รู้จัก Samsung Galaxy Z Fold2 5G เรือธงจอพับที่สุดของนวัตกรรม

โดย RingRangRung | 2 กันยายน 2563 เมื่อ 13:33 น. | อ่าน 143

มาเร็ว ไม่ทิ้งช่วงให้รอกันนาน สำหรับ Samsung Galaxy Z Fold2 5G มือถือที่สุดแห่งนวัตกรรมที่ได้มีการเปิดตัว พร้อมประกาศราคาในไทยเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเรามาดูกันดีกว่าว่ารุ่นนี้มีอะไรที่เป็นไฮไลท์ให้น่าลองบ้าง

ดีไซน์เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความแกร่ง

Galaxy Z Fold2 ยังคงดีไซน์รูปแบบการพับหน้าจอเข้า-ออก แบบหนังสือเหมือนกับตัว Galaxy Fold โดยที่ส่วนฝาหลังของรุ่นที่เข้าไทยจะมีให้เลือกสีดำ (Mystic Black) ที่เป็นสีคลาสสิค กับสีทองแดง (Mystic Bronze) ซึ่งเป็นสีไฮไลท์ประจำตัวโปรดักซ์ไฮเอนด์ของ Samsung ในครั้งนี้

ในรุ่นนี้ทาง Samsung ได้พัฒนาเรื่องความทนทานให้มากขึ้น โดยไม่ทิ้งเรื่องความหรูหราไล่ตั้งแต่วัสดุเครื่องที่ใช้งานกระจกผสมกับโลหะ พร้อมทำผิวสัมผัสแบบด้าน

ส่วนที่เป็นเหมือนกระดูกสันหลังเครื่องอย่างข้อต่อบานพับก็เป็นกลไก CAM ซึ่งเป็นชิ้นส่วนลูกเบี้ยวที่มีขนาดเล็กรูปทรงคล้ายสันเขา ช่วยให้สามารถกางจอออกและปรับองศาการพับจอได้ตามต้องการ

ขณะเดียวกันที่ตัวภายในบานพับก็ยังมี Sweeper Fiber ช่วยกันอนุภาคขนาดเล็กไม่ให้หลุดเข้าไปทำอันตรายแก่จอภาพด้านใน

ในส่วนของจอภาพก็มีการเสริมความแข็งแกร่งขึ้นตั้งแต่จอหลักด้านในก็มีการคลุมด้วยกระจก Ultra-thin Glass (UTG) ให้มีความทนทานและความยืดหยุ่นมากกว่าเดิม

ขณะที่จอด้านนอกคลุมด้วยกระจก Gorilla Glass Victus ที่ทนต่อรอยขีดข่วนมากกว่า Gorilla Glass 6 ถึง 2 เท่า รวมถึงรองรับแรงกระแทกจากการตกในระดับความสูง 2 เมตร อีกทั้งยังมีการเคลือบสารป้องกันการกัดกร่อนทับเข้าไปอีกชั้นทำให้ใช้งานได้อย่างสบายใจมากขึ้น

สำหรับสัดส่วนเครื่องตอนพับจะอยู่ที่ 159.2 x 128.2 x 6.9มม. ถ้ากางออกจะอยู่ที่ 159.2 x 68.0 x 16.8มม. หนัก 279 กรัม โดยที่ปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มพาวเวอร์ที่เป็นสแกนลายนิ้วมือจะอยู่ด้านขวา เช่นเดียวกันกับช่องใส่ซิมซึ่งรุ่นนี้รองรับซิมเดียวชนิด nano SIM ส่วนอีกซิมต้องเป็น eSIM

ขอบเครื่องด้านล่างมีพอร์ต USB-C และ ไมโครโฟน สำหรับลำโพงเป็นแบบสเตอริโอจูนโดย AKG เจ้าเดิม ติดตั้งอยู่บริเวณขอบบนและล่างของเครื่อง

เพิ่มพื้นที่จอ ขยายกว้างได้สูงสุด 7.6 นิ้ว

ตำแหน่งหน้าจอของรุ่นนี้ยังคงเหมือนเดิมคือมีอยู่ 2 จุด ได้แก่ หน้าจอแสดงผลด้านนอก (Cover Display) และจอแสดงผลหลัก (Main Display) ที่อยู่ด้านใน

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในรุ่นนี้คือปรับดีไซน์จอเป็นแบบ Infinity-O หรือใช้การเจาะรูเพื่อใส่กล้องหน้าทำให้มีพื้นที่การแสดงผลที่เพิ่มขึ้น

เริ่มจากจอหลักด้านในเป็น Dynamic AMOLED 2X ขนาด 7.6 นิ้ว ความละเอียด 2,208 x 1,768 พิกเซล สัดส่วนภาพ 22.5:18 มี Dynamic Refresh Rate ปรับอัตรารีเฟรซแบบไดนามิกตามเนื้อหาได้ตั้งแต่ 1-120Hz และโหมดความสว่างสูง 700nit รองรับ HDR10+

ขณะที่จอด้านนอกก็มีการเพิ่มขนาดพื้นที่ใช้งานจากรุ่นก่อน 63% โดยเป็นจอ Super AMOLED ขนาด 6.2 นิ้ว ความละเอียด 2,260×816 พิกเซล รีเฟรชเรทสูงสุด 60Hz และรองรับ HDR10+

การทำงานร่วมกันระหว่างสองจอก็จัดว่าลื่นไหลมีความต่อเนื่องกัน โดยที่ตัวจอใหญ่เองก็มีการใช้พื้นที่อย่างเต็มประสิทธิภาพด้วย Optimized UI ที่ปรับมุมมองได้ทั้ง Detail View แสดงทั้งรายการและรายละเอียด หรือ Wide View แสดง UI แบบเต็มจอ

ขณะที่การทำงานแบบ Multi-tasking ก็สมบูรณ์แบบสามารถแบ่งพื้นที่จอ 7.6 นิ้ว เพื่อรันแอปฯ ได้พร้อมกันถึง 3 แอปฯ ( 2 แอปฯ สำหรับจอ 6.2 นิ้ว) และมีฟีเจอร์ Drag-and-Drop แชร์เนื้อหาข้ามไปมาระหว่างแอปฯ เพียงลากแล้ววาง

ประสบการณ์ใช้งานแบบจัดเต็ม

ชิปเซตของ Galaxy Z Fold 2 เป็นตัวเรือธง Qualcomm Snapdragon 865+ รองรับการใช้งานอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงบนเครือข่าย 5G (Sub6) ร่วมถึงการเชื่อมต่อ WiFi 6 สปีดสูงสุด 1.2Gbps

นอกจากนี้ยังมี Ultra Wide Band (UWB) รองรับมาตรฐาน Nearby Share เพื่อแชร์ไฟล์ให้กับอุปกรณ์รอบข้างได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ขณะที่โหมด Samsung DeX ก็รองรับ Wireless Connection Mode ผ่านทีวีที่มี Miracast

สำหรับสเปคความจำก็จัดเต็มด้วย LPDDR5 RAM ขนาด 12GB พร้อม ROM UFS 3.0 ขนาด 256GB มีแบตเตอรี่คู่ความจุรวมกัน 4500mAh รองรับ Fast Charging 25W และ Wireless Charging 11W ชาร์จ 50% ภายใน 30 นาที พร้อมทั้งมี Wireless PowerShare แปลงร่างอุปกรณ์ให้เห็นแท่นชาร์จไร้สายเพื่อจ่ายไฟให้อุปกรณ์อื่นๆ ได้ โดยรองรับทั้งของ Samsung และที่เป็นมาตรฐาน WPC Qi Wireless Charging

โดดเด่นเรื่องกล้องที่มีให้มากถึง 5 ตัว

ด้านการถ่ายภาพเรือธงจอพับรุ่นนี้จะมีการติดตั้งกล้องหน้ามาให้ 2 จุด คือตัวจอด้านใน และจอด้านนอก ใช้สเปคเท่ากันคือกล้อง 10 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 ขนาดพิกเซล 1.22um ซึ่งกล้องหน้าทั้งสองรองรับการบันทึก 4K 30fps และ 4K 60fps ที่อัตราส่วน 16: 9 และ 21: 9

สำหรับกล้องหลังมีให้มา 3 ตัว ประกอบด้วย

  • Ultra Wide 12MP, 1.12µm, F2.2
  • Wide 12MP, 1.8µm 2PD OIS, F1.8
  • Tele 12MP, 1.0µm, F2.4

กล้องหลักของรุ่นนี้นอกจากจะมีเซ็นเซอร์ที่ใหญ่ขึ้น พร้อมโหมด กลางคืน, Pro Video และ Single Take แบบ S20/Note20 Series แล้ว ก็ยังมีการทำงานร่วมกับรูปแบบการพับของหน้าจอโดยปรับล็อกการกางได้ 3 ระดับคือ 115°, 90° และ 75° เพื่อรองรับกับฟีเจอร์อย่าง Hands-free Camera ถ่ายรูปได้โดยไม่ต้องใช้ขาตั้ง, Capture-view mode ถ่ายแล้วดูพรีวิวภาพได้เลย, Auto Framing จัดเฟรมอัตโนมัติเมื่อถ่ายวิดีโอแบบแฮนด์ฟรี หรือ Rear Cam Selfie ใช้กล้องหลักในการถ่ายเซลฟี่ โดยที่มี Dual Preview แสดงรูปพรีวิวบนจอหลักและจอนอกได้พร้อมกัน

ส่งท้ายกันด้วยเรื่องของราคา Samsung Galaxy Z Fold 2 มีเข้าไทย 2 สีคือ Mystic Black และ Mystic Bronze สนนราคาที่ 69,990 บาท นับว่าเป็นมือถือที่ต่อยอดนวัตกรรมจากรุ่นก่อนได้อย่างน่าสนใจ

ใครที่สนใจอยากเป็นเจ้าของก็สามารถไปพรีออเดอร์กันได้ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 13 กันยายน ที่ Samsung Experience Store, Samsung.com และผู้ให้บริการเครือข่าย โดยราคาติดโปรฯ จ่ายเริ่มต้นเพียง 49900 บาท โดยของแถมช่วงพรีออเดอร์ก็มีทั้ง Galaxy Buds Live, ประกัน Samsung Care+ และ บริการ Galaxy Butler Gold

About Author

RingRangRung

RingRangRung