[Review] Vivo V17 Pro สมาร์ทโฟนกล้องหน้าคู่ Pop-Up รุ่นแรกของโลก

โดย oatciiz | 10 ตุลาคม 2562 เมื่อ 19:04 น. | อ่าน 1,460

สวัสดีจ้า…บทความนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ Vivo V17 Pro สมาร์ทโฟนกล้อง 6 ตัว ซึ่งรุ่นนี้ความพิเศษอยู่ตรงที่มีกล้องหน้า Pop-Up คู่รุ่นแรกของโลกและกล้องหลังที่ให้มาถึง 4 ตัว ดังนั้นใครที่ชื่นชอบการถ่ายภาพไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

การออกแบบและดีไซน์

Vivo V17 Pro เปิดราคามาที่ 12,999 บาท แต่สัมผัสการถือต้องบอกว่าน้ำหนักกำลังดี ไม่เบาเกินไป ฝาหลังโค้งรับกับอุ้งมือ ที่ต้องเกริ่นแบบนี้พราะวัสดุรวมถึงงานประกอบหรูหราและทำได้เกินราคาจริงๆ สีที่ได้มารีวิวเป็นสี Crystal White ถึงแม้จะเป็นสีขาวแต่ก็เล่นสีในทุกมุมมองเหมือนไข่มุกและทางแบรนด์ติดฟิล์มกันรอยมาให้เรียบร้อยแล้ว

ตำแหน่งของกล้องเรียงกันเป็นแนวตั้งคนกลัวรูใช้ได้แน่นอน อิอิ กล้องหลักความละเอียด 48MP เซ็นเซอร์ Sony IMX 582 ถัดมาเป็นเลนส์ Wide ความละเอียด 8MP f 2.2 เลนส์ที่สามเป็นเลนส์ Macro ความละเอียด 2MP f 2.4 สุดท้ายเป็นเลนส์ระยะลึกความละเอียด 2MP f 2.4 เช่นกัน ส่วนตรงกลางที่คั่นระหว่างเลนส์ทั้ง 4 คือแฟลชนั่นเองและค่อนไปทางด้านล่างของฝาหลังมีโลโก้ Vivo อยู่ซึ่งฝังอยู่ในกระจกเลยไม่มีรอยนูนออกมา

ดีไซน์ด้านหน้ามากับจอ Super AMIOLED (E3 OLED) ขนาด 6.44 นิ้ว อัตราส่วน 20:9 ความละเอียด FHD+ 408 ppi และที่สำคัญไม่มีติ่งกล้องมากวนสายตาเพรากล้องเป็นแบบ Pop-Up ดังนั้น Vivo V17 Pro จึงมีขอบจอที่บางมาก สำหรับหน้าจอก็ติดฟิล์มกันรอยมาให้แล้วเช่นเดียวกัน

ขอบจอด้านบนมีช่องลำโพงเล็กๆซึ่งเมื่อกดเปิกล้องหน้าจะมี Pop-Up กล้องขึ้นมา ตรงนี้จะเห็นลำโพงจริงด้านในอยู่ระหว่างกล้องทั้ง 2 ตัว กล้องหน้าคู่ที่ให้มาความละเอียด 32MP f 2.0 และ 8MP f 2.2 มี AI อัจฉริยะ

ถ่ายเซลฟี่ก็สวย ถ่ายกล้องหน้าตอนกลางคืนก็ทำได้ดีขึ้นเพราะเสริม Night Selfie มาให้ และมุมมองภาพกล้องหน้าก็จะเปลี่ยนไปเพราะมี Super Wide Angle ด้วย

ด้านขวาของตัวเครื่องจะมีปุ่ม เพิ่ม – ลด เสียงและปุ่ม Power ส่วนด้านซ้ายจะมีปุ่มเรียกใช้งาน Google Assistant สามารถเรียกใช้งานตัวช่วยจาก Google ได้แบบทันใจ

ด้านล่างมีพอร์ต Type-C สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ ข้างกันเป็นตำแหน่งของลำโพงและถาดซิม ส่วนด้านบนนั้นเป็นตำแหน่งของกล้องหน้า Pop-Up และ Vivo ยังคงใส่พอร์ตหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรมาให้ตรงนี้เชื่อว่าหลายคนถูกใจแน่นอน

สเปคภายในของ Vivo V17 Pro

Vivo V17 Pro ใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 675AIE ให้ RAM 8GB ROM 128GB แบบ UFS 2.1 และในรุ่นนี้ไม่สามารถเพิ่มหน่วยความจำได้ ส่วนแบตเตอรี่ก็ให้มาแบบจุใจใช้ได้ตลอดทั้งวันเพราะให้มาถึง 4,100 mAh และยังมาพร้อม Dual-Engine Fast Chagring 9V 2A 18W รันบนระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 9.1 บน Android 9

ความสามารถกล้องทั้ง 6 ของ Vivo V17 Pro

เรื่องกล้องต้องให้ Vivo V17 เขาจริงๆ เพราะในช่วงราคาเดียวให้กล้องมาถึง 6 ตัวก็ถือว่าล้ำหน้าคนอื่นเขาแล้ว

หลังจากที่ได้ทดสอบพบว่ากล้องหน้าถ่ายสวยจริงๆอันนี้ไม่ได้อวยนะจ๊ะ ถ้าใครชอบเซลฟี่รับประกันว่าถูกใจแน่นอน เพราะหน้าคุณจะดูสดใส สดชื่น ไม่หมอง แต่ก็ยังตั้งอยู่บนพื้นฐานของความจริงไม่ได้เนียนเวอร์ ส่วนหนึ่งเพราะมี AI อัจฉริยะช่วยแต่งในเบื้องต้นหรือถ้าใครไม่พอใจก็สามารถปรับแถบเครื่องมือด้านล่างได้เพิ่มเติมทั้งความเรียวของใบหน้า ความใส จมูก ตา ก็ทำได้ทั้งนั้น

การถ่ายหน้าชัดหลังละลายก็ทำออกมาได้ดี เนียน สวย ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ระดับความเบลอสามารถปรับได้สูงสุดที่ f 0.95 อะไรด้านหลังที่จะมาแย่งซีนเบลอทิ้งให้หมดเลย อิอิ โดยโหมดนี้จะปรับความเบลอตอนถ่ายเลยก็ได้หรือถ่ายมาก่อนแล้วปรับทีหลังก็ง่ายมากๆ เพียงแค่จิ้มๆแล้วลากขึ้นลง

กล้องหลังโหมด Super Wide Angle
กล้องหลังโหมด Super Wide Angle

มุมมองภาพในรุ่นนี้ก็ทำได้สนุกมากขึ้นด้วยเลนส์ Super Wide Angle เก็บภาพความประทับใจได้ถึง 120 องศา ทำได้ทั้งกล้องหน้าและหลังหมดปัญหาไปเที่ยวแล้วเก็บวิวไม่หมดหรือจะถ่ายรูปกับเพื่อนๆด้วยกล้องหน้าก็เก็บครบทุกคนอย่างแน่นอน กล้องหลังความคมชัดสูงสุดได้ถึง 48MP ส่วนกล้องหน้าก็ 32MP ชัดเวอร์จ้า

กล้องหลังโหมด Super Macro

Vivo V17 Pro ไม่เพียงแค่ถ่ายภาพมุมกว้างได้เท่านั้นเพราะถ่าย Macro ใกล้ในระยะ 4 ซม. ก็ทำได้แบบสวยงาม ชัดเจน รายละเอียดครบ นึกว่าใส่แว่นขยายมาให้นะเนี่ย

จบการถ่ายภาพในเวลากลางวันไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโหมด Wide หรือ Super Wide Angle หรือแม้กระทั่ง Macro เองก็ตาม Vivo V17 Pro ก็สอบผ่านฉลุย ทำออกมาได้ใกล้เคียงกับรุ่นเรือธงที่วางจำหน่ายในปัจจุบันนี้แล้ว แต่จะไม่ลองถ่ายภาพตอนกลางคืนเลยก็คงจะไม่ได้ ประจวบเหมาะกับย่านสีลมมีงานนวราตรีพอดี เลยถือโอกาสถ่ายภาพยามค่ำคืนใจกลางกรุงมากฝากกัน

ภาพ Night Mode
ภาพ Night Mode
ภาพ Night Mode

จะเห็นได้ว่ารายละเอียดภายในภาพแสดงผลได้อย่างชัดเจน ทั้งสีเสื้อ ผู้คน และที่โดดเด่นคือแสง โดย Vivo V17 Pro สามารถถ่าย Night Mode ได้แบบไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้องและประมวลผลภาพออกมาได้ภายในไม่กี่วินาทีเท่านั้น

ภาพที่ถ่ายด้วยโหมด 48MP
ซูม 5 เท่า จากภาพ 48 MP

อีกหนึ่งโหมดที่เอามาลองกันก็คือการถ่ายภาพความละเอียด 48MP ภาพแรกเป็นไฟล์ภาพที่ยังไม่ได้มีการขยายใดๆแต่สีสันก็ค่อนข้างสดและแสดงรายละเอียดออกมาได้ดี ส่วนภาพที่ 2 เป็นการลองซูม 5 เท่าจากภาพความละเอียด 48MP จะเห็นได้ว่าความคมอยู่ในระดับดี รายละเอียดยังคงแสดงออกมาได้มากกว่า 70% เนื่องจากภาพที่เราถ่ายเป็นเวลากลางคืน ดั้งนั้นด้วยสภาพแวดล้อมที่มีแสงจำกัดแล้ว Vivo V17 Pro สามารถทำได้ขนาดนี้ถือว่าร้ายกาจทีเดียว

ถ่ายรูปท่าไหนดี Vivo V17 Pro เขามีตัวช่วย

สำหรับใครที่อยากถ่ายรูปแต่ไม่รู้จะโพสต์ท่าไหนดี Vivo V17 Pro เขาใส่ท่าทางต่างๆมาให้ด้วยโดยจะมีให้เลือกหลายสไตล์ เมื่อเราเลือกมาแล้วจะมีรอยประขึ้นมาที่จอให้เราทำท่าทางต่างๆตามคำแนะนำ หลังจากนั้นกดชัตเตอร์และอัพรูปเก๋ๆลงโซเชียลได้เลย

ขอแถมอีกหนึ่งฟีเจอร์สำหรับสายเซลฟี่นั่นก็คือกล้อง AR นั่นเอง ใครที่ชอบความน่ารัก ดุ๊กดิ๊กต่างๆ ไม่จำเป็นต้องโหลด App เพิ่มเติมอีกต่อไปเพราะกล้องของ Vivo V17 Pro เขามี AR มาให้ในตัวแถมมีเอฟเฟคให้โหลดเพิ่มเติมอีกเพียบ

ถ่ายรูปสวยแล้วความบันเทิงก็มาแบบจัดเต็ม

ดังที่กล่าวไปตอนต้นว่าหน้าจอของ Vivo V17 Pro เป็นจอ Super AMIOLED ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็น Youtube, Netflix หรือ Content VDO อื่นๆก็ดูกันแบบละเอียด เต็มตา ที่สำคัญไม่มีติ่งมากวนใจ

แล้วถ้าอยากเล่นเกม Snapdragon 675AIE กับ RAM 8GB ก็ถือว่าเพียงพอ เพราะจากการทดสอบ ROV ปรับทุกอย่างสุดทั้งหมดปรากฎว่าทุกอย่างไหลลื่น เฟรมเรท 60 คงที่ ไม่ตกเลย ความลื่นไหลต้องให้เขาจริงๆ แต่ติดอย่างเดียวลำโพงที่ตัวเครื่องไม่ได้ให้ Stereo มา ทำให้เสียงออกเพียงด้านเดียว แต่ส่วนนี้กับการเล่นเกมแก้ปัญหาได้โดยการใส่หูฟังเพราะอย่าลืมว่าเขามีพอร์ต 3.5 มิลลิเมตรมาให้ที่ด้านบน

เรื่องราวเกี่ยวกับเกมยังไม่หมดเพียงเท่านี้เพราะ Vivo V17 Pro มีโหมดอัลตราเกมมาให้ ซึ่งเป็นส่วนขยายเพิ่มเติมที่ทำให้การเล่นเกมไม่มีสะดุด เราสามารถตั้งค่าแจ้งเตือนขณะเล่นเกมได้ที่เมนูนี้ โดยเลือกได้ว่าจะให้ App ข้อความสนทนาต่างๆปรากฎในลักษณะ Pop-Up หรือไม่ หรือถ้าใครเล่นเกมแนว MMORPG ยกตัวอย่างเช่น ROM เมื่อคุณตั้งค่าฟามร์มเอาไว้ก็กำหนดได้ว่าจะให้เกมดำเนินต่อไปโดยที่จอดับลงเพื่อประหยัดพลังงานและถนอมจอในเวลาเดียวกันก็ได้

สำหรับวิธีการเรียกใช้งานโหมดอัลตราเกมเมื่อเข้าไปยังหน้าจอเกมแล้วให้ลากนิ้วจากทางด้านซ้ายสุดของจอ จากนั้นจะมีสับเมนูออกมาเป็นการตั้งค่าด่วน 5 อย่าง แต่จะมี 1 อย่างที่สะดุดตามากๆนั่นก็คือ เครื่องเปลี่ยนเสียง ทำให้ไมโครโฟนของเราเปลี่ยนเสียงได้ 6 รูปแบบ สร้างความสนุกสนานและบันเทิงให้กับคนในทีม เรียกง่ายๆว่าเกรียนนั่นแหละ 555

ประสิทธิภาพ

Vivo V17 Pro เป็นสมาร์ทโฟนในกลุ่ม Mid-Range เพราะฉะนั้นความแรงขอหลบให้รุ่นพี่อย่าง Vivo NEX 3 ที่ใช้ Snapdragon 855+ ก็แล้วกัน อันนั้นแรงแบบทะลุหลอด แต่ในขณะเดียวกัน Vivo V17 Pro ให้ประสิทธิภาพการทำงานในระดับที่ดี วัดผลโดย AnTuTu Benchmark ออกมาแล้วผลทดสอบอยู่ที่ 177998 ซึ่งก็แรงเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนระดับเดียวกัน

ฟีเจอร์อื่นๆก็เด็ดไม่แพ้กัน

ฟีเจอร์แรกที่จะพูดถึงคือ “โหมดมืด” ก็คือธีมสีเข้มนั่นแหละจ้า แต่ใน Vivo มีความพิเศษตรงที่พอเปิดโหมดนี้แล้ว ทั้ง IG หรือ FB ก็จะเป็นธีมสีดำไปด้วย ส่วนตัวชอบมากๆเพราะแบรนด์อื่นๆไม่สามารถทำแบบนี้ได้ ใครที่มองจอแล้วรู้สึกแสบตาหรือรู้สึกตาล้าช่วยได้มากๆแต่ถ้าใครจะใช้หน้าจอสีปกติเขาก็มีโหมดถนอมสายตาให้เปิดใช้ได้เหมือนกัน

อีกฟีเจอร์คือการปลดล็อคหน้าจอด้วยลายนิ้วมือ เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ Vivo ทำได้ดีมีมาตรฐาน เนื่องจากสามารถแสกนลายนิ้วมือได้บนหน้าจอแบบรวดเร็ว และยังปรับแต่งลูกเล่นให้ดูสวยงามได้ตามใจชอบทั้งรูปแบบไอค่อนและรูปแบบเอฟเฟค

สรุปกันสักหน่อยสำหรับ Vivo V17 Pro

Vivo V17 Pro เป็นสมาร์ทโฟนราคาหมื่นนิดๆที่เด่นในเรื่องกล้อง เพราะทำได้ดีทั้งกล้องหน้าที่ให้มาถึง 2 เลนส์และกล้องหลังที่ให้มาถึง 4 เลนส์ ภาพรวมในการถ่ายภาพจึงออกมาน่าประทับใจ ใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนราคากลางๆถ่ายรูปสวย Vivo V17 Pro เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆอย่างแน่นอน

รวมถึงประสิทธิภาพการทำงานด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น เล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง ก็สามารถทำได้ลื่นไหล สำหรับราคา 12,999 บาท ก็ถือว่าจบได้กับทุกการใช้งานในชีวิตประจำวัน

About Author

oatciiz

oatciiz

Partners