[Review] Samsung Galaxy A50 ตระกูล A ระดับกลาง กล้องหลัง 3 ตัว แบตอึด จอใหญ่

โดย nineFangKhaoW | 9 เมษายน 2562 เมื่อ 19:00 น. | อ่าน 660

ในปีนี้ทาง Samsung ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างและวางตำแหน่งทางการตลาดในเซกเมนต์สมาร์ทโฟนระดับกลางใหม่ นั่นก็คือต่อไปนี้ตระกูล J Series จะอัพเกรดเป็น A Series แทน เพื่อเน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายไปที่คน Gen Z ซึ่งก็ได้ประเดิม 2 รุ่นแรกของตระกูล A Series ใหม่นี้กันด้วย Galaxy A50 และ Galaxy A30 นั่นเอง

อ่าน : สรุปไฮไลท์ Samsung Galaxy A30 / Galaxy A50 มิติใหม่ของรุ่นระดับกลาง

สำหรับรีวิวนี้ก็จะเป็นในส่วนของ Galaxy A50 และถ้าใครอยากดูรีวิวของ Galaxy A30 ก็สามารถคลิกอ่านได้จากตรงนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วทั้ง 2 รุ่นนี้มีหน้าตาที่คล้ายกันมาก โดยมีขนาดหน้าจอที่เท่ากันและเป็นชนิดเดียวกัน แต่แตกต่างกันในบางจุด เช่น สเปกภายใน กล้องถ่ายภาพ เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ฯลฯ

ข้อมูลสเปกของ Samsung Galaxy A50

  • หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว แบบ Infinity-U Display ความละเอียด 2340 x 1080 พิกเซล (FHD+) สัดส่วน 19.5:9
  • หน่วยประมวลผล Exynos 9610 Octa-core (4 x 2.3 GHz Cortex-A73 & 4 x 1.7 GHz Cortex-A53)
  • หน่วยความจำ RAM 6GB / ROM 128GB (รองรับ Micro SD Card สูงสุด 512GB)
  • กล้องหลัง 3 ตัว กล้องตัวหลักความละเอียด 25 ล้านพิกเซล AF (f/1.7) + กล้อง Depth Sensing ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล FF (f/2.2) + กล้องเลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล FF (f/2.2)
  • กล้องหน้าความละเอียด 25 ล้านพิกเซล FF (f/2.0)
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie (OneUI)
  • ขนาดตัวเครื่อง 158.5 x 74.7 x 7.7 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 166 กรัม
  • แบตเตอรี่ 4000mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว
  • ถาดซิมการ์ด 2 ซิมแบบนาโน และ 1 Micro SD Card
  • การเชื่อมต่อ 4G LTE , Wi-Fi 802.1.1 a/b/g/n/ac (2.4/5GHz), Bluetooth 5.0, ANT+, USB Type-C
  • ระบบเซ็นเซอร์ Accelerometer, Fingerprint Sensor, Gyro Sensor, Geomagnetic Sensor, Hall Sensor, Light Sensor, Proximity Sensor
  • ขาว, น้ำเงิน
  • ราคาเปิดตัว 11,490 บาท

มาดูหน้าตาของ Galaxy A50 กันก่อน เริ่มต้นด้วยการใช้หน้าจอแบบ Infinity-U Display ที่มีรอยบากเป็นรูปหยดน้ำและให้พื้นที่ในการแสดงผลเต็มจอแบบขอบจรดขอบ ขณะที่สัดส่วนของหน้าจอคือมีขนาดใหญ่ถึง 6.4 นิ้ว ชนิดจอ Super AMOLED ความละเอียด 2340 x 1080 พิกเซล อัตราส่วนการแสดงผล 19.5:9 ครอบทับด้วยกระจกโค้งมนแบบ 2.5D

บริเวณด้านบนของจอตรงรอยบากรูปหยดน้ำนั้นก็จะเป็นที่อยู่ของกล้องถ่ายรูปความละเอียด 25 ล้านพิกเซล FF (f/2.0) พร้อมกับซ่อนแถบลำโพงสนทนาไว้ที่ขอบเล็ก ๆ ด้านบน ส่วนบริเวณด้านล่างของจอก็จะเป็นปุ่มเมนูแบบ On-Screen ที่ประกอบด้วย ปุ่ม Recent App ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ

ด้านหลังของ Galaxy A50 ใช้วัสดุที่เป็นกระจกครอบแบบ 3D Glasstic พร้อมขอบข้างโค้งมนจับกระชับเข้ารับกับมือได้ดีทีเดียว แต่ก็ค่อนข้างเกิดคราบรอยนิ้วมือได้ง่าย ต้องขยันเช็ดบ่อย ๆ หรือหาเคสมาใส่ก็น่าจะดีกว่า (มีเคสซิลิโคนแถมมาให้ในกล่องแล้ว) โดยเครื่องที่ได้มารีวิวครั้งนี้เป็นเครื่องสีดำ ซึ่งด้านหลังนี้เวลาเราเอียงเครื่องตามมุมต่าง ๆ จะเห็นเป็นสีออกรุ้ง ๆ ดูสวยงาม

โดยที่บริเวณด้านหลังก็จะมีกล้องถ่ายรูปแบบ 3 ตัว ไฟแฟลช LED และโลโก้แบรนด์ Samsung

ตรงขอบของ Galaxy A50 ใช้วัสดุแบบโลหะเพื่อเสริมความพรีเมียมมากขึ้น ซึ่งบริเวณขอบด้านบนนี้จะมีเพียงไมโครโฟนเท่านั้น ส่วนที่ขอบด้านล่างจะมีรูเสียบหูฟังแบบ 3.5 มิลลิเมตร รูเสียบสายชาร์จแบบ USB Type-C ไมโครโฟน และลำโพง

ขณะที่ขอบด้านข้างฝั่งหนึ่งจะเป็นปุ่มกดเปิด/ปิดเครื่อง รวมทั้งปุ่มกดเพิ่ม/ลดเสียง ส่วนอีกฝั่งหนึ่งก็จะมีเพียงช่องใส่ถาดซิมการ์ด โดยสามารถใส่ซิมการ์ด 2 ซิมแบบนาโน และยังใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ Micro SD Card เพิ่มเติมได้แบบพร้อมกันทั้งหมด

สำหรับอุปกรณ์ในกล่องของ Galaxy A50 โดยเมื่อเปิดออกมาก็จะพบกับตัวเครื่องและอุปกรณ์มาตรฐานทั่วไป ซึ่งประกอบด้วย อะแดปเตอร์ชาร์จไฟแบบ 15W Fast Charging 5V-2A, สายชาร์จแบบ USB Type-C, เคสซิลิโคนแบบใส, เข็มจิ้มถาดซิมการ์ด และคู่มือการใช้งาน

มาถึงในส่วนของหน้าตา UI และพวกเมนูต่าง ๆ ก็จะคล้ายกันกับสมาร์ทโฟน Samsung รุ่นอื่น ๆ โดยพร้อมกับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เวอร์ชั่น 9.0 Pie ที่คลุมด้วย OneUI แบบเดียวกับที่ใช้ใน Galaxy Note9 หรือ Galaxy S10 Series ซึ่งเมนูตั้งค่าการใช้งานต่าง ๆ ก็เหมือนกันกับสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ทั่วไป ใช้งานง่ายและสะดวก

ทางด้านขุมพลังภายในของ Galaxy A50 ใส่ชิปประมวลผล Exynos 9610 Octa-core (4 x 2.3 GHz Cortex-A73 & 4 x 1.7 GHz Cortex-A53) พร้อมกับหน่วยความจำภายใน RAM 6GB / ROM 128GB ถ้าอยากจะเพิ่มก็รองรับหน่วยความจำเสริม Micro SD Card สูงสุด 512GB แบตเตอรี่ที่ให้มาก็จัดเต็มที่ความจุถึง 4000mAh ใช้งานยาว ๆ ระหว่างวันได้แบบสบาย ๆ กันเลย

ลองทดสอบประสิทธิภาพตัวเครื่องด้วยแอปฯ Geekbench 4.3.2 แบบ Single-Core ได้คะแนน 1710 คะแนน / Multi-Core ได้คะแนน 5090 คะแนน ส่วน AuTuTu Benchmark v7.1.7 ได้คะแนนรวมไป 139414 คะแนน

ลองทดสอบเล่นเกมสุดฮิตต่าง ๆ อย่างเกม PUBG MOBILE ที่กินสเปกค่อนข้างสูง ก็สามารถตั้งค่าความละเอียดกราฟิกสูงสุดได้เลย เพราะตัวเครื่อง Galaxy A50 ให้สเปกมาแบบเหลือ ๆ อยู่แล้ว ส่วนเกมอื่น ๆ ก็เล่นได้ลื่นไหลดี กราฟิกสวยงาม

มาลองเล่นกล้องกันดูบ้าง โดยจะเริ่มที่กล้องหลังกันก่อน ซึ่ง Galaxy A50 นั้นมาพร้อมกับกล้องหลัง 3 ตัว (Triple-Camera) เรียงแบบแนวตั้งชิดมุมบนด้านซ้ายของตัวเครื่องคล้ายกับ Galaxy A7 รุ่นล่าสุด ซึ่งประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 25 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.7, กล้อง Depth Sensing ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 และกล้องเลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

ส่วนกล้องหน้าเป็นกล้องตัวเดียว กล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 โดยเอาใจคนรักการเซลฟี่ด้วยฟีเจอร์ Selfie Focus ที่สามารถถ่ายเบลอฉากหลังได้แนบเนียน

โหมดการถ่ายภาพนอกจากโหมดถ่ายแบบปกติแล้ว ก็มีทั้งโหมดพาโนรามา, โปร, ไลฟ์โฟกัส, วิดีโอ, Slow motion และ Hyperlapse ซึ่งสามารถใช้งานได้ง่ายถ่ายเล่นสนุกในแทบทุกโหมด ส่วนเรื่องความสวยของภาพก็ทำได้ดี สวยกว่าที่คิดไว้เยอะเลย และถ้าใครที่ชอบใช้โหมดโปรหรือชอบตั้งค่าด้วยตัวเองเวลาถ่ายรูป การปรับแต่งต่าง ๆ ของโหมดนี้ก็ค่อนข้างเข้าใจได้ง่ายและไม่มีอะไรซับซ้อนจนเกินไป

โหมด Live Focus จะใช้สำหรับการถ่ายหน้าชัดหลังเบลอ ซึ่งเวลาถ่ายจะมีการเบลอพื้นหลัง เพิ่มเอฟเฟ็กต์โบเก้ เพื่อให้หน้าของเราดูโดดเด่นขึ้นมา โดยสามารถปรับระดับความเบลอได้ 7 ระดับ

Galaxy A50 ยังได้นำความสามารถด้าน AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพของกล้อง ด้วยฟีเจอร์ Scene Optimizer สามารถจำแนกวัตถุต่าง ๆ ได้มากถึง 20 ชนิด พร้อมปรับการตั้งค่าถ่ายภาพแบบอัตโนมัติ และฟีเจอร์ Flaw Detection ที่จะช่วยตรวจจับจุดด่างดำหรือรายละเอียดที่ไม่พึงประสงค์บนใบหน้า ให้การถ่ายภาพบุคคลออกมาดูดียิ่งขึ้น

ตัวกล้องเลนส์ Ultra-wide ที่เสริมเข้ามานั้นให้ความสามารถในการเก็บภาพมุมมองกว้างได้ถึง 123 องศา เทียบเท่ากับมุมมองรับภาพตามสายตาของมนุษย์

เปรียบเทียบมุมมองแบบปกติและมุมมองกว้าง

มุมมองภาพแบบปกติ

มุมมองภาพแบบกว้าง

Galaxy A50 ยังมีอีกหนึ่งความสามารถพิเศษที่มากับคุณสมบัติกล้อง ก็คือการสร้าง AR Emoji ซึ่งสามารถสร้างอิโมจิคาแรคเตอร์บ่งบอกอารมณ์ด้วยรูปลักษณ์ เสียง และท่าทางเหมือนกับตัวเราหรือตัวการ์ตูนในรูปแบบ 3 มิติ พร้อมทั้งสามารถปรับแต่งหน้าตา ทรงผม เครื่องแต่งกายในแบบที่ตัวเองชอบ แล้วยังนำไปใช้กับแอปฯ Third Party อื่น ๆ ได้

นอกจากนี้ Galaxy A50 ก็ยังมีพวก GIF หรือสติ๊กเกอร์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มสีสันและทำให้การถ่ายภาพมีความสนุกมากขึ้นอีกด้วย

เรื่องความปลอดภัยของ Galaxy A50 จะมีตัวเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบบนหน้าจอ (On-Screen Fingerprint) พร้อมด้วยเทคโนโลยีปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Recognition) มาให้ได้ใช้กันอีกด้วย

ตัวอย่างภาพภายจากกล้องของ Samsung Galaxy A50

โดยสรุป ก็เป็นที่น่าสนใจสำหรับปรับเปลี่ยนโครงสร้างและวางตำแหน่งทางการตลาดในเซกเมนต์สมาร์ทโฟนระดับกลางใหม่ของ Samsung ในครั้งนี้ ซึ่ง 2 รุ่นแรกอย่าง Galaxy A50 และ Galaxy A30 ที่เหมือนรุ่นประเดิมตระกูล A Series ใหม่ ก็ถือว่าโดยรวมแล้วทำออกมาได้ค่อนข้างดีทั้งในแง่ของประสิทธิภาพและราคา

ซึ่ง Galaxy A50 นั้นน่าจะมาสร้างเจาะตลาดมือถือกลุ่มราคาหมื่นนิด ๆ ได้ไม่ยากนัก ด้วยชื่อชั้นของแบรนด์ บวกกับประสิทธิภาพแบบจัดเต็ม ทั้ง 3 กล้องหลังอัจฉริยะ สามารถเก็บภาพได้หลากหลายระยะ ทั้งระยะมาตรฐาน และระยะไกล ด้วยความพิเศษจากเลนส์ Ultra Wide ให้ถ่ายภาพมุมกว้างได้แบบกล้องระดับโปร ตลอดจนหน้าจอ Full HD+ ความละเอียดสูง Super AMOLED ดีไซน์ใหม่แบบ Infinity-U Display ขนาด 6.4 นิ้ว ชิปประมวลผลระดับท็อป และเต็มที่กับทุกกิจกรรมตลอดทั้งวันด้วยแบตเตอรี่ความจุ 4000mAh กับราคาเปิดตัวเพียง 11,490 บาท

About Author

nineFangKhaoW

nineFangKhaoW

Partners