[Review] Galaxy Watch eSim ฟังค์ชั่นแน่นเหมือนเดิม เพิ่มเติมอิสระมากขึ้น

โดย RingRangRung | 6 สิงหาคม 2562 เมื่อ 10:46 น. | อ่าน 856

เพิ่งมีโอกาสได้ทดลองใช้งานกับตัว Samsung Galaxy Watch eSim สมาร์ทวอทช์เพื่อคนรักสุขภาพ ที่คราวนี้จะมีอิสระในการใช้งานมากขึ้นเพราะมีความสามารถในการเชื่อมต่อเครือข่าย 4G LTE ได้ผ่านระบบ eSIM ที่มีในตัวนาฬิกาเอง

สเปค Samsung Galaxy Watch eSim

  • หน้าปัด 46mm
    • จอ Super AMOLED ขนาด 1.3 นิ้ว ความละเอียด 360×360 พิกเซล
    • สัดส่วนตัวเรือน 49.0 x 46.0 x 13.0มม. หนัก 63 กรัม สาย 22มม. ถอดเปลี่ยนได้
    • สีที่จำหน่าย Silver
    • แบตเตอรี่ 472mAh เทคโนโลยีชาร์จแบบไร้สาย ใช้งานได้นานสูงสุด 168 ชั่วโมง
    • ราคา 12,900 บาท
  • หน้าปัด 42mm
    • จอ Super AMOLED ขนาด 1.2 นิ้ว ความละเอียด 360×360 พิกเซล
    • สัดส่วนตัวเรือน 45.7 x 41.9 x 12.7มม. หนัก 49 กรัม สาย 20มม. ถอดเปลี่ยนได้
    • สีที่จำหน่าย Gold / Black
    • แบตเตอรี่ 270mAh เทคโนโลยีชาร์จแบบไร้สาย ใช้งานได้นานสูงสุด 120 ชั่วโมง
    • ราคา 11,900 บาท 
  • ตัวประมวลผล Dual-Core 1.15GHz
  • RAM 1.5GB+ROM 4GB
  • ระบบเซ็นเซอร์ : Accelerometer,Barometer,Gyro Sensor,HR Sensor,Light Sensor
  • รองรับ NFC , Wi-Fi 802.11 b/g/n 2.4GHz
  • รองรับ Bluetooth v4.2
  • ระบบเครือข่ายที่รองรับ
    • 3G UMTS : B1(2100),B8(900)
    • 4G LTE FDD : B1(2100),B3(1800),B7(2600),B8(900),B20(800)
  • ระบบปฏิบัติการ TizenOS

ดีไซน์ของ Galaxy Watch eSim มีความเป็นแฟชั่นสูงคล้ายกับนาฬิการะดับ Hi-end ด้วยหน้าปัดทรงกลมมี 2 ขนาดให้เลือกคือ 46mm กับ 42mm ซึ่งที่เราได้มาเป็นตัว 42mm ในส่วนของตัวขอบหน้าปัดเป็นรอยยักสามารถหมุนได้เพื่อใช้สั่งงานตัวเครื่องแทนการสัมผัสหน้าจอ

หน้าจอเป็นแบบสัมผัสใช้แผงจอสีชนิด Super AMOLED ความละเอียด 360×360 พิกเซล ให้การแสดงผลด้านสีที่คมชัด สดใส สู้แสงได้ดี

ตัวเรือนวัสดุสแตนเลสสตีลขัดเงามีความสามารถกันกระแทก และทนความร้อนได้ตามมาตรฐาน MIL-STD-810G กันน้ำได้ตามมาตรฐาน IP68 และ 5ATM สามารถใส่ลงน้ำจืดได้ ขณะที่น้ำหนักก็ถือว่าพอสมควรไม่ได้เบามาก

บริเวณขอบตัวเรือนฝั่งขวาจะมีปุ่มกด 2 ปุ่ม คือปุ่ม Back และปุ่ม Home/Power มีช่องไมโครโฟน ขณะที่ขอบอีกด้านจะเป็นลำโพง

ด้านหลังมีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ สำหรับสายของรุ่น 42mm จะเป็นขนาด 20มม.สามารถถอดเปลี่ยนไปใช้สายแบบแฟชั่นหรือสายนาฬิกาทั่วไปได้ ซึ่งสายที่แถมมาจะเป็นวัสดุซิลิโคนน้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดีเลยทีเดียว โดยที่การสวมใส่ก็ยังคงเป็นแบบนาฬิกาทั่วไป

ระบบปฏิบัติการของ Galaxy Watch eSim อยู่บนพื้นฐาน Tizen-based wearable OS 4.0 ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตประมวลผล Dual-Core 1.15GHz มีหน่วยความจำ RAM 1.5GB+ROM 4GB

ตัวหน้าปัด 42mm. ให้แบตฯมา 270mAh ใช้งานได้ยาวๆถึง 120 ชั่วโมง ขณะที่การชาร์จเป็นแบบไร้สายด้วยแท่นชาร์จที่เชื่อมต่อกับแหล่งจ่ายไฟผ่านพอร์ต microUSB

เริ่มต้นการใช้งานแน่นอนว่าต้องเชื่อมต่อ Galaxy Watch eSim เข้ากับสมาร์ทโฟนผ่านแอปพลิเคชั่น Galaxy Wearable ที่มีให้โหลดทั้ง iOS และ Android ส่วนคนที่ใช้ของ Samsung อยู่แล้วก็จะง่ายหน่อยเพราะมีติดมาให้ในเครื่องแล้ว

เมื่อเชื่อมต่อเข้าไปตัวแอปฯ Galaxy Wearable ก็จะแสดงข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับตัวนาฬิกาตั้งแต่ แบตเตอรี่, พื้นที่ความจำของตัวอุปกรณ์, พื้นที่ความจำของ RAM และการตั้งค่าต่างๆ

ในตัว Galaxy Watch eSim จะมีความสามารถที่เหนือกว่ารุ่นปกติซึ่งก็คือระบบการเชื่อมต่อเครือข่าย LTE ได้ด้วยตัวเอง ทำให้รุ่นนี้สามารถทำงานแบบ Stand-alone อย่างการโทรออก-รับสาย ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องเชื่อมต่อ Bluetooth กับสมาร์ทโฟน

การใช้งานในฟังค์ชั่นนี้เบื้องต้นก็ต้องมีการตั้งค่า eSim กับตัวนาฬิกาก่อน โดยเข้าไปที่เมนู “เครือข่ายมือถือ” บนแอปฯ ตามด้วย SIM ที่ต้องการจะเปิดใช้งาน eSim

ในการรีวิวนี้จะเป็นเบอร์ของ dtac ที่กำลังมีโปรฯ ซื้อ Galaxy Watch eSIM ในราคาเริ่มต้นเพียง 10,490 บาท เพียงสมัครหรือมีแพ็คเกจรายเดือนเริ่มต้น 599 บาทขึ้นไป แถมยังฟรี ค่าบริการ Number Pairing

เมื่อกดเข้าไปเรื่อยๆ ระบบจะถามหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงทะเบียนไว้กับเบอร์ dtac ที่จะเปิดใช้งาน eSim จากนั้นก็ทำตามขั้นตอนที่ระบบแนะนำก็เป็นอันเสร็จสิ้น ตัวนาฬิกาก็จะจัดการตั้งค่า eSim เพื่อเปิดการใช้งานเครือข่าย 4G และ 3G ในกรณีที่เราไม่ได้เปิด Bluetooth ต่อกับสมาร์ทโฟน (สำหรับใครที่มีปัญหาในการเปิดใช้งานสามารถติดต่อกับทาง 1678 dtac Call Center ได้)

ด้วยความสามารถในการรองรับสัญญา LTE ได้ด้วยตัวเองทำให้เราสามารถใช้ Galaxy Watch eSim ได้เหมือนกับสมาร์ทโฟนขนาดย่อมๆ ไม่ว่าจะเป็นการโทรออก-รับสาย ผ่านไมโครโฟนและลำโพงที่ติดตั้งมาให้พร้อม หรือการเช็คข้อความ / แจ้งเตือนต่างๆ ก็ทำได้หายห่วงเพราะรองรับภาษาไทยได้เต็มรูปแบบ มีฟังค์ชั่นสร้างข้อความตอบกลับด่วน หรือพิมพ์เอาจากหน้าจอได้เลย

[center][/center]

เรื่องของการใช้งานด้านต่างๆก็ต้องยอมรับว่า Galaxy Watch eSim ให้ฟีเจอร์มาแน่นๆไม่ต่างจากตัวรุ่นธรรมดาโดยเฉพาะโหมดออกกำลังกายที่ยัดมาถึง 39 แบบ รองรับการทำกิจกรรมกลางแจ้งด้วยเซ็นเซอร์ Altimeter/Barometer สำหรับวัดระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลและแรงดันบรรยากาศแถมยังมี GPS ในตัว

ตัวข้อมูลด้านสุขภาพต่างๆจะซิงค์ไปที่แอปฯ Samsung Health มีการสรุปผลการออกกำลังกายมาเป็นข้อมูลให้ดูอย่างง่ายๆ พร้อมด้วยแผนที่แสดงเส้นทาง ซึ่งสมาร์ทวอทช์รุ่นนี้ก็มีความฉลาดสามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวได้อย่างแม่นยำ อาทิเช่น เมื่อเราเปิดโหมดออกกำลังกายอย่างการเดินอยู่ แล้วหยุดเพื่อข้ามถนนตัวนาฬิกาก็จะพักการตรวจจับให้เอง และเมื่อเรากลับมาเดินอีกครั้งระบบก็จะกลับทำงานต่อโดยอัตโนมัติ ซึ่งทำให้ชุดข้อมูลเมื่อเสร็จสิ้นการออกกำลังกายมีความแม่นยำและต่อเนื่อง

อีกหนึ่งฟีเจอร์ดูแลสุขภาพที่สำคัญคือระบบตรวจจับการนอน ซึ่งถือว่าทำงานได้ดีเลยทีเดียว โดยตัวเครื่องจะมีการจับการนอน 3 ระดับ คือ แบบปกติ, ระดับปานกลาง และหลับลึก ซึ่งทำได้อย่างแม่นยำ ติดที่ว่าตัวนาฬิกาที่มีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักพอสมควรซึ่งการใส่นอนก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่สะดวกนัก เมื่อเทียบกับอุปกรณ์จำพวกแทรกเกอร์อย่าง Galaxy Fit ที่มีขนาดเล็กและเบากว่า

ปิดท้ายกันด้วยเรื่องของราคาปัจจุบัน Samsung Galaxy Watch eSim สนนราคาขายเริ่มต้นที่ 11,900 บาท สำหรับรุ่นหน้าปัด 42mm และ 12,900 บาทสำหรับรุ่นหน้าปัด 46mm

พิเศษ!! โปรฯจาก dtac ซื้อได้ในราคาเริ่มต้นเพียง 10,490 บาท เพียงสมัครหรือมีแพ็คเกจรายเดือนเริ่มต้น 599 บาทขึ้นไป แถมฟรี ค่าบริการ Number Pairing สามารถจับจองทดลองเล่นกันได้ที่ศูนย์บริการ dtac ทั่วประเทศ หรือ Dtac Online Store ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 เป็นต้นไป

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners