[Review] Samsung Galaxy A80 กล้องสไลด์สุดล้ำจะหน้าหรือหลังก็ถ่ายชัดเท่ากัน

โดย RingRangRung | 24 กรกฎาคม 2562 เมื่อ 11:00 น. | อ่าน 587

เป็นสมาร์ทโฟนในตระกูล Galaxy A series ที่เป็นกระแสอยู่ในตอนนี้สำหรับ Samsung Galaxy A80 ตัวท็อปรุ่นกลางที่เข้ามาขายในไทย ด้วยดีไซน์ที่ยกเครื่องจนเกือบจะล้ำหน้าตระกูลเรือธง

สเปค Samsung Galaxy A80

  • ขนาดตัวเครื่อง 165.2 x 76.5 x 9.3มม. หนัก 220 กรัม
  • หน้าจอ New Infinity Display Super AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว FullHD+ (1080×2400 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9
  • ชิปเซต Snapdragon 730 ประมวลผล Octa-core (2×2.2GHz Kryo 470 Gold & 6×1.8GHz Kryo 470 Silver) มี GPU Adreno 618
  • สเปคความจำที่เข้าไทย RAM 8GB+ROM 128GB
  • กล้อง 3 ตัวกลไกพลิกกลับหน้า-หลัง (Rotating Triple Camera)
    • กล้องหลัก 48 MP, f/2.0, 26mm (wide), 1/2″, 0.8µm, PDAF
    • กล้อง Ultra wide 8 MP, f/2.2, 12mm (ultrawide), 1.12µm
    • กล้อง TOF 3D camera, f/1.2, 30mm
  • รองรับการถ่ายวีดีโอความละเอียดสูงสุด UHD4K (3840 x 2160) @30fps
  • รองรับการทำงานสองซิม (Dual nanoSIM) โดยมีเครือข่ายที่รองรับ 2G GSM, 3G WCDMA, 4G LTE FDD, 4G LTE TDD
  • รองรับ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac 2.4G+5GHz, VHT80 MIMO
  • การเชื่อมต่อแบบไร้สาย Bluetooth 5.0, NFC
  • เทคโนโลยีระบุพิกัด GPS, Glonass, Beidou, Galileo
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie) คลุมด้วย One UI
  • ระบบรักษาความปลอดภัย On-screen Fingleprint Sensor
  • แบตเตอรี่ขนาด 3700mAh รองรับ Super Fast Charging กำลังสูงสุด 25W
  • สีที่วางขายในรุ่นพื้นฐาน ดำ (Phantom Black), ทอง (Angle Gold) และ ขาว (Ghost White)
  • ราคาเปิดตัวในไทย 21,990 บาท

แพ็คเกจของ Galaxy A80 ก็ทำมาแบบเรียบๆหน้ากล่องมีชื่อรุ่นพร้อมภาพบอกอย่างชัดเจน ส่วนอุปกรณ์ภายในประกอบด้วย

  • เครื่อง Samsung Galaxy A80
  • เคส Galaxy A80 สีตามเครื่อง
  • คู่มือการใช้งาน
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • สาย USB-C
  • อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ 25W
  • หูฟังพอร์ต Type-C

ใครที่ตามข่าวค่าย Samsung มาก็น่าจะพอทราบได้ว่าตอนนี้ทางแบรนด์ได้ปรับกลยุทธ์ด้วยการนำนวัตกรรมใหม่ๆมาประเดิมใช้กับตัวรุ่นกลางอย่าง Galaxy A series เป็นตระกูลแรก ซึ่งตัว Galaxy A80 ก็เช่นกัน

สมาร์ทโฟนรุ่นนี้มากับตัวเครื่องที่เป็นกระจก ประกบกับขอบอะลูมิเนียม กระจกด้านหลังใช้เป็น Gorilla Glass 6 ส่วนด้านหน้าใช้ Gorilla Glass 3 ขนาดตัวเครื่องถือว่าจับได้ถนัดไม่ได้รู้สึกว่าใหญ่เกิน สำหรับสีพื้นฐานที่ขายก็มีทั้ง ดำ (Phantom Black), ทอง (Angle Gold) และ ขาว (Ghost White)

หน้าจอเป็นของใหม่ New Infinity Display ลดพื้นที่ขอบ ไร้รอยบาก ขยายอัตราส่วนการแสดงผลให้เต็มตา 20:9 ตัวแผงจอเป็น Super AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด FullHD+ (1080×2400 พิกเซล) มีฟีเจอร์ Always-on display

Galaxy A80 ดีไซน์มาแบบไม่มีช่องลำโพงสนทนา แต่ใช้เทคโนโลยี On Screen Sound หรือการทำให้หน้าจอเปร่งเสียงออกมาได้ผ่านการสั่นสะเทือนหน้าจอช่วงบน สำหรับแถบ Navigation Bar เป็นแบบ On-Screen บนจอ ที่ปรับเป็น Full screen gestures ได้

พลิกมาข้างหลังตัวบอดี้เป็นกระจกขอบโค้งซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่จะคลุมด้วยกระจก Gollira Glass 6 ยกเว้นแค่พื้นที่ช่วงบนตรงกลไกกล้องซึ่งต้องมีการสไลด์ขึ้น-ลง จะใช้เป็นวัสดุพลาสติกที่ทำผิวสัมผัสแบบกระจกที่ทางค่ายเรียกว่า Glasstic

จุดที่เป็นไฮไลท์ของรุ่นนี้คือตัวกล้อง 3 ตัวที่มีกลไกหมุนพลิกสลับด้านได้ (Rotating Triple Camera) วางเป็นแนวนอนอยู่ตรงกึ่งกลางพอดี โดยที่ตัวโมดูลกล้องก็มีทั้งเซ็นเซอร์โฟกัสและแฟลช LED

ระบบกลไกกล้องของ A80 จะถูกยกขึ้นและพลิกไปอยู่ด้านหน้าให้เองโดยอัตโนมัติเมื่อมีการเรียกใช้งานฟังค์ชั่นที่ต้องใช้กล้องหน้าอย่างการถ่ายเซลฟี่ ซึ่งทางค่ายเคลมเรื่องความทนทานของตัวกลไกไว้ที่ 200,000 ครั้ง น่าเสียดายที่ไม่มีระบบ Fall detection กลไกการเก็บกล้องอัตโนมัติหากโทรศัพท์หล่นซึ่งนับว่าเป็นจุดที่ต้องระวังในการใช้งาน

[center][/center]

สำหรับขอบเครื่องของ Galaxy A80 ใช้วัสดุที่เป็นโลหะตัวปุ่มปรับระดับเสียงจะอยู่ทางด้านซ้าย ขณะทีปุ่มพาวเวอร์อยู่ฝั่งขวา

ขอบด้านบนมีแค่ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนตัวขอบด้านล่างมีช่องลำโพงหลัก, ไมโครโฟน, พอร์ต USB-C และช่องใส่ซิม ซึ่ง A80 เป็นรุ่นแรกของ Samsung ที่ทำถาดใส่ซิม Dual Sim slot แบบประกบหน้า-หลัง ไม่รองรับหน่วยความจำเสริม

นอกจากโมเดลพื้นฐานแล้วรุ่นนี้ก็ยังมีเวอร์ชั่นพิเศษ Samsung Galaxy A80 x BLACKPINK ที่มีความพิเศษตรงที่เครื่องเป็นสีดำ ตัดกับขอบสีชมพู พร้อมด้วยโลโก้วง BLACKPINK ซึ่งรุ่นนี้ถูกผลิตมาแบบจำนวนจำกัดขายเป็นแพ็คเกจร่วมกันกับ Galaxy Buds สีดำ-ชมพู มีโลโก้ BLACKPINK, นาฬิกา Samsung Galaxy Watch Active ตัวเรือนสีดำสายชมพู และ Blackpink Mini Album ในเคาะราคา 32,990 บาท

Galaxy A80 ใช้ขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 730 มีแกนประมวลผล Octa-core กำลังสูงสุด 2.2GHz มี GPU Adreno 618 สเปค RAM 8GB+ROM 128GB ไม่รองรับหน่วยความจำเสริม

ระบบปฏิบัติการเป็น OneUI บนพื้นฐาน Android 9 Pie แน่นอนว่าใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นคนที่เคยใช้สมาร์ทโฟน Samsung อยู่แล้ว หรือจะเป็นคนที่ย้ายมาจากค่ายอื่น

แบตเตอรี่จัดมาให้ในขนาด 3700mAh รองรับ Super Fast Charging กำลังสูงสุด 25W แบบเดียวกันกับที่ใส่ในรุ่นเรือธง Galaxy S10 5G

เรื่องการรักษาความปลอดภัยรุ่นนี้ใช้สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ (On-screen Fingleprint Sensor) แบบออปติคัล ไม่มีระบบปลดล็อคด้วยใบหน้า

[center][/center]

ด้านระบบเซ็นเซอร์จากแอปฯ Android Box

  • Accelerometer Sensor : เซ็นเซอร์จับลักษณะการเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน การเอียงเครื่อง
  • Light Sensor : เซ็นเซอร์วัดสภาพแสง เพื่อปรับการแสดงผลหน้าจอ
  • Orientation Sensor : เซ็นเซอร์ปรับมุมมองหน้าจอ
  • Proximity Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับเครื่องสมาร์ทโฟน
  • Gyroscope Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน
  • Sound Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับเสียง
  • Magnetic Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เข็มทิศดิจิตอล)

ขณะที่ประสิทธิการเล่นเกมถือว่าทำได้ดี เล่น ROV ได้ในระดับเฟรมเรท 60fps ขณะที่ PUBG Mobile เริ่มต้นมาระบบจะเซ็ตมาตรฐานไว้ที่สูงสุดสามารถเข้าถึงโหมดกราฟฟิกได้สูงสุดที่ Hight-HD พร้อมด้วยฟีเจอร์ Game tools ช่วยจัดการระบบต่างๆปิดการรบกวนจากข้อความหรือสายเรียกเข้าเพื่อการเล่นเกมที่ราบลื่น

เรื่องคะแนนประมวลผลจากแพลตฟอร์ม Benchmark ก็ได้ผลลัพท์ดังนี้

  • PCMark for Android (Work 2.0) = 7245 คะแนน
  • Geekbench 4 Pro = Single-core : 2502คะแนน/ Multi-core : 6941คะแนน
  • AuTuTu Benchmark v7.2.2 = 203494คะแนน

มาถึงพาร์ทที่เป็นไฮไลท์อย่างการถ่ายภาพกันบ้าง Galaxy A80 ถูกออกแบบมาให้มีกล้อง 3 ตัว พร้อมระบบกลไกยกแล้วหมุนแบบ 360 องศา สลับการใช้งานเป็นกล้องหน้าและกล้องหลัง ที่เรียกว่า Rotating Triple Camera โดยที่มีสเปคไล่จากซ้ายไปขวาดังนี้

  • กล้อง Ultra wide angle มุมมองรับภาพ 123 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 ขนาดพิกเซล 1.12µm
  • กล้องหลักเลนส์ Wide angle มุมมองรับภาพ 80 องศา ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล , f/2.0,ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2 นิ้ว ขนาดพิกเซล 0.8µm มีระบบโฟกัส PDAF
  • กล้อง TOF 3D camera รูรับแสง f/1.2

กล้องของรุ่นนี้รองรับการการถ่ายวีดีโอความละเอียดสูงสุด UHD4K@30fps มีฟีเจอร์กันสั่น Super Steady ซึ่งจะล็อคความละเอียดไว้ที่ FHD และยังเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ Samsung ที่สามารถถ่าย Live Focus กับโหมดวีดีโอได้

กล้องหน้าปิดโหมด Super Steady

[center][/center]

กล้องหน้าเปิดโหมด Super Steady

[center][/center]

กล้องหลังปิดโหมด Super Steady

[center][/center]

กล้องหลังเปิดโหมด Super Steady

[center][/center]

โหมด Video Live Focus

[center][/center]

ในส่วนของโหมดถ่ายภาพโดยส่วนใหญ่ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังจะทำได้คล้ายๆกันยกเว้นแค่บางฟีเจอร์ที่จะใช้ได้ในรูปแบบกล้องหลังหรือกล้องหน้าเท่านั้น ซึ่งแต่ละโหมดที่ว่าจะมีดังนี้

  • กล้องหลัง : Photo (มุมรับภาพ 2 ระยะ)/ Video ในโหมด Super Steady / Night / Panorama / Pro (ISO 100-800, White Balance, EV+-2) / Live Focus / Live Focus Video / Super Slow-mo/ Slow motion / Hyperlapse / AR Emoji / Scene optimizer
  • กล้องหน้า : Photo (มุมรับภาพ 3 ระยะ)/ Video ในโหมด Super Steady / Live Focus / Live Focus Video / Hyperlapse / AR Emoji

ด้านการถ่ายภาพนิ่ง Galaxy A80 ทำได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยเลนส์ที่ให้มุมมองรับภาพได้สูงสุด 3 ระยะ โดยเฉพาะเวลาที่ถ่ายแบบเซลฟี่แค่กดเปิดองศารับภาพสูงสุดก็เก็บบรรยากาศรอบข้างได้หมด ขณะที่การถ่ายในโหมดกล้องหลังก็มีตัว Scene Optimizer หรือโหมดอัจฉริยะที่คอยเลือกซีนมาปรับแต่งภาพให้สวยงามยิ่งขึ้นในโหมด Auto

ในส่วนของการถ่าย Live Focus ก็สามารถเบลอฉากหลังได้เนียนตา มีลูกเล่น Art Bokeh มาให้ปรับระดับความเบลอ ใส่ลูกเล่นกับตัวโบเก้ หรือเพิ่มเอฟเฟกต์กับฉากหลังได้

ด้าน Night Mode เองในรุ่นนี้ก็มีติดมาพร้อมในเครื่องซึ่งใช้หลักการทำงานโดยใช้การถ่ายภาพในหลายๆ สภาพแสงและมาประมวลผลรวมกันเป็นภาพเดียว เพื่อลดนอยส์ เก็บรายละเอียดลดความฟุ้งในจุดที่แสงจ้าช่วยให้ภาพดูมีมิติซึ่ง Galaxy A80 ถือว่าทำได้ดีที่ยังคงเก็บคาแรคเตอร์ของการถ่ายภาพกลางคืนเอาไว้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ตัวอย่างภาพจากกล้องของ Samsung Galaxy A80

ปิดท้ายกันที่เรื่องของราคา Samsung Galaxy A80 เปิดตัวในไทยที่ 21,990 บาท มีให้เลือก 3 สีคือ Ghost White, Angel Gold และ Phantom Black ซึ่งอาจจะเป็นราคาที่สูงเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่ใช้ชิปประมวลผลแบบเดียวกัน

อย่างไรก็ตามถ้าวัดด้วยงานดีไซน์หรือนวัตกรรมที่ใส่มาก็จัดว่าเป็นของใหม่ทันสมัย ทั้งจอแบบเต็มขอบ บอดี้วัสดุพรีเมี่ยม มีกลไกกล้องที่ให้คุณภาพเท่ากันทั้งการถ่ายแบบกล้องหน้าและกล้องหลัง ซึ่งอาจจะมีติดบ้างตรงระบบกล้องที่ไม่มี Fall detection ป้องกัน หรือไม่สามารถเพิ่มหน่วยความจำเสริมได้ ทว่าโดยภาพรวมก็จัดว่าเป็นรุ่นที่น่าสนใจ และชวนให้ลองสัมผัสอีกตัวหนึ่งในตอนนี้

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners