[Review] Wiko Pulp & Fever สมาร์ทโฟนสเปคคุ้มๆ ราคาเบาๆ 3,990 บาท และ 6,990 บาท

โดย nookzz | 31 มกราคม 2559 เมื่อ 18:51 น. | อ่าน 150

cover-pulp-and-feverWiko เป็นอีกแบรนด์ที่รุกตลาดสมาร์ทโฟนในระดับราคาที่ไม่แพงมาก แต่ได้สเปคเครื่องที่เหมาะกับการใช้งาน โดยชูจุดเด่นในเรื่องของขนาดหน้าจอที่มีให้เลือกทั้งรุ่น Fever 5.2 นิ้ว และ Pulp 5 นิ้ว พร้อมกล้องหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าพร้อมแฟลชสำหรับเซลฟี่ 5 ล้านพิกเซล ในระดับราคา 6,990 บาท และ 3,990 บาท ตามลำดับ

จุดแตกต่างหลักๆระหว่าง Fever และ Pulp นอกจากเรื่องของดีไซน์แล้ว ก็คือเรื่องของสเปคภายในที่ Fever จะดีกว่าตามราคาที่แพงขึ้นแถมตัวเครื่องรองรับ 4G ในขณะที่ Pulp จะรองรับแค่ 3G แต่ทั้ง 2 เครื่องก็รองรับ 2 ซิม พื้นที่เก็บข้อมูลภายในตัวเครื่อง 16 GB ใส่ MicroSD เพิ่มได้สูงสุด 64 GB เช่นเดียวกัน

fever-004

สเปคเครื่อง Wiko Fever
– หน้าจอ IPS 5.2″ HD 720 x 1280 พิกเซล
– ซีพียู MediaTek MT6753 Octa-core 1.3GHz 64bit
– จีพียู Mali-T720
– RAM 3GB, ROM 16 GB รองรับ Micro SD สูงสุด 64GB
– Android 5.1 Lollipop
– กล้องหลัก 13 ล้านพิกเซล, LED Flash
– กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล, Flash
– แบตเตอรี่ Li-Po 2,900 mAh
– 2 ซิม 2G 3G 4G LTE, Bluetooth 4.0

pulp-003

สเปคเครื่อง Wiko Pulp
– หน้าจอ IPS 5″ HD 720 x 1280 พิกเซล
– ซีพียู MediaTek MT6592 Octa-core 1.4GHz
– จีพียู Mali-T450 MP
– RAM 2 GB, ROM 16 GB รองรับ Micro SD สูงสุด 64GB
– Android 5.1 Lollipop
– กล้องหลัก 13 ล้านพิกเซล, LED Flash
– กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล, Flash
– แบตเตอรี่ Li-Po 2,500 mAh
– 2 ซิม 2G 3G, Bluetooth 4.0

ดีไซน์ตัวเครื่อง (Body & Design)

fever-006

ด้วยราคาที่แพงกว่าของ Fever ทำให้ดีไซน์ตัวเครื่องจะมีความหรูหรากว่า โดยมีการใช้ขอบอะลูมิเนียมคล้ายคลึงกับแบรนด์ผลไม้ เพียงแต่ในส่วนของฝาหลังจะเปลี่ยนเป็นพลาสติกที่ใช้พื้นผิวคล้ายหนังเพื่อให้จับถือได้สะดวกขึ้น และที่สำคัญคือไม่เป็นรอยนิ้วมือ

pulp-006

ขณะที่รุ่น Pulp จะชูความโดดเด่นในเรื่องของสีสันของฝาหลังที่ให้เลือกหลายสี เพียงแต่ช่วงแรกจะวางจำหน่ายเพียงแค่สีดำ และสีขาวเท่านั้น การดีไซน์ตัวเครื่องจะเน้นในแง่ของการใช้งานเป็นหลัก ให้ถือใช้งานง่าย ไม่ได้มีการเพิ่มความหรูหราให้ตัวเครื่องแต่อย่างใด

fever-007 pulp-005

ขนาดตัวเครื่องของ Wiko Fever จะอยู่ที่ 148 x 73.8 x 8.3 มม.  น้ำหนัก 143 กรัม วางจำหน่าย 2 สีเช่นเดียวกันคือ ขาว และ ดำ ส่วนขนาดของ Wiko Pulp จะอยู่ที่ 143.9 x 72 x 8.8 มม. น้ำหนัก 151 กรัม

fever-010 fever-011

pulp-008 pulp-009

โดยตัว Wiko Fever จะมากับหน้าจอขนาด 5.2 นิ้ว ที่ใช้กระจกแบบขอบโค้งเนียนไปกับตัวเครื่อง โดยมีสัญลักษณ์ ‘Wiko’ อยู่ที่มุมซ้ายบน ถัดมาเป็นกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ลำโพงสนทนา และไฟแฟลช ส่วนล่างหน้าจอถูกปล่อยว่างไว้ ส่วน Pulp ก็จะมีการวางเลย์เอาท์ใกล้เคียงกัน เพียงแต่สลับด้านกล้องไปอยู่ทางขวาบน และไฟแฟลชมาอยู่ซ้ายบนแทน

fever-022 fever-023 pulp-014 pulp-019

ด้านหลังอย่างที่บอกไปว่าทำให้ผิวสัมผัสคล้ายหนัง โดยมีกล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซล อยู่ที่มุมซ้ายบน พร้อมไฟแฟลช โดยมีโลโก้ Wiko สีเงินอยู่ตรงกึ่งกลาง และมีช่องลำโพงอยู่ส่วนล่าง ซึ่งจะเป็นดีไซน์เดียวกันทั้ง Fever และ Pulp เมื่อแกะฝาหลังออกมาจะพบกับช่องใส่แบตเตอรีขนาด 2,900 mAh / 2,500 โดย Fever จะมีช่องใส่ไมโครซิมการ์ด 1 และไมโครเอสดีการ์ดที่บริเวณซ้ายบน และไมโครซิมการ์ด 2 ที่บริเวณขวาบน ส่วน Pulp จะสลับด้านกัน

fever-012 fever-013 fever-014 fever-015

รอบตัวเครื่อง Fever และ Pulp จะมีปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มเปิด-ปิดเครื่องอยู่ทางฝั่งขวา ด้านบนเป็นช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. ด้านล่างมีพอร์ตไมโครยูเอสบี และช่องไมโครโฟนสนทนา โดยในรุ่น Fever จะอยู่มุมซ้าย ส่วน Pulp จะอยู่ที่มุมขวา ทั้งนี้ ในรุ่น Fever บริเวณขอบตัวเครื่องทั้งซ้ายและขวา จะมีแถบรับสัญญาณโทรศัพท์และไวไฟ เพื่อช่วยให้จับสัญญารได้ดีขึ้นด้วย

pulp-010 pulp-011 pulp-012 pulp-013

รอบเครื่อง Pulp

fever-003 pulp-004

ภายในกล่องของ Fever ที่ให้มาจะมีตัวเครื่อง อะเดปเตอร์ สายยูเอสบี หูฟัง ฟิลม์กันรอย เคสใส และตัวแปลงซิมการ์ดให้ พร้อมกับคู่มือการใช้งาน เช่นเดียวกับ Pulp ที่มีของแถมมาให้เหมือนกัน

หน้าจอแสดงผล (Display)

fever-026

สำหรับ Fever จะมีดีกว่ารุ่น Pulp ตรงที่จอแสดงผลให้ความละเอียดสูงกว่า โดยเป็นจอ IPS ขนาด 5.2 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซล ความละเอียดเม็ดสีอยู่ที่ 424 ppi ขณะที่รุ่น Pulp จะเป็นจอขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด HD 1280 x 720 พิกเซล ความละเอียดเม็ดสีอยู่ที่ 294 ppi

ซอฟท์แวร์และอินเทอเฟส (Software & UI)

wiko-fever-001

ในส่วนของอินเทอเฟสการใช้งานและแอปพลิเคชันภายในตัวเครื่องทั้ง Pulp และ Fever จะใช้งานอินเทอเฟสตัวเดียวกัน โดยจะเป็นแบบไม่มีหน้ารวมแอปพลิเคชัน ทำให้เวลามีการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันใหม่ทั้งหมดจะมารวมกันอยู่ที่หน้าแรกเลย ใช้หลักการคล้ายๆกับในไอโฟนนั่นเอง

wiko-pulp-001

โดยเบื้องต้นจะมีหน้าหลักมาให้ 3 หน้า โดยหน้าแรกจะเป็นพยากรณ์อากาศ กับไอค่อนลัดเข้าสู่การตั้งค่า ตัวจัดการไฟล์ ดาวน์โหลด และอัปเดตระบบ หน้ากลางที่เป็นหน้าหลักจะมีแถบค้นหาข้อมูล โฟลเดอร์รวมแอปจากกูเกิล กล้อง รูป และสโตร์ ส่วนอีกหน้าจะเป็นแอปที่เหลือ

ในจุดนี้ ต้องยอมรับว่าเครื่องของ Wiko ที่ติดตั้งแอปมาให้ค่อนข้างโล่งไม่มีการติดตั้งแอปที่ไม่จำเป็นมาแต่อย่างใด ดังนั้นก็จะมีเพียงแอปเครื่องมือทั่วๆไปอย่างเครื่องคิดเลข บันทึกเสียง วิดีโอ เครื่องเล่นเพลง ไฟฉาย วิทยุ ระบบสำรองข้อมูล และโปรแกรมล้างแคช Clean Master

wiko-fever-002

ส่วนแถบการแจ้งเตือนจะเป็นไปตามมาตรฐานของแอนดรอยด์ ที่จะมีแถบปรับความสว่างหน้าจอ ปุ่มลัดสำหรับเปิด ปิด ไวไฟ บลูทูธ ดาต้า โหมดเครื่องบิน การหมุนหน้าจอ ไฟฉาย จีพีเอส การส่งต่อหน้าจอ โปรไฟล์เสียง และระบบประหยัดพลังงาน

หน้าจอล็อกสกรีนทั้งมาให้เบื้องต้นก็เป็นแบบปัดเพื่อปลดล็อก โดยมีการแสดงผลเวลา การแจ้งเตือน ปุ่มลัดสำหรับโทรศัพท์ และถ่ายภาพ เท่านั้น ทั้งนี้ พวกแอปพลิเคชันเกี่ยวกับโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆไม่มีการพรีโหลดมาให้ในเครื่องดังนั้นจึงต้องทำการดาวน์โหลดเพิ่มเอง

wiko-fever-003

นอกจากนี้ ในทั้ง 2 รุ่น จะมีลูกเล่นเพิ่มเติมขึ้นมาอย่าง Smart Awake ด้วยการวาดตัวอักษรลงบนหน้าจอเพื่อเปิดใช้งานแอปพลิเคชัน โดยวาดตัว m สำหรับเครื่องเล่นเพลง c สำหรับกล้อง o สำหรับไฟฉาย และแตะหน้าจอ 2 ครั้งเพื่อปลดล็อก

ยังมี Smart Gesture ที่ใช้สั่งงานอย่างการแตะสองครั้งเพื่อปิดหน้าจอ ปิดหน้าจออัตโนมัติเมื่อบังเซ็นเซอร์ตรวจจับใบหน้า ปลดล็อกหน้าจอโดยการกดปุ่มเปิดเครื่อง คว่ำเครื่องเพื่อปิดเสียงเรียกเข้า และคว่ำเครื่องเพื่อปิดนาฬิกาปลุก

Screenshot_2016-01-06-15-24-20

ทั้งนี้ เฉพาะรุ่น Fever ยังมีในส่วนของการแสดงผลที่นำเทคโนโลยีจาก Miravision มาใช้ให้ผู้ใช้สามารถปรับเลือกโหมดการแสดงผลแบบปกติ เร่งสี และกำหนดเอง โดยสามารถตั้งได้ทั้ง Contrast Saturation Picture Brightness ความคมชัด และ อุณหภูมิสี ส่วน Pulp จะมากับระบบ Clear Motion+ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการแสดงผลภาพเคลื่อนไหวให้คมชัดมากยิ่งขึ้น

ฟีเจอร์ระบบเชื่อมต่อ (Connectivity)

wiko-fever-004

ในส่วนของการเชื่อมต่อทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกับระบบการใช้งานแบบ 2 ซิม เพียงแต่ในรุ่น Fever จะรองรับการเชื่อมต่อทั้ง 2G/3G/4G แต่ในรุ่น Pulp จะรับเฉพาะ 2G/3G ส่วนที่เหลือทั้งการเชื่อมต่อ Wi-FI 802.11 b/g/n บลูทูธ 4.0 GPS วิทยุFM ก็มีมาให้ครบ จะขายก็เพียง NFC เท่านั้น

ประสิทธิภาพเครื่อง (Performance)

wiko-pulp-002 wiko-pulp-003

ถ้ามองถึงประสิทธิภาพโดยรวมถือว่าทำได้คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป โดยในรุ่น Fever จะมีประสิทธิภาพที่สูงกว่าตามราคาที่แพงกว่า ตัวเครื่องสามารถใช้ประมวลผลเกมที่มีกราฟิกหนักๆได้ แต่บางจังหวะยังมีอาการกระตุก ส่วนในรุ่น Pulp เหมาะกับการใช้งานทั่วๆไปมากกว่า การตอบสนองถือว่าตามราคา

wiko-fever-005

เมื่อลองทดสอบผ่านโปรแกรมอย่าง AnTuTu ในรุ่น Fever ได้คะแนน 36,425 คะแนน ส่วนรุ่น Pulp ได้ 27,752 คะแนน ส่วน Geekbench 3 Fever ได้ Sigle Core 610 คะแนน Multi Core 2,751 คะแนน Pulp ได้ Sigle Core 372 Multi Core 2,171 คะแนน

แบตเตอรี่ (Battery)

fever-025 pulp-020

การจัดการพลังงานของทั้ง Fever (2,900 mAh) และ Pulp (2,500 mAh) ถือว่าทำได้ค่อนข้างดี เนื่องจากตัวเครื่องไม่ได้มีการลงแอปพลิเคชันที่ไม่จำเป็นมาให้ ดังนั้นเมื่อใส่ซิมการ์ด เชื่อมต่อไวไฟ สแตนบายใช้งานทั่วๆไป พร้อมซิงค์ข้อมูลอีเมล และโซเชียลเน็ตเวิร์ก ตัวเครื่องสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องเกิน 1 วันสบายๆ แต่ถ้าใช้งานหนักๆตัวเครื่องก็จะมีระบบประหยัดพลังงานให้ช่วยยืดระยะเวลาใช้งานออกไปอีกเช่นเดียวกัน

กล้องถ่ายภาพ (Camera)

pulp-016

ตัวกล้องถ่ายภาพในเครื่องทั้ง 2 รุ่นไม่ได้เป็นจุดเด่นมากนัก เพราะด้วยอินเตอร์เฟสที่ออกมาเน้นไปที่ใช้งานง่ายเป็นหลัก แต่ก็จะมีโหมดถ่ายภาพให้เลือกใช้งานอย่างโหมดอัตโนมัติ โหมดโปรที่เปิดโอกาสให้ปรับความไวแสง White Balance ปรับแสง ความคมชัด นอกจากนี้ก็จะมีโหมดอย่าง พาโนราม่า HDR กลางคืน กีฬา และกล้องคู่ นอกจากนี้ ก็จะมีโหมดอย่างแตะหน้าจอเพื่อถ่ายภาพ จับใบหน้ายิ้ม ตั้งเวลาถ่ายภาพ

Screenshot_2016-01-06-15-25-20 Screenshot_2016-01-06-15-25-28

อย่างไรก็ตามในรุ่น Pulp จะมีจุดที่แตกต่างจาก Fever ตรงที่ ไม่สามารถบันทึกวิดีโอความละเอียด Full HD ได้ ทำให้บันทึกวิดีโอได้ความละเอียดสูงสุดที่ 720p ขณะที่ในรุ่น Fever จะบันทึกได้ที่ความละเอียด 1080p ส่วนฟังก์ชันอื่นๆจะใกล้เคียงกันทั้งหมด”

ตัวอย่างภาพจากกล้อง Wiko Fever

IMG_20160104_124609 IMG_20160106_152517 IMG_20160106_152632 IMG_20160129_151137 IMG_20160129_151152 IMG_20160129_151207 IMG_20160129_151233 IMG_20160129_151423

ตัวอย่างภาพจากกล้อง Wiko Pulp

IMG_20160129_152428 IMG_20160129_152433 IMG_20160129_152444 IMG_20160129_152534 IMG_20160106_145113

สรุปการใช้งาน Wiko Pulp & Fever

โดยรวมแล้ว Wiko ทั้ง 2 รุ่นถือเป็นสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจเพราะต่างออกมาจับกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกันในระดับราคาที่ผู้ซื้อทั่วไปสามารถจับต้องได้ ความโดดเด่นของ Pulp คือเรื่องของความคุ้มค่ากับราคาที่ได้เครื่องรองรับ 3G ประสิทธิภาพเพียงพอกับการใช้งานครบถ้วน ในขณะที่ Fever จะชูจุดเด่นในเรื่องของเครื่องที่รองรับ 4G เพิ่มขึ้นมา

pulp-018

อย่างไรก็ตาม Wiko ยังมีการออก Pulp 4G ตามมาในระดับราคาที่เพิ่มขึ้นจาก Pulp เดิมนิดหน่อยด้วย ดังนั้นก็ถือเป็นอีกทางเลือกในตลาดถ้าต้องการเครื่องสมาร์ทโฟนรับ 4G ในราคาต่ำกว่า 5,000 บาท

จุดเด่น

– ประสิทธิภาพสูงเมื่อเทียบกับราคา
– Fever รองรับ 4G 2 ซิม
– Pulp 3G 2 ซิม
– วัสดุตัวเครื่องทำจากอะลูมิเนียมให้สัมผัสที่ดี

จุดสังเกต

– เครื่องร้อนค่อนข้างเร็วเมื่อมีการใช้งานต่อเนื่อง
– ต้องดูเรื่องบริการหลังการขาย กรณีที่มีการอัปเฟิร์มแวร์ใหม่

About Author

nookzz

nookzz

Partners