พรีวิว Samsung Galaxy Z Fold3 5G กับ 5 ไฮไลท์ที่ทำให้รุ่นนี้เป็นเรือธงจอพับที่ดีที่สุด

โดย RingRangRung | 13 สิงหาคม 2564 เมื่อ 09:00 น. | อ่าน 2,139
พรีวิว Samsung Galaxy Z Fold3 5G กับ 5 ไฮไลท์ที่ทำให้รุ่นนี้เป็นเรือธงจอพับที่ดีที่สุด

ตลาดมือถือจอพับนับวันจะยิ่งเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ต้องยอมรับว่า Samsung เองก็เป็นแบรนด์ที่ขับเคลื่อนเทรนด์นี้อย่างจริงจัง โดยมีมือถือตัวท็อปรุ่นล่าสุดเป็น Galaxy Z Fold3 5G ซึ่งเราจะพามาจับตัวจริง พร้อมสรุป 5 จุดเด่นที่ยืนยันได้ว่านี้แหละคือเรือธงจอพับที่ดีที่สุดในชั่วโมงนี้

สารบัญ

แข็งแกร่งและกันน้ำ ตามความต้องการของผู้บริโภค

Samsung Galaxy Z Fold3 5G น่าจะเป็นสมาร์ทโฟนจอพับที่มีความแข็งแรงที่สุดในตอนนี้ ซึ่ง Samsung เรื่องใช้ Armor Aluminum มาทำเป็นวัสดุตัวเครื่องในส่วนที่เป็นโลหะทำให้แข็งแกร่งกว่าเดิม 10% สำหรับส่วนที่เป็นกระจกใช้ Gorilla Glass Victus กระจกรุ่นท็อปของ Corning ที่การันตีว่าแกร่งกว่า Gorilla Glass 6 ถึง 50%

สิ่งที่รู้สึกได้จากการสัมผัสมือถือเครื่องนี้เป็นครั้งแรกคือน้ำหนักเครื่องที่มีความเบาขึ้นจากของเก่า 282 กรัม เหลือ 271 กรัม แม้จะไม่ใช้ตัวเลขที่แตกต่างมากนัก แต่ก็ทำให้รู้สึกมั่นคงเวลาอยู่ในมือมากขึ้น

อีกสิ่งที่ทำให้ Galaxy Z Fold3 5G แตกต่างจากมือถือจอพับรุ่นอื่นๆ คือรุ่นนี้เป็นมือถือจอพับรุ่นแรกของโลกก็ว่าได้ที่มาพร้อมกับมาตรฐานกันน้ำ IPX8 ทำให้ใช้งานได้อุ่นใจมากขึ้น หากจำเป็นต้องรับโทรศัพท์ขณะฝนตก หรือเผลอทำน้ำหกใส่

สำหรับตัวจอด้านในเครื่องเองก็ถูกปกคลุมด้วยฟิลม์ชั้นป้องกันที่รอบนี้ตัวฟิลม์มีการออกแบบเลเยอร์ใหม่ช่วยให้ทนทานต่อรอยขีดข่วนเพิ่มขึ้น 80%

แต่น่าเสียดายที่มือถือรุ่นนี้ยังไม่มีมาตรฐานการป้องกันฝุ่น ซึ่งผู้ใช้งานเองก็ยังคงต้องระวังเรื่องสิ่งแปลกปลอมที่จะหลุดเข้าไปในบริเวณช่องว่างระหว่างหน้าจอตอนที่พับเครื่อง

ด้านดีไซน์ Galaxy Z Fold3 5G ต้องบอกเลยว่าไม่แตกต่างจากตัว Z Fold2 ยกเว้นโมดูลกล้องที่มีพื้นที่เล็กลง ส่วนตำแหน่งการจัดวางปุ่มหรือพอร์ตลำโพงต่างๆ ยังคล้ายเดิม ไม่ว่าจะเป็น ขอบเครื่องด้านขวาที่เป็นปุ่มปรับระดับเสียง กับปุ่มพาวเวอร์ ที่เป็นสแกนลายนิ้วมือในตัว

ขอบเครื่องด้านซ้ายเป็นช่องเสียบซิมการ์ดแบบ dual SIM Slot ขอบเครื่องด้านล่างมีพอร์ต USB-C สำหรับ ไมโครโฟน และลำโพงมีอยู่ทั้งขอบเครื่องด้านบนและด้านล่าง

สำหรับสีเครื่องที่เราได้มาเป็น Phantom Black หรือสีดำด้านซึ่งข้อดีคือเห็นรอยนิ้วมือได้ยาก ส่วนอีกสองสีที่ขายในไทยก็มีทั้ง Phantom Green และ Phantom Sliver

จอ 120Hz คู่ และครั้งแรกของแบรนด์กับนวัตกรรม UDC

เรื่องจอรีเฟรชเรทสูงๆ ก็มีหรือที่ Samsung จะไม่ใส่มาให้ในรุ่นนี้ซึ่งจอของ Galaxy Z Fold3 5G ทั้งจอนอก (Cover Screen) และจอด้านใน (Main Screen) ก็รองรับรีเฟรชเรทได้สูงสุด 120Hz แตกต่างจากรุ่นก่อนที่จอนอกจะรองรับแค่ 60Hz

เริ่มจากสเปคจอด้านนอกกันก่อนในรุ่นนี้จอนอกยังดีไซน์แบบ Infinity-O Display พาแนลจอเป็น Dynamic AMOLED 2X ความละเอียด HD+ ขนาด 6.2 นิ้ว อัตราส่วนของจอก็เป็นแบบทรงยาว 24.5:9

สำหรับจอด้านในใช้พาแนล Dynamic AMOLED 2X ขนาด 7.6 นิ้ว ความละเอียด QXGA+ รองรับการแสดงผล HDR10+ ความหนาแน่นพิกเซล 374ppi และสิ่งที่พัฒนาจาก Fold2 คือตัวจอมีเทคโนโลยี Eco Square Display ช่วยให้จอสว่างกว่าเดิม 29%

ความพิเศษซึ่งเป็นไฮไลท์ในรุ่นนี้คือการเป็นมือถือรุ่นแรกของแบรนด์ และเป็นมือถือจอพับรุ่นแรกของโลกที่มีนวัตกรรม Under Display Camera (UDC) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีซ่อนกล้องไว้ใต้จอแสดงผล ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ได้สัมผัสกับการทำงานบนหน้าจอใหญ่ๆ ได้อย่างเต็มพื้นที่ ไม่มีจุดดำ รอยบาก มากวนใจ

ตำแหน่งกล้อง UDC ของรุ่นนี้ ก็ยังอยู่ที่ตำแหน่งเดิมเหมือนของ Z Fold2 แต่กล้องตัวนี้จะปรากฏขึ้นมาเมื่อเราใช้งานเท่านั้น ขณะที่ในการใช้งานปกติตัวรูกล้องจะถูกซ่อนใต้จอแสดงผลซึ่งถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็จะไม่เห็น

ครั้งแรกของมือถือจอพับที่รองรับ S Pen

เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ผู้บริโภคอยากได้จากมือถือจอพับ และ Samsung ก็จัดมาให้คือการทำให้ Galaxy Z Fold3 5G รองรับการใช้งานกับตัวปากกา S Pen ภายใต้ข้อจำกัดว่าจะต้องเป็น S Pen ที่ทำมาแบบพิเศษเท่านั้น

ตัวปากกาที่ใช้งานกับ Z Fold3 5G ได้จะถูกออกแบบหัวปากกาให้นุ่มกว่าเดิม อีกทั้งยังมีส่วนสปริงตรงหัวเพื่อลดแรงกดหัวปากกาไปยังหน้าจอ หรือเท่ากับว่าใครมี S Pen รุ่นเดิมที่ใช้กับ Galaxy Note หรือ Galaxy Tab จะไม่สามารถใช้งานกับ Galaxy Fold ได้ และไม่ควรจะนำมาใช้ด้วยเพราะอาจจะทำให้หน้าจอมีความเสียหาย

ในการเปิดตัวมือถือรุ่นนี้ทาง Samsung ได้ส่ง S Pen ใหม่ออกมาสองรุ่น ประกอบไปด้วย

  • S Pen Fold Edition : S Pen แบบพื้นฐานไม่มี Bluetooth สามารถใช้งาน Air command ได้
  • S Pen Pro : รุ่นอัพเกรดขึ้นมาให้มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นปกติ รองรับการเชื่อมต่อ BLE สามารถใช้งาน Air command และ Air Actions ได้ และสามารถเชื่อมต่อกับตัวอุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับ S Pen นอกเหนือจากตัว Galaxy Z Fold3 5G ได้

ทั้งนี้ตัวเครื่อง Samsung Galaxy Z Fold3 5G เองไม่มีส่วนที่เป็นช่องเก็บปากกา S Pen ในตัว แต่ทางผู้ผลิตก็ได้มีการออกแบบพิเศษที่มีช่องเก็บปากกามาให้ คล้ายๆ กับเคสที่ทำให้ Galaxy S21 Ultra 5G

การใช้งานที่ลื่นไหล บนหน้าจอที่ใหญ่เต็มตา

Samsung Galaxy Z Fold3 5G เปิดตัวมาพร้อมระบบปฏิบัติการ OneUI 3.1 ที่อยู่บนพื้นฐาน Android 11 และเพื่อให้การใช้งานที่เต็มประสิทธิภาพบนพื้นที่จอ 7.6 นิ้ว ทาง Samsung ก็ได้ออกแบบ UX ของระบบให้รองรับการทำงานกับหน้าจอขนาดใหญ่

สำหรับการทำงานในระบบ Multitasking อย่างการแบ่งหน้าจอในรุ่นนี้ก็รองรับการแบ่งหน้าจอเพื่อใช้งานแอปฯ พร้อมกันได้มากสูงสุดถึง 3 ตัว และยังสามารถทำงานข้ามแอปฯ อย่างการ Drag-and-Drop ตัวหนังสือจากเบราว์เซอร์ไปใส่ Note ได้โดยตรง ไม่ต้องกด Copy-Paste

สิ่งที่น่าสนใจคือครั้งนี้เราจะสามารถแบ่งหน้าจอกับแอปฯ หรือเกมได้ทุกตัว โดยเข้าไปที่ Settings->Advanced Features ->Labs และกดเลือก “Multi window for all apps” ซึ่งจะเป็นการบังคับให้แอปฯ ทุกตัวสามารถเปิดฟีเจอร์แบ่งหน้าจอ “Split screen view” ได้ โดยไม่สนว่าค่าพื้นฐานของแอปฯ จะทำมาให้รองรับฟีเจอร์นี้หรือไม่ก็ตาม

ส่วนประสบการณ์การใช้งานแบบ Hands-Free อย่าง Flex Mode เองในรุ่นนี้ก็มีให้ใช้งานได้ เรียกว่าอำนวยความสะดวกทั้งคนที่ต้องวีดีโอคอลประชุมงาน หรือเรียนออนไลน์ และจดโน๊ตไปพร้อมกัน หรือการใช้งานในโหมด Camera ที่เราสามารถแบ่งการทำงานให้จอล่างแสดงผลเป็นภาพที่ถ่ายไปได้ ขณะที่จอบนก็ยังเป็นกล้องปกติ ขณะที่การสลับการทำงานระหว่างจอนอก กับจอหลัก ก็ทำได้ลื่นไหลต่อเนื่อง

สเปคเร็วแรง พร้อมกล้องระดับเรือธง

ชิปเซตรุ่นนี้เป็น Snapdragon 888 ประมวลผล Octa-core 2.84GHz โดยเป็นชิปขนาด 5nm มี RAM 12GB ความจำเครื่อง 256GB / 512GB รองรับ 5G ทั้ง SA, NSA และ Sub6/mmWave เรียกว่าแกะกล่องใส่ซิมก็ขึ้น 5G ได้เลย

ด้านแบตเตอรี่เป็นแบบคู่ขนาดรวมกัน 4400mAh รองรับ Fast charging 25W, Fast wireless charging 11W และมีฟีเจอร์ Reverse wireless charging 4.5W

ในส่วนของกล้องเริ่มจากกล้องหลังรุ่นนี้มีมาให้ 3 ตัวเหมือนเดิมประกอบไปด้วย

  • Ultra Wide 12MP, 1.12µm, F/2.2, FOV 123 องศา
  • Wide 12MP, 1.8µm, Dual Pixel AF, OIS, F/1.8
  • Tele 12MP, 1.0µm, F/2.4, Dual OIS, 2x Optical zoom , 10xDigital zoom

สำหรับกล้องหน้าก็มี 2 ตัวประกอบด้วย

  • กล้อง Cover Camera 10MP, 1.22µm, F/2.2
  • กล้อง UDC 4MP, 2.0µm, F/1.8

ด้านการวางขายในไทย Samsung Galaxy Z Fold 3 5G มีเข้ามาครบทั้ง 3 สี ประกอบด้วย Phantom Black, Phantom Green และ Phantom Sliver โดยมีให้เลือก 2 หน่วยความจำเปิดราคาไทยดังนี้

  • รุ่น 12GB+256GB ราคา 57,900 บาท
  • รุ่น 12GB+512GB ราคา 61,900 บาท

ใครที่สนใจสามารถกดจองได้แล้ววันนี้ผ่านช่องทาง Samsung.com หรือจองผ่านโอเปอเรเตอร์ทั้ง 3 ค่าย ส่วนรีวิวฉบับเต็มๆ เตรียมรอชมได้ทางช่อง YouTube : MXPhone









About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners