วัดป่ะล่ะ!! เทียบกล้อง Samsung Galaxy S21 Ultra 5G vs iPhone 12 Pro Max ถ่ายเป๊ะปัง เลือกรุ่นไหนดี

โดย RingRangRung | 12 กรกฎาคม 2564 เมื่อ 12:04 น. | อ่าน 4,852
วัดป่ะล่ะ!! เทียบกล้อง Samsung Galaxy S21 Ultra 5G vs iPhone 12 Pro Max ถ่ายเป๊ะปัง เลือกรุ่นไหนดี

การถ่ายภาพถือเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักสำหรับการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ และหนึ่งในการเปรียบเทียบกล้องที่หลายๆ คนสนใจก็คงไม่พ้นรุ่นเรือธงจากสองแบรนด์คู่แข่งตลอดกาลอย่าง Samsung Galaxy S21 Ultra 5G กับ iPhone 12 Pro Max ก็เอาเป็นว่าไม่ต้องพูดเยอะมาดูกันดีกว่าว่าใครจะงานดีกว่ากัน

สารบัญ

เทียบสเปคกล้อง Samsung Galaxy S21 Ultra 5G VS iPhone 12 Pro Max

ก่อนจะไปถึงเรื่องผลงานก็ต้องมาดูกันก่อนว่าสเปคกล้องของแต่ละรุ่นเป็นอย่างไรกันบ้างเริ่มจากฝั่งของ Samsung กันก่อน ในGalaxy S21 Ultra 5G ใช้กล้องหน้า 40 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.8 นิ้ว มี PDAF และมีกล้องหลังมาให้ 4 ตัว พร้อม Laser AF โดยมีกล้องหลังแต่ละตัวดังนี้

  • Ultrawide 12 ล้านพิกเซล ระบบโฟกัส Dual Pixel มุมมองรับภาพ 120 องศา รู
  • รับแสง f/2.2 ขนาดพิกเซล 1.4um
  • Wide 108 ล้านพิกเซล โฟกัส PDAF พร้อมกันสั่น OIS รูรับแสง f/1.8 ขนาดพิกเซล 0.8um
  • Tele 1 10 ล้านพิกเซล ระบบโฟกัส Dual Pixel ทำ Optical zoom ได้ 3 เท่า มีกันสั่น OIS รูรับแสง f/2.4 ขนาดพิกเซล 1.22um
  • Tele 2 10 ล้านพิกเซล ระบบโฟกัส Dual Pixel ทำ Optical zoom ได้ 10 เท่า มีกันสั่น OIS รูรับแสง f/4.9 ขนาดพิกเซล 1.22um

สำหรับเรือธงของฝั่ง Apple อย่าง iPhone 12 Pro Max สเปคเรื่องความละเอียดถือว่าเป็นรองแต่มีเซ็นเซอร์ TOF 3D LiDAR ติดมาให้ โดยที่รุ่นนี้มีกล้องหน้า 12 ล้านพิกเซล f/2.2 ขนาดเซ็นเซอร์ 1/3.6 นิ้ว ส่วนกล้องหลังใส่มาให้ 3 ตัวประกอบด้วย

  • Main 12 ล้านพิกเซล, โฟกัส dual Pixel PDAF รูรับแสงกว้าง f/1.6
  • Ultrawide 12 ล้านพิกเซล, มุมมองรับภาพ 120 องศา, f/2.4
  • Tele 12 ล้านพิกเซล, PDAF, f/2.2, มีระยะซูมแบบ Optical ได้ 2.5 เท่า, OIS

กล้องหน้า

เริ่มจากการถ่ายภาพเซลฟี่กันก่อนแน่นอนว่าถ้าเทียบด้วยฮาร์ดแวร์ของ Galaxy S21 Ultra 5G ถือว่าเหนือกว่า

การทดสอบในสภาพแสงปกติกล้องหน้าเรือธงทั้งสองค่ายสามารถทำได้ดีทั้งคู่โดยที่ของ Samsung มีฟีเจอร์ Beauty ช่วยเกลี่ยผิวหน้าเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ขณะที่ iPhone เองจะเป็นแบบเรียลๆ ชัดๆ

ในสภาวะย้อนแสงสังเกตได้ว่า S21 Ultra 5G จะดึงความสว่างของใบหน้าออกมาดีกว่าของ 12 Pro Max ขณะที่การเก็บรายละเอียดของฉากหลังด้วยฟังค์ชั่น HDR ส่วนตัวมองว่าทำได้ดีพอๆ กัน

ด้านการถ่ายในที่แสงน้อยการเก็บรายละเอียดภาพของ 12 Pro Max ถือว่าคมชัด ตามสภาพแสงจริง ขณะที่ของ Samsung จะมีการดึงความสว่างให้กับใบหน้าเพิ่มเรียกว่าถ่ายเสร็จแชร์ได้เลยไม่ต้องไปแต่งเพิ่ม สำหรับถ่ายแบบ ด้วยกล้องหน้าตอนแสงปกติส่วนตัวมองว่า iPhone 12 Pro Max จะเก็บงานเบลอฉากหลังได้เนียนตากว่า ขณะที่ภาพตอนกลางคืนการสร้างโบเก้ของทั้งสองรุ่นถือว่าพอๆ กัน สามารถถ่ายแล้วปรับระดับโบเก้ทีหลังได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องดึงหน้าให้สว่าง Samsung ก็ยังดีกว่าชัดเจน

กล้องหลัง

ต่อกันด้วยกล้องหลังไล่จากตัวกล้องหลัก Galaxy S21 Ultra 5G ขี่ iPhone 12 Pro Max แบบชัดเจน ด้วยเซ็นเซอร์ความละเอียดสูง 108MP ซึ่งถ้าเป็นการถ่ายในโหมดปกติจะเป็นภาพ 12 ล้านพิกเซล ที่มีเทคโนโลยี Nona-Binning ใช้การซ้อนทับ 9 ภาพเพื่อให้มีรายละเอียดที่ดีขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าถ่ายได้ความละเอียดสูงกว่าก็ย่อมเอาไปต่อยอดใช้งานได้มากกว่า

ในการถ่ายภายใต้สภาพแสงปกติทั้งสองรุ่นทำออกมาได้พอๆ ต่างกันแค่โทนภาพซึ่งอันนี้ขึ้นอยู่กับรสนิยมของแต่ละคนว่าชอบแนวไหน แต่สังเกตว่ามุมกล้องของ S21 Ultra 5G จะมีความกว้างกว่าเล็กน้อย

ต่อกับที่โหมด Ultra-wide ทั้งสองรุ่นมีมุมมองรับภาพได้ที่ 120 องศาเท่ากัน แต่จากตัวอย่างภาพที่ถ่ายออกมาส่วนตัวให้คะแนนกับทาง Samsung ที่ดึงสีออกมาได้อิ่มกว่า

เรื่องการซูม Galaxy S21 Ultra 5G จัดเลนส์ Tele มาให้ถึง 2 ตัวระยะการซูมแบบ Optical ได้ 10 เท่า และทำระยะซูมแบบสูงสุดได้ 100 เท่า ขณะที่ iPhone 12 Pro Max เป็นแบบเบสิคคือซูม Optical ได้ 2.5 เท่า และทำระยะซูมสูงสุดได้ 12 เท่า ถ้าวัดกันด้วยเทคโนโลยียังไงก็ต้องให้ทาง Samsung ชนะไป

ด้านโหมด Portrait สำหรับโหมดนี้ในสภาพแสงปกติเรือธงทั้งสองค่ายถือว่าทำได้ดีทั้งคู่ ทั้งความคมชัด รายละเอียดสี ซึ่งโทนภาพก็คนละสไตล์ แต่ถ้าเป็นในสภาพแสงน้อยกลายเป็นโทนภาพของ Samsung ที่ดูดีกว่า

อีกจุดที่ต้องเอามาชนกันเลยคือตัว Night Mode ที่ของ Samsung นอกจากจะมีแบบที่เป็นออโต้แล้ว ก็ยังมีโหมดแยกมาให้โดยเฉพาะซึ่งคุณภาพจะดีกว่าการถ่ายแบบออโต้ ขณะที่ iPhone มีแค่แบบออโต้เท่านั้น จากโหมดนี้ค่อนข้างประทับใจกับทาง S21 Ultra 5G ที่สามารถเก็บรายละเอียดลดการฟุ้งของแสงในจุดที่สว่างของภาพได้ดี ขณะที่ 12 Pro Max เองก็ทำได้ไม่เลวในเรื่องการให้รายละเอียดที่คมชัด

วีดีโอ

มาถึงเรื่องภาพเคลื่อนไหวด้วยสเปคสูงสุด Samsung Galaxy S21 Ultra 5G คือการถ่ายวีดีโอ [email protected] พร้อมด้วยฟีเจอร์ 8K Video Snap เพื่อแคปภาพความละเอียดสูงจากตัววีดีโอ 8K

  • 8K Video Snap

สิ่งหนึ่งที่ S21 Ultra 5G และ 12 Pro Max มีเหมือนกันคือการถ่ายวีดีโอ [email protected] ด้วยกล้องหลัง และกล้องหน้า

ในการทดสอบถ่ายวีดีโอด้วยกล้องหลังกลางแจ้งทั้งสองรุ่นทำออกมาได้ดีทั้งคู่ โดยที่ iPhone จะมีการโฟกัสที่ลื่นไหลดูเนียนตากว่า แต่ถ้าเป็นเรื่องสีของ Samsung ค่อนข้างจะสดกว่า

สำหรับการถ่ายในสภาพแสงน้อยจากคลิปทดสอบจะเห็นว่า Galaxy S21 Ultra 5G โชว์ประสิทธิภาพได้ดีกว่าอย่างชัดเจน ทั้งเรื่องของโทนสี, นอยส์ที่น้อยกว่า หรือจะเป็นการรับมือกับความฟุ้งของแสง

ในส่วนของการถ่ายวีดีโอด้วยกล้องหน้ากลายเป็น Samsung ที่สามารถจัดการกับแสงแดดจัดๆ ได้เป็นอย่างดีซึ่งเห็นตัวอย่างได้จากคลิปทดสอบที่ iPhone 12 Pro Max แม้จะเก็บรายละเอียดบนหน้าได้ชัดเจน แต่เมื่อเจอจุดที่มีความต่างของแบบแสงจัดๆ ก็ทำให้ฉากหลังขาวโพลนไปหมด ขณะที่ Galaxy S21 Ultra 5G ยังเก็บรายละเอียดของฉากหลังได้อยู่หมัดแม้จะเจอแสงแดดจัดๆ มารบกวน

แต่สำหรับสภาพแสงน้อยและการถ่ายวีดีโอด้วยกล้องหน้าแล้วส่วนตัวกลับรู้สึกว่าโทนสีในคลิปของทาง 12 Pro Max ทำให้หน้าสว่างขึ้นได้มากกว่า แต่ของ Galaxy S21 Ultra 5G เองก็ทำได้ดีมากๆ ซึ่งอันนี้ก็ยกให้เป็นเรื่องความชอบของแต่ละคนแล้วกัน

สิ่งที่นอกเหนือจากการถ่ายแบบพื้นฐานขั้นต้นแล้วใน Samsung Galaxy S21 Ultra 5G ก็ยังมีฟีเจอร์การถ่ายวีดีโออีกตัวให้เล่นอย่าง Director’s View ที่จะแสดงมุมมองจากการถ่ายวีดีโอด้วยเลนส์ต่างๆ ให้เห็นแบบเรียลไทม์ขณะถ่ายทำให้เราสามารถสวิตช์เลนส์เพื่อเลือกระยะที่ใช้ได้อย่างลื่นไหล นอกจากนี้ในโหมดดังกล่าวก็ยังมีโหมด Vlogger View เพื่อบันทึกภาพจากกล้องหน้าและกล้องหลังพร้อมกันโดยมีตัวเลือกมุมมองการจัดหน้าจอให้ใช้งาน 2 แบบ

สำหรับการถ่ายวีดีโอในระดับความละเอียดที่รองลงมา S21 Ultra 5G ก็มีโหมดที่เรียกว่า Super steady ที่จะช่วยเพิ่มความนิ่งให้กับตัววิดีโอ ด้วยการใช้งานทั้ง OIS และ EIS พร้อมกัน

ฟีเจอร์ Pro Mode

การใช้งานในโหมด Pro ของ Samsung Galaxy S21 Ultra 5G มีให้ทั้งโหมดภาพนิ่ง และวีดีโอ โดยที่การถ่ายภาพนิ่งในรุ่นนี้รองรับการถ่ายเป็น 12-bit HDR ที่เก็บสีได้มากกว่าเดิมถึง 64 เท่า, มี Dynamic Range เพิ่มขึ้น 3 เท่า และยังรองรับการบันทึกไฟล์แบบ 12-bit RAW ซึ่งจะทำให้ขั้นตอนการปรับแต่งหรือแก้ไขไฟล์ภาพทำได้กว้างและละเอียดมากขึ้น

ขณะที่การถ่ายวีดีโอในโหมด Pro ก็ตอบโจทย์สายคอนเทนท์ที่ไม่อยากพกอุปกรณ์เยอะๆ โดยเฉพาะพวกไมโครโฟน เพราะรุ่นนี้สามารถต่อหูฟังไร้สายเพื่อใช้แทนไมโครโฟนได้ รวมถึง Zoom-in Mic ที่จะโฟกัสเสียงตามการซูมของกล้อง และยังมีความสามารถในการบันทึกเสียงผ่านไมโครโฟนหลายตัว (Multiple Mic Recording) เป็นตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องการเก็บเสียงหลักที่มาจากการเชื่อมต่อไมค์บนหูฟังไร้สาย และเสียงบรรยากาศรอบข้างด้วยไมค์บนตัวเครื่องไปพร้อมๆ กัน

สำหรับของ iPhone 12 Pro Max โหมด Pro จะรวมอยู่ในฟังค์ชั่นการถ่ายปกติ ไม่ได้มีออฟชั่นให้เลือกปรับอะไรมากนัก ขณะที่วีดีโอไม่มีโหมด Pro มาให้

สรุปผลการทดสอบ

จากภาพรวม ถ้าเป็นเรื่องฟีเจอร์ สเปค ส่วนตัวมองว่า Samsung Galaxy S21 Ultra 5G ตอบโจทย์ต่อการใช้งานกับผู้ใช้หลากหลายกลุ่มมากกว่า ซึ่งนอกจากสิ่งที่เห็นในการทดสอบนี้แล้วในเครื่องเองก็ยังมีการนำ AI มาช่วยให้ผู้ใช้ทั่วไปถ่ายรูปได้สวยยิ่งขึ้นทั้งจากโหมด Scene optimizer ที่ช่วยปรับแต่งกล้องตามซีนที่ถ่ายโดยอัตโนมัติ หรือ Shot suggestion ที่ช่วยไกด์การจัดองค์ประกอบของภาพ

สำหรับ iPhone 12 Pro Max ส่วนใหญ่จะเป็นโหมดแบบพื้นฐานไม่ได้มีเรื่องของ AI เข้ามาช่วยไกด์ รวมถึงฟีเจอร์ของกล้อง และ Pro Mode ก็ไม่ได้เยอะเท่าแบรนด์จากเกาหลี แต่ถ้าเป็นฟีลการถือเครื่องเวลาถ่ายดูเหมือนความเหลี่ยมๆ ของ Apple จะให้สัมผัสที่มั่นคงมากกว่า

แน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเลือกก็คงเป็นรสนิยมส่วนตัวเพราะทั้งสองรุ่นก็มีจุดเด่นที่ต่างกัน และการที่คุณจะซื้อมือถือสักเครื่องมันคงมีอะไรที่มากกว่าการเอามาถ่ายภาพอยู่แล้ว แต่เอาเป็นว่าถ้าใครชอบถ่ายภาพง่ายๆ มีอะไรให้เล่นเยอะๆ Samsung Galaxy S21 Ultra 5G เป็นมือถือที่ตอบโจทย์คุณแน่นอน

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners