กลุ่มสามารถ ชูธุรกิจไอซีทีมาแรง วางเป้า 2019 เป็นปีแห่งการพลิกฟื้นธุรกิจองค์กร

โดย nineFangKhaoW | 31 มกราคม 2562 เมื่อ 16:58 น. | อ่าน 25

กลุ่มสามารถ วางเป้า 2019 เป็นปีแห่งการพลิกฟื้นธุรกิจองค์กร สร้างความแข็งแกร่ง เตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ตั้งเป้าเติบโตทุกสายธุรกิจ โดยเฉพาะ ICT ที่จะทำ New High ทั้งในส่วนของรายได้และมูลค่างานในมือ มั่นใจรายได้ทั้งกลุ่ม 2 หมื่นล้านบาท

วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา กลุ่มสามารถได้มีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจบางส่วนให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัล และเตรียมรับมือการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีและความต้องการของผู้บริโภค โดยได้มีการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ ๆ ที่จะส่งผลต่อการสร้างรายได้ประจำอย่างต่อเนื่องนับจากปี 2019 เป็นต้นไป ภายใต้จุดมุ่งเน้นในการทำธุรกิจว่า SAMART…Strong & Sustain หรือปีแห่งการพลิกฟื้นธุรกิจองค์กร สร้างความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าเติบโตทุกสายธุรกิจด้วยรายได้ทั้งกลุ่ม 2 หมื่นล้านบาท

New S-Curve โดยสายธุรกิจ SAMART Digital หรือ SDC ตั้งเป้ารายได้ 4,000 ล้านบาท หลังจากปรับโครงสร้างและขยายโอกาสธุรกิจใหม่ ๆ มีแววรายได้ฟื้นตัว และมีรายได้เติบโตชัดเจนในปี 2019 จากธุรกิจ Digital Network อาทิ โครงข่ายวิทยุระบบ CAT DTRS Nationwide ของกระทรวงมหาดไทย รวมถึงธุรกิจด้าน Digital Content ทั้ง BUG, EDT และ i-Sport มีแนวโน้มสร้างรายได้เติบโตต่อเนื่อง

New High สายธุรกิจ ICT Solutions นับเป็นปีทองของไอซีทีที่จะทำ New High ทั้งในส่วนของรายได้และมูลค่างานในมือ โดยตั้งเป้ารายได้ปี 2019 ที่ 1 หมื่นล้านบาท และมีงานในมือกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท จากการเซ็นต์สัญญาโครงการต่าง ๆ มากถึง 118 โครงการ อาทิ โครงการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกว่า 7,000 ล้านบาท โครงการของกองบัญชาการตำรวจแห่งชาติ 6,000 ล้านบาท และโครงการของ บมจ.การท่าอากาศยานไทย 1,500 ล้านบาท เป็นต้น

ล่าสุดประเดิมด้วยการได้งานโครงการติดตั้งและพัฒนาระบบสารสนเทศธุรกิจหลัก คือ Core Business Process System  ให้กับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ SME Bank มูลค่า 579 ล้านบาท

New Business Structure สายธุรกิจ U-TRANS เป้ารายได้ที่ 4,400 ล้านบาท โดยได้มีการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อเตรียมนำบริษัท แคมโบเดีย แอร์ทราฟฟิค เซอร์วิส จำกัด (CATS) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และเพื่อเอื้อต่อการขยายธุรกิจทั้งในส่วนของ Air Traffic Control ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และการขยายธุรกิจทางด้าน Underground Cable ซึ่งมีมูลค่าโครงการมากถึง 1.4 หมื่นล้านบาท โดยล่าสุดบริษัท เทด้า คว้างานก่อสร้างสถานีต้นทางคลองด่านของ กฟน. ในนาม The Consortium of TEDA-ITE-STC มูลค่า 1,635 ล้านบาท

New Service…New Market โดย บมจ.วันทูวัน คอนแทคส์ (OTO) ตั้งเป้ารายได้ 1 พันล้านบาท โดยยังเน้นลูกค้าภาครัฐเป็นหลัก ส่วนภาคเอกชนมุ่งเน้นไปที่กลุ่มธนาคารและกลุ่มธุรกิจประกัน โดยวาง 2 แนวรุกเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ คือ New Service มุ่งพัฒนาสินค้าและบริการด้านธุรกิจคอลเซ็นเตอร์ที่เป็น Digital Service อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภค เช่น การให้บริการ Voice AI, การนำ Chatbot มาให้บริการสอบถามข้อมูลผ่านช่องทาง Line Connect, Facebook และ Website ที่ช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้า

New Market โดยการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์อย่างเป็นทางการกับ LINE Company (Thailand) Limited ในโครงการ LINE Customer Connect ในการเป็นผู้ดำเนินการงานด้านระบบบริการลูกค้า รวมถึงเป็น Strategic Partner กับบริษัท HANKOOK Corporation ผู้นำในธุรกิจ Contact Canter ครบวงจรในประเทศเกาหลีใต้ ด้วยการแลกเปลี่ยนแนวคิดการบริหารงาน การพัฒนาเทคโนโลยี และจับมือกันนำเสนอบริการใหม่เข้าสู่ตลาด

ทั้งนี้ มี 2 ปัจจัยหลักที่ช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจของสามารถเติบโต คือ ภาพรวมเศรษฐกิจไทย ปีนี้น่าจะดีกว่าปีก่อน จากการท่องเที่ยวและการลงทุนจากต่างประเทศ ที่ต้องการลงทุนในไทย เพื่อเชื่อมโยงการค้าระหว่าง CLMV รวมถึงการกระตุ้นของภาครัฐ ในร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี และนโยบาย Thailand 4.0 ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลเพื่อการพัฒนาประเทศเป็นหลัก

About Author

nineFangKhaoW

nineFangKhaoW