมีความสามารถในส่วน Location Recognition ซึ่งเป็นการปรับแต่งค่าหูฟังตามพิกัดตำแหน่งของผู้ใช้โดยอัตโนมัติ

เพื่อความสะดวกในการใช้งานที่หูฟังก็ยังมีฟีเจอร์ Speak to Chat แบบเดียวกับรุ่น WH-1000XM4 ที่ตัวหูฟังจะหยุดเล่นเพลงแล้วเปิดโหมด Ambient ดูดเสียงรอบข้างอัตโนมัติทันทีที่ผู้ใช้ออกเสียงพูดออกมา ซึ่งจากที่ทดสอบมีความรู้สึกว่าฟีเจอร์นี้ตอบสนองได้ไวขึ้นคือแค่พูดออกมาเพลงก็ตัด Ambient ก็ทำงานทันที และเมื่อหยุดพูดระบบของหูฟังจะมีการทิ้งช่วงสักระยะก่อนที่เพลงจะกลับมาเล่นต่อ

คุณภาพของเสียง

ก่อนจะไปเรื่องการฟังเพลง เรามาดูเรื่องความสามารถในฝั่งการสื่อสารกันก่อน ที่ตัวหูฟัง WF-1000XM4 มีเทคโนโลยี Precise Voice Pickup ที่เป็นการควบคุมการรับเสียงที่แม่นยำ ด้วยไมโครโฟน 2 ตัวในหูฟังแต่ละข้าง

สำหรับไมโครโฟนเองก็เป็นแบบ Beam Foaming ทำงานคู่กับระบบเซนเซอร์ขากรรไกรผู้สวมใส่ Bone Conduction คุยสายได้ชัดขึ้นกว่ารุ่นก่อน และมีระบบตัดเสียงลม Wind Reduction ด้วย

มาถึงการฟังเพลงกันบ้างตัวหูฟังมีไดร์เวอร์ขนาด 6 มม. เท่ากับรุ่น M3 แต่มีการเพิ่มความยืดหยุ่นของ Diaphrahm และเพิ่มแรงดูดของแม่เเหล็กจากเดิม 20% ช่วยให้เสียงเบสลึกขึ้น และมีรายละเอียดเสียงที่ครบมากขึ้น

ขณะเดียวกันก็ยังรองรับคุณภาพเสียงไร้สายในระบบ Hi-Res LDAC เพื่อการฟังเพลงในระบบเสียง Hi-RES ได้สูงสุด 24bit/96kHz ที่ความเร็ว 990kbps เรียกว่าคมชัดเหมือนไฟล์ต้นทางแม้จะผ่านการบีบอัดและส่งผ่านสัญญาน Bluetooth จากเครื่องเล่นไปยังหูฟัง นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี DSEE Extreme ในการใช้ AI ช่วยอัพสเกลเสียงจากไฟล์เพลงรูปแบบ MP3 หรือ Lossy ที่ถูกบีบอัดมาให้มีคุณภาพเสียงใกล้เคียงกับไฟล์ต้นฉบับมากที่สุด

เพื่อประสบการณ์การด้านเสียงที่ดื่มด่ำยิ่งขึ้นที่ตัวหูฟังเองก็ยังรองรับ 360 Reality Audio ระบบเสียงรอบทิศทางแบบ Spatial Sound ผ่านแอปฯ ที่รองรับเท่านั้น

ในการทดสอบเราได้เลือกใช้การฟังเพลงผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่ได้รับความนิยมทั่วไปเรื่องคุณภาพเสียงต้องบอกว่าหูฟัง Sony เป็นหูฟังที่โดนใจคนชอบฟังเพลงได้อย่างแน่นอนบวกกับเทคโนโลยี NC ที่ช่วยกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้ในระดับเทพ ช่วยให้คนใช้งานเข้าถึงเสียงเพลงได้ครบทุกรายละเอียด

Sony WF-1000XM4 มีความเป็นหูฟังมหาชนฟังเพลงสนุก เสียงร้องชัดสัมผัสได้ถึงไดนามิก มีเวทีเสียงที่กว้างสัมผัสจับทิศทางของเสียงได้ดี ส่วนเสียงเบสก็แน่น เก็บตัวเร็ว แต่ก็ไม่ได้รุนแรงกระแทกหูจนกวนย่านอื่น ขณะที่เสียงสูงก็ฟังเพราะไม่บาดคุมโทนได้ดี สำหรับอาการดีเลย์ของเสียงเมื่อใช้คู่กับการดูหนัง หรือเล่นเกม ก็ไม่พบปัญหาตรงจุดนี้

ในกรณีที่ใครคิดว่าเสียงที่เซ็ตมายังไม่เด็ดพอบนแอปฯก็มีฟีเจอร์ให้เลือกปรับแต่ง EQ ด้วยตัวเองได้ หรือจะกำหนดตาม Preset สำหรับเร็จรูปก็มีให้เลือกใช้

อายุการใช้งาน

อายุการใช้งานของSony WF-1000XM4 มีการพัฒนาตัวแบตเตอรี่ให้อยู่ได้นานขึ้นโดยใช้งานต่อเนื่องได้นานสูงสุด 8 ชั่วโมงสำหรับการเปิดโหมด Noise Cancelling และเมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จจะอยู่ได้นานสูงสุด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Quick Charge ชาร์จหูฟังไว้ 5 นาที ก็เอามาใช้งานได้ต่ออีก 1 ชม. และยังรองรับ Wireless Charging

สรุปการใช้งาน

Sony WF-1000XM4เป็นหูฟังทรงเอียร์บัดที่มีการพัฒนามาจากตัว M3 อย่างชัดเจน ตั้งแต่เรื่องแพ็คเกจหรือการนำจุกหูฟังที่เป็นวัสดุโพลียููรีเธนซึ่งช่วยให้สวมใส่สบายขึ้น สัมผัสได้ขึ้นความกระชับในหูที่มากขึ้น ติดที่เวลาเปลี่ยนจุกอาจจะรู้สึกระแวงนิดหน่อย ด้วยความไม่ชินวัสดุ กลัวออกแรงดึงเยอะ หรือเล็บจิกหนักไปจนทำจุกขาด

เรื่องคุณภาพเสียงหรือเป็นเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนถ้าเป็นชื่อของ Sony ก็ค่อนข้างกินขาดในตลาดอยู่แล้ว และนับว่า WF-1000XM4 คือการกลับมาทวงบัลลังก์ของสุดยอดหูฟังทรงเอียร์บัด ที่คนชอบฟังเพลงจะต้องมีโอกาสลองสักครั้ง ซึ่งเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ในราคา 8,900 บาท

HUAWEI MatePad Pro

About Author

RingRangRung

RingRangRung

HUAWEI MatePad Pro

Partners