รีวิว Samsung Galaxy Watch3 ไฮเอนด์สมาร์ทวอทช์ ครอบคลุมเรื่องสุขภาพ

โดย RingRangRung | 24 กันยายน 2563 เมื่อ 09:00 น. | อ่าน 110

รีวิว Samsung Galaxy Watch3 สมาร์ทวอทช์มาตรฐานสูงทั้งฟังค์ชั่น ดีไซน์ และความสามารถด้านการดูแลสุขภาพที่ตอบรับกับการใช้งานในยุคสมัยใหม่ ส่วนจะเด็ด ดี แค่ไหนไปดูกัน

สเปค Samsung Galaxy Watch3

  • สีและรุ่นวัสดุที่ขายในไทย
    • รุ่น Stainless Steel + สายหนัง : 45mm. = Mystic Black/ Mystic Silver, 41mm. = Mystic Bronze / Mystic Silver
    • รุ่น Titanium + สายโลหะ : 45mm. = Mystic Black
  • สัดส่วนตัวเรือนไม่รวมสาย
    • Stainless Steel (45mm.) : 45 x 46.2 x 11.1มม. หนัก 53.8 กรัม
    • Stainless Steel (41mm.) : 41 x 42.5 x 11.3มม. หนัก 48.2 กรัม
    • Titanium (45mm.) : 45 x 46.2 x 11.1มม. หนัก 43 กรัม
  • มาตรฐานกันน้ำและฝุ่น IP68 และความทนทาน 5ATM / MIL-STD-810G
  • ใช้งานร่วมกับสายนาฬิกาขนาดมาตรฐาน 20/22mm.
  • หน้าจอ Super AMOLED ทรงกลม
    • 45mm. : ขนาดจอ 1.4 นิ้ว (360 x 360px), Full Color Always On Display, คลุมด้วย Corning Gorilla Glass DX
    • 41mm. : ขนาดจอ 1.2 นิ้ว (360 x 360px), Full Color Always On Display, คลุมด้วย Corning Gorilla Glass DX
  • ชิปประมวลผล Exynos 9110 ประมวลผล Dual-core 1.15GHz GPU Mali-T720
  • สเปค RAM 1GB+ROM 8GB
  • ระบบปฏิบัติการ TizenOS บนพื้นฐาน WearOS 5.5
  • การเชื่อมต่อไร้สาย LTE (เฉพาะรุ่น LTE), Bluetooth v5.0, Wi-Fi b/g/n, NFC
  • เทคโนโลยีพิกัด GPS/Glonass/Beidou/Galileo
  • เซ็นเซอร์ Accelerometer, Barometer, Gyro Sensor, Light Sensor, Optical Heart Rate Sensor, Electrical Heart Sensor
  • แบตเตอรี่ : 45mm = 340mAh / 41mm = 247mAh รองรับการชาร์จมาตรฐาน Wireless Power Consortium (WPC)
  • ราคาขายในไทย
    • รุ่น Bluetooth : 41mm Stainless Steel = 14900 บาท / 45mm Stainless Steel = 15900 บาท / 45mm Titanium = 23900 บาท
    • รุ่น LTE : 41mm Stainless Steel = 17900 บาท / 45mm Stainless Steel = 18900 บาท

Galaxy Watch3 ที่ได้มาเป็นรุ่น Bluetooth หน้าปัด 45mm. ตัวเรือนเป็นสแตนเลสสตีลเกรด 316L ขนาดจะเหมาะกับข้อมือของผู้ชาย ซึ่งสีที่ขายก็มี Mystic Silver และ Mystic Black ที่เห็นกันในภาพ

จุดเด่นของสมาร์ทวอทช์รุ่นนี้คือการออกแบบขนาดตัวเรือนให้บางลงจากรุ่นที่ผ่านมา 14% ลดสัดส่วนความเทอะทะให้รูปทรงกระชับมากขึ้น 8% และทำน้ำหนักให้เบาขึ้น 15% โดยยังคงมาตรฐานกันน้ำได้ 5ATM/IP68 และทนทานแรงกระแทกระดับมาตรฐานทางทหาร MIL-STD 810G

การออกแบบหน้าปัดยังคงใช้เป็นรูปแบบทรงกลมซึ่งเป็นดีไซน์นาฬิกาข้อมือแบบคลาสสิกทำให้สวมใส่ได้หลายโอกาส โดยที่พาแนลจอเป็น Super AMOLED ขนาด 1.4 นิ้ว ความละเอียด 360×360 พิกเซล คลุมทับด้วยกระจก Gorilla Glass DX และมีฟีเจอร์ Always On ที่ทำให้หน้าจอติดตลอดเวลา แลกกับการใช้งานแบตเตอรี่ที่เพิ่มขึ้น

เรื่อง Watch Face หรือรูปแบบหน้าปัดก็มีให้เลือกหลายแบบทั้งแบบอะนาล็อกที่บางแบบจะมีเสียงกลไกนาฬิกาเพิ่มความสมจริงเข้ามาด้วย หรือแบบดิจิทัล มากกว่า 40 แบบ รวมถึงฟีเจอร์ My Style ที่จะแมตช์สีหน้าปัดให้เข้ากับการแต่งตัวเพียงเเค่ถ่ายรูปใส่เข้าไปในระบบ

ในสมาร์ทวอทช์รุ่นนี้ทาง Samsung ได้นำ Circular bezer หรือกลไกขอบหน้าปัดแบบหมุนได้กลับมาใช้งานอีกครั้ง เพื่อเป็นทางเลือกในการสั่งงานร่วมกับระบบสัมผัสหน้าจอ

พื้นที่ขอบด้านซ้ายของนาฬิกาจะมีปุ่มกดสองปุ่มคือปุ่ม Back และปุ่ม Home/Power โดยมีช่องไมโครโฟนเล็กๆ ซ่อนอยู่บริเวณฐานเครื่องขณะที่ขอบอีกฝั่งเป็นลำโพง

ด้านหลังนาฬิกาจะเป็นส่วนของเซ็นเซอร์ซึ่งผู้ผลิตเลือกใช้เซ็นเซอร์แบบ Photodiode ที่มีตัวอ่านถึง 8 จุด เพื่อความแม่นยำในการตรวจวัดค่าต่างๆ

ส่วนสายที่ใช้ก็เป็นสายนาฬิกาขนาดมาตรฐาน 20/22mm. ซึ่งในรุ่นบอดี้สแตนเลสจะแถมสายหนังแบบพรีเมี่ยมที่เหมาะกับการใส่ในชีวิตประจำวัน แต่ถ้าเป็นสายลุย สายออกกำลังกาย ก็อาจจะต้องหาสายซิลิโคนมาเปลี่ยนแทน

ชิปเซตใช้ Exynos 9110 ประมวลผล Dual-core 1.15GHz GPU Mali-T720 มีสเปคความจำ RAM 1GB+ROM 8GB ขณะที่ระบบปฏิบัติการเป็น TizenOS บนพื้นฐาน WearOS 5.5

แน่นอนว่าการทำงานเบื้องต้นจะต้องเชื่อมต่อกับแอปฯ Galaxy Wearable (iOS/Android) เพื่อตั้งค่า และอัพเดตต่างๆ ให้กับตัวนาฬิกา รวมถึงการติดตั้งแอปฯ เพิ่มเติมจาก Galaxy Store

ในการใช้งานทั่วไป Galaxy Watch3 ก็จัดว่าเป็นสมาร์ทวอทช์ที่ใช้งานง่ายด้วยฟังค์ชั่นอย่างการเช็คสภาพอากาศ, ฟังเพลงจากตัวนาฬิกาผ่าน Spotify, ควบคุมการเล่นเพลงบนสมาร์ทโฟนจากนาฬิกา, ดูการแจ้งเตือนพร้อมตอบกลับข้อความจากแอปฯ LINE, Facebook หรือ E-Mail ที่เลือกได้ว่าจะตอบกลับเป็นข้อความด่วนที่เซ็ตไว้, ตอบเป็นอีโมจิ หรือตอบเป็นข้อความจากการพิมพ์แป้นพิมพ์บนหน้าบน, พิมพ์ด้วยคำสั่งเสียง (ปัจจุบันยังไม่รองรับภาษาไทย) หรือใช้การลากนิ้วเขียนเพื่อแปรงเป็นตัวอักษร ก็ทำได้

นอกจากนี้สมาร์ทวอทช์เองก็ยังรองรับการใช้งาน Bixby และระบบชำระเงิน Samsung Pay หรือใครที่ต้องพรีเซ็นต์งานก็สามารถควบคุมสไลด์ PowerPoint โดยใช้หน้าจอของ Watch3 ได้

มาถึงการดูแลสุขภาพกันบ้าง Galaxy Watch3 จะเชื่อมต่อฟีเจอร์ส่วนนี้กับ Samsung Health เพื่อเก็บข้อมูลด้านสุขภาพและการออกกำลังกายต่างๆ

ในสมาร์ทวอทช์รุ่นนี้ได้เข้ามาช่วยดูแลสุขภาพตั้งแต่การวัดอัตราการเต้นของหัวใจ, วัดค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด(SpO2), วัดระดับความเครียด, ตรวจจับการนอน หรือวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ซึ่งบางฟีเจอร์จะยังไม่เปิดให้ใช้ในตอนนี้เนื่องจากต้องรอผ่านอนุมัติจากหน่วยงานรัฐก่อน

ด้านการออกกำลังกายก็มีมาให้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นของเบสิคอาทิเช่น วิ่ง, เดิน หรือ ปั่นจักรยาน เป็นต้น ซึ่งในกลุ่มกิจกรรมกลางแจ้งในรุ่นนี้ได้ติดตั้งระบบ GPS ในตัวทำให้สามารถตรวจจับเส้นทางการออกกำลังกายของเราได้ โดยที่ไม่ต้องพึ่งการเชื่อมต่อ GPS จากสมาร์ทโฟน

แต่สำหรับโลกในยุค New Normal ที่หลายๆ คนเลือกที่จะอยู่บ้านมากขึ้น ใน Galaxy Watch3 ก็ได้ใส่โหมด Home Training หรือการออกกำลังกายในบ้านมาให้ถึง 120 รายการ ซึ่งเข้าไปดูโปรแกรมการออกกำลังกายต่างๆ ได้บน Samsung Health รวมถึงส่งสัญญานภาพขึ้นจอทีวี เสมือนว่ามีเทรนเนอร์ส่วนตัวมาสอนออกกำลังกายถึงที่บ้าน

แบตเตอรี่ในรุ่นหน้าปัด 45mm มีขนาด 340mAh ตัวแท่นชาร์จที่แถมมาจะเป็นแบบ Wireless Magnetic ที่แค่แปะลงบนหลังนาฬิกาก็ชาร์จไฟได้เลย นอกจากนี้ตัวนาฬิกาเองก็รองรับการชาร์จไร้สายมาตรฐาน Wireless Power Consortium (WPC) ทำให้สามารถใช้งานกับแท่นชาร์จไร้สายทั่วไปได้ รวมถึงตัวสมาร์ทโฟนที่มีฟีเจอร์ Wireless Powershare

จากที่ทดลองใช้งานทั่วไปมาโดยมีใส่ออกกำลังกายบ้าง เปิดรับแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟน ปิดฟีเจอร์ AlwayOn ตั้งให้วัดอัตราการเต้นหัวใจอัตโนมัติทุก 10 นาที และให้มีการตรวจจับการนอน ตัวนาฬิกาก็จะมีอายุการใช้งานอยู่ที่ 2 วันนิดๆ ถือว่ากำลังดีตามมาตรฐานสมาร์ทวอทช์ทั่วไป

ภาพรวมจากที่ทดสอบมา Samsung Galaxy Watch3 ยังคงเป็นสมาร์ทวอทช์ระดับพรีเมี่ยมที่ยอดเยี่ยมตามมาตรฐาน ทั้งจากวัสดุเครื่อง งานประกอบ และฟีเจอร์ที่ใส่เข้ามา ถือว่ามีความครบเครื่องคุ้มค่า ใครที่สนใจก็สามารถไปซื้อหาเป็นเจ้าของกันได้ โดยที่ราคาของแต่ละรุ่นมีดังนี้

  • รุ่น Bluetooth : 41mm Stainless Steel = 14900 บาท / 45mm Stainless Steel = 15900 บาท / 45mm Titanium = 23900 บาท
  • รุ่น LTE : 41mm Stainless Steel = 17900 บาท / 45mm Stainless Steel = 18900 บาท

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners