กลุ่มสามารถ เดินหน้าลุย 3 กลุ่มธุรกิจหลักในปี 2563 มุ่งสู่เป้ารายได้รวม 2 หมื่นล้านบาท

โดย nineFangKhaoW | 17 มกราคม 2563 เมื่อ 15:04 น. | อ่าน 139

กลุ่มบริษัทสามารถพร้อมลุย 3 กลุ่มธุรกิจหลักในปี 2563 ทั้งลงทุนในธุรกิจที่มีความต้องการสูง ลงทุนในธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ และลงทุนในธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตในอนาคต ชูกลยุทธ์ Unlimited Solutions เพื่อตอบโจทย์ Digital Transformation แก่ภาครัฐและเอกชน พร้อมตั้งเป้ารายได้รวมในปีนี้ 20,000 ล้านบาท

วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ปี 2019 ที่ผ่านมา เป็นปีแห่งการพลิกฟื้นและวางรากฐานธุรกิจใหม่ของกลุ่มสามารถ มีการสร้างผลงานเด่น ๆ ที่จะเป็นโอกาสสร้างรายได้ต่อเนื่องในอนาคต ทั้งธุรกิจด้าน Banking Solutions ในการทำระบบ Core Banking ให้กับธนาคาร ธอส. และเอ็สเอ็มอี อีกทั้งโครงการระบบคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปสำหรับธุรกิจหลัก ให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่มีมูลค่าถึงกว่า 5,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีโครงการสถานีไฟฟ้าย่อย และการนำสายไฟลงดินของบริษัท เทด้า ที่มีงานในมือแล้วประมาณ 3,500 ล้านบาท ส่วนธุรกิจที่มีโอกาสสร้างรายได้ในปีนี้ คือ Digital Trunk Network ที่ติดตั้งเครือข่ายครอบคลุมไปแล้วประมาณ 90% ซึ่งจะเป็นโอกาสในการจำหน่ายเครื่อง Digital Trunk Radio เพิ่มขึ้น

ในส่วนธุรกิจ Cyber Security ได้มีการเปิดตัวบริษัท ซีเคียวอินโฟ อย่างเป็นทางการ โดย IBM ให้สามารถเป็นพันธมิตรรายแรกและรายเดียวในประเทศไทยในการนำเทคโนโลยี Watson AI มาใช้ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในการให้บริการ กลุ่มสามารถจึงมีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มขึ้น 40-50% โดยจะเป็นงานของสายธุรกิจ ICT มากถึง 9,500 ล้านบาท

สำหรับปี 2563 นี้ แม้จะมีการคาดการณ์ว่าสภาพเศรษฐกิจอาจจะยังไม่สดใสนัก แต่กลุ่มสามารถมั่นใจที่จะให้เป็นปีแห่งการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและขยายธุรกิจด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยชูกลยุทธ์โซลูชั่นและเทคโนโลยีที่หลากหลาย หรือ Unlimited Solutions จากปัจจัยที่มาจากนโยบายภาครัฐที่จะก้าวสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล ด้วยการส่งเสริมด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตและการแข่งขัน ทั้ง E-Public Services, Critical Infrastructure, Cyber Security, Green Technology และ Human Transformation

กลุ่มสามารถจึงตั้งเป้ารุกธุรกิจในปี 2563 โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

  • กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ (High Demand Solutions for Critical Infrastructure)
  • กลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (High Recurring Rev. Projects)
  • กลุ่มธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตสูง (High Future Growth Business)

ทั้งนี้ คาดว่าปี 2563 จะได้เห็นความคึกคักในการมาของ 5G ที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคและพลิกโฉมเศรษฐกิจอีกครั้ง การรับส่งข้อมูลระยะไกลจะรวดเร็วแม่นยำขึ้น ทำให้เกิดการใช้ประโยชน์จาก IoT ได้อย่างเต็มศักยภาพ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น สาธารณสุข การขนส่ง ความมั่นคง ระบบการเงินรูปแบบใหม่ ๆ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะส่งผลต่อโอกาสทางธุรกิจ

กลุ่มบริษัทสามารถจึงตอบรับความท้าทายครั้งนี้ด้วยการตั้งเป้ารายได้ในปี 2563 ว่าจะเติบโตขึ้นไม่ต่ำกว่า 40% โดยยังคงมุ่งเน้นการเพิ่มรายได้ประจำและการเติบโตแบบยั่งยืน พร้อมตั้งเป้ารายได้รวมในปีนี้ไว้ที่ 20,000 ล้านบาท

About Author

nineFangKhaoW

nineFangKhaoW

Partners