[Review] Samsung Galaxy A6 / Galaxy A6+ คู่หูระดับกลางตัวใหม่ รุ่นใหญ่จัดกล้องคู่

โดย RingRangRung | 19 พฤษภาคม 2561 เมื่อ 09:00 น. | อ่าน 175

DSC03569haในที่สุดก็เข้ามาวางจำหน่ายในไทยเสียที สำหรับสมาร์ทโฟนระดับกลางตัวใหม่จากตระกูล Galaxy A Series อันได้แก่ Samsung Galaxy A6 (2018) และ Galaxy A6+ (2018) ที่มาพร้อมหน้าจอดีไซน์ FullFront Display ขอบด้านข้างบางเฉียบ รันกับระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นล่าสุด Android 8.0 (Oreo) ขณะที่รุ่นท็อปมีกล้องหลังคู่

DSC03643

เริ่มไล่ดูกันตั้งแต่ตัวสเปคกันก่อนซึ่งทั้งสองรุ่นถึงแม้ว่าจะเป็น พี่-น้อง กัน แต่เรื่องของภายในถือว่าแตกต่างกันพอสมควรครับ

สเปคGalaxy A6Galaxy A6+
ขนาด 149.9×70.8×7.7 มม.160.2×75.7×7.9 มม.
หน้าจอ (พิกเซล) sAMOLED 5.6 นิ้ว ความละเอียด HD+(720 x 1480) อัตราส่วนแสดงผล 18.5:9sAMOLED 6 นิ้ว ความละเอียด Full HD+(1080 x 2220) อัตราส่วนแสดงผล 18.5:9
CPU Exynos 7870 (Octa-core 1.6GHz Cortex-A53)Qualcomm SDM450 Snapdragon 450 (Octa-core 1.8GHz Cortex-A53)
GPUMali-T830 MP1Adreno 506
RAM 3GB4GB
ROM32GB32GB
microSD Card↑256GB↑400GB
กล้องหลังเลนส์เดี่ยว 16 ล้านพิกเซล AF รูรับแสง f/1.7เลนส์คู่ 16 ล้านพิกเซล ออโต้โฟกัส AF รูรับแสง f/1.7 + 5 ล้านพิกเซล FF รูรับแสง f/1.9
กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล FF รูรับแสง f/1.9 มีฟีเจอร์ 3-Step Lighting24 ล้านพิกเซล FF รูรับแสง f/1.9 มีฟีเจอร์ 3-Step Lighting
ฟีเจอร์พิเศษ Bixby Vision /Bixby Home/Bixby Reminder/รองรับระบบเสียง Dolby Atmos เมื่อใช้หูฟังBixby Vision /Bixby Home/Bixby Reminder/รองรับระบบเสียง Dolby Atmos เมื่อใช้หูฟัง
รันกับ Android เวอร์ชั่น Android 8.0 (Oreo)Android 8.0 (Oreo)
แบตเตอรี่3000mAh3500mAh
มาตรฐานการเชื่อมต่อLTE Cat.6 (2CA)LTE Cat.6 (2CA)
สนับสนุนการเชื่อมต่อBluetooth 4.2/Wi-Fi 802.11 a/b/g/n 2.4+5GHz /HT40Bluetooth 4.2/Wi-Fi 802.11 a/b/g/n 2.4+5GHz /HT40
สีที่วางขายดำ/ทองน้ำเงิน/ดำ/ทอง
ราคาเปิดตัว8900 บาท 10900 บาท

  • ดีไซน์ Samsung Galaxy A6 / Galaxy A6+ 

Samsung Galaxy A6 และ Galaxy A6+ ใช้บอดี้ที่เป็น FullMetal Frame วัสดุโลหะขึ้นรูปแบบชิ้นเดียว (Unibody) ให้สัมผัสที่แข็งแรงทนทาน และที่สำคัญคือลดปัญหารอยนิ้วมือกวนใจ ขณะที่ด้านหน้าป้องกันรอยขีดข่วนด้วยกระจก Gorilla Glass

DSC03648

หน้าจอของ Galaxy A6 เป็น sAMOLED ให้มา 5.6 นิ้ว ความละเอียด HD+(720 x 1480) รองรับ Multi Touch ได้ 5 จุด ส่วนรุ่น A6+ ใช้จอชนิดเดียวกันขนาดใหญ่กว่าเป็น 6 นิ้ว ความละเอียดมากกว่าเป็น Full HD+(1080 x 2220) รองรับ Multi Touch ได้ 10 จุด แถมมีฟีเจอร์ Always On Display ให้ใช้

DSC03646

ด้านการจัดวางตำแหน่งปุ่มและช่องต่างๆของทั้งสองรุ่นทำออกมาเหมือนกันครับ ไล่ตั้งแต่ด้านบนของจอ ตรงกลางเป็นลำโพงสนทนา ฝั่งซ้ายเป็นกล้องหน้า ขณะที่ด้านขวาเป็นแฟลช LED ส่วนขอบจอด้านล่างปล่อยโล่ง ตัวแถบ Navigation Bar สำหรับ Back, Home และ Recent App ใช้เป็นแบบสัมผัสบนจอ

DSC03591 DSC03594

ด้านหลังเครื่องบริเวณขอบ บน-ล่าง มีลายเสารับสัญญาวางโค้งเป็นรูปตัว U สีกลืนไปกับบอดี้ ขณะที่กล้องหลังจัดวางไว้ตรงกลาง ซึ่งตัว Galaxy A6 ใช้กล้องเลนส์เดียว ขณะที่ Galaxy A6+ เป็นเลนส์คู่วางแนวตั้ง ส่วนตำแหน่งแฟลช LED อยู่ด้านขวา สำหรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วจะอยู่ใต้กล้องหลัง

DSC03645

ขอบเครื่องด้านบนไม่มีอะไร ส่วนขอบด้านล่างเป็นช่องเสียบหูฟัง 3.5มม. กับพอร์ต microUSB มีช่องไมโครโฟนอยู่ด้านข้าง

DSC03587

DSC03583

มาดูกันที่ขอบฝั่งขวาจะเป็นปุ่มเปิด/ปิด เครื่อง และลำโพง ซึ่งข้อดีของการมีลำโพงตรงจุดนี้คืออุ้งมือเราจะไม่ได้บังลำโพงเวลาที่ถือเครื่องในแนวนอนเพื่อดูหนัง หรือเล่นเกมครับ สำหรับขอบฝั่งซ้ายด้านบนเป็นปุ่มปรับระดับเสียง โดยที่ด้านล่างมีช่องใส่ซิมที่รองรับการทำงานแบบสองซิม กับช่องสำหรับใส่หน่วยความจำเสริมแยกออกจากกันชัดเจน

DSC03585 DSC03600

  • สเปคภายใน

แม้จะมีดีไซน์ที่เหมือนกันแต่สเปคภายในจัดมาให้คนละแบบ เริ่มจาก Samsung Galaxy A6 ชิปเซตที่ใช้เป็น Exynos 7870 (Octa-core 1.6GHz Cortex-A53) ใช้ GPU Mali-T830 ตัว RAM 3GB สำหรับความจุตัวเครื่อง (ROM) 32GB รองรับหน่วยความจำเสริม MicroSD ได้สูงสุด 256GB

Screenshot_20180513-153131_CPU-Z-horz

ในรุ่น Samsung Galaxy A6+ ชิปเซตเปลี่ยนเป็น  Snapdragon 450 (Octa-core 1.8GHz Cortex-A53) ใช้ GPU Adreno 506 ตัว RAM 4GB สำหรับความจุตัวเครื่อง (ROM) 32GB รองรับหน่วยความจำเสริม MicroSD ได้สูงสุด 400GB

Screenshot_20180513-151055_CPU-Z-horz

ทั้งสองรุ่นรองรับการทำงานสองซิมแยกสล็อตออกมาจากหน่วยความจำเสริมสนับสนุนระบบเครือข่าย LTE Cat.6, 2CA และการเชื่อมต่อแบบไร้สาย Wi-Fi 802.11 a/b/g/n (2.4/5GHz), HT40, Bluetooth® v 4.2 (LE up to 1Mbps), ANT+, USB Type-B และ Location (GPS, Glonass)

DSC03636

สำหรับระบบปฏิบัติการที่ใส่มาทั้ง Galaxy A6 และ A6+ ใช้เวอร์ชั่นล่าสุด Android 8.0 (Oreo) มีฟีเจอร์ Bixby ให้ใช้งานทั้ง Vision / Home/ Reminder และฟีเจอร์การใช้งานก็ให้มาทั้ง App Pair จับคู่แอปฯเพื่อเปิดใช้งานแบบ Multi-Windows หรือจะเป็นการใช้งานสังคมออนไลน์ได้พร้อมกันสองบัญชีในเครื่องเดียวด้วยฟีเจอร์ Dual Messenger ที่รองรับถึง 18 แอปฯ

Screenshot_20180512-152853_GPS Test-horz

Screenshot_20180512-152438_Bixby Vision-horz

DSC03606

สำหรับระบบรักษาความปลอดภัยก็มีให้ใช้ทั้งสแกนลายนิ้วมือ และการสแกนใบหน้าตัวแบตเตอรี่รุ่นปกติ 3000mAh ขณะที่รุ่นใหญ่ 3500mAh

Screenshot_20180512-165445_Settings-horz

DSC03659

สำหรับตัวเซ็นเซอร์ตามที่เปิดดูด้วยแอปฯ Sensor Box ทั้งสองรุ่นใส่มาให้เหมือนกันทั้ง

  • Accelerometer Sensor : เซ็นเซอร์จับลักษณะการเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน การเอียงเครื่อง
  • Light Sensor : เซ็นเซอร์วัดสภาพแสง เพื่อปรับการแสดงผลหน้าจอ
  • Orientation Sensor : เซ็นเซอร์ปรับมุมมองหน้าจอ
  • Proximity Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับเครื่องสมาร์ทโฟน
  • Gyroscope Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน
  • Sound Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับเสียง
  • Magnetic Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เข็มทิศดิจิตอล)

Screenshot_20180512-160400_Sensor Box for Android-horz

DSC03623

ขณะที่คะแนนการทดสอบบนแพลตฟอร์ม Benchmark ของแต่ละรุ่นได้ผลลัพท์ดังนี้

BenchmarkGalaxy A6Galaxy A6+
PCMark for Android (Work 2.0) 3867 4473
Geekbench 4 Single-Core = 727 / Multi-Core = 3711 Single-Core = 744  / Multi-Core = 3814
AuTuTu Benchmark v7.0.7 6327069890

Samsung Galaxy A6 (2018)

Screenshot_20180513-145437_AnTuTu Benchmark-horz Screenshot_20180513-153148_Geekbench 4 Pro-horz Screenshot_20180513-154121_PCMark-horz

Samsung Galaxy A6+ (2018)

Screenshot_20180513-145607_AnTuTu Benchmark-horz Screenshot_20180513-151148_Geekbench 4 Pro-horz Screenshot_20180513-152052_PCMark-horz

  • การถ่ายภาพ Samsung Galaxy A6 / Galaxy A6+ 

นอกจากเรื่องสเปคภายในแล้วอีกจุดที่จัดว่าเป็นความแตกต่างที่ชัดเจนของทั้งสองรุ่นคือเรื่องการถ่ายภาพซึ่งเราจะไล่มากันที่ตัวพื้นฐาน Samsung Galaxy A6 ใช้กล้องหลังเลนส์เดี่ยว 16 ล้านพิกเซล มีออโต้โฟกัส แบบ PDAF ค่ารูรับแสง f/1.7 มีแฟลช LED ให้ใช้งาน สำหรับการบันทึกวีดีโอรองรับสูงสุดที่ 1080p@30fps

DSC03654

Screenshot_20180512-155007_Camera-horz

ตัวโหมดกล้องหลังก็มีที่เป็นพื้นฐานทั่วไปอย่าง Panorama, Continuous shot, HDR, Night, Sport, Sound & shot และโหมด Pro (EV+-2 / ISO 100-800/ WB) พร้อมด้วยฟีเจอร์แต่งภาพด้วย AR Sticker กว่า 30 แบบ

Screenshot_20180512-154811_Camera-horz Screenshot_20180512-154913_Camera-horz Screenshot_20180512-154842_Camera-horz

สำหรับกล้องหน้ารุ่นนี้ความละเอียด 16 ล้านพิกเซลรูรับแสง f/1.9 ระยะโฟกัสคงที่ และมีแฟลช LED ซึ่งมีลูกเล่น 3-Step Lighting สามารถปรับความแรงของแฟลชเพื่อเติมแสงเข้าที่ใบหน้าได้ 3 ระดับ ส่วนโหมดถ่ายภาพก็มีทั้ง Wide Selfie, Sound & shot และ Selfie Focus ถ่ายเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังละลาย

Screenshot_20180512-155000_Camera-horz

DSC03598

ภาพตัวอย่างจากกล้องของ Samsung Galaxy A6 (2018)

ถ่ายกล้องหน้าแบบปกติ เทียบกับเปิดแฟลช 3-Step Lighting

ถ่ายกล้องหน้าแบบปกติ เทียบกับเปิดแฟลช 3-Step Lighting

20180512_152229 20180512_152204 20180512_152106 20180512_145709 20180510_190807 20180505_143413 20180505_133553 20180505_133417 20180505_133358

Samsung Galaxy A6+ อัพเกรดการถ่ายภาพด้วยกล้องหลังเลนส์คู่ตัวกล้องหลัก 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.7 เสริมทัพด้วยกล้องรอง 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.9 ระบบโฟกัส PDAF รองรับการบันทึกวีดีโอความละเอียดสูงสุด 1080p@30fps

DSC03597

Screenshot_20180512-152343_Camera-horz

เรื่องโหมดถ่ายภาพทั่วไปไม่แตกต่างจากตัวพื้นฐาน แต่รุ่น Galaxy A6+ มีฟีเจอร์เฉพาะของกล้องคู่คือตัว Live Focus โหมดหน้าชัดหลังละลาย ซึ่งปรับระดับความเบลอได้ทั้งก่อนถ่ายและหลังถ่าย แถมยังมีลูกเล่นเก๋ๆอย่าง Art Bokeh เลือกเปลี่ยนจุดโบเก้เป็นแบบรูปทรงต่างๆได้

32337035_10214258796201918_3870225069426868224_n

Screenshot_20180512-151952_Gallery-horz

สำหรับกล้องหน้าของรุ่นใหญ่ก็ไม่ได้ต่างจากรุ่นเล็กสักเท่าไรยกเว้นแค่ความละเอียดที่เพิ่มมาถึง 24 ล้านพิกเซล ระยะโฟกัสคงที่รูรับแสง f/1.9 และแน่นอนว่ามีแฟลช LED พร้อมด้วยลูกเล่น 3-Step Lighting และ Selfie Focus ถ่ายเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังละลาย

Screenshot_20180512-152057_Camera-horz

DSC03639

ภาพตัวอย่างจากกล้องของ Samsung Galaxy A6+ (2018)

ถ่ายกล้องหน้าแบบปกติ เทียบกับเปิดแฟลช 3-Step Lighting

ถ่ายกล้องหน้าแบบปกติ เทียบกับเปิดแฟลช 3-Step Lighting

20180505_133519 20180512_163513 20180512_154813 20180512_151934 20180512_145834 20180510_190936 20180510_190731 20180510_171509 20180505_135318 20180505_134551 20180505_134352 20180505_134158 20180505_134002 20180505_133825 20180505_133410

ส่วนเรื่องของราคา Galaxy A6+ (2018) เปิดตัวมาที่ 10,900 บาท ส่วน Galaxy A8 (2018) เปิดตัวมาที่ 8,900 บาท เรียกว่ามีส่วนต่างห่างกันพอสมควร ถือว่าเหมาะสมตามสเปคของทั้งสองรุ่น ที่งานนี้ก็อยู่ที่ว่าตัวผู้ซื้อจะมองหาสมาร์ทโฟนแบบไหน ถ้าเน้นใช้งานทั่วไปรุ่นพื้นฐานก็ถือว่าเพียงพอ แต่ถ้างบถึงอย่ากได้จอใหญ่, กล้องคู่ และหน่วยประมวลผลที่เหนือกว่าก็จัดรุ่นท็อปไปเลยไม่เสียหายครับ

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners