[Review] True SMART 4G HD Voice & 4G Plus สมาร์ทโฟนโดนๆ ราคาไม่แรง

โดย nookzz | 4 พฤศจิกายน 2558 เมื่อ 08:42 น. | อ่าน 113

4g-002กลยุทธ์การเพิ่มลูกค้าในระบบ 4G ของทรู เริ่มดุเดือดขึ้นอีกครั้งหลังจากมีการออกโปรโมชันใหม่ล่าสุดสำหรับเครื่อง True Smart 4G HD Voice และ True Smart 4G Plus ที่เปิดโอกาสให้สามารถซื้อเครื่องได้ในราคา 1,990 บาท และ 990 บาท ตามลำดับ

สำหรับ True SMART 4G HD Voiceเมื่อสมัครแพ็กเกจ iSmart 4G ราคา 499 บาทขึ้นไป พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 5 เดือน ระยะเวลาสัญญา 12 เดือน จากราคาเครื่องปกติ 6,290 บาท เหลือเพียง 1,990 บาท  และ True SMART 4G Plus เมื่อสมัครแพ็กเกจ iSmart 4G ราคา 499 บาทขึ้นไป พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 4 เดือน ระยะเวลาสัญญา 12 เดือนจากราคาเครื่องปกติ 4,290 บาท เหลือเพียง 990 บาททำให้ถ้าเป็นลูกค้าที่ใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว ก็จะได้สมาร์ทโฟน 4G ประสิทธิภาพสูงในราคาไม่ถึง 2,000 บาท

True SMART 4G HD Voice

– หน้าจอ 5 นิ้ว HD 1,280 x 720 พิกเซล
– ซีพียู Snapdragon 410 Quad-Core 1.2 GHz
– ROM 16 GB RAM 2 GB
– กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล
– ระบบปฏิบัติการแอนดรอดย์ 5.0.1 (Lollipop)
– แบตเตอรี 2,800mAh
– สีขาว , สีเงิน
– ราคา 6,290 บาท

True SMART 4G Plus

– หน้าจอ 5 นิ้ว ความละเอียด HD 1,280 x 720 พิกเซล
– ซีพียู Snapdragon 410 Quad-Core 1.2 GHz
– ROM 8 GB RAM 1 GB
– กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล
– ระบบปฏิบัติการแอนดรอดย์ 4.4 (Kitkat)
– แบตเตอรี 3,000mAh
– สีขาว , สีเทา
– ราคา 4,290 บาท

4g-005

รูปทรงภายนอกของเครื่องทั้ง 2 รุ่น จะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย โดยในส่วนของ True SMART 4G  HD Voice จะมากับตัวเครื่องสีขาวทรงโค้ง ตัดขอบสีเงิน โดยมีขนาดรอบตัวอยู่ที่ 143 x 70 x 8 มิลลิเมตร น้ำหนัก 139 กรัม ขณะที่ True SMART 4G  Plus จะเป็นทรงขอบตัด ตัวเครื่องสีขาวขอบจอดำตัดกับสีเงิน ขนาดตัวเครื่อง 142 × 71.8 × 9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 150 กรัม

4g-021

4g-062

4g-019 4g-020 4g-063 4g-064

โดยหน้าจอของเครื่องทั้ง 2 รุ่น จะมีขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด 1280 x 720 พิกเซล 16 ล้านสี 320 ppi ส่วนบนจอจะมีสัญลักษณ์ 4G ติดอยู่ โดยมีช่องลำโพงสนทนา กล้องหน้า (5 ล้านพิกเซล / 2 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์วัดแสง และไฟแสดงสถานะ ส่วนล่างหน้าจอจะมีปุ่มสัมผัสเรียกเมนู โฮม และย้อนกลับ โดยปุ่มย้อนกลับสามารถกดค้างเพื่อเรียกดูแอปที่ใช้งานล่าสุดได้

4g-047 4g-073

หลังเครื่องในรุ่นของ True SMART 4G HD Voice จะใช้ฝาที่มีลักษณะเป็นเงา และลื่น ในขณะที่รุ่น True SMART 4G Plus จะใช้ฝาหลังแบบด้านที่ให้สัมผัสจับถนัดมือกว่า โดยมีกล้องหลัก (13 ล้านพิกเซล / 8 ล้านพิกเซล) ไฟแฟลช และสัญลักษณ์ทรู กับลำโพงอยู่

4g-053 4g-082

4g-055 4g-084

ฝาหลังในรุ่น True SMART 4G HD Voice สามารถแงะได้จากบริเวณล่างเครื่องแถวพอร์ตไมโครยูเอสบี ส่วน True SMART 4G Plus จะใช้การแงะจากทางฝั่งขวาล่างเครื่อง เมื่อเปิดออกมาจะพบกับแบตเตอรี (2,800mAh / 3,000mAh) โดยจะมีช่องเสียบไมโครซิมการ์ด 1 และ 2 กับช่องใส่ไมโครเอสดีการ์ดเพิ่มเติม

4g-043 4g-044 4g-045 4g-046 4g-067 4g-068 4g-069 4g-070

โดยเครื่องทั้ง 2 รุ่น จะมีปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มเปิดเครื่องอยู่ทางขวา เช่นเดียวกัน เพียงแต่ในส่วนของ True SMART 4G HD Voice จะแบ่งช่องเสียบหูฟัง 3.5มม. ไว้ด้านบน และช่องเสียบไมโครยูเอสบีอยู่ด้านล่าง ส่วน 4G Plus จะรวมทั้ง 2 พอร์ตไว้ที่ด้านบน

hd-001

ซอฟต์แวร์ภายในของทั้ง 2 รุ่น แม้ว่าจะใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ คนละเวอร์ชันกัน แต่การใช้งานโดยรวมจะเหมือนกัน กล่าวคือมีหน้าจอหลักให้สามารถใส่วิตเจ็ตเพิ่มเติมได้ แต่ในรุ่น True SMART 4G HD Voice จะมีการแยกหน้าเมนูรวมออกมาต่างหากจากหน้าหลัก ขณะที่ True SMART 4G Plus จะใช้หน้าหลักทั้งหมดแสดงผลแอปพลิเคชันบนตัวเครื่อง

plus-001

ขณะที่ในส่วนของการแจ้งเตือน ก็จะแตกต่างกันเล็กน้อยตรงที่รุ่น True SMART 4G Plus เมื่อลากแถบลงมาจะสามารถตั้งค่าด่วนอย่างการเปิดปิดไวไฟ บลูทูธดาต้า ได้ทันที และเรียกเมนูที่เหลือได้ด้วยการลากลงมาอีกระดับ แต่ True SMART 4G HD Voice เมื่อลากลงมารอบแรกจะเจอเพียงแค่การแจ้งเตือน ส่วนเมนูตั้งค่าด่วนจะต้องลากลงมาอีกรอบถึงจะเจอซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานของเวอร์ชันแอนดรอยด์

hd-002 plus-002

เช่นเดียวกับรูปแบบของการปลดล็อกเครื่อง True SMART 4G HD Voice จะมีการแสดงผลการแจ้งเตือนที่หน้าจอล็อก และสามารถกดเข้าไปดูรายละเอียดได้ทันทีส่วน True SMART 4G Plus จะใช้การลากเพื่อปลดล็อก หลังจากนั้นจึงสามารถเข้าสู่การแจ้งเตือนต่างๆ ได้

plus-003

ในส่วนของระบบการเชื่อมต่อ ตัวเครื่องนอกจากรองรับ 3G ที่ความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุด 42 Mbps อัปโหลดสูงสุด 5.76 Mbps แล้วก็รองรับ 4G ที่ความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุด 150 Mbps อัปโหลดสูงสุด 50 Mbps ไม่นับรวมกับการเชื่อมต่อไวไฟ 802.11 b/g/n บลูทูธ 4.0 ที่สำคัญคือรองรับ NFC ด้วย

hd-003

สำหรับฟังก์ชันพิเศษที่มีเพิ่มมาใน True SMART 4G HD Voice แต่ไม่มีใน 4G Plus จะเป็นในส่วนของ ผู้ช่วยการใช้งานด้วยมือเดียว (ปุ่มลัดในการใช้งานสำหรับมือข้างเดียว) การแตะจอ 2 ครั้งเพื่อปลุกหน้าจอ และการตั้งค่าท่าทาง ด้วยการวาดนิ้วเป็นตัวอักษร เพื่อเรียกการใช้งานแอปพลิเคชัน

hd-004

ส่วนที่เหลือก็จะคล้ายคลึงกัน ไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่าโดยรวมทั้งการเชื่อมต่อ การตั้งค่าความปลอดภัย  อุปกรณ์ ระบบ โดยเฉพาะการตั้งค่าการใช้งาน 2 ซิม ที่ผู้ใช้งานสามารถสลับเลือกซิมใดเป็นซิมหลักก็ได้ พร้อมกับเลือกได้ว่าจะใช้ซิมไหนในการใช้งานดาต้า

hd-005

การใช้งานเว็บเบราว์เซอร์โดยรวมถือว่าทำได้ดี จากขนาดหน้าจอที่กำลังพอเหมาะ ความรวดเร็วในการแสดงผล ซึ่งแน่นอนว่าขึ้นอยู่กับความเร็วในการเชื่อมต่อ แต่เมื่อใช้งานด้วย 4G ปัญหาเหล่านี้ก็จะหมดไป ทำให้สามารถท่องเว็บได้อย่างสบายใจมากยิ่งขึ้น

ส่วนของโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆทั้งเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ ไลน์ ตัวเครื่องรองรับการใช้งานได้ดี ไม่มีปัญหาใดๆในการใช้งาน

Screenshot_2015-11-03-21-35-04

ในแง่ของความบันเทิง ตัวเครื่องสามารถใช้เล่นเกมทั่วๆไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมถึงการใช้ในการดูหนัง ฟังเพลงต่างๆ ตัวเครื่องรองรับการใช้งานทั้งหมด จึงไม่จำเป็นต้องกังวลว่าตัวเครื่องจะมีปัญหาเมื่อนำมาใช้เพื่อความบันเทิง

4g-054 4g-083

ส่วนของแบตเตอรีแม้ว่าทั้ง 2 รุ่นจะมีขนาดแบตเตอรีที่ต่างกันเล็กน้อย แต่เมื่อใช้งานโดยรวมถือว่าทำได้ใกล้เคียงกัน สามารถใช้งานทั่วไปตลอดวันได้สบายๆ แต่ถ้าใช้งานหนักๆ แบบต่อเนื่องก็อาจจะไม่เต็มวันซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของสมาร์ทโฟน สองรุ่นนี้แบตเตอรี่ถอดไม่ได้นะครับ

4g-071

ในส่วนของโหมดกล้องตัว True SMART 4G HD Voice จะมีความโดดเด่นกว่าจากความละเอียดกล้องหลังที่ 13 ล้านพิกเซล เช่นเดียวกับอินเตอร์เฟสของกล้องที่ทำให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น และยังมาพร้อมกับโหมดกล้องสุดอัจฉริยะสามารถเปลี่ยนโหมดถ่ายภาพได้ อัตโนมัติ เพียงแค่นำเครื่องไปใกล้ๆอาหาร โหมดนักชิมก็ขึ้นมาให้เห็นบนหน้าจอ และก็ลองนำ True SMART 4G HD Voice ไปใกล้ๆหน้าคน วิว กล้องจะเลือกโหมดถ่ายภาพให้อัตโนมัติทันทีได้จริงๆ  โหมดถ่ายภาพก็มีทั้งโหมดออโต้/โหมดนักชิม/โหมดกลางคืน/โหมด Landscape(วิว ภาพกว้าง) และ โหมด portrait (คน) และไม่เพียงเท่านั้น เจ้าสมาร์ทโฟนเครื่องนี้ยังสามารถเซลฟี่กล้องหน้าได้ง่ายสุดๆ เพราะมีโหมดสมาร์ทเซลฟี่หรือ Smile shot คือแบบ ..แค่ยิ้ม 🙂 ชัตเตอร์ก็ลั่นแล้ว

Screenshot_2015-11-03-21-39-15 plus-004

ถ้าต้องการตั้งค่าอื่นๆสามารถกดที่ฟันเฟืองมุมขวาบนได้ทันที โดยจะมีฟังก์ชันการถ่าย QR code ถ่ายภาพชดเชยแสง HDR โหมดจับภาพใบหน้ายิ้มปรับตั้งค่ากล้องต่างๆอย่างสมดุลแสงขาว ตั้งเวลาถ่ายภาพ  ส่วนกล้องวิดีโอจะบันทึกได้สูงสุดในระดับ Full HD 1080p

4g-048

ส่วนในรุ่น True SMART 4G Plus เอกลักษณ์ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ ฝาหลังที่มีเทกเจอร์ ที่เฉียบ มีสไตล์ และ อินเตอร์เฟสการใช้งานกล้องจะเป็นแบบเก่า คือมีปุ่มให้กดเข้าไปเลือกโหมดถ่ายภาพเป็นภาพปกติ และภาพพาโนราม่า โดยมีปุ่มลัดสลับกล้องหน้าหลัง แฟลช และ HDR ให้กดที่หน้าจอได้เลย ส่วนถ้ากดเข้าไปตั้งค่าก็สามารถปรับตั้งค่าต่างๆเพิ่มเติมได้

4g-012

สรุปแล้วแม้จะเห็นได้ว่าเครื่องทั้ง 2 รุ่นจะมีสเปกโดยรวมในส่วนของขนาดหน้าจอ กับหน่วยประมวลผลไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ จะแตกต่างกันก็ตรงส่วนของความละเอียดกล้อง พื้นที่เก็บข้อมูล เวอร์ชันของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ และแบตเตอรีเท่านั้นที่ทำให้ดูแล้ว True SMART 4G HD Voice จะน่าใช้งานกว่า แต่ True SMART 4G Plus ก็จะได้ความโดดเด่นในเรื่องของระยะเวลาการใช้งานบนแบตเตอรีที่นานขึ้นมาอีกนิดแทน

Susidy Promotion True SMART 4F HD Voice & 4G Plus

เมื่อดูถึงประสิทธิภาพในการใช้งานโดยรวม ต้องยอมรับว่าเครื่องทั้ง 2 รุ่น ทำออกมาได้ค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับราคา และถ้าเทียบกับราคาเครื่องที่ซื้อพร้อมกับแพ็กเกจและเซ็นสัญญาใช้งานในราคาไม่ถึง 2,000 บาท ก็ยิ่งทำให้ True Smart ทั้ง 2 รุ่นนี้ น่าสนใจซื้อมาใช้งาน แก่ผู้ที่ยังมองหาสมาร์ทโฟนที่รองรับ 4G

About Author

nookzz

nookzz

Partners