[Review] Galaxy Tab S6 แท็บเล็ตตัวแรงที่ออกมาพร้อมชน iPad ณ เวลานี้

โดย oatciiz | 29 กันยายน 2562 เมื่อ 19:58 น. | อ่าน 2,224

หลังจากที่ Samsung เปิดตัว Galaxy Note10 ไปไม่นาน ก็ตามมาด้วยการเปิดตัว Galaxy Tab S6 อีกหนึ่งแท็บเล็ตเรือธงที่มาพร้อมกับความแรง ครบเครื่อง ตอบโจทย์การใช้งานรอบด้าน

สเปคของ Galaxy Tab S6

สเปคภายในของ Galaxy Tab S6 ใช้ชิป Snapdragon 855 มีการประมวลผลแบบ Octa-core (1×2.84GHz Kryo 485 & 3×2.42GHz Kryo 485 & 4×1.78GHz Kryo 485) มาพร้อมกับ GPU Adreno 640

มีสเปคทั้ง RAM 6/8GB กับ ROM UFS 3.0 ขนาด 128/256GB รองรับ MicroSD Card สูงสุด 1TB ขนาดแบตเตอรี่อยู่ที่ 7080mAh สามารถเล่นวิดีโอต่อเนื่อง 15 ชม.รองรับระบบชาร์จไวที่ระดับ 15W

หน้าจอ Super AMOLED ความละเอียด WQXGA (2K) ขนาด 10.5 นิ้ว อัตราส่วนจอแบบ 16:10 และเป็นแท็บเล็ตตัวแรกที่มีมาตรฐานหน้าจอระดับ HDR10+ รองรับเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอแบบ Optical

ตัวเครื่องหนัก 420 กรัม บอดี้เป็นวัสดุอะลูมิเนียม ตัวเครื่องมีให้เลือกทั้งหมด 3 สี Mountain Grey, Rose Blush และ Cloud Blue

ดีไซน์ดูเรียบแต่โก้

Galaxy Tab S6 หน้าจอขนาด 10.5 นิ้ว ไม่มีปุ่มโฮม ถ้ามองด้วยตาเปล่าขอบจอมีความบางพอสมควรและด้านทุกด้านเท่ากัน ตำแหน่งของกล้องหน้าจะอยู่ที่ด้านบนสุดและด้วยความที่ขอบจอเท่ากันนี้เองที่ให้ด้านบนและด้านล่างดูเหมือนกัน

พลิกกลับมาดูด้านหลังวัสดุเป็นอลูมิเนียม ผิวสัมผัสเป็นแบบด้าน เครื่องที่ได้มาลองเล่นครั้งนี้เป็นสี Mountain Grey หรือสีเทา ตรงกลางฝาหลังมีตัวหนังสือสีเงินเขียนว่า Samsung  และเกือบล่างสุดมีสกรีน Sound By AKG

ซ้ายมือของฝาหลังจะมีร่องอยู่ซึ่งเป็นตำแหน่งเก็บปากกว่า S Pen นั่นเอง เพราะ Galaxy Tab S6 สามารถนำปากกามาแปะติดกับเครื่องได้เลยเพราะมีแม่เหล็กฝังมาให้แล้ว

ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะพบกับแถบเชื่อมต่อเคสคีย์บอร์ด ที่มาพร้อมช่องเล็กๆอีก 2 ช่องในการประกอบ ส่วนทางด้านขวานั้นจะพบกับปุ่มพาเวอร์, ปุ่ม เพิ่ม-ลด เสียง, และถาดซิม 

ขอบด้านบนและล่างจะพบกับลำโพงรวมทั้งหมด 4 ตัว นั่นหมายความว่าด้านความบันเทิงไม่ว่าจะเป็น ดูหนัง ฟังเพลง เสียงกระหึ่มมาก และแน่นอน Tab S6 ชาร์จผ่าน Type-C แล้ว

ยกระดับกล้องบน Tablet

ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของวงการแท็บเล็ตนะครับ เพราะ Samsung Galaxy Tab S6 มีกล้องหลังมาให้ถึง 2 ตัว ทำให้ถ่ายภาพได้ทั้งระยะเลนส์ปกติและ Ultra Wide ที่ 123 องศา มี AI ช่วยจำแนกประเภทวัตถุที่ถ่ายภาพมาให้ด้วย

คุณภาพของภาพถ่ายก็ถือว่าทำได้ดีครับ เพราะเลนส์หลักความละเอียด 13MP และกล้อง Ultra Wide ความละเอียด 5MP ส่วนกล้องหน้าให้ความละเอียดมาถึง 8MP รองรับการถ่ายเลนส์มุมกว้างได้เช่นเดียวกัน มีโหมดบิวตี้และรองรับ HDR

สำหรับการถ่ายภาพเคลื่อนไหว กล้องหน้าสามารถถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด FHD ขณะที่กล้องหลังถ่ายได้ที่ UHD 3840×2160

ปากกา S Pen ที่มีมาให้แล้วแบบไม่ต้องซื้อเพิ่ม

ส่วนตัวมองว่าเป็นอีกหนึ่งไม้ตายของ Galaxy Tab S6 เพราะต้องยอมรับนะครับว่า iPad มาแรงมากในช่วงระยะหลังมานี้ เนื่องจากรองรับ Apple Pencil ได้แล้ว ทำให้ในกลุ่มนักศึกษานิยมมากที่จะพกแท็บเล็ตที่ใช้ปากกาได้ในการช่วยจดบันทึกหรือโหลดเอกสารต่างๆเก็บเอาไว้ Samsung Galaxy Tab S6 ไม่พลาดที่จะทำออกมาตอบโจทย์การใช้งานในส่วนนี้ ซึ่งตัวปากกาได้ถูกออกแบบมาด้วยทรงรีทำให้จับได้ถนัดมือรวมถึงมีปุ่มสั่งงานลัดมาให้ด้วย อันที่จริงแล้วมันคือปากกา Samsung Galaxy Note ที่ขยายใหญ่ขึ้นนั่นเอง

ตัวปากกายังสามารถทำงานได้เหมือนกับ S Pen ของ Galaxy Note10 ด้วย เช่น กดปุ่มที่ตัวปากกาเพื่อลั่นชัตเตอร์ หรือจะเป็น Air Action ฟีเจอร์ไม้กายสิทธิ์ก็ทำได้เหมือนกับ Note10 เลย กดค้างแล้วหมุนตามเข็มนาฬิกาเพื่อซูมเข้า หรือหมุนทวนเข็มนาฬิกาเพื่อซูมออก เป็นต้น และถ้าจำกันได้ดีไซน์หลังตัวเครื่องที่เราบอกไปก่อนหน้านี้ว่ามีร่องแม่เหล็กสำหรับเก็บปากกา ในจุดเดียวกันนั้นเองมันสามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้กับปากกาได้เลยที่แปะลงไปครับ

ใช้งานได้ทั้งดูหนังฟังเพลงเล่นเกมและทำงาน

มาถึงช่วงแชร์ประสบการณ์การใช้งาน ต้องบอกว่าผู้เขียนทดลองใช้ในชีวิตประจำวันค่อนข้างครอบคลุมหลายด้าน เริ่มกันที่ความบันเทิงทั่วๆไปกันก่อน ส่วนใหญ่แล้วจะเน้นไปที่การดูคอนเทนต์ VDO เป็นหลัก ในพาร์ทของการดู Youtube เมื่อเทียบกับการดูบน Macbook Air หน้าจอ 13 นิ้ว ขนาดนจอถือว่ามีความใกล้เคียงกัน สีสันจอของ Galaxy Tab S6 ก็ถือว่าสดใสเลยทีเดียวเพราะให้หน้าจอ Super AMOLED ความละเอียด 2K อีกเรื่องที่ต้องชมว่าทำได้ดีคือลำโพง 4 จุดที่ให้มา ทำให้เมื่อเราหมุนเป็นแนวนอนและดู VDO ต่างๆ ประสบการณ์เรื่องเสียงถือว่าทำได้น่าประทับใจ เสียงดัง ฟังชัด มีมิติ

การเล่นเกมได้ทดสอบกับ ROV ปรับทุกอย่างสูงสุด ผู้เขียนขออนุญาติสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเด็นดังนี้ครับ ประเด็นแรกคือความแรงซึ่งต้องบอกแบบไม่อวยว่า Snapdragon 855 เป็นชิปที่เล่นเกมได้ลื่นจริงๆ เพราะถ้าให้คะแนนความลื่นและแรงก็ต้องบอกว่าให้ 9.5 เต็ม 10 ไปก่อนเลย เนื่องจากขณะเล่น ROV นั้น เราได้ลองตังค่าโหมดเฟรมเรทสูง ปรับกราฟฟิคทั้งหมดเป็นระดับสูง แต่ Galaxy Tab S6 ก็ยังสามารถทำได้นิ่งๆที่ 60 fps แทบจะไม่แกว่งเลยแม้กำลังคลุกวงในก็ตามครับ ส่วนประเด็นถัดมาที่ต้องพูดคือขนาดหน้าจอกับการเล่นเกม ด้วยความที่หน้าจอใหญ่ 10.1 นิ้ว ทำให้การเล่น ROV อาจจะไม่เหมาะนัก(ตรงนี้แล้วแต่ความถนัด) ใครที่มือเล็กจะรู้สึกลำบากขณะควบคุมแน่นอน แต่ใครที่มือใหญ่สักนิดหนึ่งและสามารถจับได้ถนัดอันนี้เราไม่ว่ากัน ส่วนหน้าจอที่เต็มตาและคมชัดสีสดใสนั้น เมื่อหยิบมาเล่น ROV ผู้เขียนแอบเมานิดหน่อย เพราะจอมันใหญ่จริงๆ อาจเพราะชินกับการเล่นเกมบน Galaxy Note เป็นหลักด้วย

สรุปแล้วสำหรับการเล่นเกมกล้าบอกได้เลยครับว่า Galaxy Tab S6 สามารถทำได้อยู่ในระดับดี แต่แนะนำให้เป็นเกมที่ไม่เน้นการควบคุมมากนักจะดีกว่า ถ้าเล่นเน้นไปที่เกม Turn Based แนวๆ Seven Knight อะไรทำนองนั้น หรือจะเป็น Ragnarok Extream เกม MMORPG ก็จะได้ประสบการณ์ที่เหนือไปอีกขั้น ภาพเต็มตา เอฟเฟคอลังการเต็มจอ

ส่วนสุดท้ายคือการทำงาน หลายคนอาจตั้งคำถามว่า Galaxy Tab S6 ในราคา 2 หมื่นกลางๆจะพกพอเพื่อเอาไว้ทำงานได้หรือไม่? ขอตอบคำถามนี้เลยนะครับว่า “ได้” แน่นอนครับ ที่ต้องบอกแบบนี้เพราะว่าวิวัฒนาการของ Tablet ปัจจุบันก้าวกระโดดมาก จะเห็นได้ว่าเทรนด์หนึ่งของตลาด Tablet คือ ปากกา ซึ่ง Galaxy Tab S6 ก็มีมาให้โดยไม่ต้องซื้อแยกแต่อย่างใด นักศึกษาที่ต้องการจดบันทึกสามารถใช้งานได้อย่างสบายๆ ส่วนคนทำงานก็สามารถใช้ปากกาจดบันทึกในชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างสะดวก

ปากกา S-Pen มีฟีเจอร์แปลงลายมือเป็น Text ให้เราได้ด้วย ดังนั้นใครที่จดบันทึกอย่างเมามันส์แต่กลับมาอ่านลายมือตัวเองไม่ออกก็สามารถแปลงได้ครับ ใครที่ต้องการนำข้อมูลไปใช้ต่อก็ไม่จำเป็นต้องมานั่งถอดลายมือตัวเองแล้วมานั่งพิมพ์อีกรอบให้เสียเวลา

ส่วนการทำงานเอกสารอื่นๆนั้น Galaxy Tab S6 สามารถใช้งาน Microsoft Office 365 ได้ ดังนั้น Word, Power Point หรือ Exel ก็ใช้งานได้แบบไร้รอยต่อระหว่าง PC และ Tablet กันไปเลย แต่ก็มีข้อแม้นะครับเพราะอาจมีค่าใช้จ่ายนิดหน่อยในส่วนนี้ แต่ถ้าใครต้องใช้ทำงานจริงๆบอกเลยว่าคุ้ม

อีกหนึ่งไม้เด็ดที่ทำให้ Galaxy Tab S6 สามารถสู้กับ Labtop ได้ คือ Samsung DEX ฟีเจอร์นี้ผู็เขียนเคยรีวิวไปแล้วใน Galaxy Note10(อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่) ซึ่งต้องใช้การเชื่อมต่อผ่านสาย USB-C ไปยังหน้าจอ หรือ PC เครื่องอื่นๆเพื่อใช้งาน แต่สำหรับ Galaxy Tab S6 ลดขั้นตอนให้ง่ายกว่านั้นมากเพราะเราสามารถเปิด Samsung DEX ได้ตลอดเวลา ทำให้เราเหมือนมี Labtop ใช้ทำงานทุกที่แต่ก็พกพาสะดวก สิ่งที่จะแนะนำก็คือ ถ้าต้องการใช้งานให้เต็มประสิทธิภาพจริงๆควรซื้อคีย์บอร์ดเคสมาใช้ร่วมกันเพื่อการพิมพ์ที่ให้ฟีลลิ่งเหมือนกับ Labtop

อีกหนึ่งข้อพิสูจน์ประสิทธิภาพของ Galaxy Tab S6 ก็คือ ในโหมด Samsung DEX นั้น เรายังสามารถเปิดใช้งาน App ต่างๆได้หลายแท็บในเวลาเดียวกัน โดยที่ตัวเครื่องไม่มีอาการกระตุกใดๆ

อีกเรื่องที่อยากจะบอกก็คือ Galaxy Tab S6 สามารถปลดล็อคลายนิ้วมือได้บนจอและเร็วใช้ได้ทีเดียว

หลายคนคงอยากทราบว่าแบตฯอึดไหม บอกเลยว่าอึดครับ !! แบตเตอรี่ของ Galaxy Tab S6 ให้มาที่ 7,040 mAh เพียงพอต่อการใช้งาน 1 วัน ยิ่งถ้าวางไว้แล้วไม่ได้หยิบมาใช้งานแบตเตอรี่แทบไม่ลดเลยด้วยซ้ำครับ ในเรื่องของการชาร์จเร็วให้มาที่ 15W ก็ถือว่าไม่ช้าจนน่าหงุดหงิด

สรุปทั้งหมดของ Galaxy Tab S6

เป็นแท็บเล็ตฝั่ง Android ที่มีความครบเครื่องที่สุด ณ เวลานี้ก็ว่าได้ ด้วยชิป Snapdragon 855, ฟีเจอร์ Samsung DEX, ปากกา S-Pen และกล้องหลังคู่ ถ้าเปรียบเป็นรสชาติก็ต้องบอกว่ากลมกล่อมครับ เนื่องจากทุกอย่างมีมาให้ครบโดยไม่จำเป็นต้องปรุงเพิ่ม ปากกาก็ไม่ต้องซื้อ อยากใช้งานแบบ Desktop ก็ไม่ต้องต่อพ่วงให้ยุ่งยาก การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสามารถใส่ Sim Card ได้ ทำให้ไม่ขาดการเชื่อมต่อทุกที่ทุกเวลา ติดนิดเดียวที่ไม่มีพอร์ตหูฟังมาให้เท่านั้นเอง

วางจำหน่าย 2 ราคาคือ รุ่น RAM 6 ROM 128GB จะอยู่ที่ 25,900 บาท และ รุ่น RAM 8 ROM 256GB อยู่ที่ 28,900 บาท ซึ่งทั้ง 2 รุ่นสามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้สูงสุด 1TB


About Author

oatciiz

oatciiz

Partners