[Review] Realme C2 รุ่นเล็ก ดีไซน์เด่น สเปคดี มีกล้องคู่

โดย RingRangRung | 24 มิถุนายน 2562 เมื่อ 12:49 น. | อ่าน 246

Realme C2 สมาร์ทโฟนรุ่นเล็กที่ประกาศตัวเป็น “King of Entry Level – ที่สุดแห่งความคุ้มค่า” ด้วยสเปคที่คุ้มราคา มีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ แบตฯก้อนโต ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

สเปค Realme C2

  • สัดส่วนเครื่อง 154.3 x 73.7 x 8.5มม. หนัก 166 กรัม
  • หน้าจอ Dewdrop display ขนาด 6.1 นิ้ว ความละเอียด HD+(720×1560พิกเซล) อัตราส่วน 19.5:9
  • ชิปเซต Mediatek MT6762 Helio P22 ประมวลผล Octa-core 2.0GHz มี GPU PowerVR GE8320
  • สเปคความจำ RAM 3GB+ROM 32GB เพิ่ม microSD card ได้สูงสุด 256GB
  • กล้องหลังเลนส์คู่ กล้องหลัก 13MP (f/2.2, 1.12µm, PDAF)+กล้อง Depth sensor 2 MP (f/2.4, 1.75µm)
  • กล้องหน้า 5MP (f/2.0, 1/5″, 1.12µm, HDR)
  • รองรับวีดีโอ 720p/1080p@30fps , slo-mo 480p@80fps
  • รองรับการทำงานสองซิม (Triple slot) ใช้งาน Dual VoLTE ได้
  • สัญญาเครือข่ายที่รองรับ
    • GSM: 850/900/1800/1900MHz
    • FDD-LTE: Bands 1/3/5/8
    • WCDMA: Bands 1/5/8
    • TD-LTE: Bands 38/40/41
  • เทคโนโลยี GPS/A-GPS/Gnolass
  • รองรับ Bluetooth 4.2
  • รองรับ WiFi 2.4G
  • ระบบปฏิบัติการ ColorOS 6.0 (Android 9.0 Pie)
  • มีปลดล็อคด้วยการสแกนใบหน้า
  • แบตเตอรี่ 4000mAh
  • สีที่ขาย Diamond Black / Diamond Blue
  • ราคาเปิดตัว 3,999 บาท

แพ็คเกจ Realme C2 เลือกใช้สีเหลืองซึ่งเป็นสีประจำของแบรนด์ สกรีนหน้ากล้องด้วยชื่อรุ่นเป็นตัวอักษรสีดำ สำหรับอุปกรณ์ภาพในกล่องประกอบด้วย

  • สมาร์ทโฟน+ ฟิลม์กันรอยหน้าจอ
  • อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ 5V/2A (10W)
  • สาย MicroUSB
  • ใบรับประกัน/คู่มือ
  • เข็มจิ้มถาดซิม

Realme C2 ใช้หน้าจอดีไซน์รอยบากทรงหยดน้ำ(Dewdrop display) ให้พื้นที่การแสดงผลเต็มตา 89.35% ในอัตราส่วนสมัยนิยม 19.5:9 คลุมด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 3 ตัวแผงจอมีขนาด 6.1 นิ้ว ความละเอียด HD+(720×1560 พิกเซล) ซึ่งได้มีการเพิ่มวัสดุ APCF ช่วยให้จอแสดงผลมีความสว่างมากยิ่งขึ้นเพื่อสู้กับการใช้งานกลางแจ้งแถมยังประหยัดแบตเตอรี่ได้ดีกว่าจอแบบเดิมๆ

ตรงส่วนรอยบากทรงหยดน้ำเป็นพื้นที่ของกล้องหน้าตรงขอบจอด้านบนมีช่องลำโพงสนทนา สำหรับส่วนล่างของจอเป็น Navigation Bar เป็นแบบ On-Screen บนจอ ที่สามารถเปลี่ยนไปใช้แบบสัมผัส Swipe-up Gestures ได้

บอดี้ด้านหลังใช้วัสดุที่เป็นโพลีคาร์บอเนตออกแบบฝาหลังเป็นลาย Diamond Cut เพิ่มมิติของพื้นผิวด้วยผงไข่มุกและการลงสี 3 ชั้น โดยที่มีคุณสมบัติ Smudge Free ลดการเกิดคราบเปื้อนหรือรอยนิ้วมือบนฝาหลัง ซึ่งสีที่ขายในไทยมี Diamond Black และ Diamond Blue

ตัวกล้องคู่วางเรียงเป็นแนวนอนติดมุมซ้ายบนมีวงแหวนไฮไลท์ตัวที่เป็นกล้องหลัก ขณะที่แฟลช LED วางอยู่ทางขวาของกล้อง

ขอบเครื่องฝั่งขวาเป็นปุ่ม Power ส่วนปุ่มปรับระดับเสียงกับช่องใส่ซิมการ์ดอยู่ทางฝั่งซ้าย ซึ่ง C2 ให้ถาดแบบ Triple slot รองรับการใช้งานสองซิมชนิด nanoSIM ได้พร้อมกันกับหน่วยความจำเสริมประเภท microSD Card

ขอบด้านบนไม่มีอะไร ขณะที่ขอบด้านล่างประกอบไปด้วยลำโพงหลัก, พอร์ต microUSB, ไมโครโฟน และพอร์ตเชื่อมต่อหูฟัง 3.5 มม.

มาดูกันที่สเปคภายในกัน Realme C2 ใช้ระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นล่าสุด ColorOS 6.0 ที่อยู่บนพื้นฐาน Android 9.0 Pie ซึ่งหน้าตาเรียบง่ายรับกับการใช้งานบนหน้าจอแบบ Full Screen พร้อมทั้งมีหน้า App Drawer แยกพื้นที่ของแอปฯออกจากหน้า Home ช่วยให้ง่ายต่อการค้นหา

ในส่วนของฟีเจอร์พื้นฐานต่างๆก็มีให้ครบอาทิเช่น Smart Driving โหมดสำหรับการขับขี่ที่ปลอดภัยที่แบ่งเป็น Driving mode หรือ Riding mode, App Split-screen โหมดแบ่งการทำงานสองหน้าจอ, Game Mode สำหรับรีดเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องเพื่อการเล่นเกมได้โดยเฉพาะ รวมถึงการปิดกั้นการแจ้งเตือนไม่ให้รบกวนขณะเล่น หรือ Smart Sidebar แถบเมนูป็อปอัพด้านข้างของจอที่ใช้เซ็ตเป็นทางลัดเข้าสู่ฟังค์ชั่นและแอปฯต่างๆ

ระบบรักษาความปลอดภัยในรุ่นนี้ไม่มีสแกนลายนิ้วมือ แต่มีระบบปลดล็อคด้วยการสแกนใบหน้าด้วยเทคโนโลยีAI ที่สามารถจับจุดบนใบหน้าได้ถึง 128 จุด ใช้เวลาปลดล็อกเครื่องเพียง 0.3 วินาที

ด้านการประมวลผลในรุ่นนี้ใช้ชิปเซตค่าย Mediatek รุ่น Helio P22 โมเดลระดับกลางที่ใช้สถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 12 นาโนเมตรของ TSMC มีเทคโนโลยีการจัดการทรัพยากร CorePilot แกนประมวลผลเป็น Octa-core ความเร็วสูงสุด 2.0GHz สำหรับ GPU ใช้ PowerVR GE8320 ในส่วนของสเปคความจำที่เข้ามาขายในไทยเป็น RAM 3GB+ROM 32GB เพิ่ม microSD card ได้สูงสุด 256GB

เรื่องของแบตเตอรี่ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญซึ่ง Realme C2 ก็จัดมาให้ 4,000mAh เมื่อทำงานร่วมกับเทคโนโลยี CorePilot ก็ช่วยจัดการให้แบตเตอรี่อยู่ใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน

ในเรื่องของการเล่นเกมก็ทำได้ตามมาตรฐานทั้ง ROV ที่เฟรมเรทอยู่ที่ 30fps ขณะที่ PUBG Mobile ค่าเริ่มต้นอยู่ที่ระดับ Low เซ็ตได้สุดที่ Balanced-Medium นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีเสียงแบบ Real Sound Technology สำหรับช่วยปรับแต่งเสียงเมื่อใช้ร่วมกับหูฟังทำให้เล่นเกม ดูหนัง ได้สนุกยิ่งขึ้น

ในส่วนของเซ็นเซอร์ ตามที่เปิดดูด้วยแอปฯ Sensor Box ใส่มาให้ทั้ง

  • Accelerometer Sensor : เซ็นเซอร์จับลักษณะการเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน การเอียงเครื่อง
  • Light Sensor : เซ็นเซอร์วัดสภาพแสง เพื่อปรับการแสดงผลหน้าจอ
  • Orientation Sensor : เซ็นเซอร์ปรับมุมมองหน้าจอ
  • Proximity Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับเครื่องสมาร์ทโฟน
  • Gyroscope Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน
  • Sound Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับเสียง
  • Magnetic Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เข็มทิศดิจิตอล)

ด้านคะแนนประมวลผล Benchmark เริ่มจาก PCMark for Android (Work 2.0)= 5151 คะแนน, Geekbench 4 Pro = Single-core : 833คะแนน / Multi-core : 3358คะแนน และ AuTuTu Benchmark v1.4 = 77536 คะแนน

ส่วนการถ่ายภาพในรุ่นนี้ก็จัดกล้องหลังคู่มาให้ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล (f/2.2, 1.12µm) ทำงานร่วมกับกล้อง Depth sensor 2 ล้านพิกเซล (f/2.4, 1.75µm) มีระบบโฟกัส PDAF

ด้านโหมดถ่ายภาพก็จัดตัวที่เป็นพื้นฐานมาให้ครบทั้ง Portrait, Panorama และโหมด Expert (ISO 100-6400,Speed shutter 1/8000-16s,White Balance,Focus,EV+/-3) และที่เป็นไฮไลท์คือโหมดถ่ายภาพ Chroma Boost ที่จะเร่งสีสันของภาพให้สดใสมากขึ้น

ด้านการถ่ายวีดีโอรองรับที่ 720p/1080p@30fps มีโหมด Time-Laps และสามารถถ่าย slo-mo ได้ที่ 480p@80fps

สำหรับกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล (f/2.0, 1/5″, 1.12µm) มีฟีเจอร์ HDR ที่ช่วยดึงรายละเอียดของฉากหลังเมื่อถ่ายในสภาวะย้อนแสง ขณะที่ตัว AI Beauty ดันได้ถึง 100 ระดับ และแน่นอนว่ามีโหมด Portrait ให้ใช้เหมือนกล้องหลัง

ตัวอย่างภาพจากกล้องของ Realme C2

Realme C2 กับราคาเพียง 3,999 บาท ก็จัดว่าเป็นรุ่นระดับเริ่มต้นอีกตัวที่น่าสนใจ ด้วยดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ หน้าจอใหญ่ให้พื้นที่การแสดงผล 89.35% ขณะที่สเปคก็ครอบคลุมทุกการใช้งานพื้นฐาน ใครที่สนใจก็ไปลองจับลองเล่นกันได้กับทางตัวแทนจำหน่ายของแบรนด์ทั่วประเทศ

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners