10 จุดเด่น Samsung Galaxy S10 / S10+ ครบรอบทศวรรษสมาร์ทโฟนเรือธง

โดย shyboy | 21 กุมภาพันธ์ 2562 เมื่อ 04:01 น. | อ่าน 457

เป็นธรรมเนียมเวียนมาบรรจบครบปีอีกคำรบ สำหรับการแถลงข่าวเปิดตัวของสมาร์ทโฟนแห่งปีอย่าง Galaxy S10 โดยมี Code name เท่ๆ ว่า “Beyond” โดยผู้ผลิตเบอร์หนึ่งของอุตสาหกรรมวันนี้ Samsung ซึ่งคิดๆ ไปแล้วเวลาก็ผ่านไปไวราวกับติดปีก เพราะภาพจำของการเปิดตัว Galaxy S รุ่นแรกเมื่อปี 2010 ได้กลายเป็นจุดตัดสำคัญของบริษัทเกาหลีใต้ที่เหมือนจะเกิดขึ้นไปไม่นาน ในการแผ้วถางสู่การครองตำแหน่งแชมป์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับหนึ่งในปัจจุบัน ซึ่งเขียนมาแบบนี้แล้วบอกได้เลยว่ารู้สึกถึงความอาวุโสอย่างบอกไม่ถูก ที่เราได้เห็นแต่ละก้าวย่างในวิวัฒนาการสมาร์ทโฟน ตระกูลหนึ่งมาครบ 10 รุ่นเข้าไปแล้ว และในทุกการเปิดตัวที่เกิดขึ้นก็เป็นปกติย่อมที่จะที่มีอะไรใหม่ๆ ที่น่าสนใจต่อการนำไปใช้งาน ให้หยิบยกนำมาพูดถึงกันอย่างพอหอมปากหอมคอ ซึ่งว่าแล้วอย่ารอช้ามาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ

(1) จอแสดงผลใหม่ผสานกับดีไซน์เครื่องอย่างลงตัว

เมื่อพูดถึงงานดีไซน์ตัวเครื่อง Galaxy S ที่เกิดขึ้นมาแต่ละปีแล้ว ก็คงต้องบอกว่าช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนั้นคือ Galaxy S6 Edge ที่ถือเป็นการพลิกฝ่ามือครั้งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุพรีเมี่ยมที่เปิดตัวมาพร้อมกับเอกลักษณ์งานดีไซน์ตัวเครื่อง ที่มีความโค้งเว้าเข้ามือเป็นจุดขาย ทำให้บรรดาผู้ผลิตรายอื่นต้องกลายเป็นผู้ตามเทรนด์ และการนำความคิดเห็นของบรรดาลูกค้ากลับไปปรับปรุงก็ถือเป็นจุดแข็งที่ต่อยอดเกิดขึ้นมาเป็น Galaxy S10 ผลผลิตที่ได้รับการขัดเกลาเป็นดีไซน์ตัวเครื่องรุ่นใหม่ที่มีการผสมผสานความลงตัวอย่างถึงขีดสุด ทั้งหน้าจอขนาดใหญ่ภายใต้แนวคิดดีไซน์ Infinity O Display ที่ทำให้ตัวเครื่องด้านหน้าแทบจะ 95 เปอร์เซ็นต์บนอุ้งมือของเรา กลายเป็นหน้าจอแสดงผลไปทั้งหมด เมื่อประกอบเข้ากับความโค้งเว้าของตัวเครื่องที่ได้รับการปรับปรุงมาโดยตลอด ทำให้ตัวเครื่องที่อาจจะมีขนาดใหญ่ แต่การจับถือทำงานได้อย่างคล่องตัวเกินกว่าความคาดหมาย

(2) ระบบสแกนนิ้วอัจฉริยะ Ultrasonic รายแรกของโลก

เทคโนโลยีใหม่ที่นำมาใช้งานอย่างต่อไป ระบบสแกนลายนิ้วมือที่ผู้ผลิตรายอื่นๆ ยังไม่มีแต่พร้อมประเดิมตลาดแล้วใน Galaxy S10 ที่มาพร้อมกับกาปรับโฉมใหญ่ระบบรักษาความปลอดภัยตัวเครื่อง โดยสมาร์ทโฟนเรือธงของ Samsung จะเป็นเครื่องรุ่นแรกของโลก ที่นำร่องการใช้งานระบบสแกนลายนิ้วมือด้วยคลื่นความถี่เสียง Ultrasonic ซึ่งมีการออกแบบติดตั้งเอาไว้ใต้กระจกหน้าจอ จากแต่เดิมที่อยู่หลังเครื่องเอื้อมนิ้วยากบ้าง จิ้มกล้องเปื้อนเป็นรอยบ้าง ปัญหาเหล่านั้นได้รับการแก้ไขแล้วในรุ่นนี้ ซึ่งการปลดล็อคที่มีความคล้ายภาพยนตร์ไซไฟจะใช้การยืนยันตัวบุคคล ผู้ใช้งานเพียงแค่วางทาบนิ้วลงบนหน้าจอ ว้าวง่ายสะดวกรวดเร็วกันเลยทีเดียว ในเบื้องต้นการสแกนลายนิ้วมือแบบใหม่ด้วยเทคโนโลยี Ultrasonic ที่เคยเป็นประเด็นให้กังวลต่อความไม่เป็นมิตรกับฟิล์มกันรอย ก็ไม่ใช่ปัญหาทาง Samsung มีฟิล์มกันรอยเฉพาะรุ่น สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างสบายแฮ และถ้าไม่นิยมใช้ฟิล์ม เพราะแค่นวัตกรรมตัวล่าสุดอย่าง Gorilla Glass 6 แบรนด์กระจกอันดับหนึ่งที่ผลักดันคุณสมบัติให้ทนทานต่อริ้วรอยการขูดขีด และการหล่นกระแทกได้ดีขึ้นกว่าเดิม นั้นก็ยอดเยี่ยมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

(3) ยกระบบเลนส์กล้องชั้นนำของมาใส่ไว้ที่ Galaxy S10 / S10+

ด้านระบบกล้องนั้นต้องบอกว่า Samsung จัดเป็นบริษัท ที่พยายามผลักดันนวัตกรรมกล้องโทรศัพท์มาอย่างต่อเนื่อง นานแค่ไหนก็ยอดเยี่ยมมาตั้งแต่ Omnia HD เมื่อครั้งที่ยังเป็นบริษัทผู้ท้าทายเจ้าตลาด ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าดีเอ็นเอเหล่านี้ ยังถูกเก็บรักษาและส่งผ่านมาถึงเรือธงของบริษัทอย่าง Galaxy S10 ได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าในทุกวันนี้ในบริบทที่เปลี่ยนไปกลายเป็นผู้ถูกท้าทายจากบริษัทหน้าใหม่แล้วก็ตาม โดยในเรือธง Galaxy S10 / S10+ จะทำงานด้วยระบบกล้อง 3 เซ็นเซอร์สอดประสานความสามารถในการเก็บความทรงจำไว้ด้วยสีสัน cละความสดใส แบ่งเป็นเซ็นเซอร์กล้อง RGB 12 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง F/1.5 และ F/2.4 ปรับโหมดทำงานได้อัตโนมัติ (Dual Apertures) ยกยอดความเก่งกาจมาจากรุ่นพี่ ควบคู่ไปกับการทำงานของเซ็นเซอร์เลนส์ไวด์ 16 ล้านพิกเซล เพิ่มมุมมองกว้าง 123 องศา ในการเก็บความประทับใจได้อย่างเต็มอิ่ม และเซ็นเซอร์กล้องเทเลโฟโต้ 16 ล้านพิกเซล เพื่อรายละเอียดซูมภาพได้ครบถ้วนทุกมุมมอง และกล้องหน้าในรุ่นใหญ่ Galaxy S10+ จะพิเศษว่าตรงที่มีให้ใช้งานพร้อมกันสองตัว สำหรับการเซลฟี่เต็มพิกัดและเพื่อยืนยันตัวตนที่มีความปลอดภัยมากขึ้น แน่นอนว่าลูกเล่นส่วนเสริมอย่าง วีดีโอ Slow-Motion 960fps และ AR Emoji แบบเต็มตัว ยังมีมาให้ใช้งานเพื่อความเพลิดเพลินเหมือนเดิม

(4) ขุมพลังใหม่ Exynos 9820

ก่อนที่ทุกอย่างจะแสดงผลออกมาผ่านหน้าจอ เบื้องหลังนั้นเต็มไปด้วยชุดคำสั่งและการประมวลผลที่เกิดขึ้นหลังฉากซึ่งทาง Samsung เลือกใช้ชิปเซ็ตที่บริษัทพัฒนาขึ้นเองอย่าง Exynos 9820 สำหรับการวางจำหน่ายในวงกว้าง รวมไปถึงประเทศไทยของเราด้วย ซึ่งขุมพลังประมวลผลในตัวเครื่อง Galaxy S10 ก็จะเป็นฮาร์ดแวร์เรือธงรุ่นแรกของ Samsung ที่บริษัทออกแบบพัฒนาและผลิตนำมาใช้งานในสินค้าของตนเอง ด้วยเทคโนโลยีการผลิตล่าสุดที่มีขนาดเล็กเพียง 8 นาโนเมตร เป็นเทคโนโลยีร่วมที่ก้าวหน้าที่สุดของอุตสาหกรรมในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นกำลังประมวลผลต่างๆ การควบคุมบริหารอัตราบริโภคพลังงานในการทำงานและเชื่อมต่อสู่ระบบอุปกรณ์เครือข่าย และที่ขาดไม่ได้เลยในชิปเซ็ตประจำปีนี้ คือ ชิปประมวลผล Neutral Processing Unit ที่มีความก้าวหน้าสูงสุด มีความสามารถรองรับคำสั่งประมวลผล ระบบจดจำใบหน้า ภาพถ่าย เสียง หรือรวมไปถึงลักษณะวิธีการใช้งานของเจ้าของเครื่องเพื่อประมวลผล ในการนำไปสร้างประสบการณ์ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและไม่ขาดตอน

(5) รุ่นแรกของโลก ที่มาพร้อม ROM 1TB

มีกล้องที่ยอดเยี่ยมแล้ว มีชิปเซ็ตที่รวดเร็วแล้ว มันก็ต้องมีที่เก็บบันทึกหรือหน่วยความจำตัวเครื่อง และก็จริงอยู่ที่ว่า RAM 6GB / ROM 128GB ในสมาร์ทโฟนเกรดเรือธงไม่ใช่ความแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นวันนี้ แต่สำหรับหลายๆ คนที่ไม่ใช่กลุ่มลูกค้าที่อัพเกรดเครื่องกันรายปี พวกเขาจำนวนมากเหล่านี้จะได้รับการอัพเกรดความจำตัวเครื่องแบบก้าวกระโดด ลองคิดดูว่าเหมือนการเปลี่ยนโต๊ะทำงานเล็กๆ น่าอึดอัดให้เป็นชุดสำนักงานขนาดใหญ่ที่อำนวยความสะดวกได้พร้อมสรรพ โดยจะพร้อมรองรับการใช้งานไปได้อีกไม่น้อยกว่า 2 ปี จากที่ต้องคอยลบคอยย้ายข้อมูลภาพหรือแอปพลิเคชั่นก็ไม่ต้องปวดหัวอีกต่อไป เหลือเวลาให้ใช้งาน รับชมความบันเทิงหรือแม้แต่เลือกช๊อปปิ้งได้มากขึ้น และถ้าหน่วยความจำ 128GB ในรุ่นเริ่มต้นยังไม่จุใจ ก็มีตัวเลือกอื่นเพิ่มตั้งแต่ 256GB จนถึง 1TB หรือการเพิ่มการ์ดหน่วยความจำเสริม MicroSD ที่สามารถรองรับสูงสุดถึง 512GB (รวมเป็น 1.5TB) เอาไว้เป็นรองรับการใช้งานที่หลากหลาย โดยเฉพาะจังหวะภาพถ่ายของเรา หรือวีดีโอที่จะเก็บบันทึกความทรงจำให้กระจ่างชัดในวาระโอกาสพิเศษต่างๆ ซึ่งเราคงไม่อยากพลาด เพราะ มีหน่วยความจำเครื่องไม่เพียงพอ คงเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างที่สุด

(6) Wireless PowerShare เพิ่มเติม Feature ที่มากกว่า

มีคุณสมบัติข้างต้นดีมาเสียทุกอย่างแล้ว ระบบพลังงานตัวเครื่องก็ต้องยอดเยี่ยมด้วยเช่นกัน และแน่นอนว่าประสบการณ์ความเชี่ยวชาญของ Samsung ก็มีมากพอที่จะไม่ตกม้าตายง่ายๆ เพราะ เบื้องหลังในการขับเคลื่อนใช้งานสมาร์ทโฟนทุกวันนี้ก็คือ แบตเตอรี่ ที่ขวบปีนี้ทางบริษัทเกาหลีใต้จัดเต็มให้การใช้งานทุกรูปแบบยอดเยี่ยมเท่ากันหมด ไม่ว่าเราจะชาร์จไฟด้วยสาย USB-C หรือใช้แท่นชาร์จไร้สาย ก็ยอดเยี่ยมมากพอที่จะบริหารจัดการระบบไฟฟ้าให้รองรับการประจุชาร์จในแต่ละระบบได้ด้วยความเร็วสูงสุด 15W ไม่ว่าจะเป็นแบบสายหรือไร้สายก็รองรับเทคโนโลยี Fast Charge ได้ทั้งคู่ตามความสะดวก และถ้าไม่มีสายหรือแท่นอยู่ใกล้ๆ Galaxy S10 ก็มีระบบการแชร์ชาร์จแบตเตอรี่จากเครื่องสู่เครื่อง หรือ Wireless PowerShare แบ่งใช้งานได้ในช่วงเวลาสำคัญด้วยเหมือนกัน โดยระบบใหม่ที่เปิดตัวใช้งานดังกล่าวนี้รองรับการจ่ายไฟได้ประมาณ 9W สามารถชาร์จได้ทุกอุปกรณ์ที่รองรับระบบ Qi จะชาร์จเครื่องพร้อมชาร์จ Galaxy Watch ก็ทำได้ ไม่ต้องพกแท่นชาร์จไร้สายให้เปลืองพื้นที่

(7) รองรับเทคโนโลยีในการเชื่อมต่อใหม่ที่พร้อมใช้งานจริงทุกด้าน

สมาร์ทโฟนทุกวันนี้จะเป็นสมาร์ทโฟนที่สมบูรณ์ไปไม่ได้เลยถ้าขาดระบบการเชื่อมต่อ ซึ่ง Galaxy S10 จะไม่ทำให้เราผิดหวังในจุดนี้ด้วยระบบการเชื่อมต่อที่ครบถ้วนสมบูรณ์ต่อการใช้งานจริงได้มากที่สุด เท่าที่เทคโนโลยีมีในวันนี้และกำลังจะเปิดตัวให้บริการในเร็ววัน ระบบการเชื่อมต่อเครือข่าย Gigabit LTE รุ่นที่สามของอุตสาหกรรม

Galaxy S10 รองรับ Intelligent Wi-Fi ที่ช่วยให้การเชื่อมต่อไม่สะดุดและปลอดภัยโดยการสลับระหว่าง Wi-Fi และ LTE อย่างราบรื่นรวมทั้งแจ้งเตือนคุณเกี่ยวกับการเชื่อมต่อ Wi-Fi ที่อาจจะไม่ปลอดภัย แถมยังรองรับ Wi-Fi มาตราฐานใหม่ Wi-Fi 6 หรือ เครือข่ายไร้สาย 802.11ax ที่ทำให้สามารถใช้งาน Wi-Fi ได้ดีขึ้นเมื่อเชื่อมต่อกับเราเตอร์ที่รองรับ 

สำหรับความสามารถในการใช้งานเครือข่าย รองรับ Enhanced 4×4 MIMO, สูงสุด 7CA, LAA, LTE Cat.20
– ดาวน์โหลด 2Gbps, อัปโหลด 150Mbp

(8) Galaxy S10+ เล่นเกมได้ไหลลื่น พร้อมระบบระบายความร้อนใหม่ล่าสุด Vapor Chamber Cooling

การประกาศตัวว่าเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงได้อย่างเต็มภาคภูมิ ก็คือความเก่งแบบรอบด้าน และในอีกด้านหนึ่งของ Galaxy S10 / S10+ ที่จะมองข้ามไปไม่ได้เลย คือ การเล่นเกมที่ยอดเยี่ยม และทาง Samsung ก็ให้ความใส่ใจอย่างมากต่อการพัฒนาให้สมาร์ทโฟนของพวกเขามีความพร้อมสรรพต่อการรองรับเล่นเกมได้อย่างเต็มสูบ หน้าจอสวยคม สุดยอดพลังประมวลผล แบตเตอรี่ที่ยอดเยี่ยม ก็ต้องมาประกอบจิ๊กซอว์เติมเต็มในส่วนดังกล่าวนี้เข้ากับระบบเสียง Dolby Atmos เพื่อประสบการณ์การเล่นเกมที่ครบองค์ และไม่ขาดไม่เกินไปได้ คือ ระบบการระบายความร้อนด้วยของเหลว Vapor Chamber Cooling ที่ออกแบบด้วยเป้าหมายที่จะทำให้ประสบการณ์เล่นเกมไหลลื่น ลดความเสี่ยงจากปัญหาความร้อนสะสมที่ระบายออกไม่ทัน เอาเป็นว่าไม่ใช่เล่นหนึ่งตาแล้วพักสองตารอเครื่องเย็นนั่นแหละ และถ้าพูดถึง การเล่นเกมแล้ว จะไม่พูดถึง Game Launcher คงจะใจร้ายไปหน่อย เพราะ Samsung พัฒนาฟีเจอร์นี้เอาใจคอเกมโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการเร่งประสิทธิภาพสูงสุด บันทึกเกม ถ่ายภาพสกรีนซ็อตหน้าจอ และแน่นอนปิดการแจ้งเตือนระหว่างชั่วโมงเกม

(9) Samsung One UI ปรับแต่งให้ใช้งานได้ทุกอย่างในมือเดียว

การเปิดตัวดีไซน์เครื่องทรงสูงด้วยสัดส่วนภาพ 18:9 Infinity Display นั้นกลายเป็นความท้าทายใหม่ในการออกแบบประสบการณ์ใช้งานของผู้ผลิตสมาร์ทโฟนหลายๆ เจ้ารวมไปถึง Samsung แต่ก่อนนั้น User Interface ได้ถูกพัฒนาการใช้งานอยู่บนพื้นฐานเดิมๆ และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ได้นำมาซึ่งความไม่สอดคล้องในประสบการณ์ใช้งาน ซึ่งนำมาพาถึงการบอกลาเพื่อนผู้คุ้นเคยอย่าง TouchWiz หนึ่งในสัญลักษณ์ของสมาร์ทโฟนเกาหลีใต้ไปในช่วงเวลานี้ ซึ่งมี Samsung Experience เข้ามารับช่วงต่อและได้ถูกต่อยอดกลายเป็น Samsung One UI ส่วนติดต่อผู้ใช้งานที่ได้รับการคิดใหม่ทำใหม่ออกแบบปรับปรุง ให้สามารถที่จะตอบสนองต่อการใช้งานของผู้ใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมด้วยความสะอาดตา เรียบง่าย เป็นระเบียบและสามารถใช้งานได้สะดวกขึ้นด้วยการผสมผสานใช้งานแบบ Gestures แม้เพียงจับถือควบคุมเครื่องเพียงมือเดียว

(10) รุ่นพิเศษที่ใช้ Ceramic เคลือบลงไปในผิวของ Galaxy S10+

ปิดท้ายความยอดเยี่ยมด้วยหัวข้อที่ 10 ในโอกาสที่ครบรอบการทำตลาด 10 ปีของแบรนด์ Galaxy S ถ้าหาก Samsung จะไม่จัดอะไรให้พิเศษเลยก็คงไม่ใช่ Samsung ที่เรารู้จัก เพราะว่า Galaxy S10 จะมีรุ่นพิเศษออกวางจำหน่าย ด้วยการผลิตตัวเครื่องขึ้นจากวัสดุเซรามิค (Ceramic) เป็นจุดขายสำคัญและความแตกต่างจากรุ่นปกติ ภายใต้ความสวยงามนั้นทาง Samsung ยังจะใช้โอกาสนี้ประกาศความยอดเยี่ยม ด้วยการใช้หน่วยความจำให้สมกับเป็นรุ่นพิเศษให้สมกับเป็นโอกาสครบรอบด้วยเช่นกัน โดยจะใช้มีจำหน่ายเฉพาะในรุ่น Samsung Galaxy S10+ ที่มีหน่วยความจำ RAM 12GB / ROM 1TB และ RAM 8GB/ ROM 512GB พร้อมกับการอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ที่เราได้หยิบยกขึ้นมาพูดคุยไปแล้วทั้งเก้าข้อที่ผ่านมาทั้งหมด

สนนราคาเปิดตัวรุ่นพิเศษ เริ่มต้นราคาที่ 44,900 – 55,900 บาท วางจำหน่าย 2 สี ได้แก่ Ceramic Black และ Ceramic White

สำหรับผู้ที่สนใจ Samsung Galaxy S10 / S10+ ทาง Samsung ได้มีการเปิดรอบ Blind-booking กันมาตั้งแต่วันที่ 9-20 กุมภาพันธ์ ซึ่งใครที่ลงทะเบียนไว้ก็เตรียมเป็นเจ้าของเครื่องกันได้ในงานเปิดตัว ณ เซ็นทรัลเวิลด์ โซน Beacon 2 ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ ยังมีแขกพิเศษมาเซอร์ไพรซ์ iKON ศิลปินบอยแบนด์สุดฮอตจากเกาหลี ที่จะมาร่วมเปิดตัวในงานครั้งนี้ด้วย

และจะเปิดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 มีนาคมนี้ ตามร้านชั้นนำทั่วไป

พรีวิว Samsung Galaxy S10 / S10+

About Author

shyboy

shyboy

Partners