รีวิว Samsung Galaxy S20 Ultra 5G ซูเปอร์เรือธง ตัวแรง กล้องซูม 100 เท่า

โดย RingRangRung | 23 กุมภาพันธ์ 2563 เมื่อ 10:00 น. | อ่าน 5,775

เรือธงสเปคเทพ ที่ร้อนแรงที่สุดในช่วงต้นปี 2020 สำหรับ Samsung Galaxy S20 Ultra 5G รุ่นท็อปที่สุดใน S20 Series ที่โดดเด่นเป็นสง่า ด้วยกล้อง Space Zoom ซูม 100 เท่า

สเปค Samsung Galaxy S20 Ultra 5G

  • สัดส่วนเครื่อง 166.9 x 76.0 x 8.8 มม. หนัก 222 กรัม มีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68
  • หน้าจอ Infinity-O Display พาแนลจอ Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.9 นิ้ว ความละเอียดสูงสุด Quad HD+ (3200x1440px) รองรับ HDR10+ รองรับรีเฟรชเรทสูงสุด 120Hz
  • ชิปเซตรุ่นที่เข้าไทย Exynos 990 ประมวลผล Octa-core (2×2.73GHz Mongoose M5 & 2×2.50GHz Cortex-A76 & 4×2.0GHz Cortex-A55) ใช้ GPU Mali-G77 MP11
  • สเปคความจำ LPDDR5 RAM 12GB + ROM UFS 3.0 128GB รองรับ microSD สูงสุด 1TB
  • กล้องหน้าความละเอียด 40 ล้านพิกเซล, PDAF, f/2.2 มุมมองรับภาพ 80 องศา
  • กล้องหลัง 4 ตัว
    • กล้องหลัก 108 ล้านพิกเซล f/1.8 ระบบโฟกัส PDAF และมี OIS
    • กล้องTelephotoแบบ Periscope 48 ล้านพิกเซล F/3.6 มีฟีเจอร์ Space Zoom สูงสุด 100 เท่า
    • กล้อง Ultra Wide 12 ล้านพิกเซล F/2.2
    • กล้อง DepthVision
  • การบันทึกวีดีโอ : กล้องหลังรองรับสูงสุด 8K@24fps / กล้องหน้ารองรับสูงสุด UHD(3840×2160)@60fps
  • รองรับการทำงานสองซิมแบบ Hybrid slot
  • เครือข่ายที่รองรับ 5G / LTE Enhanced 4×4 MIMO, Up to 7CA, LTE Cat.20
  • รองรับ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax 2.4G+5GHz, HE80, MIMO, 1024-QAM
  • รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0 , ANT+, USB type-C, NFC, Location (GPS, Galileo, Glonass, BeiDou)
  • มีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอแบบ Ultrasonic และระบบจดจำใบหน้า
  • ลำโพงและหูฟังปรับจูนโดย AKG มีระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby Atmos
  • แบตเตอรี่ขนาด 5,000mAh รองรับชาร์จไวสูงสุด Super Fast Charge 45W
  • มี Fast Wireless Charging 2.0 และ Wireless PowerShare
  • ระบบปฏิบัติการ One UI 2.0 บนพื้นฐาน Android 10
  • สีที่วางจำหน่าย Cosmic Grey / Cosmic Black
  • ราคาเปิดตัวในไทย 39,900 บาท

Samsung Galaxy S20 Ultra 5G เป็นรุ่นที่ใหญ่ทั้งสเปคและขนาด ในสัดส่วนเครื่อง 166.9 x 76.0 x 8.8 มม. หนัก 222 กรัม บอดี้เป็นกระจก Gorilla Glass 6 ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ใช้เฟรมอลูมิเนียม มีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 สเปคสีที่ขายจะไปในทางคลาสสิคอย่าง Cosmic Grey และ Cosmic Black ที่อยู่ในมือตอนนี้

ตัวหน้าจอไม่ได้มีองศาความโค้งเหมือนกับรุ่นก่อน โดยใช้กระจกที่เป็น 2.5D ดีไซน์แบบ Infinity-O Display ใช้พาแนล Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.9 นิ้ว ความละเอียดสูงสุด Quad HD+(3200x1440px) ในอัตราส่วนการแสดงผล 20:9

ความเทพของจอรุ่นนี้นอกจากจะรองรับ HDR10+ ให้การแสดงผลที่สวยงาม ค่าสีแม่นยำแล้ว ก็ยังมากับอัตรารีเฟรชเรทสูงสุดที่ 120Hz ให้สัมผัสการทัชที่ลื่นไหลไถติดนิ้ว แต่ด้วยเหตุผลด้านพลังงานทำให้จอสามารถปรับความละเอียดในอัตรารีเฟรชเรทสูงสุดที่ FHD+ เท่านั้น ถ้าตั้งเป็น Quad HD+ จะได้ที่ 60Hz

กล้องหน้าเป็นแบบเจาะรูอยู่ตรงกลางจอ วางลำโพงสนทนาซ่อนอยู่ตรงขอบเล็กๆด้านบน มีปุ่ม Navigation Bar พื้นฐานเป็นแบบ On-Screen

พลิกมาด้านหลังรุ่นนี้ปรับดีไซน์การวางกล้องหลังใหม่เป็นแบบ Iconic Square โชว์ความเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์นี้ด้วยโมดูลกล้องทรงสี่เหลี่ยมตรงมุมซ้ายบนซึ่งกินพื้นที่ส่วนบนของเครื่องไปพอสมควร และนูนขึ้นมาเล็กน้อย

การจัดวางกล้องจะแบ่งเป็น 3 กล้องอยู่ด้านบนพร้อมแฟลช LED และไมโครโฟนสำหรับฟังค์ชั่น Zoom-in Mic ส่วนกล้อง Periscope แยกมาอยู่ด้านใต้พร้อมด้วยข้อความ 100x Space Zoom ที่เป็นฟีเจอร์ไฮไลท์ในรุ่นนี้

ปุ่มพาวเวอร์และปุ่มปรับระดับเสียงอยู่ทางฝั่งขวาของเครื่อง ขอบด้านบนมีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน กับช่องซิมแบบ Hybrid slot ฐานด้านล่างมีพอร์ต USB-C, ลำโพงหลักที่ปรับจูนโดย AKG และไมโครโฟน โดยไม่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.

สเปคภายในแน่นอนว่าชิปที่เข้าไทยเป็น Exynos 990 ใช้สถาปัตยกรรมการผลิตขนาด 7 นาโนเมตร กำลังประมวลผลแบบ Octa-core มีคล็อกสปีดสูงสุด 2.73GHz ใช้ GPU Mali-G77 MP11 หน่วยความจำอ่านเขียนไวด้วย LPDDR5 RAM ขนาด 12GB ทำงานร่วมกับ ROM UFS 3.0 ความจำ 128GB และรองรับ microSD สูงสุด 1TB

ด้านระบบเครือข่ายที่รองรับ Galaxy S20 Ultra ที่เข้าไทยเป็นเวอร์ชั่น 5G ที่รองรับเทคโนโลยีเครือข่ายล่าสุดทั้งย่านความถี่ sub-6 GHz และ mmWave ซึ่งตามประกาศของ Samsung ประเทศไทยระบุว่าจะรองรับในย่านความถี่ 1700MHz, 2600MHz และ 3500MHz ในแบบ SA/NSA หรือเท่ากับว่าในเบื้องต้นจะสามารถใช้งานกับคลื่น 2600MHz ที่ทาง AIS และ Truemove H ประมูลได้

ขณะที่แบตเตอรี่มีมาให้ 5000mAh รองรับชาร์จไวสูงสุด Super Fast Charge ในกำลังไฟ 45W พร้อมด้วยเทคโนโลยีชาร์จแบบไร้สาย Fast Wireless Charging 2.0 และ Wireless PowerShare หรือระบบชาร์จไร้สายแบบย้อนกลับสำหรับแปลงตัวเองเป็นแท่นชาร์จไร้สายให้กับอุปกรณ์อื่น

ระบบปฏิบัติการเป็น OneUI 2.0 บนพื้นฐาน Android 10 ที่ถูกออกแบบหน้าตามาให้ดูเป็นระเบียบ สบายตา มากกว่าเวอร์ชั่นก่อน สำหรับฟีเจอร์ที่น่าสนใจก็มีทั้ง

  • Dark Mode : เปลี่ยนธีมเครื่องเป็นสีดำ ทำให้ใช้งานได้อย่างสบายตา
  • Screen Recorder : ฟังค์ชั่นการบันทึกวีดีโอหน้าจอ
  • Side Key : ปุ่ม Bixby ที่ถูกรวมเข้ากับปุ่มพาวเวอร์ซึ่งสามารถตั้งค่าการใช้งานปุ่มนี้ได้
  • Quick Measure : เอาความสามารถของกล้องDepthVision มาใช้ในการวัดปริมาตรของวัตถุ
  • 3D Scanner : ใช้กล้องหลังสแกนวัตถุหรือแบบเพื่อโมเดล 3 มิติ ที่เอามาเล่นกับโหมด AR ได้
  • Edge Screen : แถบทางลัดตรงขอบจอสำหรับเข้าถึงตัวแอปฯ และฟังค์ชั่นต่างๆ
  • Music Share : เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์เครื่องอื่นผ่าน Bluetooth เพื่อควบคุม เปิด เปลี่ยนเพลง

ด้านระบบรักษาความปลอดภัยแบบ Biometric ในรุ่นนี้ก็มีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอที่เป็นแบบ Ultrasonic พร้อมด้วยระบบปลดล็อคด้วยใบหน้า

คะแนน Benchmark ของ Samsung Galaxy S20 Ultra 5G ก็ทำได้ดังนี้

  • PCMark for Android (Work 2.0) = 12465 คะแนน
  • Geekbench 4 Pro = Single-core : 2882 คะแนน / Multi-core : 12125 คะแนน
  • AuTuTu Benchmark v8.2.2 = 454191 คะแนน

ในด้านการเล่นเกมนอกจากจะมาพร้อมจอที่ใหญ่เต็มตาแล้ว รุ่นนี้ก็ยังมีระบบเสียง Dolby ATMOS เพื่ออรรถรสที่ยอดเยี่ยมในการเล่น และแน่นอนว่าการเล่นเกมก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยมไม่มีปัญหาไม่ว่าจะเป็น Call of Duty: Mobile เข้าถึงเฟรมเรทและกราฟฟิกได้ในระดับ Very High, ROV เปิดเฟรมเรทสูงสุดได้โดยที่ตัวเลขจะวิ่งอยู่ที่ราว 60fps ส่วน PUBG Mobile เริ่มต้นในระดับ High ตั้งค่ากราฟฟิกได้ถึง Ultra-HDR

ในส่วนของการถ่ายภาพ Galaxy S20 Ultra 5G มากับหน้าตา UI โหมดกล้องแบบใหม่ที่จัดระเบียบให้ใช้งานได้ง่ายไม่รก โดยที่ฟังค์ชั่นกล้องต่างๆจะถูกเก็บไว้ตรงเมนู More ซึ่งเราสามารถลากเอาโหมดที่ใช้งานบ่อยๆแยกมาใส่ตรงแถบเหนือชัตเตอร์ได้

ด้านสเปคของกล้องหลังมีทั้งหมด 4 ตัวประกอบด้วย

  • กล้องหลักเลนส์ Wide มุมมองรับภาพ 79 องศา 108 ล้านพิกเซล f/1.8 ระบบโฟกัส PDAF และมี OIS
  • กล้องTelephoto แบบ Periscope มุมมองรับภาพ 24 องศา 48 ล้านพิกเซล f/3.6 ระบบโฟกัส PDAF และมี OIS
  • กล้อง Ultra Wide มุมมองรับภาพ 120 องศา 12 ล้านพิกเซล f/2.2
  • กล้องDepthVision

ในส่วนของกล้องหน้าให้ความความละเอียดมาสูงถึง 40 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสงอยู่ที่ f/2.2 มีมุมมองรับภาพ 80 องศา

ฟีเจอร์การถ่ายภาพของรุ่นนี้บอกได้เลยว่าจัดเต็มและถือว่าเป็นรุ่นที่มีเทคโนโลยีกล้องที่ดีที่สุดของ Samsung ในตอนนี้ โดยที่กล้องหลังให้ความละเอียดได้สูงสุด 108 ล้านพิกเซล สามารถเอาไปครอป หรือซูม เพื่อแต่งภาพ รวมถึงการเอาไฟล์ใช้งานปริ้นต์ได้ไม่มีปัญหา

ด้านการถ่ายภาพในที่แสงน้อยก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยมด้วย Nonacell เทคโนโลยี pixel-binning แบบใหม่ ที่รวมพิกเซล 9-in-1 เพื่อถ่ายภาพในระดับความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ที่ขนาดพิกเซล 1.6um แถมยังมีเซ็นเซอร์รับภาพขนาดใหญ่ถึง 1/1.33″

อีกหนึ่งความสามารถที่ปฏิวัติวงการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟนคือตัวฟีเจอร์ Space Zoom ที่ทำให้ Galaxy S20 Ultra สามารถทำระยะซูมได้สูงสุด 100 เท่า

ระยะการซูมของกล้องจะแบ่งเป็น Optical zoom ได้ 10 เท่า, Hybrid zoom ได้ 30 เท่า และ Digital zoom ได้ 100 เท่า ขณะที่ในฟังค์ชั่นกล้องจะไล่ระดับการซูมเป็น 0.5x / 1.0x / 2.0x / 4.0x / 10x / 30x/ 100x

ในมุมมองการใช้งานจริงการดันซูมไป 100 เท่า ถือว่าเป็นลูกเล่นที่น่าสนใจ ทว่าคงไม่ได้เอามาใช้งานจริงจังอย่างแน่นอนเพราะต้องแลกกับภาพถ่ายที่ขาดรายละเอียด

Single Take ซึ่งเป็นโหมดการถ่ายภาพและวีดีโอความยาว 10 วินาทีพร้อมกัน ก็เป็นอีกหนึ่งฟังค์ชั่นใหม่ที่น่าสนใจ ซึ่งตัวระบบจะทำการประมวลผลแล้วให้ผลลัพท์ออกมาเป็น ภาพนิ่ง และวีดีโอ ทั้งแบบมีฟิลเตอร์และไม่มีฟิลเตอร์ที่ดีที่สุด พร้อมให้นำไปแชร์ต่อไม่ต้องแต่งเพิ่ม

อีกลูกเล่นที่น่าจะโดนใจสายโซเชียลคือตัว Custom Filters ซึ่งเป็นโหมดก็อปปี้โทนสีจากภาพอื่นมาเป็นของเราเอง

ยกตัวอย่างเช่น เวลาที่ผู้ใช้เปิด IG แล้วเห็นภาพที่มีโทนสีโดนใจ ก็สามารถแคปหรือเซฟภาพนั้นมาจากนั้นเข้าไปที่หน้า My Filters ในโหมดกล้อง เลือกเพิ่ม Filters ตามด้วยเลือกภาพที่เป็นเป้าหมาย ระบบก็จะทำการจำลองโทนสีของภาพมาเป็นฟิลเตอร์ของเราเองซึ่งสามารถบันทึกได้สูงสุด 99 แบบ

ในส่วนของการบันทึกภาพเคลื่อนไหวก็เรียกว่าไม่ธรรมดาโดยที่ Galaxy S20 Series มากับความสามารถในการถ่ายวีดีโอในความละเอียดสูงสุด 8K มีฟีเจอร์ 8K Video Snap สามารถแคปเจอร์ภาพถ่ายความละเอียด 33 ล้านพิกเซลจากตัววีดีโอ 8K ได้

แต่การถ่ายในความละเอียดที่สูงก็ต้องแลกด้วยข้อจำกัดหลายๆด้านเพราะในโหมดนี้กล้องจะไม่มี OIS ไม่สามารถเปิดโหมดกันสั่น Super Steady ได้ ขณะที่เฟรมเรทจะอยู่ที่ 24fps ถ้าจะถ่ายอย่างจริงจังก็แนะนำให้ใช้อุปกรณ์เสริมช่วย

สำหรับการถ่ายแบบเริ่มต้น UHD จะทำเฟรมเรทได้ที่ 60fps ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง เปิด Super Steady ได้ และรองรับการซูมได้ 10 เท่า

ด้านลูกเล่นอย่างระบบ Shot suggestion, Scenes Optimized หรือโหมด Live Focus ทั้งตัวภาพนิ่งและวีดีโอ ยังคงมีให้เล่นกันเหมือนเดิม

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ Samsung Galaxy S20 Ultra 5G

Samsung Galaxy S20 Ultra 5G สนนราคาในไทยที่ 39,900 บาท สามารถจองได้ถึง 5 มีนาคมนี้ พร้อมรับของแถมเป็น Samsung Galaxy Buds+ มูลค่า 4,990 บาท

สำหรับใครที่กำลังวางแผนจะซื้อรุ่นนี้และกำลังมองหาฟิลม์กระจกกันรอยดีๆก็ขอแนะนำ Focus 3D UV Nano Glass ฟิล์มกระจกกาวยูวี เต็มจอลงโค้งแบบใส ติดได้เต็มจอ แม้ไม่เว้นรูแต่ก็สแกนนิ้วบนจอได้ ตัวกาวเกรดดีไม่เป็นอันตรายต่อจอที่ตอนนี้ก็มีวางขายที่ร้านค้าทั่วไปแล้ว

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners