[Hands-on] Samsung Galaxy S21 Ultra 5G เรือธงต้นปี ฟีเจอร์สุดรอบด้าน

โดย RingRangRung | 15 มกราคม 2564 เมื่อ 16:18 น. | อ่าน 1,082
[Hands-on] Samsung Galaxy S21 Ultra 5G เรือธงต้นปี ฟีเจอร์สุดรอบด้าน

เปิดปี 2021 ได้น่าสนใจสำหรับเรือธงซีรีส์แรกของปีอย่าง Samsung Galaxy S21 series ที่พาเหรดเข้าไทยมาถึง 3 รุ่น และนี้ก็เป็นการพาทดลองสัมผัสแรกกับมือถือที่ว่าจะเป็นตัวเปิดประสบการณ์ใหม่บนรุ่นเรือธงอย่าง S21 Ultra

ดีไซน์กล้องใหม่ มันใช่กว่าที่คิด

Samsung Galaxy S21 series มีเข้าไทยครบทั้ง 3 รุ่น 3 ขนาดตอบโจทย์ทั้งคนที่มองหาเรือธงขนาดพกพา ไปจนถึงคนที่ชอบเครื่องใหญ่ๆ สเปคแน่นๆ ซึ่ง S21 Ultra ตอบโจทย์กับตัวเลือกหลัง

Galaxy S21 Ultra ขนาดเครื่องไม่ได้เกินเบอร์มากนักอยู่ที่ 75.6 x 165.1 x 8.9 มม. หนัก 228 กรัม ขณะที่หน้าจอจัดว่าพรีเมี่ยมเป็น Dynamic AMOLED 2X Display ขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียด WQHD+ ระดับรีเฟรชเรทของหน้าจอเริ่มต้นแต่ 10-120Hz สำหรับความสว่างของจอก็สูงถึง 1500nit และมี Contrast Ration 300,000,000:1

จอของ S21 ทั้งสามรุ่นมีระบบ Adaptive Refresh Rate (ARR) ปรับรีเฟรชเรทของจอให้เหมาะสมตามคอนเทนท์ที่แสดงอยู่โดยอัตโนมัติซึ่งจะช่วยลดการใช้พลังงานหน้าจอในส่วนที่เกินความจำเป็น และมีฟีเจอร์ถนอมสายตา Eye Comfort Shield ที่นำ AI มาช่วยควบคุมการตัดแสงสีฟ้าของหน้าจอแบบอัตโนมัติ

สำหรับการออกแบบหน้าจอยังเลือกใช้ Infinity O Display มาพร้อมกับลำโพงสนทนาซ่อนที่ขอบจอด้านบน คลุมทับด้านหน้าด้วยกระจก Gorilla Glass Victus และมีเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ Ultrasonic In-Display Fingerprint ที่มีพื้นที่ใหญ่กว่าเดิม 70%

ส่วนขอบเครื่องเป็นโลหะสวยงามทำมาโค้งมนจับง่ายไม่บาดมือโดยมีองค์ประกอบของปุ่มปรับระดับเสียง กับปุ่มพาวเวอร์อยู่ตรงขอบด้านขวา

ขอบเครื่องด้านบนมีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน ส่วนขอบฐานเครื่องมีลำโพง, ช่องใส่ซิมการ์ด , ช่อง USB-C และไมโครโฟน โดยที่ระบบเสียงของรุ่นนี้เป็นแบบสเตอริโอปรับจูนโดย AKG เจ้าเดิม

ผลิกมาดูด้านหลังวัสดุที่ S21 series ใช้งานออกแบบกล้องหลังที่ทำมาได้ลงตัวแบบ Contour cut ซึ่งเป็นการขึ้นโมดูลกล้องให้โค้งรับกับส่วนขอบเครื่องช่วยให้มีความสวยงามและเพรียวบางขึ้น โดยที่ทุกรุ่นรองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 ซึ่งฝาหลังของ S21/S21+ S21 Ultra ใช้แบบ Haze Glass ให้ฟีลสัมผัสที่ดีมาก โดยสีที่เข้าไทยมี Phantom Black กับ Phantom Silver

เรื่องของแพ็คเกจรุ่นนี้ก็เป็นไปตามข่าวคือไม่มีแถมอะแดปเตอร์ชาร์จ กับหูฟังมาให้ทำให้ตัวกล่องมีความบางไปจากรุ่นที่ผ่านมาเยอะมาก

ขุมกำลังหลัก

S21 Series มากับชิปเซตสถาปัตยกรรม 5 นาโนเมตรที่ให้ประสิทธิภาพ CPU ที่สูงขึ้น 20%, GPU แรงขึ้น 35% และประมวลผล AI เร็วขึ้น 2 เท่า ซึ่งโมเดลที่เข้าไทยเป็น Exynos 2100 ที่เพิ่งเปิดตัวไปเพียงไม่กี่วันก่อนหน้านี้

ด้านสเปคความจำที่ขายในไทย Galaxy S21 Ultra ตัวเลือกเยอะเมื่อเทียบกับพี่น้องในซีรีส์โดยมี RAM 12/16GB + ROM 128/256/512GB

สำหรับการเชื่อมต่อแน่นอนทุกรุ่นรองรับกับเทคโนโลยีเครือข่าย 5G ที่พร้อมใช้งานในไทย ด้านเทคโนโลยี Ultra-Wideband (UWB) ยังมีให้ใช้ในรุ่น S21+ กับ S21 Ultra นอกจากนี้ตัว Ultra เองยังเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นที่แรกที่รองรับ HyperFast Wi-Fi 6E ที่ให้สปีดในการเชื่อมต่อที่สูงกว่า Wi-Fi 6E ถึง 4 เท่า

อีกหนึ่งความพิเศษที่มีในตัว S21 Ultra คือการรองรับการทำงานร่วมกับปากกา S Pen ทั้งของ Galaxy Note/Galaxy Tab S หรือ Wacom Stylus เหมาะกับคนที่ชอบขีดเขียนพร้อมด้วยฟีเจอร์ Air Command มาช่วยอำนวยความสะดวก สำหรับตัวปากกาในรุ่นนี้จะต้องเก็บแยกจากเครื่อง หรือใช้เคสแบบพิเศษที่มีช่องเก็บปากกา ไม่ได้เสียบเก็บเข้าเครื่องได้เหมือนตระกูล Galaxy Note

ในส่วนของแบตเตอรี่มีให้ 5000mAh รองรับชาร์จไว 25W USB Power Delivery 3.0 fast charging ชาร์จไร้สาย 15W Wireless Charging และฟีเจอร์ Reverse wireless charging กำลังไฟ 4.5W

เทคโนโลยีกล้องแน่นๆ กับครั้งแรกในระบบเลนส์ Tele คู่

ด้านการถ่ายภาพในตัว Galaxy S21 Ultra จัดว่าเอกอุที่สุดในซีรีส์โดยใช้กล้องหน้า 40 ล้านพิกเซล และมีกล้องหลังมาให้ 4 ตัว พร้อม Laser AF โดยมีกล้องหลังแต่ละตัวดังนี้

  • Ultrawide 12 ล้านพิกเซล ระบบโฟกัส Dual Pixel มุมมองรับภาพ 120 องศา รูรับแสง f/2.2 ขนาดพิกเซล 1.4um
  • Wide 108 ล้านพิกเซล โฟกัส PDAF พร้อมกันสั่น OIS รูรับแสง f/1.8 ขนาดพิกเซล 0.8um
  • Telephoto 1 10 ล้านพิกเซล ระบบโฟกัส Dual Pixel ทำ Optical zoom ได้ 3 เท่า มีกันสั่น OIS รูรับแสง f/2.4 ขนาดพิกเซล 1.22um
  • Telephoto 2 10 ล้านพิกเซล ระบบโฟกัส Dual Pixel ทำ Optical zoom ได้ 10 เท่า มีกันสั่น OIS รูรับแสง f/4.9 ขนาดพิกเซล 1.22um

เทคโนโลยีการถ่ายภาพในรุ่น S21 Ultra เรียกว่าจัดเต็มตั้งแต่การเป็นรุ่นแรกที่ใช้ระบบกล้อง Telephoto คู่ (Dual-tele) โดยแบ่ง Optical zoom ออกเป็น 2 ระยะประกอบด้วยระยะ 3x กับระยะ 10x และเมื่อทำงานร่วมกันทำให้ได้เป็น Space Zoom ที่มากถึง 100 เท่า พร้อมทั้งมีระบบ Zoom Lock ที่ช่วยล็อกให้กล้องมีความนิ่งมากขึ้นเมื่อดันซูมสูงสุด และมี Super Resolution AI เพื่อช่วยในการเพิ่มรายละเอียด และปรับความคมชัดของภาพให้มากขึ้น

นอกจากนี้ S21 Ultra ก็ยังมีฟีเจอร์เฉพาะตัวไม่ว่าจะเป็น การถ่ายภาพ 12-bit HDR ที่เก็บสีได้มากกว่าเดิมถึง 64 เท่า, มี Dynamic Range เพิ่มขึ้น 3 เท่า และยังรองรับการบันทึกไฟล์แบบ 12-bit RAW เหมาะแก้การนำไปปรับแต่งต่อ ขณะที่การถ่ายในที่มืดก็มี Bright Night sensor เทคโนโลยี 12MP Nona-binning ที่จะรวม 9 เม็ดพิกเซลเข้าเป็น 1 เม็ดพิกเซล ทำให้เก็บแสงได้มากขึ้น อีกทั้งยังเอา AI มาช่วยจัดการ Noise ในภาพ

เรื่องของการถ่ายวีดีโอในตัว Ultra ก็รองรับการถ่าย [email protected] ได้ในทุกเลนส์ของกล้องหลัง

ยังไม่หมดแค่นั้นใน S21 Series ก็ยังมีฟีเจอร์กล้องที่น่าสนใจอีกมากมายทั้ง 8K Snap ที่จะช่วยให้ผู้ใช้แคปเจอร์ภาพจากวิดีโอ 8K ได้คมชัดยิ่งขึ้น มีระบบกันสั่น Super Steady ที่รองรับกับการบันทึกแบบ 60fps

อีกหนึ่งฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด Director’s View กับการแสดงมุมมองได้หลากหลายเลนส์ก่อนถ่ายจริง เพื่อวิดีโอที่สมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องตัดต่อทั้งรูปแบบ Vlogger View ที่สามารถบันทึกภาพจากทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังได้พร้อมกัน รวมถึงการแสดงภาพตัวอย่างจากเลนส์อื่นๆ ด้วย Live Thumbnails

ส่วนความสามารถที่ติดมาตั้งแต่ปีก่อนอย่างการต่อหูฟังไร้สายเพื่อใช้แทนไมโครโฟนเก็บเสียงขณะบันทึกวีดีโอก็ยังมีให้ใช้ แถมยังเพิ่มความสามารถในการบันทึกเสียงผ่านไมโครโฟนหลายตัว (multiple mic recording)

สำหรับฟีเจอร์ Single Take ก็อัพเดตเป็นตัว 2.0 เพิ่มลูกเล่นใหม่ๆ เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นคลิปสั้นแบบ Boomerang, ฟิลเตอร์เก๋ๆ ฯลฯ ซึ่งเราสามารถเลือกให้กล้องเรนเดอร์รูปแบบตามที่ต้องการได้

ขณะที่ Portrait Mode ก็มีการวิเคราะห์แบบออกจากฉากหลังได้แม่นยำยิ่งขึ้น รวมถึงยังมีตัวเลือกสำหรับการจัดแสงในสตูดิโอเสมือนจริง (Virtual studio) และเอฟเฟกต์พื้นหลังจาก AI โดยโหมดนี้สามารถนำมาใช้กับการถ่ายภาพแบบเซลฟี่ได้อีกด้วย

ตัวอย่างภาพจากกล้อง Samsung Galaxy S21 Ultra 5G

Samsung Galaxy S21 Ultra ถือว่าเป็นเรือธงรุ่นต้นปีที่มีความน่าสนใจสูงมาก และน่าจะเป็นตัวปักหมุดมาตรฐานของเทรนด์เรือธงในปีนี้ ส่วนราคาเครื่องเปล่าและการวางจำหน่าย S21 Series ในไทยมีดังนี้

Samsung Galaxy S21 5G

  • 8GB+128GB = 27900 บาท
  • 8GB+256GB = 29900 บาท

Samsung Galaxy S21+ 5G

  • 8GB+128GB = 33900 บาท
  • 8GB+256GB = 35900 บาท

Samsung Galaxy S21 Ultra 5G

  • 12GB+128GB = 39900 บาท
  • 12GB+256GB = 40900 บาท
  • 16GB+512GB = 45900 บาท

ทั้ง 3 รุ่นเปิดให้จองในไทยแล้ว วันนี้ – 28 มกราคม โดยมีโปรโมชั่นซื้อพร้อมแพ็คเกจโอเปอเรเตอร์จ่ายเริ่มต้นเพียง 9,900 บาท หรือ

  • จอง Galaxy S21 Ultra 5G รับฟรี หูฟังไร้สายรุ่นใหม่ล่าสุด Galaxy Buds Pro มูลค่า 6,990 บาทคู่กับ Galaxy SmartTag มูลค่า 890 บาท
  • จอง Galaxy S21+ 5G หรือ Galaxy S21 5G รับฟรี หูฟังไร้สาย Galaxy Buds Live มูลค่า 5,990 บาทคู่กับ Galaxy SmartTag มูลค่า 890 บาท
  • รับเพิ่ม Travel Adapter มูลค่า 490 บาท เมื่อจองผ่าน Samsung Experience Store และ samsung.com

นอกจากนี้ยังมีโปรฯ เก่าแลกใหม่ สามารถนำสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตเครื่องเก่าสูงสุดถึง 3 เครื่องมาแลกเป็นส่วนลดเพื่อซื้อ Galaxy S21 Series 5G ได้ 1 เครื่อง สามารถดูรายละเอียดของ Galaxy S21 Series 5G ได้ที่ www.samsung.com/th/s21ultra

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners