[Review] Redmi Note 7 มือถือกล้องหลัง 48MP แบตอึด จอใหญ่ ในราคายิ่งกว่าคุ้ม

โดย nineFangKhaoW | 10 พฤษภาคม 2562 เมื่อ 12:12 น. | อ่าน 3,879

สมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นล่าสุดของตระกูล Redmi Note ที่ต้องบอกว่าเป็นอีกรุ่นหนึ่งได้ความนิยมอย่างมากตั้งแต่ Redmi Note 5 หรือ Redmi Note 6 Pro รุ่นก่อนหน้า โดยยังคงสานต่อจุดแข็งด้านการนำเสนอจอแสดงผลขนาดใหญ่และการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน รวมทั้งกล้องถ่ายภาพระดับเรือธงที่คมชัด 48 ล้านพิกเซลเลยทีเดียว

แกะกล่อง Redmi Note 7 ออกมาจะพบกับตัวเครื่องและอุปกรณ์มาตรฐานที่ประกอบด้วย

  • อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ 5V-2A
  • สายชาร์จแบบ USB Type-C
  • เคสซิลิโคนใส
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานและใบรับประกัน

Redmi Note 7 มีดีไซน์ที่เน้นความสวยงามเรียบง่าย โดยมาพร้อมกับหน้าจอไร้ขอบที่มีรอยบากแบบหยดน้ำ (Dot Drop) ขนาดใหญ่ 6.3 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 19.5:9 สำหรับชนิดจอเป็น IPS LCD สีสันสดใสคมชัด คลุมทับด้วยกระจกหน้าจอ Corning Gorilla Glass 5 แบบขอบโค้ง 2.5D แข็งแรงและทนทานต่อรอยขีดข่วนได้ดี ซึ่งพื้นที่ในการแสดงผลที่ค่อนข้างเกือบ ๆ ชิดขอบตัวเครื่อง

บริเวณด้านบนของหน้าจอจะมีกล้องหน้าสำหรับเซลฟี่ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล และลำโพงสำหรับสนทนา

ถัดมาที่ด้านหลังตัวเครื่อง Redmi Note 7 จะใช้วัสดุที่เป็นกระจก Corning Gorilla Glass 5 ดูพรีเมี่ยมหรูหราดี ซึ่งบริเวณด้านหลังนี้ถ้าไล่จากด้านบนลงมาก็จะประกอบด้วย กล้องถ่ายรูปแบบกล้องคู่ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล + 5 ล้านพิกเซล พร้อมกับไฟแฟลช LED ถัดมาเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และโลโก้ Redmi by Xiaomi

Redmi Note 7 ที่เข้าไทยนั้นมี 3 สีให้เลือก ได้แก่ Space Black, Neptune Blue และ Nebula Red โดยเครื่องที่ได้รับมารีวิวในครั้งนี้ก็จะเป็นสี Neptune Blue นั่นเอง เวลาเอียงเครื่องไปมาก็จะเห็นเป็นสีเหลือบ ๆ โทนน้ำเงินและม่วง เมื่อมาประกอบกับการใช้วัสดุหลักที่เป็นกระจกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง งานดีไซน์โดยรวมจึงถือว่าทำออกมาได้สวยงามโดดเด่นดีทีเดียว

ในส่วนของขอบรอบตัวเครื่องทั้ง 4 ด้าน เริ่มจากขอบด้านบนจะประกอบด้วยช่องเสียบหูฟังแบบ 3.5 มิลลิเมตร ไมโครโฟน และอินฟราเรด ถัดมาที่ขอบด้านล่างจะมีช่องเสียบสายชาร์จแบบ USB Type-C และไมโครโฟนสำหรับการสนทนาโทรศัพท์ และลำโพง

ส่วนขอบด้านข้างฝั่งหนึ่งจะมีปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่องหรือล็อกหน้าจอ อีกทั้งปุ่มกดสำหรับเพิ่ม/ลดเสียง ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งจะมีเพียงช่องใส่ถาดซิมการ์ด

สำหรับถาดซิมการ์ดของ Redmi Note 7 จะเป็นแบบ Hybrid Slot (ซิม 1 หรือ Micro SD Card + ซิม 2) โดยสามารถรองรับการใช้งาน 4G ทั้ง 2 ซิม

Redmi Note 7 รันด้วย MIUI 10 ที่ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie สำหรับหน้าตา UI และพวกบรรดาเมนูการตั้งค่าต่าง ๆ นั้น แน่นอนว่าก็เป็นรูปแบบที่ชาวแอนดรอยด์ทั่วไปคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก ขณะที่ขุมพลังภายในของรุ่นนี้อัดมาด้วยชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 660 Octa-core 2.2 GHz ให้ประสิทธิภาพในการใช้งานที่รวดเร็ว พร้อมทั้งจับคู่กับชิปแสดงผล Qualcomm Adreno 512

สำหรับเครื่องที่ได้รับมารีวิวในครั้งนี้ เป็นรุ่นหน่วยความจำ RAM 4GB / ROM 64GB (มีรุ่น RAM 3GB / ROM 32GB และ RAM 4GB / ROM 128GB) โดยรองรับหน่วยความจำเสริม Micro SD Card สูงสุด 256GB

ผลการทดสอบประสิทธิภาพด้วยแอปฯ AuTuTu Benchmark v7.1.7 ได้คะแนนรวมไป 120,941 คะแนน ส่วน Geekbench 4 แบบ Single-Core ได้คะแนน 1,626 คะแนน / Multi-Core ได้คะแนน 4,474 คะแนน

ด้านความบันเทิง Redmi Note 7 นับว่าทำได้ดีและสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้เต็มอรรถรส ไม่ว่าจะดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นเกม ซึ่งจากการลองทดสอบการเล่นเกมต่าง ๆ หลากหลายแนวก็เล่นได้ค่อนข้างลื่นไหลไม่มีสะดุด ส่วนเกมฮิตอย่าง PUBG MOBILE อาจจะตั้งค่าความละเอียดกราฟิกได้แค่ระดับปานกลาง แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร เพราะโดยรวมแล้วก็ยังสามารถเล่นได้สมูทดีและไม่มีอาการกระตุกให้เห็น

Redmi Note 7 นอกจากจะมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแล้ว ยังมีเทคโนโลยีปลดล็อกด้วยใบหน้ามาให้ได้ใช้เพื่อความปลอดภัยสำหรับการล็อกตัวเครื่อง ส่วนแบตเตอรี่ที่ให้มาแบบใช้งานได้แบบเหลือๆ เพียงพอตลอดวันด้วยความจุถึง 4000mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยี Qualcomm Quick Charge 4 และมีเมนูจัดการแบตเตอรี่เพื่อให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดอีกด้วย

หนึ่งในฟีเจอร์สำคัญที่ให้มาก็คือการโคลนแอปฯ โดยสามารถโคลนแอปฯ ประเภทโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เช่น LINE, Facebook, Instagram ฯลฯ เพื่อใช้งานเพิ่มได้อีก 1 บัญชี เหมาะสำหรับคนที่มีหลายบัญชี แต่ไม่อยากพกโทรศัพท์หลาย ๆ เครื่องนั่นเอง หรือจะแบ่งหน้าจอเป็น 2 ส่วน เพื่อเล่นแอปฯ พร้อม ๆ กันก็ทำได้

ในตอนต้นที่ได้พูดถึงบริเวณขอบด้านบนของตัวเครื่องที่มีอินฟราเรดติดมาด้วย นั่นจึงทำให้ Redmi Note 7 สามารถใช้งานเป็นรีโมทควบคุมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ที่สามารถสั่งงานด้วยรีโมทได้ เช่น ทีวี แอร์ พัดลม เครื่องเล่น DVD โปรเจคเตอร์ ฯลฯ

ถึงตรงนี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ Redmi Note 7 นั่นคือเรื่องกล้องถ่ายภาพ โดยไฮไลท์อยู่ที่กล้องหลังเลนส์คู่ เซ็นเซอร์หลัก Samsung ISOCELL Slim GM1 คมชัด 48 ล้านพิกเซล แบบ Physical Pixel มีเทคโนโลยี 4-in-1 Super Pixel รวมเม็ดพิกเซลให้มีขนาด 1.6um เพื่อการถ่ายในที่แสงน้อย และระบบโฟกัส PDAF มีรูรับแสง f/1.8 ขณะที่เซ็นเซอร์รอง Samsung S5K5E8 ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 มี AI Scene Detection, AI Portraits และโหมดถ่ายภาพกลางคืน

ส่วนกล้องหน้าให้มาเป็นกล้องตัวเดียว ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 มีขนาดพิกเซล 1.12um พร้อมฟีเจอร์ HDR พร้อมด้วย AI Scene Detection, AI Portraits และ AI Beautify

ส่วนโหมดการถ่ายรูปที่มีมาให้ประกอบด้วยถ่ายแบบปกติ วิดีโอ วิดีโอสั้น ภาพบุคคล ภาพกลางคืน สี่เหลี่ยม พาโนรามา และโหมดโปร ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่มีอะไรซับซ้อนมากนัก ใช้ง่ายและถ่ายได้สนุกพอสมควร ตลอดจนลูกเล่นอื่น ๆ ที่ใส่มาให้ครบครัน อาทิ ฟิลเตอร์ ปรับภาพเบลอ ปรับภาพให้ตรง เซลฟี่กลุ่ม ฟรุ๊งฟริ๊ง และ Google lens

นอกจากนี้ การที่กล้องมี AI เข้ามาเสริม ตัวกล้องสามารถวิเคราะห์ได้เองว่าภาพที่จะถ่ายนั้นเป็นรูปแบบใด ส่วนเรื่องความสวยของภาพนั้นทำได้ดีกว่าที่คาดไว้มาก รวม ๆ แล้วก็ยอมรับว่าเป็นมือถืออีกเครื่องหนึ่งที่ถ่ายเล่นได้สนุกดีเลยทีเดียว

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ Redmi Note 7

สรุปข้อมูลสเปกของ Redmi Note 7

  • หน้าจอ 6.3 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 19.5:9
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 660 Octa-core 2.2 GHz
  • หน่วยความจำ RAM 3GB / ROM 32GB, RAM 4GB / ROM 64GB และ RAM 4GB / ROM 128GB (รองรับ Micro SD Card สูงสุด 256GB)
  • กล้องหน้า 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • กล้องหลัง 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 + 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • ระบบปฏิบัติการ MIUI 10 ที่ทำงานอยู่บน Android 9.0 Pie
  • ขนาดตัวเครื่อง 159.21 x 75.21 x 8.1 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 186 กรัม
  • แบตเตอรี่ 4000mAh
  • รองรับซิมการ์ด 2 ซิมแบบ Hybrid Slot (ซิม 1 หรือ Micro SD Card + ซิม 2)
  • การเชื่อมต่อ 4G LTE, Wi-Fi 802.1.1 a/b/g/n/ac (2.4/5GHz), รองรับ WiFi Direct, รองรับ WiFi Display, Bluetooth 5.0, USB Type-C
  • ระบบเซ็นเซอร์ไจโรสโคป, เครื่องวัดความเร่ง, เซ็นเซอร์ระยะทาง, เข็มทิศอิเล็กทรอนิกส์, เซ็นเซอร์ลายนิ้วมือ, เซ็นเซอร์วัดแสงรอบข้าง, มอเตอร์สั่น, IR blaster
  • สีที่วางจำหน่าย Neptune Blue, Space Black, Nebula Red
  • ราคาเริ่มต้น 4,999 บาท (RAM 3GB / ROM 32GB), 6,599 บาท (RAM 4GB / ROM 64GB) และ 6,799 บาท (RAM 4GB / ROM 128GB)

โดยสรุปแล้วก็ต้องบอกว่าRedmi Note 7 รุ่นนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ๆ สำหรับคนที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนถ่ายรูปสวย หน้าจอใหญ่ ๆ พร้อมสเปกแบบจัดเต็มในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป เพราะสนนราคาเริ่มต้นเพียงแค่ 4,999 บาทเท่านั้น จึงดูคุ้มค่าที่สุดเมื่อเทียบกับรุ่นอื่น ๆ ในระดับเดียวกันนั่นเอง

About Author

nineFangKhaoW

nineFangKhaoW

Partners