[Review] Samsung Galaxy Tab S4 แท็บเล็ตจอ 10.5 นิ้ว กับ S Pen คู่ใจ ที่สุดของความครบเครื่อง

โดย RingRangRung | 24 กันยายน 2561 เมื่อ 10:43 น. | อ่าน 1,431

Samsung Galaxy Tab S4 แท็บเลตระดับท็อปรุ่นใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ ที่เข้ามาการวางจำหน่ายในประเทศไทยได้สักระยะ โดยมีจุดขายด้านฟีเจอร์ครบเครื่องภายใต้หน้าจอ 10.5 นิ้ว มีระบบเสียงทรงพลังด้วยลำโพง 4 ตัวปรับจูนโดย AKG มีเทคโนโลยี Dolby Atmos และรองรับการทำงานร่วมกับปากกา S Pen ที่จะช่วยให้ระเบิดพลังแห่งความสร้างสรรค์ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

สเปค Samsung Galaxy Tab S4

  • สัดส่วนตัวเครื่อง 249.3 x 164.3 x 7.1 มม. หนัก 483 กรัม
  • จอแสดงผลแบบ Super AMOLED ขนาด 10.5 นิ้ว ความละเอียด 2560×1600 พิกเซล (WQXGA) อัตราส่วนแบบ 16:10 รองรับการใช้งานร่วมกับปากกา S Pen
  • ชิปเซ็ต Qualcomm MSM8998 Snapdragon 835 หน่วยประมวลผล Octa-core (4×2.35 GHz Kryo & 4×1.9 GHz Kryo) ใช้ GPU Adreno 540
  • สเปค RAM 4GB + ROM 64GB รองรับหน่วยความจำเสริม microSD สูงสุด 400GB
  • กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.9 บันทึกวีดีโอความละเอียดสูงสุด 2160p@30fps
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.9 บันทึกวีดีโอความละเอียดสูงสุด 1080p@30fps
  • มีลำโพงสเตอริโอ 4 จุด ปรับจูงเสียงโดย AKG มีเทคโนโลยี Dolby Atmos
  • คลื่นความถี่ที่รองรับ
    • 2G GSM : GSM850, GSM900, DCS1800, PCS1900
    • 3G UMTS : B1(2100), B2(1900), B4(AWS), B5(850), B8(900)
    • 4G FDD LTE : B1(2100), B2(1900), B3(1800), B4(AWS), B5(850), B7(2600), B8(900),B12(700), B13(700), B17(700), B20(800), B28(700), B66(AWS-3)
    • 4G TDD LTE : B38(2600), B40(2300), B41(2500)
  • ระบบการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac 2.4G+5GHz, VHT80 MU-MIMO, Bluetooth 5.0, USB-C 3.0
  • เทคโนโลยีระบุตำแหน่ง A-GPS, GLONASS, BDS, GALILEO
  • มีพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C กับช่องเสียบหูฟัง 3.5มม.
  • แบตเตอรี่ 7300mAh รองรับการชาร์จไว 15w
  • ใช้ระบบปฏิบัติการ Android OS 8.1 (Oreo) คลุมด้วย Samsung Experience 9.5

Samsung Galaxy Tab S4 มาพร้อมกับสัดส่วนตัวเครื่อง 249.3 x 164.3 x 7.1 มม. น้ำหนัก 483 กรัม จากการสัมผัสกับเครื่องจริงถือว่าไม่หนัก มีความบางใช้ได้ ตัวบอดี้คลุมด้วยกระจก Gorilla Glass 3 ทั้งด้านหน้าและด้านหลังเครื่อง ซึ่งแน่นอนว่าจะมีรอยนิ้วมือได้ง่าย และคนที่เหงื่อออกที่มือเยอะหรือมีคราบมันบนมือก็อาจจะจับลำบากหน่อยถ้าคิดจะใช้เครื่องแบบเปลือยๆไม่ใส่เคส

หน้าจอเลือกใช้ชนิด Super AMOLED ขนาดใหญ่สะใจ 10.5 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560 x 1600 พิกเซล) อัตราส่วนภาพ 16:10 พื้นที่การแสดงผลเทียบกับตัวเครื่อง 78.6% ค่าความหนาแน่นของพิกเซล 287ppi เรื่อง Multi-Touch กดได้ 10 จุดสบายๆ

ตัวขอบจอของรุ่นนี้ถูกทำให้บางลงกว่าเดิมโดยตัดส่วนที่เป็นปุ่ม Home ทิ้งไป และใช้พื้นที่ Navigation Bar สำหรับปุ่ม Back, Home และ Recent App เป็นแบบ On Screen สัมผัสบนจอ ขณะที่ขอบจอด้านบนจะเป็นกล้องหน้า และเซ็นเซอร์สำหรับฟังค์ชั่นต่างๆ

พลิกมาด้านหลังจะเจอกับดีไซน์เรียบๆ มีแค่กล้องเดี่ยวติดไว้ตรงกลางมีแฟลช LED เล็กๆด้านล่าง ถัดลงมาหน่อยเป็นโลโก้ Samsung และโลโก้ Tuned by AKG

ในการจับเครื่องลักษณะแนวตั้งตรงขอบเครื่องด้านขวาใช้เป็นปุ่ม Power,ปุ่มปรับระดับเสียง, ไมโครโฟน และช่องเก็บถาดสำหรับใส่ซิมการ์ดกับหน่วยความจำเสริมแบบ microSD ขอบด้านซ้ายมีตัว POGO pins สำหรับเชื่อมต่อกับ Book Keyboard Cover (วางขายแยก)

ขอบด้านบนเป็นเสาอากาศ กับไมโครโฟน ขณะที่ขอบด้านล่างมีพอร์ต USB Type-C, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. กับเสารับสัญญาน ขณะที่ตัวลำโพงของ Galaxy Tab S4 ก็ถูกปรับจูนเสียงโดย AKG บริษัทเครื่องเสียงชั้นนำระดับโลก โดยมีการติดตั้ง 4 ตัว รอบบริเวณตัวเครื่องเพื่อส่งมอบคุณภาพเสียงที่เต็มกำลัง ชัดเจน ไม่ว่าจะถูกในแนวตั้งหรือแนวนอน

เรื่องกำลังประมวลผล Galaxy Tab S4 เลือกใช้ชิปเซต Qualcomm MSM8998 Snapdragon 835 ซึ่งเป็นชิปตัวแรงที่ผ่านสถาปัตยกรรมการผลิตแบบ 10 นาโนเมตร ตัวหน่วยประมวลผลเป็นแบบ Octa-core 2.4GHz ใช้ GPU Adreno 540 สำหรับสเปค RAM ใส่มา 4GB มีหน่วยความจำตัวเครื่อง (ROM) 64GB และรองรับหน่วยความจำเสริม microSD สูงสุด 400GB ถือว่าเป็นสเปคที่เร็ว, แรง รองรับการใช้งานทั้งระดับทั่วไป หรือรันภาพกราฟฟิกสูงๆได้สบาย

Galaxy Tab S4 สามารถใส่ซิมใช้งานเครือข่าย 4G LTE ได้ และมีฟังค์ชั่นการโทรเหมือนกับโทรศัพท์ ขณะที่แบตเตอรี่ใส่มาให้ถึง 7300mAh รองรับการชาร์จไวด้วยกำลังไฟ 15w สามารถเล่นไฟล์วีดีโอต่อเนื่องได้นานสูงสุด 16 ชั่วโมง หรือเล่นอินเตอร์เน็ต 4G ได้นานสูงสุด 10 ชั่วโมง

ตัวระบบปฏิบัติการใช้เป็น Android OS 8.1 (Oreo)คลุมด้วย Samsung Experience 9.5 ซึ่งคุ้นมือสาวก Samsung แน่นอน ขณะที่ผู้ใช้ใหม่ก็เรียนรู้การทำงานได้ง่ายๆไม่ยุ่งยาก ส่วนตัวแอปฯที่ติดเครื่องมา นอกจาก แอปฯของ Samsung หรือแอปฯบริการของ Google แล้ว ก็ยังมีแอปฯ Office จากไมโครซอฟท์ติดตั้งมาให้ รวมถึงผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Bixby ทั้งตัว รองรับทั้ง Bixby Vision, Home และ Reminder

สำหรับระบบรักษาความปลอดภัยรุ่นนี้ไม่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ แต่ก็มีระบบสแกนใบหน้า และ Intelligent Scan ระบบการทำงานร่วมกันของสแกนม่านตา และการสแกนใบหน้า รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยของไฟล์ข้อมูลอย่าง Samsung Knox

เรื่องเซ็นเซอร์ต่างๆจากการสำรวจด้วย Sensor Box ก็พบทั้ง

  • Accelerometer Sensor : เซ็นเซอร์จับลักษณะการเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน การเอียงเครื่อง
  • Light Sensor : เซ็นเซอร์วัดสภาพแสง เพื่อปรับการแสดงผลหน้าจอ
  • Orientation Sensor : เซ็นเซอร์ปรับมุมมองหน้าจอ
  • Proximity Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับเครื่องสมาร์ทโฟน
  • Gyroscope Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน
  • Sound Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับเสียง
  • Magnetic Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เข็มทิศดิจิตอล)

สำหรับการทดสอบกับแพลตฟอร์ม Benchmark ก็ได้ผลลัพท์ดังนี้

  • PCMark for Android (Work 2.0) = 6482 คะแนน

  • Geekbench 4 Pro = Single-core : 1890 คะแนน/ Multi-core : 6405 คะแนน

  • AuTuTu Benchmark v7.1.0 = 201354 คะแนน

เรื่องประสิทธิภาพการเล่นเกมของ Galaxy Tab S4 ก็บอกเลยว่าทำได้ถึงเครื่อง โดนใจ เพราะนอกจากจะเป็นอีกรุ่นที่รองรับการเล่นเกม Fortnite Mobile เวอร์ชั่น Android ที่จัดให้สาวก Samsung แบบเอ็กซ์คลูซีฟแล้ว ตัวเกมที่ฮิตๆ ในไทย อย่าง ROV เองก็เปิดโหมด High Frame Rate สัมผัสการเล่นภาพสวยๆแบบแตะ 60fps ได้สบาย ส่วน PUBG เปิดโหมดกราฟฟิกสูงสุด (HDR-Ultra) เล่นได้อย่างไม่มีปัญหา

มาต่อกันที่ปากกา S Pen ของรุ่นนี้ก็มีดีไซน์ที่เหมือนปากกาจริงๆเพื่อให้จับได้ถนัดมือแต่น่าเสียดายที่ตัวเครือ่งไม่มีที่เก็บปากกามาให้ ซึ่งก็อาจจะต้องแก้ปัญหาด้วยการเหน็บที่ตัวเคสแทน

พร้อมใส่สารพัดฟีเจอร์แบบตัว Galaxy Note8 มาให้ใช้งานไม่ว่าจะเป็น Screen off memo การจดบันทึกในขณะที่หน้าจอปิดอยู่ที่ทำได้มากถึง 100 หน้า, Live Message แปลงลายเส้นข้อความให้เป็นไฟล์ GIF และฟีเจอร์ Translate ที่แปลภาษาได้เพียงแค่เอาปลายปากกา S Pen ไปจ่อ หรือลากคลุมทับข้อความ

เรื่องการใช้งานในเชิงออฟฟิส Galaxy Tab S4 สามารถเชื่อมต่อกับสาย USB Type C to HDMI เพื่อต่อภาพขึ้นหน้าจอมอนิเตอร์ได้ แถมยังแยกการทำงานได้อย่างอิสระ และมี Dex Mode สำหรับปรับหน้าตาให้เหมือนกับอุปกรณ์แล็ปท็อปโดยที่ตัวแอปฯยังคงรันกับระบบ Adroid ซึ่งโหมดนี้ผู้ใช้สามารถกดเลือกเปิดเอาเองก็ได้โดยที่ไม่ต้องต่อเครื่องเข้ากับจอมอนิเตอร์ ส่วนใครที่เป็นสายศิลปินในรุ่นนี้ก็มีระบบ Wacom Mode ที่ใช้หน้าจอของตัวแท็บเล็ตเป็น Touch Pad แทนกระดานวาดได้ด้วย

ส่วนเรื่องการถ่ายภาพกล้องหลังของรุ่นนี้เป็นเลนส์เดี่ยวความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.9 มีออโต้โฟกัส และแฟลช LED ส่วนความสามารถในการบันทึกวีดีโอจะมีความละเอียดสูงสุดที่ 2160p@30fps เรื่องของโหมดถ่ายภาพก็มีให้พื้นฐานทั่วไป ซึ่งตัวโหมด Pro สามารถปรับแต่งการชดเชยแสงได้ +-2, ตั้ง ISO ได้ตั้งแต่ 100-800 รวมถึงการกำหนดค่า White Balance

กล้องหน้าเองมีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.9 บันทึกวีดีโอความละเอียดสูงสุด 1080p@30fps ฟีเจอร์ไฮไลท์ก็จะมีตัวโหมด Beauty Face และ 3D sticker

จากสเปคของกล้องก็ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าโดยธรรมชาติทั่วไป การที่คนเราจะงัดแท็บเลตจากกระเป๋าขึ้นมาถ่ายรูป ย่อมเป็นอะไรที่ยุ่งยากกว่าการใช้สมาร์ทโฟนถ่ายอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นแล้วตัว Galaxy Tab S4 เองก็จะไม่ได้เน้นกับสเปคของกล้องมากนัก แต่จัดมาให้ในระดับที่ใช้ถ่ายในเวลาฉุกเฉินได้ ซึ่งตัวอย่างภาพที่ได้ก็จะเป็นดังนี้

Samsung Galaxy Tab S4 ปัจจุบันมีวางจำหน่ายในไทยเป็นที่เรียบร้อยสนนราคาที่ 23,900 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สูงพอสมควรแต่ถ้าเทียบกับฟังค์ชั่นการทำงานต่างๆ ก็ถือว่าคุ้มอยู่

สำหรับราคาของตัวอุปกรณ์เสริมต่างๆ มีดังนี้ Book Cover ขนาด 10.5 นิ้ว ราคา 1,690 บาท, Keyboard Cover ขนาด 10.5 นิ้ว ราคา 3,590 บาท, Charging Dock (POGO) ราคา 1,490 บาท และ HDMI Adaptor ราคา 1,290 บาท ใครที่สนใจก็ไปลองเล่นลองสัมผัสกันได้ที่หน้าร้าน Samsung Brand Shop หรือตัวแทนจำหน่ายชั้นนำทั่วไป

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners