รีวิว Vivo V17 สมาร์ทโฟนกล้องเด็ดส่งท้ายปีที่ไม่ควรพลาด

โดย oatciiz | 20 ธันวาคม 2562 เมื่อ 14:50 น. | อ่าน 14,948

ตลอดปี 2019 ที่ผ่านมา Vivo พัฒนาเรื่องกล้องในสมาร์ทโฟนมาโดยตลอด โดดเด่นมาตั้งแต่ Vivo S1, Vivo V17 Pro มาจนถึง Vivo S1 Pro และในช่วงสิ้นปีแบบนี้ Vivo ก็ยังตอกย้ำความแรงไปอีกขึ้นกับ Vivo V17 อีกหนึ่งสมาร์ทโฟนกล้องดีตามคอนเซปต์ Shoot Beyond Limits

ดีไซน์และการออกแบบ

สำหรับดีไซน์และการออกแบบของ Vivo V17 นั้นยังคงความเป็นเอกลักษณ์ตามสไตล์ ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือสีสันของฝาหลัง สีที่เราได้มาลองเล่นเป็นสี Crystal White ต้องอธิบายว่าสีดำและสีขาวของ Vivo นั้นไม่เคยธรรมดาเพราะมีการเล่นเฉดสีที่สวยงามมีลูกเล่นเมื่อตกกระทบกับแสง ขาวจึงไม่ขาวแบบจืดชืดและดำก็ไม่กำแบบเรียบจนเกินไป

กล้องของ Vivo V17 มีความสมมาตรและจัดเรียงมาแบบอิงหลักเรขาคณิต Vivo เรียกดีไซน์นี้ว่า Retro-styled กล้องหลัง 4 ตัวจะจัดอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมที่มีมุมโค้งดูหรูหรา ถึงแม้จะนูนออกมาแต่ด้วยสีของชุดกล้องที่เนียนไปกับตัวเครื่องจึงทำให้ไม่ดูดแปลกแยกออกมาแต่อย่างใด

มาถึงหน้าจอกันบ้าง สำหรับรุ่นนี้มีความพิเศษตรงที่เป็นรุ่นแรกของ Vivo ที่ใช้หน้าจอ Ultra O Screen หน้าจอแบบเจาะรูที่บริเวณมุมขวาบนซึ่งเป็นตำแหน่งของกล้องหน้า สัดส่วนหน้าจออยู่ที่ 20:9 เป็นหน้าจอหน้าจอ Super AMOLED รุ่นใหม่ ขนาด 6.44 นิ้ว ใช้วัสดุ E3 OLED มีขอบเขตสี DCI-P3 ถึง 100% และใครที่กังวลว่าความสีสดของหน้าจอ Super AMOLED จะสว่างมากเกินไปและเป็นอันตรายเมื่อจ้องเป็นเวลานาน ก็ไม่ต้องห่วงครับเพราะ Vivo V17 เขาคิดมาให้แล้วจอนี้ผ่านการรับรองจาก TÜV Rheinland ประเทศเยอรมันว่าสามารถกรองแสงสีฟ้าได้ 42%

ปุ่มควบคุมจะอยู่ที่ด้านขวาของตัวเครื่องทั้งหมด ประกอบด้วย ปุ่ม เพิ่ม-ลด เสียง และปุ่ม Power ส่วนด้านซ้ายของเครื่องจะพบกับช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Triple Slot สามารถใส่ได้ 2 Sims พร้อมกับเพิ่มหน่วยความจำ MicroSD ได้ในเวลาเดียวกัน ด้านล่างเป็นตำแหน่งของพอร์ตชาร์จ Type-C ข้างกันเป็น พอร์ตหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรและลำโพง

อุปกรณ์ในกล่องที่มีมาให้ได้แก่ สายชาร์จ Type-C สีขาว, Adapter จ่ายไฟสูงสุดที่ 9V/2A, หูฟังแบบ In Ear สีขาว และซอฟต์เคส 1 อัน

Vivo V17 กล้องจัดว่าเด็ดมาด้วยกันถึง 4 เลนส์

อย่างที่เกริ่นไปตอนต้นว่ากล้องบนสมาร์ทโฟน Vivo เขาเด็ดจริง และ V17 ก็จะมายืนยันในเรื่องนี้ครับ จากภาพที่เห็นนี้ถ่ายด้วยแสงธรรมชาติช่วง 4 โมงเย็นด้วยสมาร์ทโฟน Vivo V17 ไม่ผ่านการปรับแต่งใดๆจบทุกอย่างหลังกดชัตเตอร์ ส่วนตัวให้คะแนนเต็มกับภาพนี้ทั้ง แสง สีสัน และการปรับแต่งด้วย AI ที่กล้าบอกแบบนี้เพราะว่าเมื่อนึกถึงหลักความเป็นจริงแล้วการซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องหนึ่งมาใช้งานกล้องในโหมด Auto ควรจะจบทุกอย่างได้ด้วยตัวเองและ Vivo ก็ทำได้

Vivo V17 นั้นให้กล้องหลังมา 4 ตัว ประกอบด้วย กล้องหลักความละเอียด 48MP f/1.8 + เลนส์ Super Wide-Angle ความละเอียด 8MP f/2.2 + เลนส์ Macro ความละเอียด 2MP f/2.4 +เลนส์ Bokeh ความละเอียด 2MP f/2.4

นอกจากการถ่ายด้วยโหมด Auto แล้ว โหมด Bokeh และ Super Wide-Angle ก็ถ่ายออกมาสวยไม่แพ้กัน โหมด Bokeh หรือหน้าชัดหลังเบลอ Vivo V17 ทำได้เนียนเลยครับ โหมดนี้จะเลือกค่ารูรับแสงก่อนถ่ายภาพหรือหลังถ่ายภาพก็ได้ โดยที่ความเบลอขึ้นอยู่กับการตั้งค่าของเราครับ Vivo V17 ทำได้ต่ำสุดทีค่า f /0.95 แตะตรงไหนชัดตรงนั้น

Vivo V17 ถ่ายภาพได้สนุกมากขึ้นด้วยเลนส์ Super Wide-Angle เลนส์สามารถเก็บภาพมุมกว้างได้ถึง 120 องศา เปลี่ยนมุมมองที่ถูกจำกัดให้กว้างมากขึ้นดังตัวอย่าง จากกราฟฟิตี้บนกำแพงที่ที่เห็นเพียงส่วนเดียวก็สามารถเก็บได้สบายๆแบบเหลือเฟือ

ยังไม่จบกับการถ่ายภาพเพราะกล้องหน้า Vivo ไม่ทำให้ผิดหวัง สำหรับกล้องหน้าของ Vivo V17 ความละเอียดให้มาถึง 32MP ค่ารูรับแสง f/2.45 แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะถึงแม้ความละเอียดจะสูงแต่ความฉลาดของ AI อัจฉริยะที่ใส่มาให้จะช่วยปรับแต่งให้ผิวเรียบเนียนแต่ไม่ดูเกินจริง งานผิวที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติ ดูสุขภาพดี เชื่อว่าสาวๆคงจะชอบกัน แต่ความฉลาดของ AI ยังไม่หมดเพียงเท่านี้เพราะถึงแม้ว่าจะเซลฟี่ในสภาพแสงน้อย AI ก็จะปรับสภาพแสงให้อย่างเหมาะสม HDR จะทำงานโดยอัตโนมัติ ตัวอย่างในภาพมีการถ่ายภาพกล้องหน้าทั้งจากสภาพแสงธรรมชาติและภาพในตัวอาคารที่ค่อนข้างมืด

กล้องหน้ายังมี AR ให้ได้เล่นเหมือนกับในรุ่นก่อนหน้านี้ คุณสมบัตินี้สามารถถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวโดยสำหรับภาพเคลื่อนไหวจำกัดที่ 10 วินาทีต่อการถ่าย 1 ครั้ง ทางด้านคุณสมบัติอื่นๆที่ Vivo V17 สามารถทำได้มีทั้งการปรับแต่งรายละเอียดรูปร่าง ปรับแต่งรายละเอียดบนใบหน้า(AI Makeup) รวมถึงกำหนดท่าโพสต์ต่างๆ(Pose Master) ใครถ่ายรูปไม่เป็นหรือไม่มั่นใจแค่มี Vivo V17 ก็โพสต์เป๊ะทุกองศาแล้ว

กล้องหลังก็มีความโดดเด่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเพราะนอกจากที่กล่าวมาทั้งหมดแล้ว Super Night Mode ก็ถูกพัฒนาไปอีกขั้น ตัวอย่างเป็นภาพที่ถ่ายในเวลากลางคืน จะเห็นได้ว่านอยส์ที่เกิดในภาพมีค่อนข้างน้อย รายละเอียดยังคงชัดเจน แสงจากไฟตามท้องถนนและอาคารไม่สว่างเกินจริง

Super Night Mode ใน Vivo V17 หลังจากกดชัตเตอร์แล้วจะใช้เวลาในการถ่ายและประมวลผล 2 วินาที ถือว่าเร็วมากๆสำหรับสมาร์ทโฟน ข้อดีในรุ่นนี้คือถือถ่ายภาพกลางคืนได้ด้วยมือเปล่าโดยไม่ต้องอาศัยขาตั้งกล้อง ส่วนภาพที่ 2 ที่เอามาให้ดูนั้นเป็นการถ่ายลากไฟด้วย Super Night Mode ก็จะได้อารมณ์ภาพไปอีกแบบนะครับ

อีกส่วนที่พัฒนาคือการถ่ายภาพเคลื่อนไหว Vivo V17 มีระบบกันสั่นเรียกว่าโหมด Ultra Stable Video ความละเอียด 1080×1080 30fps โดยจะต้องอัพเกรดเฟิร์มแวร์เป็นเวอชั่น 1.7.7 ก่อนครับ

ประสิทธิภาพการใช้งาน

สเปคภายในของ Vivo V17

  • หน่วยประมวลผล – Snapdragon 675 AIE
  • RAM&ROM – 8GB RAM + 256GB ROM
  • การเชื่อมต่อ – Type-C, Wi-Fi 2.4GHz/5GHz, Bluetooth 4.0/5.0, OTG
  • เซนเซอร์ – Accelerometer, Ambient Light Sensor, Proximity Sensor, E-compass, Fingerprint Sensor (In-Display), Gyroscope
  • แบตเตอรี่ – 4,500 mAh
  • ระบบปฏิบัติการณ์ – Funtouch OS 9.2 (Based on Android 9)

และเพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นเราทำการทดสอบ Antutu V.8.0.5-OB มาครับ ผลทดสอบออกมาที่ 228354 ถือว่า Snapdragon 675 AIE ทำออกมาได้เป็นที่น่าพอใจ ส่วน Storage ทำการทดสอบผ่าน AndroBench ผลความเร็วการอ่านอยู่ที่ 506.57 MB/s ส่วนความเร็วการเขียนอยู่ที่ 201.58 MB/s แอบเสียดายที่ความเร็วการเขียนน้อยไปนิดแต่ภาพรวมถือว่าอยู่ในขั้นน่าพอใจ

นอกจากการทดสอบผ่าน Application แล้ว ฟีลลิ่งการใช้งานจริงทั้งด้านความบันเทิงและเล่นเกมทำได้น่าประทับใจครับ ถึงแม้จะเป็น Snapdragon 675 AIE แต่การเล่นเกมก็สอบผ่านฉลุย ไม่ว่าจะเป็น Call Of Duty, ROV หรือ PUBG สามารถเล่นได้ทั้งหมด ทดสอบ ROV ปรับโหมดความละเอียดและเฟรมเรทสูง Vivo V17 สามารถทำได้นิ่งๆที่ 60 fps ส่วน PUBG สามารปรับได้ถึงระดับ HD เฟรมเรทสูง

Vivo V17 เมื่อเข้าเล่นเกมจะปรากฎหน้าต่างสีม่วงขึ้นมา ฟีเจอร์นี้เรียกว่า Ultra Game Mode เป็นตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเมื่อเล่นเกม ปรับในส่วนของ RAM, ปิดแจ้งเตือน, ปฏิเสธสายที่โทรเข้าหรือเลือกรับสายโทรเข้าโดยที่ยังอยู่ในหน้าเกมได้เลย นอกจากนี้ยังปรับแต่งสียงไมค์ได้อีกด้วย

สแกนลายนิ้วมือกับสมาร์ทโฟน Vivo ไม่จำเป็นต้องพูดเยอะ เพราะเรื่องความไวไม่เป็นสองรองใคร ประสบการณ์ส่วนตัวตั้งแต่ได้จับ Vivo S1, Vivo V17 Pro, Vivo S1 Pro และล่าสุด Vivo V17 ทุกรุ่นที่กล่าวมาทำได้ดีและนอกจากความไวยังสามารถปรับแต่งเอฟเฟคเมื่อสแกนลายนิ้วมือได้ด้วย

แบตเตอรี่ 4,500 mAh ถามว่าอยู่ได้ทั้งวันไหม? ถ้าในกรณีที่ไม่ได้เล่นเกมหรือฟังเพลงเป็นเวลานานสามารถอยู่ได้ทั้งวัน แต่ถ้าหากเป็นสายโซเชียล เล่นเกมจัดๆหรือชอบฟังเพลงก็จะต้องชาร์จระหว่างวันเป็นเรื่องธรรมดา สำหรับการชาร์จหนึ่งครั้งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที โดยระบบชาร์จที่ให้มาคือ Dual-engine Fast Charge ผ่าน Adapter 9V/2A ในกล่องที่ให้มา

สรุปภาพรวม Vivo V17 เป็นอย่างไร

Vivo V17 อีกหนึ่งสมาร์ทโฟนส่งท้ายปลายปี 2019 จาก Vivo ไม้ตายอยู่ที่เรื่องกล้องอย่างแท้จริงการถ่ายภาพสามารถทำออกมาได้ยอดเยี่ยมทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง คุณสมบัติต่างๆที่เคยมีมาในรุ่นก่อนอาทิ สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ, Dark Mode, Ultra Game Mode และ Dual-engine Fast Charge ก็ใส่มาแบบครบครัน เรียกได้ว่าขอจบปีนี้แบบสวยๆกันไปเลย

Vivo V17 ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 11,999 บาท วางจำหน่าย 2 สีคือ Crystal White และ Admiral Blue สามารถซื้อได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ใครที่กำลังมองหาของขวัญให้ตัวเองหรือต้องการซื้อให้คนที่เรารัก Vivo V17 เป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนที่ต้องเก็บลง Bucket List แล้วหละ เพราะนอกจากราคาจะไม่แรงจนเกินไปแล้วเมื่อเทียบกับสเปคที่ได้ถือว่าคุ้ม

About Author

oatciiz

oatciiz

Partners