รีวิว Samsung Galaxy S21 Ultra 5G เรือธงทรงพลังเพื่อสายคอนเทนท์

โดย RingRangRung | 31 มกราคม 2564 เมื่อ 10:10 น. | อ่าน 3,316

รีวิว Samsung Galaxy S21 Ultra 5G ตัวท็อปของซีรีส์เรือธงฝั่ง Android รุ่นแรกของปี 2021 ที่มากับสเปคและฟีเจอร์ที่มอบพลังในการสร้างสรรค์คอนเทนท์ที่มากกว่าเดิม

ตอบโจทย์คนชอบของใหญ่

Galaxy S21 Ultra 5G เป็นรุ่นพี่ใหญ่ที่สุดในตระกูล Galaxy S ปีนี้ซึ่งแน่นอนว่าขนาดเครื่องก็ใหญ่ที่สุดในรุ่น แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นใหญ่โตเทอะทะจนเป็นภาระในการพกพาตัวเลขสัดส่วนอยู่ที่ 75.6 x 165.1 x 8.9มม. น้ำหนัก 229กรัม ซึ่งน่าจะคุ้นมือสำหรับคนที่ใช้มือถือ Galaxy Note อยู่แล้ว

ตัวเครื่องใช้วัสดุ Gorrilla Glass Victus ที่เป็นกระจกนิรภัยรุ่นล่าสุดของ Corning ขอบเครื่องอะลูมิเนียม ดีไซน์ส่วนขอบและฝาหลังให้ออกมาโค้งมนรับกับงานออกแบบโมดูลกล้องรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Contour Cut Camera Design

งานดีไซน์ดังกล่าวเป็นการทำตัวขอบโมดูลของกล้องให้โค้งรับกับขอบเครื่องช่วยให้สัดส่วนความนูนของกล้องหลังลดลง และยังใช้วัสดุโลหะหุ้มส่วนที่เป็นโมดูลกล้องทั้งหมดแทนของเดิมที่เป็นกระจกซึ่งนอกจากจะให้สวยโดดเด่นแล้วก็ยังช่วยเพิ่มความทนทานให้กับเครื่อง

สำหรับงานสีฝาหลังเป็นแบบ Premium Frosted Haze Effect ที่ให้ผิวสัมผัสแบบด้านนอกจากจะดูหรูหราแล้วก็ยังช่วยลดการเกิดคราบเปื้อนหรือรอยนิ้วมือ ซึ่งสีที่ขายในไทยมี ดำ (Phantom Black) กับ เงิน (Phantom Silver)

ด้านรายละเอียดต่างๆ ของตัวเครื่องเราได้มีการนำเสนอกันไปแล้วในบทความ Hands-On สามารถกดตามไปอ่านเพิ่มเติมกันได้

จอเทพ, รีเฟรชเรทลื่น และยังรองรับ S Pen

หน้าจอของ Galaxy S21 Ultra เป็น Dynamic AMOLED 2X ดีไซน์แบบ Infinity-O Display ขนาดหน้าจออยู่ที่ 6.8 นิ้วความละเอียดสูงสุด WQHD+ ให้การแสดงผลรายละเอียดได้ดีด้วย Contrast Ration 300,000,000:1

ความสว่างของจอดันได้สูงถึง 1500nits ใช้กลางแจ้งสู้แดดได้สบายๆ และมีฟีเจอร์ถนอมสายตา Eye Comfort Shield ที่นำ AI มาช่วยควบคุมการตัดแสงสีฟ้าของหน้าจอแบบอัตโนมัติ

จุดเด่นของจอรุ่นนี้คือเรื่องรีเฟรชเรทที่ให้มามากถึง 120Hz พร้อมด้วยระบบ Adaptive refresh rates (ARR) ที่ช่วยปรับเปลี่ยนระดับรีเฟรชเรทของหน้าจอตามรูปแบบคอนเทนท์ที่แสดงอยู่โดยอัตโนมัติทำให้เครื่องประหยัดแบตเตอรี่ได้มากขึ้น และสิ่งที่ตัว Ultra เหนือกว่าพี่น้องในตระกูลคือมีระดับความกว้างของรีเฟรชเรทตั้งแต่ 10Hz-120Hz

อีกสิ่งที่เพิ่มมาเป็นครั้งแรกในตระกูล Galaxy S คือการที่ S21 Ultra รองรับการใช้งานปากกา S Pen ทั้งของเดิมใน Galaxy Note / Galaxy Tab S หรือจะเป็นตัว S Pen รุ่นใหม่ที่เปิดตัวพร้อมกันกับเรือธงรุ่นนี้ รวมถึงปากกาสไตลัสของ Wacom สำหรับการใช้งานกับ S Pen ก็ไม่จำเป็นต้องกดเพื่อจับคู่อะไรหยิบมาเขียนหน้าจอได้เลย

ฟีเจอร์การทำงานร่วมกับปากกา S Pen รุ่นนี้ไม่ได้หวือหวาถ้าเทียบกับของฝั่ง Galaxy Note ส่วนใหญ่จะเป็นในลักษณะการทำงานของคนที่ต้องการจดบันทึกอะไรแบบด่วนๆ มากกว่า ซึ่งตัวอย่างฟีเจอร์ที่รุ่นนี้ทำได้ก็จะมี

  • Air Command = ใช้ S Pen เรียก Shortcuts สำหรับเข้าถึงฟังค์ชั่นต่างๆ
  • Screen off memo = ขีดเขียนหน้าจอขณะที่จอยังดับโดยที่ไม่ต้องแตะปลุกหน้าจอ
  • Air View = ดูพรีวิวข้อความ, รูปภาพ, และข้อมูลต่างๆ โดยเอาหัวปากกาไปจ่อตรงจุดที่ต้องการ

ประมวลผลแรงด้วย Exynos 2100 และเป็นเรือธงรุ่นแรกที่รองรับ Wi-Fi 6E

ชิปเซตของ S21 Ultra ที่เข้ามาขายในไทยเป็น Exynos 2100 ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรมระดับ 5nm ประมวลผลแบบ Octa-core กำลังสูงสุด 2.9GHz ให้ประสิทธิภาพ CPU ที่สูงขึ้น 20% ขณะที่ GPU เป็น Mali-G78 MP14 แรงขึ้นกว่าเดิม 35% นอกจากนี้ตัว AI Engine ของชิปก็ยังทำงานได้เร็วกว่าเดิม 2 เท่า

ด้านสเปคความจำที่ขายในไทย Galaxy S21 Ultra ตัวเลือกเยอะเมื่อเทียบกับพี่น้องในซีรีส์โดยมี RAM 12/16GB + ROM 128/256/512GB ซึ่งการอ่านเขียนก็เร็วแรงด้วย LPDDR5 RAM ทำงานกับ ROM UFS 3.1 แต่น่าเสียดายที่ไม่รองรับหน่วยความจำเสริม

ขณะที่คะแนนจากการทดสอบบนแพลตฟอร์ม Benchmark ก็ได้ออกมาดังนี้

  • PCMark for Android (Work 2.0) = 13705 คะแนน
  • Geekbench 5 = Single-core : 625 คะแนน / Multi-core : 2783 คะแนน
  • AuTuTu Benchmark v8.5.2 = 567897 คะแนน
  • AITuTu Benchmark = 70342 คะแนน

ถ้าเป็นในมุมของการเล่นเกมรุ่นนี้ก็ทำได้ตามที่คาดหวังตั้งแต่ด้านกราฟฟิกที่ดันได้สูงสุดเท่าที่เกมจะเปิดให้ หรือจะเป็นอัตรารีเฟรชเรทที่นิ่งเล่นได้ลื่น

สำหรับการเชื่อมต่อแน่นอนทุกรุ่นรองรับกับเทคโนโลยีเครือข่าย 5G ที่พร้อมใช้งานในไทย ซึ่งความสามารถก็เป็นไปตามมาตรฐานเครือข่าย 5G ทั้งเรื่องความเร็วในการเชื่อมต่อ หรือจะเป็นค่า Latency ที่ต่ำ

นอกจากนี้ S21 Ultra ยังเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่รองรับ HyperFast Wi-Fi 6E ที่ให้สปีดในการเชื่อมต่อที่สูงกว่า Wi-Fi 6 ถึง 4 เท่า และยังมี Ultra-Wideband (UWB) ทำงานกับระบบ Digital Car Key ได้ รวมถึงใช้ร่วมกับฟีเจอร์ SmartThing Find ในการติดตามหาอุปกรณ์ต่างๆ อย่าง Galaxy Buds Pro หรือ Galaxy SmartTags

ด้านระบบปฏิบัติการเป็น Android 11 คลุมด้วย One UI 3.1 ซึ่งปรับปรุงหน้าตาและฟีเจอร์ให้น่าใช้กว่าเดิม

ส่วนระบบรักษาความปลอดภัยอย่างการสแกนลายนิ้วมือรุ่นนี้ก็เป็นสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ Ultrasonic In-Display Fingerprint ที่มีพื้นที่ใหญ่กว่าเดิม 70% ช่วยให้สแกนติดง่ายและไวขึ้น

แบตเตอรี่ให้มา 5000mAh รองรับชาร์จไว 25W USB Power Delivery 3.0 fast charging, ชาร์จไร้สาย 15W Wireless Charging และฟีเจอร์ Reverse wireless charging กำลังไฟ 4.5W สำหรับเปลี่ยนตัวเองเป็นแท่นชาร์จไร้สายให้กับอุปกรณ์อื่น

เทคโนโลยีกล้องของสายคอนเทนท์ และครั้งแรกในระบบเลนส์ Tele คู่

ก่อนไปถึงฟีเจอร์เรามาไล่ในส่วนของฮาร์ดแวร์กันก่อน Galaxy S21 Ultra ใช้กล้องหน้า 40 ล้านพิกเซล และมีกล้องหลังมาให้ 4 ตัว พร้อม Laser AF โดยมีกล้องหลังแต่ละตัวดังนี้

  • Ultrawide 12 ล้านพิกเซล ระบบโฟกัส Dual Pixel มุมมองรับภาพ 120 องศา รูรับแสง f/2.2 ขนาดพิกเซล 1.4um
  • Wide 108 ล้านพิกเซล โฟกัส PDAF พร้อมกันสั่น OIS รูรับแสง f/1.8 ขนาดพิกเซล 0.8um
  • Tele 1 10 ล้านพิกเซล ระบบโฟกัส Dual Pixel ทำ Optical zoom ได้ 3 เท่า มีกันสั่น OIS รูรับแสง f/2.4 ขนาดพิกเซล 1.22um
  • Tele 2 10 ล้านพิกเซล ระบบโฟกัส Dual Pixel ทำ Optical zoom ได้ 10 เท่า มีกันสั่น OIS รูรับแสง f/4.9 ขนาดพิกเซล 1.22um

S21 Ultra เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ใช้ระบบกล้อง Tele แบบคู่ (Dual-tele) โดยมี Optical zoom 2 ระยะคือ 3x กับ 10x และเมื่อทำงานร่วมกันก็จะดัน Space Zoom ได้มากถึง 100 เท่า

นอกจากนี้ทาง Samsung ยังมีการปรับปรุงความสามารถในการซูมให้ดีขึ้นจากรุ่นที่แล้วมา โดยใส่ระบบ Zoom Lock เข้ามาช่วยล็อกให้กล้องนิ่งมากขึ้นเมื่อดันซูมสูงสุด และมี Super Resolution AI เพื่อช่วยในการเพิ่มรายละเอียด และปรับความคมชัดของภาพที่ถ่ายจากการซูมให้ดูดียิ่งขึ้น

เรื่องของการถ่ายภาพนิ่งใน S21 Ultra มีความสามารถในการถ่าย 12-bit HDR ที่เก็บสีได้มากกว่าเดิมถึง 64 เท่า, มี Dynamic Range เพิ่มขึ้น 3 เท่า และยังรองรับการบันทึกไฟล์แบบ 12-bit RAW ซึ่งจะทำให้ขั้นตอนการปรับแต่งหรือแก้ไขไฟล์ภาพทำได้กว้างและละเอียดมากขึ้น

ขณะที่การถ่ายที่มืดในรุ่นนี้ก็มี Bright Night sensor ด้วยเทคโนโลยี Nona-binning ที่จะรวม 9 เม็ดพิกเซลเข้าเป็น 1 เม็ดพิกเซล เพื่อถ่ายภาพ 12 ล้านพิกเซล ทำให้เก็บแสงให้ภาพออกมาสว่างคมชัด สีไม่ตุ่น และยังมี AI ช่วยจัดการ Noise ในภาพ

ขณะที่ Portrait Mode ก็มีการวิเคราะห์แบบออกจากฉากหลังได้แม่นยำยิ่งขึ้น รวมถึงยังมีตัวเลือกสำหรับการจัดแสงในสตูดิโอเสมือนจริง (Virtual studio) และเอฟเฟกต์พื้นหลังจาก AI โดยโหมดนี้สามารถนำมาใช้กับการถ่ายเซลฟี่ได้ด้วย

สำหรับฟีเจอร์ Single Take ก็อัพเดตเป็นตัว 2.0 เพิ่มลูกเล่นใหม่ๆ เข้ามา โดยที่เวอร์ชั่นนี้ตัวผู้ใช้สามารถเลือกประเภทของภาพเพื่อให้กล้องเรนเดอร์รูปแบบตามที่ต้องการได้

ในยุคนี้มือถือระดับเรือธงจะมาเน้นถ่ายภาพนิ่งอย่างเดียวก็คงอยู่ในตลาดได้ยาก และนั้นก็ทำให้ Galaxy S21 Ultra มาพร้อมกับความสามารถด้านการถ่ายวีดีโอระดับตัวท็อปของวงการ

กล้องของรุ่นนี้รองรับการถ่ายวีดีโอสูงสุดที่ระดับ 8K@24fps และสามารถถ่ายวิดีโอระดับ 4K@60fps ได้กับทุกเลนส์ ขณะที่การถ่าย 8K ก็มีฟีเจอร์ที่เรียกว่า 8K Video Snap เพื่อแคปภาพความละเอียดสูงจากตัววีดีโอ 8K

อีกฟีเจอร์ใหม่ที่น่าใช้และเหมาะสำหรับการสร้างคอนเทนท์ก็คือตัว Director’s View ที่จะแสดงมุมมองจากการถ่ายวีดีโอด้วยเลนส์ต่างๆ ให้เห็นแบบเรียลไทม์ขณะถ่ายทำให้เราสามารถสวิตช์เลนส์เพื่อเลือกระยะที่ใช่ได้อย่างลื่นไหล นอกจากนี้ในโหมดดังกล่าวก็ยังมีโหมด Vlogger View เพื่อบันทึกภาพจากกล้องหน้าและกล้องหลังพร้อมกันโดยมีตัวเลือกมุมมองการจัดหน้าจอให้ใช้งาน 2 แบบ

ส่วนความสามารถที่ติดมาตั้งแต่ปีก่อนอย่างการต่อหูฟังไร้สายเพื่อใช้แทนไมโครโฟนเก็บเสียงขณะบันทึกวีดีโอก็ยังมีให้ใช้ รวมถึง Zoom-in Mic ที่จะโฟกัสเสียงตามการซูมของกล้อง

แต่ที่น่าสนใจคือรุ่นนี้ได้เพิ่มความสามารถในการบันทึกเสียงผ่านไมโครโฟนหลายตัว (Multiple Mic Recording) เข้ามาให้ใช้งานด้วยซึ่งเป็นตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องการเก็บเสียงหลักที่มาจากการเชื่อมต่อไมค์บนหูฟังไร้สาย และเสียงบรรยากาศรอบข้างด้วยไมค์บนตัวเครื่องไปพร้อมๆ กัน

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

Samsung Galaxy S21 Ultra 5G เหมาะกับใคร?

ส่วนตัวมองว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ออกแบบมาเพื่อการสร้างคอนเทนท์ด้วยความสามารถของหน้าจอ, สเปคเครื่องที่แรง และฟีเจอร์ของกล้องซึ่งจัดว่าดี โดยเฉพาะระบบ Zoom Lock ตอนทำ Space Zoom เรียกว่าถูกใจแสดงเห็นถึงการทำงานของ Samsung ที่ต้องการจะลบจุดบอดเรื่องจากซูมจากรุ่นที่ผ่านมา

อีกกลุ่มหนึ่งที่คิดว่าเหมาะกับรุ่นนี้คือเหล่า Fan Note ที่อยากจะลองข้ามมาเล่นตระกูล Galaxy S บ้าง แต่ก็ไม่อยากทิ้งความสามารถด้านการขีดเขียน ด้วยขนาดเครื่องและความสามารถด้าน S Pen แบบพื้นฐานของ S21 Ultra ก็จัดว่าให้คำตอบในความต้องการตรงจุดนี้ได้

อย่างไรก็ดีก็ยังมีข้อสังเกตอยู่นิดนึงตรงเรื่องการจัดการความร้อนของตัวเครื่องที่เหมือนจะยังไม่ดีหนักซึ่งจะสัมผัสได้อย่างชัดเจนตอนที่เปิดโหมดถ่ายภาพหรือวีดีโอที่รู้สึกได้ว่าเครื่องจะร้อนเร็วกว่ารุ่นที่ผ่านมา แต่ถ้าใครรับตรงนี้ก็จัดไป

สรุปสเปค Samsung Galaxy S21 Ultra 5G

  • ขนาดเครื่อง 75.6 x 165.1 x 8.9มม. น้ำหนัก 229กรัม (mmW), 227กรัม (sub6) มาตรฐานกันน้ำ IP68
  • จอ Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียด 1440×3200 พิกเซล
  • ชิป Exynos 2100 (5nm) ประมวลผล Octa-core (1×2.9GHz Cortex-X1 & 3×2.80GHz Cortex-A78 & 4×2.2GHz Cortex-A55) ใช้ GPU Mali-G78 MP14
  • สเปคความจำ LPDDR5 RAM + ROM UFS 3.1
  • กล้องหน้า 40MP PDAF, FOV 80°, F2.2, 0.7 µm
  • กล้องหลัง
    • Ultra Wide 12MP Dual Pixel AF, FOV 120°, F2.2, 1.4µm
    • Wide-angle: 108MP PDAF, FOV 83°, OIS, F1.8, 0.8µm
    • Telephoto 1: 10MP Dual Pixel AF, Optical 3x, FOV 35°, OIS, F2.4, 1.22µm
    • Telephoto 2: 10MP Dual Pixel AF, Optical 10x, FOV 10°, OIS, F4.9, 1.22µm
  • รองรับการทำงานสองซิม
  • สนับสนุนการเชื่อมต่อ 5G (NSA, SA, Sub6/mmWave)
  • รองรับ Wi-Fi 6E/ Ultra Wideband / NFC / Bluetooth 5.2
  • เทคโนโลยีระบุพิกัด A-GPS / GLONASS / BDS / GALILEO
  • ระบบรักษาความปลอดภัยแบบไบโอเมตริกซ์ : Ultrasonic Fingerprint, Face recognition
  • รองรับ Samsung DeX / Samsung Wireless DeX / S-Pen
  • ระบบปฏิบัติการ Android 11 (One UI 3.1)
  • แบตเตอรี่ 5,000mAh รองรับ 25W USB Power Delivery 3.0 fast charging / 15W Wireless Charging / 4.5W Reverse Wireless Charging
  • สีที่ขาย Phantom Black / Phantom Silver
  • ราคาเปิดตัวในไทย
    • 12GB+128GB = 39,900 บาท
    • 12GB+256GB = 40,900 บาท
    • 16GB+512GB = 45,900 บาท

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners