Philips 760

โดย mchaw | 2 กันยายน 2549 เมื่อ 03:50 น. | อ่าน 53
นับว่าเป็นโทรศัทพ์มือถือติดกล้อง 1.3 ล้านพิกเซล ฝาพับ จอหมุนได้ ที่คุ้มค่า ราคาไม่ถึงหมื่น!!! จาก Philips

Philips 760

Philips 760 โทรศัพท์ติดกล้อง 1.3 ล้านพิกเซล ราคาประหยัดPhilips ยักษ์ใหญ่แห่งวงการอุปกรณ์ทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ หลังจากที่หายหน้าหายตาไปจากวงการโทรศัพท์มือถือมานานตั้งแต่คราวที่ออก 9@9cและ 855 มาวันนี้ Philips พร้อมแล้วที่จะออก Model ใหม่ๆพร้อมกันถึง 3 รุ่น ได้แก่ Philips 162, Philips 859 และตัวที่จะมาพูดถึงกันในวันนี้ครับ Philips 760Philips 760 มาพร้อมกับฟังก์ชั่นในส่วนของโทรศัพท์ที่เรียบง่าย รองรับการใช้งานบนเครือข่าย GSM Dual Band 900/1800 MHz ติดกล้องดิจิตอลความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล (นับเป็นโทรศัพท์มือถือติดกล้องในระดับ 1.3 ล้านพิกเซลที่ราคาถูกที่สุดในตลาดขณะนี้เลยทีเดียว) หน้าจอแสดงผลแบบ TFT รองรับการแสดงผลสูงสุด 65,536 สี รวมไปถึงรองรับการใช้งาน GPRS การรับส่งข้อความในรูปแบบ SMS, MMS และ E-Mail รองรับ Java และความสามารถอื่นๆครบถ้วน เพียงพอต่อการใช้งาน ในระดับราคาที่ไม่ถึงหมื่นครับ

 

Philips 760

แกะกล่องลองเครื่อง
สัมผัสแรก ความประทับใจอย่างแรกสุดก่อนที่จะได้ลองเล่นฟังก์ชั่นต่างๆของตัวเครื่องก็คงเป็นในเรื่องของรูปทรง Philips 760 มาในรูปแบบของโทรศัพท์ฝาพับ (Clamshell) ที่หน้าจอสามารถหมุนได้ 180 องศา (Swivel and Rotate 180 degree) ตัวเครื่องสีเงินตัดกับสีน้ำเงินเข้ม แลดูเรียบๆแต่แฝงไปด้วยความหรูหรา สัมผัสที่ได้จากการจับก็ดูมั่นคง กระชับมือ และขนาดก็กำลังดี เหมาะกับการพกพา คือไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไปครับ (ขนาด 91.4 x 44 x 24.8 mm น้ำหนัก 104 g)

 

Philips 760

ด้านหน้า ตัวเครื่องถูกออกแบบมาเป็นสองสีตัดกัน คือ สีเงิน และสีน้ำเงินเข้ม โดยที่ส่วนที่เป็นสีเงินจะเป็นกรอบล้อมรอบสีน้ำเงินเข้มอยู่ มีตัวหนังสือ Philips ติดอยู่ที่ส่วนบนของฝาพับครับ

 

Philips 760

เมื่อเปิดฝาพับขึ้นมา พบกับจอแสดงผลแบบ TFT เด่นขึ้นมา ที่ส่วนบนใต้ลำโพงสนทนามีตัวหนังสือ 760 ซึ่งเป็นรหัสของรุ่นนี้ติดอยู่ ที่ด้านล่างของจอมีตัวหนังสือ Philips แปะอยู่เช่นกัน นอกจากนี้บริเวณรอบๆจอแสดงผลจะมีปุ่มกดเล็กๆอยู่อีก 4 ปุ่มสองปุ่มล่างจะทำหน้าที่เช่นเดียวกับซอฟท์คีย์ซ้าย-ขวาที่อยู่บนคีย์แพดด้านล่าง ซึ่งหน้าที่หลักๆของปุ่มทั้ง 4 นี้จะใช้งานในส่วนของกล้องมากกว่าครับ เพราะเมื่อเข้าสู่การใช้งานกล้องถ่ายรูป ก็จะเหลือปุ่มกดให้ใช้งานเพียงแค่ 4 ปุ่มครับ ในส่วนของแผงปุ่มกดด้านล่างนั้นประกอบไปด้วยปุ่มกด 4 ทิศทาง และปุ่ม OK ตรงกลาง หรือจะเป็นปุ่มซอฟท์คีย์ซ้ายที่ใช้เป็นคีย์ลัดในการเข้าสู่เมนู ส่วนซอฟท์คีย์ขวาใช้เป็นคีย์ลัดในการเข้าสู่เมนู MMS ด้านล่างของซอฟท์คีย์ทั้งสองก็จะเป็นปุ่มรับสาย-วางสายครับ มาดูที่คีย์แพดตัวเลขกันบ้าง Philips 760 มากับคีย์ตัวเลขสีน้ำเงินเข้มครับ แต่ละแถวจะถูกแบ่งเป็นขั้นๆ ทำให้สามารถกดได้ง่ายและไม่ค่อยผิดพลาดครับ

 

Philips 760

ด้านหลัง Philips 760 ถูกออกแบบมาในรูปแบบของ Dual Front คือมีด้านหน้า 2 ด้าน ซึ่งบริเวณด้านหลังนี้ก็คือด้านหน้าของกล้องถ่ายรูปนั่นเองครับ ดูเผินๆแล้วเหมือนกล้องดิจิตอลตัวเล็กๆตัวหนึ่งที่มีแฟลชติดมาด้วย มีตัวหนังสือกำกับรอบๆกล้องว่า Digital Camera 1.3 Mega Pixels F: 4.65 mm 1:2.8 อันเป็นคุณลักษณะของกล้องดิจิตอลตัวนี้ครับ เมื่อเปิดฝาด้านหลังออกมาก็จะพบกับแบตเตอรี่ขนาด 720 mAh และเมื่อถอดแบตเตอรี่ออกมาก็จะพบกับช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดครับ

 

Philips 760

ช่องใส่ซิมการ์ด

 

Philips 760

ด้านซ้าย มีพอร์ทอินฟราเรดอยู่ที่ด้านล่างครับ

 

Philips 760

ด้านขวา จะมีปุ่มสำหรับปรับระดับเสียงอยู่ครับ ซึ่งในสถานะต่างๆ ปุ่มนี้ก็จะมีหน้าที่แตกต่างกันไป เช่น เมื่อมีสายเข้า สามารถปฏิเสธการรับสายด้วยการกดขึ้นหรือลงค้างไว้สักครู่ แต่ถ้าทำการกดแล้วปล่อยจะเป็นการปิดเสียงเรียกเข้าครับ ส่วนด้านล่างจะเป็นปุ่มรูปกล้อง ใช้เป็นชัตเตอร์ขณะที่อยู่ในโหมดของกล้องถ่ายรูปครับ

 

Philips 760

ด้านบน รูเล็กๆที่เห็นสองรูนั้นคือลำโพงครับ

 

Philips 760

ด้านล่าง เรียบๆง่ายๆด้วยช่องเสียบสายชาร์จและเป็นช่องสำหรับเสียบสาย Datalink ครับ

 

Philips 760

ทดสอบการใช้งาน
เริ่มการใช้งานกดปุ่ม Power (ปุ่มวางสาย) ค้างไว้ จะพบกับข้อความต้อนรับเป็นโลโก้ของ Philips และตัวหนังสือหมุนไปหมุนมา (เปรียบเสมือนหน้าจอที่หมุนได้ 180 องศา) แสดงความเป็น Rotate Phone ของ Philips 760 ครับ หลังจากนั้นสักครู่เครื่องก็จะเริ่มทำงานตามปกติหน้าจอ Philips 760 มาพร้อมกับหน้าจอแบบ TFT ความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ระดับ 128×160 พิกเซล รองรับการแสดงผลสูงสุด 65,536 สี โดยรวมแล้วถือว่าเป็นหน้าจอที่สวยงาม อาการพลิ้วหรือสั่นที่หน้าจอก็ไม่ปรากฏให้เห็น และถึงแม้ว่าจะเป็นหน้าจอในแบบ TFT การใช้พลังงานก็ไม่ถึงกับสิ้นเปลืองมากครับ การแสดงผลบนหน้าจอนั้น บรรทัดบนสุดจะแสดงถึงชื่อ Operator ทางมุมขวาบนจะแสดงระดับความแรงของสัญญาณ, ระดับแบตเตอรี่ รวมไปถึงวันที่และเวลาครับ หากไม่ชอบการแสดงผลในรูปแบบนี้ ก็จะมีฟังก์ชั่น International ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้ในการตั้งเวลาที่ต่างกัน 2 ประเทศ โดยเมื่อเราเปิดใช้งานฟังก์ชั่นนี้ หน้าจอจะแสดงทั้งเวลา Local และเวลาอีกประเทศหนึ่งที่เราเลือกไว้ครับ

 

Philips 760

Wallpaper แบบแสดงเวลา 2 ประเทศ

 

Philips 760

เสียงเรียกเข้า รองรับเสียงเรียกเข้าในรูปแบบของ *.mid, *.adp และ *.fr ซึ่งเป็นไฟล์เสียงของทาง Philips เอง ในตัวเครื่องนั้น Philips ได้ใส่เสียงเรียกเข้าตัวอย่างมาให้แล้วด้วย และสามารถดาวน์โหลดเพิ่มเติมผ่านทาง GPRS หรือจะเป็นทาง Infrared ก็สามารถที่จะกระทำได้เช่นกัน สำหรับไฟล์ *.fr นั้น คือรูปแบบที่ได้จากการใช้ฟังก์ชั่น Sound Recording ของตัวเครื่อง แล้วนำมาทำเป็นเสียงเรียกเข้าครับ

 

Philips 760

สมุดโทรศัพท์ สามารถบันทึกรายชื่อได้มากถึง 500 รายชื่อ แบบ Multi-field โดยที่ในแต่ละรายชื่อสามารถบันทึกรายละเอียดต่างๆได้ถึง 9 รายการไม่ว่าจะเป็นเบอร์บ้าน, เบอร์ที่ทำงาน, เบอร์มือถือ, เบอร์โทรสาร, อีเมล์, โน้ตย่อ เป็นต้น ในส่วนของการตั้งเสียงเรียกเข้าให้แตกต่างกันเป็นรายบุคคลและรูปภาพขณะโทรเข้านั้น สามารถทำได้ครับ

 

Philips 760

โปรไฟล์ มีมาให้เลือกใช้ทั้งหมด 6 โปรไฟล์ ได้แก่ Personal, Autonomy, Headset, Car, Outdoors และ Meeting หากต้องการจะปรับแต่งเสียงจะไม่สามารถปรับได้โดยตรงจากเมนูนี้ครับ การปรับจะต้องทำการเลือกโปรไฟล์ที่ต้องการ หลังจากนั้นจึงทำการปรับที่เมนู Sounds ครับ

 

Philips 760

การรับส่งข้อความรองรับการใช้งาน SMS, MMS, E-Mail ซึ่งในส่วนของ E-Mail นั้นสามารถแนบไฟล์รูปภาพไปกับเมล์ได้ด้วยครับ แต่ว่าได้เพียงทีละภาพต่อข้อความเท่านั้นออแกไนเซอร์ การใช้งานด้านปฏิทินจะรองรับการแสดงผลทั้งรายเดือน, รายสัปดาห์ และรายวัน นอกจากนี้ยังสามารถตั้ง Reminder ได้ด้วยครับ

 

Philips 760

จาวารองรับการใช้งาน Java Application ครับเกม เครื่องที่วางจำหน่ายในประเทษไทยนั้นมีเกมมาให้ 3 เกมครับ คือ Wall Breaker กับ Shado Fighter ด้านนอกเมนูเกมส์ยังมี Brick Game (คล้ายๆกับ Arkanoid) มาให้ด้วยครับ

 

Philips 760

เกม Shado Fighter

 

Philips 760

ตั้งเวลาเปิด-ปิดเครื่องอัตโนมัติ เป็นฟังก์ชั่นที่น่าสนใจตัวหนึ่งครับ เพราะบางทีเราปิดเครื่องช่วงเวลากลางคืน แต่อยากจะเปิดรอรับสายแต่เช้าตรู่ (แล้วบางทีขี้เกียจตื่นขึ้นมาเปิดเครื่อง) ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะพลาดสายสำคัญไปครับ เพียงแค่ตั้งเวลาเปิด-ปิดอัตโนมัติเท่านั้นครับ และยิ่งตอนนี้ Operator หลายรายมีบริการแจ้งเตือนสายที่ติดต่อไม่ได้ผ่าน SMS แล้ว

 

Philips 760

บันทึกเสียง สามารถบันทึกเสียงได้มากถึง 20 ไฟล์ โดยแต่ละไฟล์จะมีความยาวได้มากสุด 1 นาทีครับ

 

Philips 760

นาฬิกาปลุกสามารถตั้งปลุกได้ 3 เวลาแตกต่างกัน และยังเลือกให้ปลุกแบบทุกวัน หรือเฉพาะวันได้อีกด้วย มีฟังก์ชั่น Snooze สำหรับคนขี้เซาด้วยครับการเชื่อมต่อ Philips 760 มีความสามารถในการเชื่อมต่อเครือข่าย GPRS Class 10 รองรับการใช้งาน WAP 1.2.1 รวมไปถึงมี IrDA หรืออินฟราเรดพอร์ท ทำให้สามารถถ่ายโอนไฟล์ภาพหรือเสียงต่างๆกับคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง ไม่ต้องอาศัยโปรแกรมอื่นๆช่วยแต่อย่างใดครับ

 

Philips 760

หน่วยความจำหลัก สำหรับ Philips 760 ตัวนี้จะมาพร้อมกับหน่วยความจำขนาดใหญ่ถึง 20 MB (แต่ใช้ได้จริง ๆ 18 MB) ที่เป็นแบบ Share Memory ที่สามารถใช้ในการบันทึกข้อมูลและไฟล์ต่างๆได้บนหน่วยความจำนี้

 

Philips 760

กล้องถ่ายรูป ติดตั้งกล้องถ่ายรูปดิจิตอลในตัวระดับ SXGA หรือ 1.3 MP (1280 x 1024 พิกเซล) พร้อมแฟลชและระบบการซูมภาพ 4X การใช้งานก็เพียงแค่เปิดฝาพับขึ้นมา หมุนฝาพับทวนเข็มนาฬิกา 180 องศา แล้วพับฝาพับกลับไปที่ตำแหน่งเดิม ส่วนของจอภาพก็จะกลับกลายเป็นช่องมองภาพของกล้องดิจิตอล และจากโทรศัพท์มือถือก็จะกลายสภาพมาเป็นกล้องดิจิตอลขนาดย่อมๆไปโดยปริยายครับ

 

Philips 760

เมื่อพลิกจอแสดงผล เครื่องจะเข้าโหมดกล้องดิจิตอล

 

Philips 760

TV Slide Showเป็นฟังก์ชั่นที่ใช้สำหรับเล่นไฟล์ภาพต่างๆในเครื่องของเราแบบ Slide Show บนเครื่องรับโทรทัศน์ตามบ้านนี่แหละครับ แต่การจะใช้งานได้นั้น จะต้องมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า TV Link ด้วยครับภาษา เครื่องที่ได้มาทดสอบรองรับการใช้งาน 3 ภาษาครับ คือ อังกฤษ, อินโดนีเซีย และจีน สำหรับเครื่องที่จะมาจำหน่ายในประเทศไทยนั้น รองรับภาษาไทยครับ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ว่าปุ่มกดไม่มีภาษาไทย

 

Philips 760

แบตเตอรี่ ใช้แบบ Li-Ion 720 mAh สามารถรองรับการให้พลังงานไฟได้ค่อนข้างดีพอสมควร ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 3 วันต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้ง (ใช้งานสนทนาประมาณวันละ 30 นาที เล่นเกมส์, ถ่ายรูปนิดหน่อย) การชาร์จแบตเตอรี่แต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งครับ

 

Philips 760

หน้าจอแสดงผลตอนเข้าเมนู

 

Philips 760

สิ่งที่ไม่ค่อยประทับใจจากการทดสอบพบว่า บางครั้งในการใช้งานเมนูต่างๆอาจจะเกิดอาการหน่วงขึ้นมาบ้าง ซึ่งอาจจะเป็นเพราะเครื่องทดสอบที่ได้รับมานั้น ซอฟท์แวร์ไม่สมบูรณ์ แต่เครื่องที่จะวางจำหน่ายนั้น จากการทดสอบในวันนี้ (21 เมษายน 2548) ไม่มีปัญหาดังกล่าวเลยอีกสิ่งที่ควรคำนึงถึงอีกเรื่องก็คือเมื่อเทียบกับชื่อชั้นของพวกยักษ์ใหญ่ในวงการโทรศัพท์มือถืออย่างพวก Nokia, Sony Ericsson หรือ Samsung แล้วล่ะก็ แน่นอนว่าชื่อของ Philips ย่อมจะเล็กลงไปทันทีทันใด ซึ่งในส่วนนี้เองอาจจะทำให้ไม่เป็นที่นิยมในระยะยาวจนส่งผลไปถึงราคาขายต่อในอนาคตได้ครับสรุปผลการทดสอบ สำหรับตัว Philips 760 ตัวนี้เมื่อแรกเห็นเลย ยอมรับว่าเป็นโทรศัพท์ที่มีตัวเครื่องหรือรูปร่างนั้นและดูเรียบๆ ออกไปทางโบราณสักนิด การออกแบบตัวเครื่องแลดูแล้วทำให้ตัวเครื่องหนาไปทันที แต่เมื่อมีโอกาสได้ลองนำมาใช้สักพัก ก็พบว่าในความเรียบๆนั้นมันแฝงไปด้วยความสวยครับ รวมกับความประณีตในการประกอบ ความมั่นคงของตัวเครื่อง รวมไปถึงในส่วนของหน้าจอที่หมุนได้ ก็ดูท่าทางจะออกแบบและทำมาได้เป็นอย่างดี และเมื่อได้ลองนำมาเล่นดูแล้ว สิ่งที่ได้พบก็คือถึงแม้ว่า Philips 760 จะไม่ใช่ Smart Phone ถึงแม้จะไม่ใช่ศูนย์รวมเทคโนโลยีที่ครบวงจร แต่ฟังก์ชั่นทุกอย่างที่มีมาให้ กลับตอบสนองความต้องการขั้นต้นของผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่าเป็นโทรศัพท์ที่ออกแบบมาเพื่อเน้นการใช้งานด้านโทรศัพท์จริงๆครับ ด้วยราคาค่าตัวไม่ถึงหมื่น ผมเชื่อว่าเจ้า Philips 760 เมื่อเทียบกับความสามารถที่ครบครันแล้ว ผมเชื่อว่า Philips 760 ตัวนี้จะกลายมาเป็นโทรศัพท์คู่ใจคุณได้อย่างไม่ยากเย็นครับ

 

Philips 760

คะแนนเฉลี่ย
คุณสมบัติโดยรวม 7.5
การออกแบบ 8.5
ความคล่องตัว 9
ประสิทธิภาพ 7
เสียงสนทนาคมชัด 8
ความคุ้มค่า 8
คะแนนรวม 8.00

 

Philips 760

ขอขอบคุณ บริษัท Philips Electronics (ประเทศไทย) จำกัด เอื้อเฟื้อเครื่องในการทดสอบ

 

Philips 760

ตัวอย่างภาพจากกล้อง Philips 760 ครับ รูปที่ถ่ายออกมาได้จะมีขนาด 1280×1024 พิกเซล แต่ถูกย่อเพื่อความเหมาะสมในการลงเว็บดลิกที่นี่เพื่อดูภาพต้นฉบับ

 

Philips 760

About Author

mchaw

mchaw

Partners