[Preview] Samsung Galaxy Note10 / Note10+ เรือธงคู่ปากกากับฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่น่าลอง

โดย RingRangRung | 8 สิงหาคม 2562 เมื่อ 13:29 น. | อ่าน 1,861

หลังจากเปิดตัวกันไปอย่างยิ่งใหญ่เมื่อช่วงค่ำคืนของวันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา หรือเวลา 03.00 น. ของไทย ก็ถึงเวลาแล้วที่เราจะได้สัมผัสตัวจริงของสมาร์ทโฟนระดับท็อปรุ่นใหม่อย่าง Samsung Galaxy Note10 ที่คราวนี้ไม่ได้มาแค่รุ่นเดียว แต่ยังมีรุ่นใหญ่อย่าง Galaxy Note10+ ที่ออกมาวางจำหน่ายด้วย

Galaxy Note10 series ถูกออกแบบมาเพื่อกลุ่มผู้ใช้ที่ถูกเรียกว่าเป็น “New Work Tribe” หรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้มีรูปแบบการทำงานที่เป็นรูทีนต้อง เข้า-ออก งานที่เป็นเวลาแบบสมัยก่อน ซึ่งคนกลุ่มนี้ก็ต้องการตัวช่วยที่จะทำให้พวกเขาได้ทำงานไปพร้อมๆกับการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างไม่ติดขัด

ที่ผ่านมาทาง Samsung เองก็มีการทำการบ้านจนได้คำตอบว่าผู้บริโภคราว 24% ปฏิเสธที่จะซื้อ Galaxy Note รุ่นที่ผ่านมาเพราะมองว่าขนาดหน้าจอที่ใหญ่เกินไป และเพื่อขยายฐานลูกค้าทางค่ายจึงตัดสินใจทำตระกูล Note ในปีนี้ออกมา 2 รุ่น คือ Galaxy Note10 ที่จะเจาะกลุ่มผู้ใช้หน้าใหม่ๆ และตัว Galaxy Note10+ ที่จะสนองความต้องการของกลุ่ม Note Fan ที่ไม่แคร์เรื่องหน้าจอใหญ่

หน้าจอและงานดีไซน์ของ Samsung Galaxy Note10 / Note10+

Samsung Galaxy Note10 / Note10+ ใช้บอดี้ที่เป็นกระจก Gorilla Glass 6 ประกบหน้า-หลัง สิ่งที่หน้าสนใจคือรุ่นนี้มีขนาดเครื่องที่บางพอๆกับตระกูล Galaxy S ถึงแม้ว่าจะต้องมีช่องสำหรับเก็บปากกา S Pen ก็ตาม

สัดส่วนของ Note10 จะอยู่ที่ 151 x 71.8 x 7.9 มม. หนัก 168 กรัม สเปคสีที่เปิดตัวในไทยมี Aura Glow, Aura Black และ Aura Pink ส่วน Note10+ ขนาด 162.3 x 77.2 x 7.9 มม. หนัก 198 กรัม เปิดตัวมากับสี Aura Glow, Aura Black และ Aura White

หน้าจอทั้งสองรุ่นเป็นแบบ Cinematic Infinity Display ลดพื้นที่ขอบจอจนบางเฉียบขยายสัดส่วนพื้นที่การแสดงผลได้มากสุด 90.7% นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีหน้าจอแบบเรือธงรุ่นต้นปีอย่างจอ Curved Dynamic Super AMOLED ที่มีการแสดงผลในระดับมาตรฐาน HDR10+ ที่มีการเข้ารหัสแบบ “Dynamic Metadata” ที่การประมวลผลจะอ้างอิงแบบฉากต่อฉาก เฟรมต่อเฟรม ทำให้เห็นความเปรียบต่างของแสงและสีได้อย่างเต็มที่

ขณะที่ค่า JNCD อยู่ที่ 0.4 ซึ่งใกล้เคียงกับที่ตาของมนุษย์เห็นมากที่สุด สำหรับความสว่างให้ได้มากถึง 1200nit และถนอมสายตาโดยตัดแสงสีฟ้าแบบไม่ต้องเปิดโหมดใดๆได้ถึง 41% แต่ถ้าเปิดโหมด Bluelight filter จะลดได้ถึง 95%

ขนาดหน้าจอของ Galaxy Note10 จะเป็นไซส์ 6.3 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (401ppi) ส่วน Galaxy Note10+ เป็นจอ 6.8 นิ้ว ความละเอียดเพิ่มขึ้นเป็น WQHD+ (498ppi) อัตราส่วนเหมือนกันที่ 19:9

ตัวจอของรุ่นนี้มีการเจาะช่องขนาด 4.1pi และ 4.5pi เพื่อใส่กล้องหน้า โดยที่การดีไซน์ให้ช่องดังกล่าวอยู่บริเวณกึ่งกลางจอด้านบน ทาง Samsung มองว่าธรรมชาติของการเซลฟี่คนถ่ายก็ต้องมองไปที่กล้อง และการที่กล้องอยู่ตรงกลางก็เท่ากับว่าเวลาที่ถ่ายออกมาตาก็จะไม่เหล่ ไปซ้าย หรือขวา

แน่นอนว่าทาง Focus เองก็ไม่ปล่อยให้ลูกค้าชาวไทยต้องรอนาน เพราะตอนนี้ก็มีกระจกกันรอยกาว UV อย่าง Focus 3D UV Nano Glass สำหรับ Galaxy Note10 และ Note10+ ออกมาจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อย โดยมากับการออกแบบกระจกกันรอยให้รองรับระบบปลดล็อกหน้าจอ Ultrasonic เพียงแค่กดเบาๆ และไม่ต้องเว้นรูบนฟิล์มกระจก เหมือนแบรนด์อื่นๆ จึงมั่นใจได้ว่า ทุกการทัชหรือการแชทจะไม่มีสะดุด จบทุกปัญหาการทัชติดยาก ทัชไม่ค่อยติด ต้องกดย้ำๆ หรือใช้น้ำหนักนิ้วมากกว่าปกติ เหมาะสำหรับสายแชท ที่จะทำให้ทุกการตอบแชทหรืออินบล็อคเป็นเรื่องง่าย

อีกหนึ่งความพิเศษในตัวซีรีส์ Galaxy Note10 คือการวางดีไซน์ลำโพงสนทนาที่สามารถย่อขนาดให้บางเฉียบจนกลืนไปกับพื้นที่เล็กๆตรงขอบบนของจอ ขณะที่พื้นที่ขอบจอด้านล่างก็ทำได้บางมากๆและมี Navigation bar แบบสัมผัสบนจอ (On-Screen)

พลิกมาด้านหลังจะเจอกับการจัดวางกล้องแบบใหม่ตามที่ลือกันไปก่อนหน้านี้ โดยที่ตัว Galaxy Note10 เป็นกล้องหลัง 3 ตัววางเรียงเป็นแนวตั้งติดมุมซ้ายบน โดยมีแฟลช LED อยู่ทางฝั่งขวาของกล้องตัวแรก ขณะที่ Galaxy Note10+ วางตำแหน่งกล้องหลัง 3 ตัวและแฟลชเหมือนกัน แต่ใต้แฟลชจะมีกล้อง DepthVision Camera และเซ็นเซอร์เสริมเข้ามา

ต่อกันที่บริเวณขอบในรุ่นนี้ได้มีการตัดปุ่ม Bixby ทิ้งไปโดยเอามาทำเป็นฟีเจอร์รวมเข้ากับปุ่มพาวเวอร์แทนพร้อมทั้งย้ายทั้งปุ่มทั้งหมดมาอยู่ทางฝั่งซ้าย

ขอบเครื่องด้านบนจะเป็นช่องไมโครโฟน ช่องเซ็นเซอร์ และช่องใส่ซิมการ์ดซึ่ง Galaxy Note10 จะเป็นถาดแบบ Dual-Sim Slot ไม่รองรับหน่วยความจำเสริม ส่วน Note10+ เป็น Hybird Slot เลือกได้ว่าจะใช้งานสองซิมหรือเติมหน่วยความจำเสริมแบบ microSD Card แทน

ขอบเครื่องด้านล่างเป็นลำโพงหลัก, พอร์ต USB-C, ไมโครโฟน และช่องเก็บปากกา S Pen โดยที่ซีรีส์ Galaxy Note9 ได้มีการตัดช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ออกไปเพื่อให้งานดีไซน์ออกมาสวยยิ่งขึ้นโดยเฉพาะส่วนพื้นที่ขอบจอด้านล่างที่สามารถทำให้บางกว่าเดิมได้ อีกทั้งยังทำให้มีพื้นที่ภายในสามารถเอามาเพิ่มปริมาณแบตเตอรี่ได้อีก 100mAh เช่นกันกับการจัดวางตำแหน่งมอเตอร์ภายในใหม่ซึ่งทำให้ตัวระบบสั่น Haptic Feedback ตอบสนองได้ดีขึ้น

ราคาสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy Note 10 / 10+ ราคาถูกที่สุดเมื่อซื้อพร้อมแพ็กเกจ dtac

สมาร์ทโฟนที่สุดแห่งนวัตกรรมรุ่นล่าสุดของตระกูล Galaxy Note มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว 12MP + 12MP + 16MP และกล้องหน้าเซลฟี่ 10MP มีชิปประมวลผล Exynos 9825 สุดแรง และเพื่อนคู่หูที่ขาดไม่ได้เลยอย่างปากกา S Pen ที่มีการปรับปรุงใหม่ให้ไฉไลกว่าเดิม

ซื้อสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy Note10 / 10+ ที่ dtac online store ราคาถูกที่สุดเริ่มต้นเหลือเพียง 15,900 บาท รับสิทธิ์ผ่อน 0% พร้อมกันทั้งค่าเครื่องและค่าบริการล่วงหน้า ทั้งลูกค้าเก่า BLUE MEMBER ไม่ต้องชำระค่าบริการล่วงหน้า ราคาเริ่มต้นที่ 13,900 บาท ลูกค้าย้ายค่ายออนไลน์รับส่วนลดเพิ่ม 2,000 บาท พร้อมรับฟรีของแถม dtac Wireless Charger มูลค่า 1,890 บาท

ระบบประมวลผลใหม่

Samsung Galaxy Note10 series ใช้ชิปเซต Exynos 9825 ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 7 นาโนเมตร ชิป 8 คอร์ มี M4 2 คอร์, Cortex-A75 2 คอร์, และ Cortex-A55 อีก 4 คอร์ กราฟิกเป็น Mali-G76 ขณะที่หน่วยความจำของ Note10 จะเป็น LPDDR4X RAM 8GB + ROM UFS 3.0 256GB ไม่รองรับหน่วยความจำเสริม ขณะที่ Note10+ เป็น LPDDR4X RAM 12GB + ROM UFS 3.0 256/512GB รองรับหน่วยความจำเสริมได้สูงสุด 1TB

ด้านแบตเตอรี่ Note10+ ให้มา 4,300mAh รองรับ Fast Charging ผ่านพอร์ต USB-C ได้สูงสุดถึง 45W แต่อุปกรณ์ที่แถมมาจะรองรับแค่ 25W และรองรับการชาร์จไร้สาย Fast Wireless Charging 15W ขณะที่ Galaxy Note10 แบตฯ 3,500mAh รองรับ Fast Charging 25W รองรับการชาร์จไร้สายที่ 12W

ระบบ Wireless Power Share หรือการแปลงตัวเครื่องให้เป็นแท่นชาร์จไร้สาย แน่นอนว่ายังคงมีให้ใช้แถมยังอัพเกรดให้ตัวหน้าจอของอุปกรณ์ที่มาชาร์จสามารถแสดงผลจำนวนแบตเตอรี่คงเหลือทั้งของอุปกรณ์และของสมาร์ทโฟนได้

ขณะที่การสแกนลายนิ้วบนหน้าจอยังเป็นเทคโนโลยี Ultrasonic ที่มีการปรับตำแหน่งจากตัว Galaxy S10 ให้ใช้ง่ายยิ่งขึ้น

ลูกเล่นใหม่ของปากกา S Pen และฟีเจอร์การทำงาน

ปากกา S Pen ของ Galaxy Note10 series ยังคงเป็นแบบ Bluetooth Low-Energy (BLE) เหมือนกับ Note9 สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ไกลสุด 10 เมตร และภายในปากกามี Super Capacitor สำหรับเก็บประจุไฟฟ้า

แต่ความพิเศษในตัว S Pen ของ Note10 ต้องบอกเลยว่าเหนือกว่าเพราะรุ่นนี้มีการใส่ Accelerometer และ Gyroscope แบบ 6 แกนเข้าไปไว้ในตัวปากกา ทำให้ผู้ใช้สามารถสั่งงานตัวเครื่องด้วยการโบก ตวัด หรือหมุนปากกาได้ แถมยังมีแอปฯหลายตัวที่รองรับกับลูกเล่นนี้ไม่ใช่แค่แอปฯกล้องเพียงอย่างเดียว โดยเปิด Air Actions SDK ให้เหล่านักพัฒนาสามารถเอาไปต่อยอดกับแอปฯหรือเกมได้ 

[center][/center]

ขณะเดียวกันตัวปากกา S Pen เองก็มีฟีเจอร์ใหม่อย่าง Digital Text Conversion หรือการแปลงลายมือที่เป็นประโยคยาวๆให้เป็นตัว Text สำหรับการนำไปใช้งานต่อ ส่วน Screen off Memo เองก็สามารถเลือกสีของลายเส้นเองได้ ไม่ได้ฟิกตามสีของปากกาเหมือนกับ Note9 ขณะที่ Live Message ก็มีการอัพเกรดให้ทำเป็น VDO ได้แล้ว

ตัว Galaxy Note10 มีระบบบันทึกวีดีโอจากหน้าจอ (Screen Recorder) ติดตั้งมาให้พร้อม ซึ่งนอกจากจะบันทึกหน้าจอและก็ยังสามารถเปิดกล้องหน้าพร้อมบันทึกเสียงไปด้วยกันได้รองรับความละเอียดสูงสุด Full HD

ด้านการทำงานกับ Samsung Dex ในตัว Note10 ก็มีการพัฒนาให้ใช้กับตัวอุปกรณ์โน๊ตบุ๊ค, แล็ปท็อป หรือ พีซี ได้ โดยที่ตัวสมาร์ทโฟนยังสามารถใช้งานแบบปกติได้แม้จะยังเชื่อมต่ออยู่ แถมยังโอนถ่ายไฟล์ระหว่างสมาร์ทโฟนและพีซีได้อย่างง่าย ซึ่งฟีเจอร์นี้จะรองรับการทำงานกับ Windows 10 และ Windows 7 ส่วน Mac จะเป็น OS 10.13 และ 10.14 ขึ้นไป

ถ้าเป็นการเชื่อมต่อแบบไร้สายทาง Samsung ก็ได้มีการจับมือกับ Microsoft พัฒนาฟีเจอร์ Link to Windows ซึ่งเป็นการใช้ระบบ Cloud ชั่วคราวของ Microsoft ในการซิงค์ข้อมูลเบื้องต้นจากสมาร์ทโฟนไปยังอุปกรณ์ PC แบบไร้สาย โดยที่ทั้งสองอุปกรณ์ไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ในเครือข่าย WiFi เดียวกันแต่ขอให้เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตทั้งคู่

ระบบกล้องของ Galaxy Note10 / Note10+

Samsung Galaxy Note10 / Note10+ เป็นอีกรุ่นที่สร้างความฮือฮาในเรื่องความสามารถของกล้องหลังด้วยคะแนนทดสอบ DxOMark ที่มากถึง 113 คะแนน เรียกว่าเป็นอันดับ 1 ของตารางในขณะนี้ โดยแบ่งเป็นพาร์ทของภาพนิ่ง 118 คะแนน และการถ่ายวีดีโอ 101 คะแนน

ทั้งสองรุ่นมากับระบบกล้องหลัง 3 ตัวที่เหมือนกันประกอบด้วย

  • เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล f/2.2 (มุมมองรับภาพ 123°/FF)
  • เลนส์ Wide-angle ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล f/1.5-2.4 (มุมมองรับภาพ 77°/ Dual Aperture / Dual Pixel / OIS)
  • เลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล f/2.1 (มุมมองรับภาพ 45°/OIS/ AF/2x Optical Zoom)

แต่สิ่งที่พิเศษของ Galaxy Note10+ คือการเพิ่มกล้อง DepthVision Camera เข้าไปซึ่งถ้านับกันตามกายภาพจะเท่ากับว่ารุ่นนี้ให้กล้องหลังมา 4 ตัว สำหรับกล้องหน้าทั้งสองรุ่นใส่มาเท่ากันโดยมีกล้องความละเอียด 10 ล้านพิกเซล f/2.2

ลูกเล่นใหม่ที่ Samsung ใส่มาให้กับรุ่นนี้จะเน้นเรื่องของการถ่ายวีดีโอไม่ว่าจะเป็นระบบ Zoom in mic ฟีเจอร์การจับโฟกัสของเสียงตามทิศทางซูมของกล้อง ซึ่งซีรีส์ Note10 จะมีการติดตั้งไมโครโฟน 3 จุดที่ตัวเครื่องคือด้านบน, ด้านล่าง และด้านหลัง ซึ่งไมค์ด้านหลังจะทำหน้าที่ Amplifier ขยายความดังของเสียงจากแหล่งกำเนิดเสียงที่ต้องการโฟกัสให้มากขึ้นสูงสุดถึง 3 เท่า ขณะที่เสียงรอบข้างก็จะถูกกดให้เบาลง

[center][/center]

ตัวไมโครโฟนด้านหลังนอกจากจะเอามาเล่นในฟังค์ชั่น Zoom in mic แล้ว ตัวไมค์นี้ก็ยังช่วยตัดเสียงรบกวนรอบข้างเมื่อมีการบันทึกวีดีโอด้วยกล้องหน้าช่วยให้การทำ VLOG ง่ายขึ้น

ในส่วนของฟีเจอร์กันสั่น Super steady ก็พัฒนาให้นิ่งกว่าเดิมด้วยระบบ AI แถมยังทำ Optical Zoom ได้ ขณะที่ระบบ Live Focus ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอก็เนียนกว่าเดิมโดยที่ Note10+ จะใช้ความสามารถจากฮาร์ดแวร์กล้องที่เสริมเข้ามา ส่วนรุ่นธรรมดาจะเป็นระบบซอฟท์แวร์

อีกหนึ่งไฮไลท์ของการถ่ายวีดีโอที่เอา S Pen เข้ามาเล่นด้วยคือระบบ AR Doodle หรือการวาดลายเส้น AR เข้าไปที่ตัวแบบไม่ว่าจะเป็น Face ที่เป็นการวาดไปที่ตัวแบบซึ่งมีระบบจดจำใบหน้า กับ Everyware ที่จะเป็นการวาดเข้าไปที่ตัวฉาก นอกจากนี้ยังมีแอปฯ 3D Scanner สามารถเอามาใช้สแกนวัตถุเพื่อสร้างโมเดล 3D ที่เอามาเล่นแบบ AR ได้

สำหรับการ Edit ตัววีดีโอในฟังค์ชั่นพื้นฐานของ Galaxy Note10 ก็ทำได้หลากหลายกว่าเดิม และยังมีการเป็นพันธมิตรกับ Adobe Premier Rush สำหรับการตัดต่อวีดีโอในระดับโปรฯมากขึ้นซึ่งเปิดให้โหลดได้ฟรี

เรื่องของภาพนิ่งก็มีการนำความสามารถของ AI มาใช้ โดยมีทั้ง Night shot ที่ใช้งานกับกล้องหน้าได้แล้ว, Shot suggestion โหมดช่วยแนะนำการจัดองค์ประกอบภาพ, Scenes Optimized ระบบ AI ในการปรับแต่งกล้องให้เหมาะกับซีน 30 ซีน และของใหม่อย่าง Instagram mode ถ่ายแล้วแชร์ไป IG ได้เลย

ทั้งหมดนี้เป็นการพรีวิวแบบคราวๆของเรือธง Samsung Galaxy Note10 กับ Galaxy Note10+ ไว้ได้เครื่องมารีวิวเมื่อไรจะจัดแบบลงลึกเรื่องรายละเอียดกันอีกครั้ง

สำหรับราคามีดังนี้

  • Samsung Galaxy Note10 = 32,900 บาท
  • Samsung Galaxy Note10+ (12+256GB) = 37,900บาท
  • Samsung Galaxy Note10+ (12+512GB) = 40,900 บาท

โปรโมชั่น Samsung Galaxy Note 10+ เมื่อจองล่วงหน้าจะได้อัพเกรดความจุเป็น 512GB ได้ในราคาเท่าเดิม 37900 บาท ขณะที่ Galaxy Note10 รับฟรี Galaxy Buds และสำหรับการจองผ่านโอเปอเรเตอร์พร้อมแพ็คเกจจ่ายเริ่มต้นเพียง 15,900 บาท

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners