รีวิว Samsung Galaxy Note20 5G สุดยอด Power Phone ของปี 2020

โดย RingRangRung | 19 สิงหาคม 2563 เมื่อ 09:30 น. | อ่าน 19,304

เปิดตัวมาได้ยิ่งใหญ่สมการรอคอยสำหรับ Galaxy Note series ของปี 2020 และวันนี้เราก็พามาพบตัวจริงอย่าง Samsung Galaxy Note20 5G รุ่นพื้นฐานที่จัดเต็มด้านความสามารถควรค่าแก่การเป็นซีรีส์ Power Phone แห่งปี

สเปค Samsung Galaxy Note20

  • สัดส่วนเครื่อง 161.6×75.2×8.3 มม. หนัก 192 กรัม รองรับมาตรฐาน IP68
  • หน้าจอ Infinity-O Super AMOLED+ ขอบแบน 6.7 นิ้ว ความละเอียด 2400×1080 พิกเซล อัตราส่วน 20:9 รองรับ HDR10+ รีเฟรชเรทสูงสุด 60Hz
  • ชิปเซตที่เข้าไทย Exynos 990 ประมวลผล Octa-core (2×2.73GHz Mongoose M5 & 2×2.50GHz Cortex-A76 & 4×2.0GHz Cortex-A55) ใช้ GPU Mali-G77 MP11
  • สเปคความจำที่เข้าไทย
    • LTE : LPDDR5 RAM+ROM UFS 3.1 (8GB+256GB)
    • 5G : LPDDR5 RAM+ROM UFS 3.1 (8GB+256GB)
  • รองรับหน่วยความจำเสริมชนิด microSD Card สูงสุด 1TB
  • กล้องหน้า 10MP (1.22um / Dual Pixel AF/ FOV 80˚ /f2.2)
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    • Ultrawide 12MP (1.4um/ FOV 120˚/ f2.2)
    • Wide 12MP (Super Speed Dual Pixel AF/ OIS/ 1.8um/ FOV 79˚/ f1.8 / ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.76″)
    • Telephoto 64MP (0.8um/ FOV 76˚/ f2.0 ) ทำ Space Zoom ได้สูงสุด 30 เท่า (3x Hybrid Optic Zoom)
  • Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot
  • มี Bluetooth 5.0, A2DP, LE, aptX
  • เทคโนโลยีดาวเทียม A-GPS, GLONASS, BDS, GALILEO
  • รองรับ 5G Non-Standalone (NSA), Standalone (SA), Sub6 / mmWave และ LTE Enhanced 4×4 MIMO, Up to 7CA, LTE Cat.20
  • มีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอแบบ Ultrasonic
  • รองรับ Samsung Wireless DeX / S Pen
  • แบตเตอรี่ 4300mAh
  • รองรับ 25W Fast Charging / USB Power Delivery 3.0/ 15W Fast Qi/PMA Wireless Charging / 9W Reverse Wireless Charging
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 (One UI 2.1)
  • สีที่เข้าไทย Mystic Green / Mystic Bronze / Mystic Gray

เริ่มจากดีไซน์เครื่องกันก่อน Galaxy Note20 5G มากับสัดส่วนเครื่อง 161.6×75.2×8.3 มม. หนัก 192 กรัม อัพขนาดจากรุ่น Note10 เล็กน้อย

ด้านหน้าเครื่องคลุมด้วยกระจก Gorilla Glass 5 ทรงแบนปกติ สำหรับฝาหลังออกแบบมาให้โค้งมนจับถนัดมือวัสดุเป็น “Reinforced Polycarbonate” ซึ่งเป็นพลาสติกโพลิคาร์บอเนตเคลือบพื้นผิวคล้ายกับกระจก

เนื้อผิวของ Note20 จะมีความเป็นเนื้อแมทไม่ได้เงาแบบผิวกระจกเลยซะทีเดียวถือว่าสวยไปอีกแบบ แถมยังได้ใจคนที่ขี้เกียจเช็ดเครื่องบ่อยๆ เพราะผิวแบบนี้จะสังเกตเห็นรอยนิ้วมือได้ยาก สำหรับสีที่ขายในไทยมี Mystic Bronze, Mystic Green และสีที่เราได้มาเป็น Mystic Gray ก็จะเป็นสีเทาเข้มคลาสสิค

จอใช้ Super AMOLED+ 6.7 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ (2400 x 1080 px) ความหนาแน่นพิกเซล 393ppi อัตราส่วน 20:9 รองรับการแสดงผล HDR10+ รีเฟรชเรทสูงสุด 60Hz ซึ่งแน่นอนว่าการแสดงผลยังคงมาตรฐานสูงทั้งความคมชัดและสี

ฟีเจอร์ของหน้าจอก็ยังมีครบตั้งแต่ Always-on display หรือจะเป็นโหมดถนอมสายตาอย่าง Dark mode หรือ Blue light Filter ที่ช่วยลดอาการล้าของตาเมื่อจ้องหน้าจอนานๆ

ดีไซน์หน้าจอของรุ่นนี้เป็นแบบ Infinity-O เจาะรูตรงกลางเพื่อใส่กล้องหน้า ขณะที่ขอบด้านบนก็ซ่อนช่องลำโพงสนทนาไว้อย่างแนบเนียน พื้นที่ขอบจอด้านล่างใช้ Navigation bar แบบสัมผัสบนจอ (On-Screen) ที่สามารถปรับเป็น Full screen gestures ได้

การจัดวางกล้องหลังได้รับอิทธิพลมาจากตระกูล Galaxy S-series ที่วางโมดูลสี่เหลี่ยมของกล้องตรงมุมบนซ้ายโดยมีพื้นที่นูนขึ้นมาจากฝาหลังเล็กน้อย ส่วนกล้องหลัง 3 ตัวเป็นแนวตั้ง แฟลช LED จะอยู่ระนาบเดียวกันกับกล้องตัวแรก ขณะที่แถวเดียวกันกับกล้องตัวสุดท้ายจะเป็นไมโครโฟน

ปุ่มพาวเวอร์ และปุ่มปรับระดับเสียงของรุ่นนี้อยู่ทางด้านขวา โดยที่ปุ่มพาวเวอร์จะมีออฟชั่น Side Key ตั้งค่าเพื่อใช้แทนปุ่มเรียก Bixby หรือเป็นปุ่มลัดเข้าถึงฟังค์ชั่นต่างๆ ของเครื่องได้

ขอบเครื่องด้านบนมีช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Dual SIM slot กับไมโครโฟน ขณะที่ฐานเครื่องด้านล่างเป็นลำโพง, ไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C และช่องเก็บปากกา S Pen

ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้อย่างชัดเจนใน Galaxy Note20 series คือเรื่องตำแหน่งช่องเก็บปากกา S Pen ที่ครั้งนี้ย้ายจากขวามาซ้าย ซึ่งสาเหตุก็ชัดเจนว่าน่าจะมาจากตัวกล้องหลังที่ใหญ่ขึ้น และเชื่อว่าช่วงแรกคนที่ใช้ Galaxy Note ที่ชินกับช่องเก็บฝั่งขวามาตลอดก็ต้องปรับตัวกันประมาณหนึ่งเลยละ

ปากกา S Pen ของรุ่นนี้ได้มีการอัพเกรดให้มีประสิทธิภาพขึ้น โดยที่อัตราการตอบสนองของปากกาเมื่อเขียนบนจอถูกปรับลดค่า Latency เหลือเพียง 26ms ตัวเส้นวิ่งตามการลากของปากกาได้ลื่นขึ้น เมื่อมาพร้อมกับลูกเล่นอย่างเสียงขีดปากกาก็ยิ่งสร้างความรู้สึกเหมือนเขียนบนกระดาษได้สมจริงยิ่งขึ้น

ตัวปากกายังคงเป็น Bluetooth Low-Energy (BLE) เพื่อเชื่อมต่อสั่งงานสมาร์ทโฟนได้จากระยะไกล พร้อมด้วยเซ็นเซอร์ Gyroscope ในตัว ที่ครั้งนี้มีการอัพเกรดเพิ่มความสามารถใหม่เป็น Advance Air Action ที่นอกจากจะกดปุ่ม หรือตวัด ขึ้น-ลง / ซ้าย-ขวา เพื่อสั่งงานได้แล้ว ตัวผู้ใช้ยังสามารถโบกสะบัดเป็นท่าทางต่างๆได้ 5 รูปแบบเพื่อป้อนคำสั่งได้ด้วย

ด้านแอปฯ Samsung Note เองก็มีอัพเกรดฟังค์ชั่นการทำงานร่วมกับปากกา S Pen และการจัดการไฟล์เอกสาร อาทิเช่น

  • Easy Type n Write : สามารถพิมพ์หรือเขียนโน๊ตได้พร้อมกัน
  • Audio Bookmark : อัดเสียงและจดโน๊ตได้พร้อมกัน เมื่อเล่นไฟล์เสียง ตัวหนังสือก็จะเขียนตามวินาทีที่เกิดขึ้นจริงช่วยให้ง่ายต่อการกลับมาฟังย้อนหลัง
  • การจัดการกับไฟล์ : ในเวอร์ชั่นใหม่จะสามารถสั่งเปิดไฟล์ PDF เพื่อเขียนแล้วเซฟกลับเป็น PDF ได้ รวมถึงการแปลงเป็นไฟล์ไปใช้งานกับ Power Point หรือ Word
  • Samsung Note Sync : เชื่อมต่อการทำงานของแอปฯ Samsung Note ระหว่างสมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต และ PC ได้ไร้รอยต่อ รวมถึงการแชร์ให้คนอื่นเข้ามาทำเอกสารไปพร้อมๆ กัน
  • เชื่อมต่อการทำงานกับ OneNote / Outlook : การทำงานบน Samsung Note จะมีการเชื่อมต่อเข้ากับ OneNote บน PC และ Outlook (อัพเดตให้ใช้งานใน พ.ย. 63)

Audio Bookmark

Samsung Galaxy Note20 series เปิดตัวมากับคอนเซ็ปต์ Power Phone เพื่อชูประสิทธิภาพการทำงานที่เร็วแรงครบเครื่อง โดยที่ชิปที่เข้าไทยเป็น Exynos 990 สถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 7 นาโนเมตร ประมวลผล Octa-core (2×2.73GHz Mongoose M5 & 2×2.50GHz Cortex-A76 & 4×2.0GHz Cortex-A55) มี GPU Mali-G77 MP11

สเปคความจำ อ่าน-เขียน ไว ด้วย LPDDR5 RAM + ROM UFS 3.1 โดยหน่วยความจำของ Galaxy Note20 5G ที่ขายในไทยเป็น 8+256GB

ระบบเครือข่ายของ Note20 ก็มีให้เลือกทั้งรุ่นที่เป็น LTE และรุ่น 5G โดยที่เทคโนโลยีเครือข่ายใหม่รองรับทั้งแบบ SA และ NSA ซึ่งรองรับการใช้งาน 5G ในไทย

ในส่วนของแบตเตอรี่มีขนาด 4,300mAh ตัวเครื่องรองรับการชาร์จเร็ว 25W ที่สามารถชาร์จได้ 50% ภายใน 30 นาที และยังรองรับ Wireless Charge 15W อีกทั้งยังใช้เป็นแท่นชาร์จไร้สายให้อุปกรณ์อื่นได้เช่นเดิม

ระบบปฏิบัติการเป็น OneUI 2.5 บนพื้นฐาน Android 10 ที่หน้าตาและการใช้งานยังคงเรียบง่าย ปรับตัวได้ไม่ยาก ระบบรักษาความปลอดภัยในรุ่นนี้ก็มีทั้งปลดล็อคด้วยใบหน้า และสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอแบบ Ultrasonic

ส่วนการใช้งานกับ Samsung DeX ก็มีการอัพเกรดความสามารถในการเชื่อมต่อแบบไร้สายเป็น Wireless DeX เชื่อมต่อ Note20 เข้ากับหน้าจอหรือทีวีที่รองรับ Miracast แถมยังมี Dual Mode สามารถใช้งานมือถือไปและใช้ DeX ได้พร้อมกัน สำหรับการเชื่อมต่อผ่านสายปกติก็ยังคงมีให้ใช้ไม่ได้ตัดทิ้งแต่อย่างใด

ในรุ่นนี้มีลูกเล่นที่น่าสนใจแต่อาจจะไม่ได้ใช้งานในไทยกันสักเท่าไร คือการที่ Samsung ไปร่วมกับมือกับ Microsoft ให้ผู้ใช้ Note20 Series สามารถเล่นเกม Xbox ได้บนสมาร์ทโฟนผ่าน Xbox Game Pass Ultimate ที่เปิดให้เล่นเกมยอดนิยมกว่า 100 เกมบนระบบ xCloud ร่วมถึงการเปิดให้ผู้เล่นรีดีม Tokens และซื้อ In-app Purchases อย่าง Skin หรือ DLC ใน Xbox Store ได้

ส่วนการเล่นเกมทั่วไปทำได้ดีไม่ต้องห่วง ทั้ง Call of Duty: Mobile เข้าถึงเฟรมเรทและกราฟฟิกได้ในระดับ Very High, ROV เปิดเฟรมเรทสูงสุดได้โดยที่ตัวเลขจะวิ่งอยู่ที่ราว 60fps ส่วน PUBG Mobile อยู่ในระดับ Ultra HDR

คะแนนประมวลผลจากแพลตฟอร์มBenchmark ต่างๆก็อยู่ในเกณฑ์ยอดเยี่ยมสมกับที่เป็น Power Phone ไม่ว่าจะเป็น

  • PCMark for Android (Work 2.0) = 9878 คะแนน
  • Geekbench 4 Pro = Single-core : 2520 คะแนน / Multi-core : 11838 คะแนน
  • AnTuTu Benchmark V8.4.3 = 469206 คะแนน

มาถึงเรื่องกล้องกันบ้าง Galaxy Note20 มากับกล้องหน้าความละเอียด 10 ล้านพิกเซล มีระบบโฟกัสแบบ Dual Pixel AF มุมมองรับภาพกว้าง 80 องศา รูรับแสง f/2.2 และมีขนาดพิกเซล 1.22um

ลูกเล่นการถ่ายเซลฟี่ในรุ่นนี้ก็ยังมีเหมือนเดิมไม่ว่าจะเป็นการปรับระยะกล้องหน้าได้ 2 ระดับ มี Night Mode ให้ใช้งาน รวมถึงฟีเจอร์ AR Emoji และ AR Doodle

สำหรับการถ่ายวีดีโอด้วยกล้องหน้ารองรับความละเอียดสูงสุด UHD(3840×2160)@60fps มีฟังค์ชั่นการถ่ายวีดีโอโดยสลับไปมาระหว่างกล้องหน้า-กล้องหลังขณะถ่ายได้ หรือจะถ่ายวีดีโอกล้องหน้าแบบ Slow-motion ก็มีให้เล่น

มาถึงกล้องหลังก็มีติดมาให้ 3 ตัวประกอบด้วย

  • Ultrawide 12MP (1.4um/ FOV 120˚/ f2.2)
  • Wide 12MP (Super Speed Dual Pixel AF/ OIS/ 1.8um/ FOV 79˚/ f1.8 / ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.76″)
  • Telephoto 64MP (0.8um/ FOV 76˚/ f2.0 )

กล้องของ Note20 มากับความสามารถในการซูมแบบ Optical ได้ 3 เท่า และทำ Space Zoom ได้สูงสุดที่ 30 เท่า

0.5x->1.0x->2.0x->4.0x->10x->20->30x

ฟังค์ชั่นการถ่ายภาพนิ่งส่วนใหญ่จะคล้ายกับรุ่นก่อนบวกกับตัว S20 อาทิเช่น

  • ระบบ AI ที่เข้ามาช่วยเรื่อง Shot suggestion แนะนำการถ่ายภาพและ Scenes Optimized
  • My Filters โหมดสำหรับก็อปโทนภาพของรูปที่เราชอบมาทำเป็นฟิลเตอร์ของเราเอง
  • Single Take ที่จะเป็นการถ่ายวีดีโอสั้นๆ ก่อนที่ระบบจะทำการแตกช็อตที่ได้ออกมาเป็นภาพนิ่ง และคลิปวีดีโอรูปแบบต่างๆ ให้เราเลือกไปใช้งาน
  • Live Focus การถ่ายหน้าชัดหลังเบลอที่รองรับทั้งแบบภาพนิ่งและวีดีโอ
  • Slow Motion และ Super Slow-mo โหมดถ่ายวีดีโอแบบ Slow Motion ที่ได้สูงสุดถึง 960fps ในระดับความละเอียด HD
  • ฟีเจอร์ Zoom-in-mic ระบบการโฟกัสเสียงตามการซูมของกล้อง โดยที่ไมค์ตัวนี้เมื่อถ่ายวีดีโอด้วยกล้องหน้าก็จะทำหน้าที่ตัดเสียงรบกวนให้ด้วย
  • Super Steady ระบบกันสั่นขณะถ่ายวีดีโอด้วยกล้องหลัง

ตัวอย่างภาพจากกล้อง Samsung Galaxy Note20 5G

การอัพเกรดที่สำคัญที่รุ่นนี้มีคือการใช้งานโหมด Pro Video ที่จัดเต็มเรื่องฟีเจอร์เหมาะสำหรับคนอยากเริ่มสร้างคอนเทนท์ของตัวเองแบบสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการถ่ายวีดีโอความละเอียดสูงสุด 8K ทั้งในอัตราส่วน 16:9 และ 21:9

ระบบ Adjustable Zoom Speed ที่เป็นการทำระบบซูมกล้องขณะถ่ายวีดีโอให้สมูธมากยิ่งขึ้น โดยที่สปีดการซูมจะอยู่ที่น้ำหนักการลากนิ้วของเราเองไล่ระดับความเร็วได้ตั้งแต่ 1-6

ด้านการบันทึกเสียงขณะถ่ายวีดีโอในรุ่นนี้ก็สามารถเลือกได้ว่าจะใช้ไมค์ตัวไหนในการบันทึกเสียง ไม่ว่าจะเป็น

  • Omni การบันทึกเสียงแบบรอบทิศทางด้วยไมค์ทุกบนตัวเครื่อง
  • Front บันทึกเสียงโดยโฟกัสกับเสียงที่มาจากทางด้านหน้าของเครื่องเป็นหลัก
  • Rear บันทึกเสียงโดยโฟกัสทิศทางของเสียงที่มาจากด้านหลังเครื่องเป็นหลัก

แต่ที่ดีงามสุดๆ คือรองรับการบันทึกเสียงจากอุปกรณ์ภายนอก ตั้งแต่แบบต่อพ่วง USB หรือที่เป็นไฮไลท์คือการบันทึกเสียงผ่านไมโครโฟน Bluetooth ซึ่งรวมไปถึงการใช้อุปกรณ์หูฟังไร้สายแทนไมค์ลอยไม่ว่าจะเป็น Galaxy Buds ตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงรุ่นใหม่ Buds Live และที่ทดสอบมาหูฟังไร้สายแบรนด์อื่นก็ใช้ฟีเจอร์นี้ได้นะ ส่วนคุณภาพของเสียงก็ขึ้นอยู่กับไมโครโฟนของหูฟัง

ทั้งหมดนี้ก็เป็นการทดสอบ Samsung Galaxy Note20 ภายในระยะเวลาสั้นๆ โดยหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังลังเลว่าจะเป็นเจ้าของเรือธง Power Phone รุ่นนี้ดีหรือไม่

ด้านราคาไทยของ Samsung Galaxy Note20 รุ่น LTE สเปค 8+256GB เคาะที่ 29,900 บาท ในส่วนเวอร์ชั่น 5G สเปค 8+256GB อยู่ที่ 33,900 บาท โดยมีให้เลือกทั้ง 3 สี Mystic Green, Mystic Bronze และ Mystic Gray

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners