[Review] Realme C1 จอกว้าง แบตฯอึด สเปคดี ในราคาแค่ 3,990 บาท

โดย RingRangRung | 25 ธันวาคม 2561 เมื่อ 14:44 น. | อ่าน 490

เป็นแบรนด์ใหม่ล่าสุดที่เข้ามาทำตลาดในไทยสำหรับ Realme ที่เมื่อไม่นานมานี้ก็ได้มีการเปิดตัวรุ่น Realme C1 ถึงแม้ว่ารุ่นดังกล่าวจะถูกวางตำแหน่งให้เป็นสมาร์ทโฟนน้องเล็กแต่ต้องบอกเลยว่าเรื่องสเปคไม่ได้มาย่อมๆ แถมราคาเปิดตัวก็ยังน่าสนใจเพราะแค่ 3,990 บาทเท่านั้น

สเปคของ Realme C1

  • สัดส่วนเครื่อง 2 x 75.6 x 8.2 มม. หนัก 168 กรัม
  • จอ IPS LCD ขนาด 6.2 นิ้ว ความละเอียด HD+ (720×1520 พิกเซล) อัตราส่วน 19:9
  • ชิปเซต Qualcomm SDM450 Snapdragon 450 (Octa-core 1.8GHz Cortex-A53)
  • สเปค RAM 2GB+ ROM 16GB รองรับ microSD Card สูงสุด 256GB
  • กล้องหลังเลนส์คู่ 13+2MP(F/2.2+F/2.4) โฟกัส PDAF
  • กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 มี AI Beautification, HDR
  • รองรับการถ่ายวีดีโอ 720p / 1080p อัตราเฟรมเรท 30fps
  • มีระบบปลดล็อคด้วยใบหน้า
  • รองรับการทำงาน 2 ซิม (Dual nano-sim cards) และเป็น Dual VoLTE
  • ระบบเครือข่ายที่รองรับ
    • GSM: 850/900/1800/1900MHz
    • WCDMA: 850/900/2100MHz
    • TD-LTE: Bands 38/40/41(2535-2655MHz)
    • FDD-LTE : Bands 1/3/5/8
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 b/g/n, WiFi Direct, hotspot, Bluetooth 4.2,A2DP, LE
  • เทคโนโลยีระบุพิกัด A-GPS
  • แบตเตอรี่ 4230mAh รองรับการชาร์จ 5V2A
  • ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo คลุมด้วย ColorOS 5.1
  • สีที่วางขาย ดำ (Mirror Black)

แพ็คเกจของ Realme C1 เป็นแบบเรียบๆกล่องสีขาวสกรีนชื่อรุ่นตัวใหญ่ๆ คาดแถบสีส้มใส่ชื่อแบรนด์ไว้เรียบร้อยขณะที่อุปกรณ์ที่ให้มาก็เป็นไปตามมาตรฐานทั่วไปเพียงแต่ไม่ได้ให้หูฟังมา

ทั้งนี้ไม่ต้องสงสัยหาเห็นโลโก้ OPPO ที่ตัวอุปกรณ์เนื่องจากทาง OPPO รับงานเป็นผู้ผลิตสินค้าให้กับ Realme ขณะที่ศูนย์ให้บริการเวลาส่งเครื่องซ่อมในไทยก็ใช้ศูนย์เดียวกันกับ OPPO เลย ส่วนของที่ใส่มาในกล่องประกอบไปด้วย

  • เครื่อง Realme C1
  • ฟิมล์กันรอยหน้าจอ (ติดมาแล้ว)
  • สาย Micro USB
  • อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ 5V1A
  • ใบรับประกัน และคู่มือการใช้งาน
  • เคส
  • เข็มจิ้มถาดซิม

รูปลักษณ์ภายนอก Realme C1

เริ่มกันด้วยงานดีไซน์กันก่อน Realme C1 มากับลุคที่ดูแพงเกินราคา บอดี้พลาสติกขัดเงา (Glossy Design) ขับสีเครื่องให้ดูเด่นโดยตัวที่เข้ามาไทยจะมีแค่สีคลาสสิค ดำ (Mirror Black) ด้านสัดส่วนตัวเครื่อง 156.2 x 75.6 x 8.2 มม. หนัก 168 กรัม ขอบเครื่องโค้งนิดๆเพื่อให้รับกับอุ้งมือ

หน้าจอจัดว่าถึงใจให้มาใหญ่เต็มตา 6.2 นิ้ว เป็นแผงจอชนิด IPS LCD ความละเอียด HD+ ดีไซน์แบบ Full Notch Display มีพื้นที่ขอบจอบาง 2.05 มม. พร้อมรอยบาก ให้อัตราส่วนการแสดงผล 19:9 รองรับ Multi-touch ได้ 10 จุดคลุมทับด้วยกระจก Corning Glass 3 พร้อมติดฟิลม์กันรอยมาให้เสร็จสรรพ

ส่วนของรอยบาก (Notch)เป็นพื้นที่ของกล้องหน้า, ลำโพงสนทนา และเซ็นเซอร์ต่างๆ โดยที่ Realme C1 จะไม่มีปุ่มใดๆที่ด้านหน้าของเครื่อง ใช้การสั่งงาน Navigation bar (Home, Back,Recent Button) ในรูปแบบของ On-Screen บนหน้าจอ โดยที่เราสามารถเข้าไปเปลี่ยนเป็น Gesture Navigation ลากนิ้วแทนคำสั่ง หรือใช้ตัว Assistive Ball สั่งงานแทนได้

อีกลูกเล่นการสั่งการคือตัว Screen-off Gestures เข้าถึงฟังค์ชั่นต่างๆของเครื่องแม้หน้าจอจะดับอยู่ ด้วยการวาดนิ้วเป็นสัญลักษณ์ต่างๆบนหน้าจอ อาทิเช่น วาด “O” เพื่อเปิดกล้อง หรือวาด “V” เพื่อเปิดโหมดไฟฉาย เป็นต้น

ด้านหลังเครื่องมีกล้องหลังเลนส์คู่จัดวางเป็นแนวนอนติดมุมบนซ้ายตีไฮไลท์ตรงขอบเป็นสีเงิน แยกแฟลช LED มาด้านข้าง ส่วนด้านล่างก็เป็นโลโก้ “Realme” ตัวใหญ่ๆ

ขอบเครื่องด้านขวาเป็นปุ่ม Power ส่วนขอบด้านซ้ายจะเป็นปุ่มปรับระดับเสียงและถาดใส่ซิมแบบ Triple Slot ใส่ได้ 2 ซิม กับ 1 MicroSD รองรับฟีเจอร์การสื่อสารทั้ง VoLTE และ VoWiFi

ขอบด้านบนปล่อยว่าง ขอบด้านล่างมีไมโครโฟน, พอร์ต microUSB, ลำโพงหลัก และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.

ฟีเจอร์ภายใน Realme C1

เรื่องการใช้งาน Realme C1 รันกับระบบปฎิบัติการ Android 8.1 Oreo คลุมด้วย ColorOS 5.1 ชิปเซตเป็น  Qualcomm SDM450 Snapdragon 450 ประมวลผลแบบ Octa-core 1.8GHz ใช้ GPU Adreno 506 ส่วนสเปคหน่วยความจำติด RAM 2GB มี ROM 16GB ถ้าคิดว่าน้อยไปก็ใส่ microSD เพิ่มได้ถึง 256GB

ประสิทธิภาพการใช้งานถือว่าเพียงพอต่อความต้องการอย่างการเล่นโซเชียล, แชท หรือการเล่นเกม โดยที่รุ่นนี้มีฟีเจอร์รองรับการเล่นเกมอย่าง Gamespace ที่ช่วยเร่งกำลังประมวลผล และจัดการระบบแจ้งเตือนต่างๆเพื่อให้เล่นได้อย่างราบลื่น หรือจะเป็นการแบ่งหน้าจอ Split-screen ก็มีให้ใช้งานกัน

จากการทดสอบเล่นเกม Realme C1 สามารถเล่น ROV ได้สบายๆในอัตราเฟรมเรท 30fps ส่วน PUBG แนะนำตั้งสเปคให้อยู่ระดับเริ่มต้นก็ลุยได้ไม่เสียหาย หรือถ้าจะให้การเล่นเกมสนุกมากยิ่งขึ้นในรุ่นนี้ก็มีระบบ Real HD Sound ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ Sound effect ให้น่าฟังยิ่งขึ้นเมื่อใช้งานผ่านหูฟัง

สำหรับแบตเตอรี่รุ่นนี้ยัดมาให้ถึง 4,230mAh ตอบโจทย์เรื่องของแบตฯอึดใช้นานๆถ้าไม่เล่นเกมหนักๆ เปิดเช็คโซเชียลบ้างเป็นระยะ ก็อยู่ได้เป็นวันสบายๆ

ด้านระบบรักษาความปลอดภัยในรุ่นนี้ไม่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้ แต่ก็มีฟังค์ชั่น “Face Recognition” ระบบปลดล็อคเครื่องด้วยใบหน้าให้ใช้กัน

ส่วนระบบเซ็นเซอร์ต่างๆจากที่เช็คด้วย Sensor Box for Android ก็ได้ผลลัพท์ดังนี้

  • Accelerometer Sensor : เซ็นเซอร์จับลักษณะการเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน การเอียงเครื่อง
  • Light Sensor : เซ็นเซอร์วัดสภาพแสง เพื่อปรับการแสดงผลหน้าจอ
  • Orientation Sensor : เซ็นเซอร์ปรับมุมมองหน้าจอ
  • Proximity Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับเครื่องสมาร์ทโฟน
  • Gyroscope Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน
  • Sound Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับเสียง
  • Magnetic Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เข็มทิศดิจิตอล)

ด้านคะแนนประมวลผลจากแพลตฟอร์ม Benchmark ต่างๆมี ผลลัพท์ดังนี้

  • PCMark for Android (Work 2.0) = 5067คะแนน

  • Geekbench 4 Pro = Single-core : 736 คะแนน/ Multi-core : 2381 คะแนน

  • AuTuTu Benchmark v7.1.0 = 74363 คะแนน

เรื่องการถ่ายภาพ Realme C1 ไม่มีตกเทรนด์ให้กล้องหลังเลนส์คู่โดยที่เซ็นเซอร์หลัก 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง F/2.2 ทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์รองชนิด Depth sensor ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง F/2.4 มีเทคโนโลยีออโต้โฟกัสแบบ PDAF

ด้วยเซ็นเซอร์ชนิดนี้ทำให้ C1 สามารถถ่ายหนัาชัดหลังเบลอได้ในโหมด Portrit, มี AI Beautification ปรับหน้าสวยได้ 6 ระดับ และโหมด AR Sticker เพิ่มสีสันในการถ่ายรูป ส่วนการถ่ายวีดีโอรองรับ 1080p/720p อัตราเฟรมเรท 30fps

ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.2 รองรับโหมดการถ่ายภาพเหมือนกับกล้องหลัง โดยที่มีโหมด Depth effect สำหรับเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอ ซึ่งสามารถเปิดพร้อมกับโหมด Beauty และฟิลเตอร์ภาพได้

ตัวอย่างภาพจากกล้องของ Realme C1

สุดท้ายเรื่องการวางจำหน่ายตัว Realme C1 สามารถหาซื้อได้ง่ายๆผ่านร้านสะดวกซื้อ 7-11 ทุกสาขา ในราคาแค่ 3,990 บาท และยังมีการแถมซิมพร้อมโปรฯจากทาง Truemove H เติมเงินสะสมขั้นต่ำ 100 บาท/เดือน รับสิทธิ์ โทร, เน็ต (1Mbps) และ WiFi ฟรีไม่อั้น 30 วัน ในจำนวนรอบที่ได้รับสิทธิ์ 12 รอบ (รอบละ 30 วัน) โดยที่ต้องบอกก่อนว่าเครื่องไม่ล็อคซิม ไม่ติดสัญญา ตัวซิมที่ได้มาจะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้

สำหรับบริการหลังการขายทาง Realme ตอนนี้ก็มีศูนย์ให้บริการ 43 แห่งอยู่ทั่วประเทศ ใช้ร่วมกันกับศูนย์ของ OPPO ครับ

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners