[Review] Redmi Note 8 / Note 8 Pro สมาร์ทโฟนสุดคุ้มกับกล้องตัวท็อป 64MP

โดย RingRangRung | 6 พฤศจิกายน 2562 เมื่อ 10:41 น. | อ่าน 648

ในที่สุดก็ได้มาลองเล่นกันสักทีสำหรับ Redmi Note 8 Series ไม่ว่าจะเป็น Redmi Note 8 และ Redmi Note 8 Pro ที่ชูจุดขายทั้งเรื่องดีไซน์ที่สวยงาม กับการถ่ายภาพที่มีความละเอียดสูงสุด 64 ล้านพิกเซล

สตาร์ทกันด้วยรุ่นพื้นฐานอย่าง Redmi Note 8 วัสดุตัวเครื่องประกบหน้าหลังด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5 สัดส่วนตัวเครื่อง 158.3 x 75.3 x 8.4 มม. หนัก 190 กรัม โดยที่ฝาหลังมีการออกแบบมาอย่างสวยงามคลาสสิคในสเปคสี Neptune Blue, Moonlight White และที่อยู่ในมือเราตอนนี้ Space Black

หน้าจอดีไซน์แบบ Full screen มีรอยบากที่ทางค่ายเรียกว่า Dot drop Display โดยที่แผงจอเป็น IPS LCD ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด FHD+ อัตราส่วน 19.5:9 รองรับ Multi touch ได้ 10 จุด และมีการปรับลดแสงสีฟ้าเพื่อให้เป็นมิตรต่อสายตาผู้ใช้โดยผ่านการรับรองมาตรฐานจาก TÜV Rheinland-certified

ตรงรอยบากเป็นพื้นที่สำหรับกล้องหน้ามีซ่อนลำโพงสนทนาไว้ตรงขอบเล็กๆบางๆ มีไฟ LED แสดงสถานะเครื่องอยู่ตรงขอบด้านซ้าย สำหรับพื้นที่ด้านล่างของจอมีโลโก้ Redmi ใช้ระบบการควบคุมพื้นฐาน Navigation Bar เป็นแบบ On-Screen บนจอ

ตัวกล้องหลังของรุ่นนี้จะวางเป็นแนวตั้งเรียงชิดติดมุมซ้ายบน วางแฟลชไว้ฝั่งขวา และมีสแกนลายนิ้วมืออยู่ตรงกลางหลังเครื่อง

ขณะที่ Redmi Note 8 Pro ใช้วัสดุเกรดดีพรีเมี่ยม Corning Gorilla Glass 5 ครอบทับทั้งด้านหน้าและด้านหลังเหมือนกัน โดยที่ฝาหลังจะมีความโค้งมากกว่ารุ่นพื้นฐาน สัดส่วนตัวเครื่อง 161.4 x 76.4 x 8.8 มม. หนัก 200 กรัม ฟีลเวลาสัมผัสไม่ได้ต่างกันมากขณะที่รูปแบบการไล่เฉดสีของฝาหลังก็จะเป็นการไล่จากเข้มตรงกลางไปอ่อนที่ด้านข้าง โดยสีที่เข้ามาขายประกอบด้วย Mineral Grey, Pearl White และ Forest Green ที่ตัวจริงจัดว่าสวยเลยทีเดียว

ด้านหน้าจอออกแบบมาเหมือนกันโดยที่รุ่นนี้จะขยับขนาดหน้าจอเป็น 6.53 นิ้ว ความละเอียด FHD+ อัตราส่วน 19.5:9 รองรับ Multi touch ได้ 10 จุด สนับสนุนเทคโนโลยี HDR มีการเคลือบสารลดการเกิดคราบมันและรอยนิ้วมือบนจอ และแน่นอนว่าผ่านการรับรองมาตรฐานจาก TÜV Rheinland-certified

ตรงพื้นที่รอยบากส่วนใหญ่จะเหมือนกับรุ่นพื้นฐานยกเว้นตำแหน่งไฟแสดงสถานะที่ย้ายมาอยู่ตรงกลาง สำหรับพื้นที่ด้านล่างของจอในรุ่น Pro เหมือนจะบางกว่ารุ่นปกติเล็กน้อยและไม่มีโลโก้ Redmi ขณะที่การควบคุมพื้นฐาน Navigation Bar เป็นแบบ On-Screen บนจอเหมือนกัน

กล้องหลังในรุ่น Pro จะเป็นการวางเรียงกล้อง 3 ตัวเป็นแนวตั้งอยู่ตรงกลาง มีแฟลช LED และกล้องอีกตัวอยู่ฝั่งขวา ขณะที่เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ด้านหลังเครื่องใช้พื้นที่เดียวกันกับกล้อง

สำหรับการจัดวางพอร์ตและปุ่มรอบตัวเครื่องทั้งสองรุ่นจะเหมือนกันคือขอบด้านบนจะเป็นไมโครโฟนสำหรับช่วยบันทึกเสียงและตัดเสียงรบกวน กับพอร์ต IR Blaster ขอบด้านล่างมีพอร์ต USB-C, ช่องเสียบหูฟัง 3.5มม., ไมโครโฟนสนทนา และลำโพงหลัก

ส่วนขอบเครื่องฝั่งขวาเป็นปุ่มปรับระดับเสียง กับปุ่มพาวเวอร์ ขณะที่ขอบเครื่องด้านซ้ายเป็นช่องใส่ซิมการ์ดซึ่งในรุ่นพื้นฐานเป็น Triple slot ส่วนตัว Pro ใช้ Hybrid slot

ด้านอุปกรณ์ภายในกล่องของ Redmi Note 8 / Note 8 Pro ให้มาเหมือนกัน

  • เครื่อง Redmi Note 8 / Note 8 Pro
  • อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ 18W
  • สาย USB-C
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • เคสใส
  • คู่มือ+ใบรับประกัน

ในส่วนของชิปการประมวลผลรุ่นพื้นฐานใช้ Snapdragon 665 สถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 11 นาโนเมตร การประมวลผลแบบ Octa-core (4×2.0GHz Kryo 260 Gold & 4×1.8GHz Kryo 260 Silver) ใช้ GPU Adreno 610 สเปคหน่วยความจำที่ขายในไทย RAM 3GB+32GB, RAM 4GB+64GB และ RAM 4GB+128GB รองรับหน่วยความจำเสริม microSD Card สูงสุด 256GB ซึ่งเครื่องที่ได้มาเป็น RAM 4GB+64GB

แบตเตอรี่รุ่นนี้ใส่มา 4000mAh รองรับชาร์จไว 18W และมีฟีเจอร์การเคลียร์ฝุ่นออกจากลำโพงโดยใช้คลื่นเสียงความถี่ต่ำ Sonic Pulses

ด้านรุ่น Pro ใช้เป็นชิป Mediatek Helio G90T สถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 12 นาโนเมตร ประมวลผล Octa-core (2×2.05GHz Cortex-A76 & 6×2.0GHz Cortex-A55) มี GPU Mali-G76 MC4 หน่วยความจำที่ขายในไทย RAM 6GB+64GB และ RAM 6GB+128GB ซึ่งเครื่องของเราเป็นตัว 128GB และรองรับ microSD Card สูงสุด 256GB แถมมีระบบระบายความร้อน Liquid Cooling Chamber

สำหรับแบตเตอรี่ให้มา 4500mAh รองรับชาร์จไวกำลังสูงสุด 18W เหมือนรุ่นพื้นฐาน

ระบบปฏิบัติการทั้งสองรุ่นใช้ Android 9 Pie คลุมด้วย MIUI 10 หน้าตาสวยงามใช้ง่าย ฟีเจอร์ครบ

ส่วนของเซ็นเซอร์ตามที่เปิดดูด้วยแอปฯ Sensor Box ใส่มาให้ทั้ง

  • Accelerometer Sensor : เซ็นเซอร์จับลักษณะการเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน การเอียงเครื่อง
  • Light Sensor : เซ็นเซอร์วัดสภาพแสง เพื่อปรับการแสดงผลหน้าจอ
  • Orientation Sensor : เซ็นเซอร์ปรับมุมมองหน้าจอ
  • Proximity Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับเครื่องสมาร์ทโฟน
  • Gyroscope Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน
  • Sound Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับเสียง
  • Magnetic Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เข็มทิศดิจิตอล)

การเล่นเกมรุ่นนี้ถือว่าตามสเปคจากการทดสอบกับเกมยอดนิยมอย่าง ROV สามารถเล่นโหมด High Frame Rate ได้ ทั้งสองรุ่นโดยตัวเลขก็จะอยู่ที่ราว 58-60fps ขณะที่ PUBG ในรุ่น Redmi Note 8 จะเซ็ตได้ที่ระดับกลาง แต่ถ้าเป็นตัว Pro จะเปิดได้ถึง Ultra-HDR

คะแนนประมวลผลจากแพลตฟอร์ม Benchmark ต่างๆได้ผลลัพท์ในแต่ละรุ่นดังนี้

Redmi Note 8 – PCMark for Android (Work 2.0) = 6547คะแนน, Geekbench 4 Pro = Single-core : 1522 คะแนน / Multi-core : 5510 คะแนน และ AuTuTu Benchmark v8.0.2 OB = 165494 คะแนน

Redmi Note 8 Pro – PCMark for Android (Work 2.0) = 10120 คะแนน, Geekbench 4 Pro = Single-core : 2485 คะแนน / Multi-core : 6634 คะแนน และ AuTuTu Benchmark v8.0.2 OB = 281958 คะแนน

ต่อเนื่องกันด้วยการถ่ายภาพซึ่งนับว่าเป็นไฮไลท์ที่ทำให้หลายคนตัดสินใจซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ซึ่งแต่ละตัวจะมีสเปคกล้องดังนี้

กล้องหลัง Redmi Note 8

  • กล้องหลักเลนส์ wide 48 ล้านพิกเซล, f/1.8,ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2″, ขนาดพิกเซล 0.8µm, ระบบโฟกัส PDAF
  • กล้องเลนส์ Ultrawide 8 ล้านพิกเซล, f/2.2, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/4″, ขนาดพิกเซล 1.12µm
  • กล้อง Marco 2 ล้านพิกเซล, f/2.4, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/5″, ขนาดพิกเซล 1.75µm
  • กล้อง Dept sensor 2 ล้านพิกเซล, f/2.4,ขนาดเซ็นเซอร์ 1/5″, ขนาดพิกเซล 1.75µm

กล้องหน้า 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 ขนาดพิกเซล 1.12µm

กล้องหลัง Redmi Note 8 Pro

  • กล้องหลักเลนส์ wide 64 ล้านพิกเซล, f/1.9, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.7″, ขนาดพิกเซล 0.8µm, ระบบโฟกัส PDAF
  • กล้องเลนส์ Ultrawide 8 ล้านพิกเซล, f/2.2, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/4″, ขนาดพิกเซล 1.12µm
  • กล้อง Marco 2 ล้านพิกเซล, f/2.4, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/5″, ขนาดพิกเซล 1.75µm
  • กล้อง Dept sensor 2 ล้านพิกเซล, f/2.4,ขนาดเซ็นเซอร์ 1/5″, ขนาดพิกเซล 1.75µm

กล้องหน้าของรุ่น Pro อัพความละเอียดเพิ่มเป็น 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 ขนาดพิกเซล 0.9µm

ความละเอียดของกล้องในตัว Redmi Note 8Pro ถือว่าเป็นรุ่นแรกของค่ายที่มีกล้องหลักความละเอียดสูงถึง 64 ล้านพิกเซลโดยใช้เซ็นเซอร์ Samsung GW1 ส่วนรุ่นพื้นฐานจะอยู่ที่ 48 ล้านพิกเซล ซึ่งแน่นอนว่าภาพที่ถ่ายในโหมดความละเอียดสูงก็จะสามารถนำไปแต่งหรือไปครอปเพื่อทำอะไรต่อได้มากกว่าการถ่ายด้วยความละเอียดปกติ

ส่วนใครที่เป็นสายท่องเที่ยวรุ่นนี้ก็มีกล้อง Ultrawide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลให้ใช้งานโดยมีมุมมองรับภาพกว้าง 120 องศา พร้อมด้วยฟีเจอร์ปรับแก้การเบี้ยวของขอบภาพ แถมยังใช้งานได้ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ

ด้านการถ่าย Macro ก็ไม่ธรรมดา โดยสามารถถ่ายได้โดยใช้ระยะแค่ 2 เซนติเมตรรองรับทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ อีกทั้งยังทำงานร่วมกับฟีเจอร์ AI scene detection 5.0 ที่ตรวจจับได้ถึง 27 ฉาก

สำหรับ Redmi Note 8 Pro จะมีฟีเจอร์พิเศษอีกตัวหนึ่งที่อยากให้ลองเล่นกันคือ AI Skyscaping ซึ่งเป็นโหมดสำหรับเปลี่ยนท้องฟ้าให้เห็นช่วงเวลาต่างๆตามใจต้องการยกตัวอย่างภาพด้านล่างนี้ที่ถ่ายมาตอนค่ำ แต่เราก็สามารถกดเปลี่ยนให้เห็นช่วงเย็นแสงอุ่นๆ หรือจะเปลี่ยนให้เป็นตอนกลางวันเลยก็ได้

ตัวอย่างภาพจากกล้องของ Redmi Note 8

ตัวอย่างภาพจากกล้องของ Redmi Note Pro

ปิดท้ายด้วยเรื่องของราคา Redmi Note 8 รุ่น RAM 3GB+32GB, RAM 4GB+64GB และ RAM 4GB+128GB มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Space Black, Neptune Blue และ Moonlight White ราคา 4999บาท, 5,999 บาท และ 6,999 บาท

สำหรับ Redmi Note 8 Pro มีรุ่น RAM 6GB+64GB และ RAM 6GB+128GB ราคา 7999 บาท และ 8999 บาทตามลำดับ

จากสเปคและราคาบอกเลยว่ารุ่นนี้นับว่าเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่คุ้มค่าทั้งประสิทธิภาพการทำงาน และเรื่องของกล้อง ไม่ว่าจะรุ่นปกติหรือตัวโปรฯ แถมถ้าซื้อแบบติดแพ็คเกจผ่านโอเปอเรเตอร์ก็ยังจะได้ถูกกว่านี้อีก นับว่าเป็นอีกตัวเลือกที่อยากให้พิจารณากัน

สเปค Redmi Note 8

  • สัดส่วน 158.3 x 75.3 x 8.4มม. หนัก 190 กรัม
  • หน้าจอ IPS LCD ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด FHD+ อัตราส่วน 19.5:9
  • ชิปเซต Qualcomm Snapdragon 665 ประมวลผล Octa-core (4×2.0GHz Kryo 260 Gold & 4×1.8GHz Kryo 260 Silver) ใช้ GPU Adreno 610
  • สเปคหน่วยความจำ RAM 3GB+32GB, RAM 4GB+64GB และ RAM 4GB+128GB
  • รองรับหน่วยความจำเสริม microSD Card สูงสุด 256GB
  • กล้องหลัง
    • กล้องหลักเลนส์ wide 48 ล้านพิกเซล, f/1.8,ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2″, ขนาดพิกเซล 0.8µm, ระบบโฟกัส PDAF
    • กล้องเลนส์ Ultrawide 8 ล้านพิกเซล, f/2.2, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/4″, ขนาดพิกเซล 1.12µm
    • กล้อง Marco 2 ล้านพิกเซล, f/2.4, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/5″, ขนาดพิกเซล 1.75µm
    • กล้อง Dept sensor 2 ล้านพิกเซล, f/2.4,ขนาดเซ็นเซอร์ 1/5″, ขนาดพิกเซล 1.75µm
  • กล้องหน้า 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 ขนาดพิกเซล 1.12µm
  • รองรับการทำงาน 2 ซิม เครือข่าย
    • 4G LTE FDD:B1/2/3/4/5/7/8/20
    • LTE TDD: B38/40
    • 3G: WCDMA: B1/2/4/5/8
    • 2G: GSM: B2/3/5/8
  • รองรับ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot
  • รองรับ Bluetooth 4.2
  • เทคโนโลยีระบุพิกัด A-GPS, GLONASS, BDS
  • แบตเตอรี่ขนาด 4000mAh รองรับ Fast Charge 18W
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie) คลุมด้วย MIUI 10

สเปค Redmi Note 8 Pro

  • สัดส่วน 161.4 x 76.4 x 8.8มม. หนัก 200 กรัม
  • หน้าจอ IPS LCD ขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียด FHD+ อัตราส่วน 19.5:9
  • ชิปเซต Mediatek Helio G90T ประมวลผล Octa-core (2×2.05GHz Cortex-A76 & 6×2.0GHz Cortex-A55) ใช้ GPU Mali-G76 MC4
  • สเปคหน่วยความจำ RAM 6GB+64GB และ RAM 6GB+128GB
  • รองรับหน่วยความจำเสริม microSD Card สูงสุด 256GB
  • กล้องหลัง
    • กล้องหลักเลนส์ wide 64 ล้านพิกเซล, f/1.9, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.7″, ขนาดพิกเซล 0.8µm, ระบบโฟกัส PDAF
    • กล้องเลนส์ Ultrawide 8 ล้านพิกเซล, f/2.2, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/4″, ขนาดพิกเซล 1.12µm
    • กล้อง Marco 2 ล้านพิกเซล, f/2.4, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/5″, ขนาดพิกเซล 1.75µm
    • กล้อง Dept sensor 2 ล้านพิกเซล, f/2.4,ขนาดเซ็นเซอร์ 1/5″, ขนาดพิกเซล 1.75µm
  • กล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 ขนาดพิกเซล 0.9µm
  • รองรับการทำงาน 2 ซิม เครือข่าย
    • LTE FDD B1/B2/B3/B4/B5/B7/B8/B20/B28
    • LTE TDD: B38/B40
    • WCDMA B1/B2/B4/B5/B8
    • GSM: B2/B3/B5/B8
  • รองรับ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot
  • รองรับ Bluetooth 5.0
  • เทคโนโลยีระบุพิกัด A-GPS, GLONASS, BDS
  • แบตเตอรี่ขนาด 4500mAh รองรับ Fast Charge 18W
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie) คลุมด้วย MIUI 10

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners