[Review] Samsung Galaxy J5 & J7 สมาร์ทโฟนจอใหญ่รองรับ 4G ราคาน่าคบ

โดย nookzz | 19 ตุลาคม 2558 เมื่อ 17:47 น. | อ่าน 233

cover-j5j7Samsung ในฐานะที่เป็นผู้นำตลาดสมาร์ทโฟนในช่วงเวลานี้ คงไม่ยอมให้เครื่องจากแบรนด์จีนเข้ามาแย่งตลาดในกลุ่มสมาร์ทโฟนราคาระดับต่ำกว่าหมื่นบาทได้ เพราะถือเป็นช่วงที่มีปริมาณการซื้อขายค่อนข้างเยอะ ประกอบกับการมาของ 4G ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้ Galaxy J เข้ามาในตลาดนี้ได้อย่างสวยงาม

โดย Galaxy J5 และ J7 จะมีจุดเด่นอยู่ที่ตัวเครื่องรองรับ 4G มีขนาดหน้าจอให้เลือกเป็น 5 นิ้ว และ 5.5 นิ้ว กล้องหลัก 13 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าสำหรับเซลฟี่ที่ 5 ล้านพิกเซล ในขณะที่หน่วยประมวลผลก็เป็นแบบ Quad-Core / Octa-Core ให้ประสิทธิภาพในการใช้งานที่ครบเครื่อง โดยสเปคของ J5 และ J7 ประกอบไปด้วย

j5j7-002

– หน้าจอ SuperAMOLD 5” / 5.5″ HD
– Qualcomm Snapdragon 410 Quad-Core 1.2 GHz / Samsung Exynos 7580 Octa-Core 1.5 GHz
– RAM 1.5GB, ROM 16GB (รองรับ Micro SD 128GB)
– Android 5.1 Lollipop
– กล้องหลัก 13MP, กล้องหน้า 5MP
– รองรับ 4G LTE, Dual SIM, WiFi, WiFi Direct, Hotspot, Bluetooth, USB OTG แต่ไม่มี NFC
– แบตเตอรี่ 2.600 mAh / 3,000 mAh

ถ้าดูโดยรวมแล้วจุดต่างระหว่าง Galaxy J5 และ Galaxy J7 นอกจากในเรื่องของราคาที่ 7,990 บาท และ 8,900 บาท แล้ว ที่เห็นชัดที่สุดคือภายนอกตัวเครื่องเริ่มที่ขนาดหน้าจอที่ 5 นิ้ว และ 5.5 นิ้ว จนกระทั่งขนาดเครื่องระหว่าง 142.1 x 71.8 x 7.9 มิลลิเมตร กับ 152.4 x 78.6 x 7.5มิลลิเมตร น้ำหนักระหว่าง 146 กรัม กับ 171 กรัม

j5j7-044

ถัดมาก็คือหน่วยประมวลผลที่ใช้งานระหว่าง Snapdragon 410 ที่เป็น Quad Core 1.2 GHz กับ Exynos 7580 ที่เป็น Octa Core 1.5 GHz ส่วนที่เหลือใช้สเปกเดียวกันทั้งหมด ทั้งแง่ของขนาดหน้าจอ RAM พื้นที่เก็บข้อมูล (ROM) รวมกับด้านของการเชื่อมต่อต่างๆทั้งการใช้งาน 2 ซิม รองรับ4G WiFi Bluetooth GPS และไม่มี NFC

j5j7-014 j5j7-015

ด้านหน้านอกจากหน้าจอ SuperAMOLED ที่อยู่ตรงกึ่งกลางความละเอียด HD 1280 x 720 พิกเซล ก็จะมีช่องลำโพงสนทนาอยู่ด้านบน กับเซ็นเซอร์ และกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ส่วนล่างหน้าจอมีปุ่มโฮม ปุ่มย้อนกลับ และเรียกดูแอปที่ใช้งานล่าสุด

j5j7-048 j5j7-049

ด้านข้างฝั่งขวาจะเป็นปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง ฝั่งซ้ายเป็นปุ่มปรับระดับเสียง โดยบริเวณขอบของตัวเครื่องจะมีการเส้นลวดลายสีเงินตัดกับตัวเครื่องสีขาวเพื่อเพิ่มความหรูหราให้แก่ตัวเครื่อง

j5j7-050 j5j7-051

ด้านบนจะมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. กับรูไมโครโฟนตัดเสียง ด้านล่างจะเป็นพอร์ท Micro USB

j5j7-057 j5j7-034

ด้านหลังจะเป็นฝาหลังพลาสติกสีขาวนวล ให้ความรู้สึกไม่ลื่นมากนัก ช่วยให้สามารถจับใช้งานได้ถนัดมือกว่าพื้นผิวที่เป็นกระจกเรียบ โดยมีกล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช กับช่องลำโพงอยู่ด้านข้าง

j5j7-038 j5j7-039 j5j7-072

ตัวเครื่องสามารถเปิดฝาหลังด้วยการงัดบริเวณขวาเครื่องแถวปุ่มเปิด-ปิด จะมีการเว้นช่องไว้ให้ใช้เล็บจิกเข้าไปงัดออกมาได้ ภายในจะพบกับแบตเตอรีที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ขนาด 2,600 mAh ในรุ่น J5 และ 3,000 mAh ในรุ่น J7 นอกจากนี้ก็จะมีช่องใส่ไมโครซิมการ์ด 1 และ 2 กับช่องใส่ไมโครเอสดีการ์ดที่เพิ่มได้สูงสุด 128 GB

001

ตัวซอฟต์แวร์ภายในที่ใช้เป็น Android 5.1 Lollipop โดยมีการครอบ TouchWIZ มา เพียงแต่ TouchWiz ในซีรีส์ J จะไม่ได้มีการรวม Flipboard มาเหมือนในเครื่องตระกูล S ดังนั้น หน้าจอหลักจึงสามารถปาดซ้าย-ขวา เพื่อเลือกนำวิตเจ็ตมาใส่ได้ตามปกติ

002

โดยเมื่อลากนิ้วจากส่วนบนลงมาจะพบกับแถบแจ้งเตือน และการตั้งค่าลัดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปิด-ปิด ไวไฟ บลูทูธ ดาต้า การหมุนหน้าจอ การใช้งานโหมดเครื่องบิน แน่นอนว่าตรงนี้ผู้ใช้สามารถเข้าไปเลือกเรียงลำดับตามความต้องการ ถัดลงมาก็จะเป็นแถบปรับระดับความสว่างหน้าจอ

j5j7-005

แม้ว่าตัวเครื่องจะไม่มีเซ็นเซอร์วัดแสงอัตโนมัติมาให้ แต่ก็มีการเพิ่มโหมด Outdoor มา ทำให้เวลานำไปใช้งานในที่มีแสงแดดจัดๆ ก็สามารถเปิดโหมดดังกล่าวเพื่อให้มองจอได้ชัดขึ้นทันที แต่ถ้าไม่ต้องการก็สามารถปรับระดับแสงของหน้าจอได้ปกติ

003

ในแง่ของการเชื่อมต่ออย่างที่กล่าวไปว่าตัวเครื่องรองรับการใช้งาน 2 ซิม พร้อมกับการรองรับ 4G ทุกคลื่นความถี่ที่ให้บริการในประเทศไทย เช่นเดียวกับ 3G ที่รับทั้ง 850 MHz 900 MHz และ 2100 MHz ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาในการนำมาใช้งานในบ้านเรา

อย่างไรก็ตามในส่วนของการเชื่อมต่อทั่วไปอย่าง WiFi ตัวเครื่องรองรับบนมาตรฐาน 802.11 b/g/n Bluetooth 4.1 ใช้งาน WiFi Direct WiFi Hotspot USB OTG ได้ตามปกติ เพียงแต่ตัวเครื่องจะไม่มี NFC มาด้วย ทำให้ไม่สามารถใช้งาน Beam เพื่อส่งไฟล์ได้ เช่นเดียวกับการที่ไม่มีระบบชาร์จไร้สายมาให้

004

ถัดมาใส่ส่วนของการใช้งาน Galaxy J5 และ Galaxy J7 ตัวเครื่องทำการพรีโหลดแอปพลิเคชันทั่วไปมาให้พร้อมใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ ข้อความ อีเมล รูปภาพ กล้อง ปฏิทิน นาฬิกา เครื่องคิดเลข บันทึกเสียง วิทยุ พร้อมตัวจัดการไฟล์ เมื่อรวมกับบริการต่างๆของกูเกิลอย่างยูทูป แผนที่ เพลยสโตร์ ก็สามารถใช้งานเบื้องต้นได้แล้ว

005

ทั้งนี้ในส่วนของซัมซุงโดยเฉพาะก็มีการเพิ่มแอปบริหารจัดการตัวเครื่องอย่าง Smart Manager มาให้ใช้เคลีย RAM หรือล้าง Cache ในตัวเครื่องออกไป รวมถึงใช้ดูสถานะของแบตเตอรีด้วย เช่นเดียวกับแอปอย่าง Galaxy Apps

006

ส่วนของการใช้งานเว็บเบราว์เซอร์ต้องยอมรับว่าเครื่อง Galaxy J5 มีความช้าในการแสดงผลมากกว่า Galaxy J7 เนื่องจากหน่วยประมวลผลที่มากกว่า แต่ถ้ามองเทียบกับราคาเครื่องแล้วก็ถือว่าการใช้งานอยู่ในระดับที่เหมาะสม

007

ในส่วนของการใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์ก ถือว่ารองรับการใช้งานทั่วไปทั้งหมด ทั้งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม ดังนั้นในส่วนนี้จึงไม่ใช่ปัญหาในการใช้งานแต่อย่างใด

j5j7-036

ขณะที่ตัวกล้องแม้ว่าจะใช้อินเตอร์เฟสแบบเดียวกับในเครื่องรุ่นไฮเอนด์ ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าไปดาวน์โหลดโหมดถ่ายภาพเพิ่มเติมได้ รวมถึงการใช้งานโหมด Pro ในการถ่ายภาพ เพียงแต่จะปรับได้เพียงแค่ ค่าความไวแสง (iso) และปรับสมดุลแสงเท่านั้น จะไม่เหมือนกับในรุ่นไฮเอนด์ที่จะปรับความเร็วชัตเตอร์ได้

ตัวอย่างภาพจากกล้อง Galaxy J5

20151013_163936 20151013_163945 20151013_164006 20151013_164103 20151013_164333

ตัวอย่างภาพจากกล้อง Galaxy J7

20150101_190226 20150101_190246 20150101_190323

ส่วนของการใช้งานแบตเตอรี เมื่อใช้งานทั่วๆไป สามารถอยู่ได้สบายๆใน 1 วัน แต่ถ้ามีการใช้งานหนักอย่างการฟังเพลง ดูวิดีโอ เล่นเว็บ และโซเชียลเน็ตเวิร์กตลอดเวลาๆ ช่วงเวลาบ่ายๆอาจจะต้องมีการชาร์จแบตเพิ่มเติม ส่วนความต่างระหว่าง 2 รุ่นที่แบตมีขนาดต่างกัน แต่ระยะเวลาใช้งานจะใกล้เคียงกั

j5j7-062

ถ้ามองโดยรวมแล้วถือว่าประสิทธิภาพตัวเครื่องของ Galaxy J5 และ J7 อยู่ในระดับที่สามารถใช้งานทั่วไปได้ทั้งหมด รวมถึงการเล่นเกมที่ต้องใช้ประสิทธิภาพตัวเครื่องค่อนข้างสูง เพียงแต่ด้วยตัว J7 อาจจะทำความเร็วในการตอบสนองได้รวดเร็วกว่าจากซีพียูที่เพิ่มมากขึ้น

j5j7-046

ดังนั้น ถ้ามองหาสมาร์ทโฟนในระดับราคา 8-9,000 บาท J5 และ J7 ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งแน่นอนว่าถ้าไม่ได้มีปัญหากับการใช้งานเครื่องที่จอมีขนาดใหญ่ ก็จะแนะนำให้เพิ่มเงินเพื่อซื้อ J7 ไปเลยดีกว่า แต่ถ้าไม่ได้ซีเรียสถึงประสิทธิภาพที่แตกต่างกันนิดเดียว และต้องการตัวเครื่องที่ถือใช้งานถนัดมือ J5 ก็จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ที่สำคัญคือตัวเครื่องทั้ง 2 รุ่น รองรับการใช้งาน 4G ดังนั้นจึงสามารถใช้งานยาวๆต่อไปได้อีก 2-3 ปี

About Author

nookzz

nookzz

Partners