รีวิว realme 6 / 6 Pro คู่หูจอลื่น 90Hz กล้อง 4 ตัว ในราคาปลายพันต้นหมื่น

โดย RingRangRung | 29 มีนาคม 2563 เมื่อ 10:01 น. | อ่าน 513

วางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ realme 6 Series ที่มีเข้ามาทั้งรุ่นปกติและรุ่น Pro ให้สเปคและราคาตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้ตั้งแต่ระดับกลาง ไปจนถึงระดับกลางค่อนบน

เริ่มกันด้วย realme 6 มากับดีไซน์ฝาหลังแบบ Comet Design ที่มีแรงบันดาลใจจากดาวหางที่พาดผ่านท้องฟ้ายามวิกาล โดยสีที่วางขายมี Comet White กับ Comet Blue วัสดุฝาหลังเป็นพลาสติกขอบโค้งมนจับถนัดมือ พร้อมทั้งเคลือบป้องกันละอองน้ำ ขณะที่สัดส่วนตัวเครื่อง 162.1 x 74.8 x 8.9 มม. หนัก 191 กรัม

หน้าจอ IPS LCD ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด 2400×1080 พิกเซล (FHD+) คลุมด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 3 อัตราส่วนการแสดงผล 20:9 มีพื้นที่การแสดงผล 90.5% สามารถดันความสว่างได้ถึง 480nits

จอรุ่นนี้เป็น Ultra Smooth Display ให้การแสดงผลที่ลื่นเนียนตาด้วยตัวเลขรีเฟรชเรทที่ปรับได้สูงสุด 90Hz (ค่าเริ่มต้นที่ 60Hz) และเพื่อเป็นการประหยัดแบตเตอรี่ก็สามารถตั้ง Auto ให้อัตรารีเฟรชปรับเปลี่ยนไปตามรูปแบบการทำงานของจอได้ ขณะที่อัตราตอบสนองต่อการสัมผัส Touch-sensing อยู่ที่ 120Hz

นอกจากนี้ยังมีฟังค์ชั่น OSIE Vision Effect ช่วยปรับสีสันของหน้าจอให้มีความสดใสมากยิ่งขึ้นเมื่อใช้งานร่วมกับแอปฯรองรับ รวมถึงฟีเจอร์ Night Mode และ Eye Care

หน้าจอดีไซน์แบบเจาะรูบนหน้าจอเพื่อใส่กล้องหน้าที่มุมซ้ายบนของจอและมีการใช้ CCD Alignment technology เข้ามาช่วยป้องกันความเสียหายของกล้องจากการกระแทก ขณะที่ขอบเล็กๆด้านบนจะเป็นลำโพงสนทนากับเซ็นเซอร์ต่างๆ

พื้นที่ขอบจอด้านล่างยังคงมีอยู่เล็กน้อยมีระบบปุ่ม Navigation Bar พื้นฐานเป็นแบบ On-Screen บนจอ

พลิกมาอีกฝั่งจะพบกับกล้องหลังสี่ตัววางเรียงเป็นแนวตั้งติดมุมซ้ายบน โมดูลกล้องจะนูนขึ้นมาจากฝาหลังเล็กน้อยและมีแฟลช LED อยู่ทางฝั่งขวา

องค์ประกอบส่วนของขอบเครื่องทางด้านขวามีปุ่มพาวเวอร์ที่มีการเว้าลงไปเล็กน้อยเพื่อใช้เป็นพื้นที่เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือในตัว ด้านซ้ายมีปุ่มปรับระดับเสียง กับช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Triple slot

ขอบเครื่องด้านล่างมีพอร์ต USB-C, ลำโพงหลัก, ไมโครโฟน และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.

สเปค realme 6

  • สัดส่วนเครื่อง 162.1 x 74.8 x 8.9 มม. หนัก 191 กรัม
  • หน้าจอ Ultra Smooth Display พาแนลจอ IPS LCD ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด 1080×2400 พิกเซล อัตราส่วน 20:9 รีเฟรชเรท 90Hz และมี Touch-sensing 120Hz
  • ชิป Mediatek Helio G90T ประมวลผลแบบ Octa-core (2×2.05GHz Cortex-A76 & 6×2.0GHz Cortex-A55) มี GPU Mali-G76 MC4
  • สเปคความจำที่เข้าไทย LPDDR4x RAM + ROM UFS 2.1 ( 4GB+128GB / 8GB + 128GB
  • กล้องหน้า In-display Selfie ขนาด 16MP รูรับแสง f/2.0 เลนส์ประกอบ 5 ชิ้น มุมมองรับภาพ 79.3 องศา
  • กล้องหลัง 4 ตัว ประกอบด้วย
    • Wide 64MP, f/1.8, เซ็นเซอร์ Samsung GW1 1/1.72″, 0.8µm, PDAF
    • Ultrawide 119° 8MP, 5P lens, f/2.3, 1/4.0″, 1.12µm
    • Macro 2MP, 3P lens, ระยะโฟกัส 4ซม. , f/2.4, 1/5.0″, 1.75µm
    • Depth sensor B/W 2MP , 3P lens, f/2.4
  • วีดีโอกันสั่นระบบ UIS Max Video Stabilization รองรับการบันทึกภาพ 4K@30fps
  • รองรับการทำงานสองซิมแบบ Triple slot พร้อมหน่วยความจำเสริม microSD สูงสุด 256GB
  • สัญญานเครือข่ายที่รองรับ
    • LTE: B1/3/5/8/38/40/41(2535MHz~2655MHz)
    • WCDMA: B1/5/8
    • GSM: 850/900/1800/1900
  • รองรับ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot
  • รองรับ Bluetooth 5.0, A2DP, LE
  • มี A-GPS, GLONASS, BDS
  • ใช้สแกนลายนิ้วมือด้านข้างเครื่อง
  • แบตเตอรี่ขนาด 4,300mAh รองรับ VOOC flash charge 30W ผ่านพอร์ต USB-C
  • รันกับ Android 10 คลุมด้วย realme UI
  • สีที่วางขาย Comet White / Comet Blue
  • ราคาในไทย
    • 4GB+128GB อยู่ที่ 7999 บาท
    • 8GB+128GB ราคา 8999 บาท

ต่อเนื่องกันกับ 6 Pro ที่เป็นโมเดลอัพสเปคขึ้นมาจากตัวพื้นฐานเริ่มจากวัสดุเครื่องที่ใช้ก็เป็นกระจกบอดี้ดีไซน์แบบ Chic Lightning Design วาดลวดลายฝาหลังเป็นรูปสายฟ้า โดยมีสเปคสี Lightning Blue กับ Lightning Red สำหรับสัดส่วนตัวเครื่องถือว่าใกล้เคียงกัน รุ่นนี้อยู่ที่ 163.8 x 75.8 x 8.9 มม. มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามวัสดุที่ใช้เป็น 202 กรัม

หน้าจอใช้พาลแนล IPS LCD ขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด 2400×1080 พิกเซล (FHD+) อัพวัสดุกระจกหน้าจอเป็น Corning Gorilla Glass 5 อัตราส่วนการแสดงผล 20:9 มีพื้นที่การแสดงผล 90.6% สามารถดันความสว่างได้ถึง 480nits

ฟังค์ชั่นหน้าจอเหมือนกับรุ่นพื้นฐานไม่ว่าจะเป็นค่ารีเฟรชเรทสูงสุดที่ 90Hz มี Touch-sensing อยู่ที่ 120Hz มีฟังค์ชั่น OSIE Vision Effect รวมถึงฟีเจอร์ Night Mode และ Eye Care

องค์ประกอบต่างๆก็จะเหมือนกับรุ่นปกติไม่ว่าจะเป็น หน้าจอดีไซน์แบบเจาะรูเหมือนรุ่นปกติแต่ของ 6 Pro จะเป็นกล้องหน้าคู่เสริมด้วยเลนส์มุมกว้าง 105 องศา ขอบเล็กๆด้านบนจะเป็นลำโพงสนทนากับเซ็นเซอร์ต่างๆ พื้นที่ขอบจอด้านล่างยังคงมีอยู่เล็กน้อยมีระบบปุ่ม Navigation Bar พื้นฐานเป็นแบบ On-Screen บนจอ

มีกล้องหลังสี่ตัววางเรียงเป็นแนวตั้งติดมุมซ้ายบน โมดูลกล้องจะนูนขึ้นมาจากฝาหลังเล็กน้อยและมีแฟลช LED อยู่ทางฝั่งขวา

ขอบเครื่องทางด้านขวามีปุ่มพาวเวอร์ที่เป็นพื้นที่เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือในตัว ด้านซ้ายมีปุ่มปรับระดับเสียง กับช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Triple slot

ด้านบนมีการเพิ่มช่องไมโครโฟนสำหรับตัดเสียงรบกวน ส่วนขอบเครื่องด้านล่างมีพอร์ต USB-C, ลำโพงหลัก, ไมโครโฟน และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.

สเปค realme 6 Pro

  • สัดส่วนเครื่อง 163.8 x 75.8 x 8.9 มม. หนัก 202 กรัม
  • หน้าจอ Ultra Smooth Display พาแนลจอ IPS LCD ขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด 1080×2400 พิกเซล อัตราส่วน 20:9 รีเฟรชเรท 90Hz และมี Touch-sensing 120Hz
  • ชิป Qualcomm SM7125 Snapdragon 720G ประมวลผลแบบ Octa-core (2×2.3GHz Kryo 465 Gold & 6×1.8GHz Kryo 465 Silver) มี GPU Adreno 618
  • สเปคความจำที่เข้าไทย LPDDR4x RAM + ROM UFS 2.1 ( 8GB+128GB)
  • กล้องหน้า In-display Selfie เลนส์คู่
    • กล้องหลัก 16MP, f/2.1, เซ็นเซอร์ Sony IMX471 1/3.1″, 1.0µm
    • Ultrawide 8MP, f/2.2, 1/4.0″, 1.12µm
  • กล้องหลัง 4 ตัว ประกอบด้วย
    • Wide 64MP, f/1.8, เซ็นเซอร์ Samsung GW1 1/1.72″, 0.8µm, PDAF
    • Telephoto 12MP, f/2.5, 1/3.4″, 1.0µm, PDAF, 2x Optical Zoom
    • Ultrawide 119° 8MP, 5P lens, f/2.3, 1/4.0″, 1.12µm
    • Macro 2MP, 3P lens, ระยะโฟกัส 4ซม. , f/2.4, 1/5.0″, 1.75µm
  • วีดีโอกันสั่นระบบ UIS Max Video Stabilization รองรับการบันทึกภาพ 4K@30fps
  • รองรับการทำงานสองซิมแบบ Triple slot พร้อมหน่วยความจำเสริม microSD สูงสุด 256GB
  • สัญญานเครือข่ายที่รองรับ
    • LTE: B1/3/5/8/38/40/41(2535MHz~2655MHz)
    • WCDMA: B1/5/8
    • GSM: 850/900/1800/1900
  • รองรับ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot
  • รองรับ Bluetooth 5.1, A2DP, LE
  • มี A-GPS, GLONASS, BDS, NavIC
  • ใช้สแกนลายนิ้วมือด้านข้างเครื่อง
  • แบตเตอรี่ขนาด 4,300mAh รองรับ VOOC flash charge 30W ผ่านพอร์ต USB-C
  • รันกับ Android 10 คลุมด้วย realme UI
  • สีที่วางขาย Lightning Blue / Lightning Red
  • ราคาในไทย 10,999 บาท 

ด้านแพ็คเกจของ realme 6 และ 6 Pro ทำออกมาเหมือนกันคือเป็นกล่องสีเหลืองประจำแบรนด์ หน้ากล่องแสดงแค่ชื่อรุ่นส่วนอุปกรณ์ภายในประกอบด้วย

  • เครื่อง realme 6 Series
  • เคสใส
  • สาย USB-C
  • อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ 30W
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานและใบรับประกันสินค้า

มาดูสเปคภายในกันต่อมือถือทั้งสองรุ่นใช้ระบบปฏิบัติการ Android 10 คลุมด้วย realme UI 1.0 ซึ่งเป็น UI ที่พัฒนามาบนธีมที่สดใส มีลูกเล่น เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ มีพื้นที่ให้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งไอคอนแอปฯของตัวเองได้

นอกจากนี้ตัว UI เองก็ยังเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องตั้งแต่ลดระยะเวลา App Booting ลง 25% ใช้งานได้ลื่นไหลขึ้น 20% ลดการใช้งานแบตเตอรี่ลง 10% โดยอยู่ในโหมดสแตนด์บายได้ข้ามคืน พร้อมลดดีเลย์การสัมผัส 35% และประสิทธิภาพการเล่นเกมเพิ่มขึ้น 20% สำหรับฟีเจอร์ที่น่าสนใจก็มีทั้ง

  • Dual Mode Music Share : สามารถเชื่อมต่อหูฟ้งไร้สายได้ 2 คู่พร้อมกัน
  • Focus Mode : โหมดช่วยทำสมาธิโดยระบบจะเปิดเพลงฟังสบายๆ พร้อมเปิดโหมด DND ปิดการแจ้งเตือนที่รบกวน
  • 3-Finger Selected Screenshot : ฟีเจอร์แคปหน้าจอโดยแตะ 3 นิ้วค้างไว้ที่หน้าจอ
  • Personal Information Protection : ระบบป้องกันข้อมูลส่วนตัว
  • Dark Mode : เปลี่ยนธีมเครื่องให้เป็นสีดำ สามารถตั้งเวลาให้เปิดอัตโนมัติในตอนกลางคืนได้

ด้านชิปประมวลผลกับหน่วยความจำให้มาต่างกันเริ่มจากตัวพื้นฐานจะเป็น Mediatek MT6785 Helio G90T ที่เปิดตัวมาในปี 2019 ใช้สถาปัตยกรรมผลิตระดับ 12 นาโนเมตร การประมวลผลแบบ Octa-core สปีดสูงสุด 2.05GHz ใช้สถาปัตยกรรมแบบ ARM Cortex-A76 และ A55 มี GPU Mali-G76 สเปคความจำ LPDDR4X RAM กับ ROM UFS 2.1 โดยที่เข้าไทยมีขนาด 4GB+128GB กับ 8GB+128GB รองรับ microSD ได้สูงสุด 256GB

ส่วน realme 6 Pro เป็นรุ่นแรกของไทยที่มาพร้อมชิป Qualcomm Snapdragon 720G ที่เปิดตัวมาเมื่อต้นปี 2020 โดยใช้สถาปัตยกรรมการผลิต 8 นาโนเมตร ประมวลผลแบบ Octa-core สปีดสูงสุด 2.3GHz สถาปัตยกรรม Kryo 465 Gold กับ 465 Silver แรงกว่ารุ่นก่อน 60% ขณะที่ GPU เป็น Adreno 618 ดีกว่าเดิม 75% สเปคหน่วยความจำเหมือนรุ่นพื้นฐานแต่ความจุที่เข้ามาขายมีแค่ 8GB+128GB รองรับ microSD ได้สูงสุด 256GB

แบตเตอรี่ทั้งสองรุ่นใส่มาให้เท่ากัน 4300mAh เพียงพอต่อการใช้งานทั้งวัน พร้อมด้วยเทคโนโลยี VOOC Flash Charge กำลังไฟถึง 30W สามารถชาร์จเต็ม 70% ได้ในเวลา 30 นาที พร้อมด้วยระบบป้องกัน 5 ชั้นรับประกันความปลอดภัยในการใช้งาน

ด้านประสิทธิภาพการเล่นเกมทั้งสองรุ่นถือว่าทำได้ดีไม่แพ้กัน โดยที่ realme 6 Series จะมาพร้อมฟังค์ชั่นช่วยในการเล่นเกมอย่าง Game Space และ Game Assistant โดยที่รุ่น Pro จะพิเศษกว่าหน่อยตรงที่มีเทคโนโลยี Qualcomm Snapdragon Elite Gaming ที่ช่วยให้แสดงผลแบบ HDR กับตัวเกมที่รองรับเรียกว่าเสริมมิติในการเล่นเกมจากรุ่นพื้นฐาน

สำหรับการทดสอบเล่นเกมก็ได้ผลลัพท์ดังนี้ทั้ง 6 และ 6 Pro สามารถเล่น ROV ในโหมดเฟรมเรทสูงสุดตัวเลขจะวิ่งที่ราว 60fps สบายๆ, Call of Duty: Mobile เข้าถึงเฟรมเรทและกราฟฟิกได้ในระดับ Very High ขณะที่ PUBG Mobile ตั้งค่ากราฟฟิกได้สูงสุด Ultra-HDR

ด้านคะแนน Benchmark มีดังนี้

  • PCMark for Android (Work 2.0)
    • realme 6 : 11205คะแนน
    • realme 6 Pro : 10419คะแนน
  • Geekbench 4 Pro
    • realme 6 : Single-core = 2529คะแนน / Multi-core = 6671คะแนน
    • realme 6 Pro : Single-core = 2660คะแนน / Multi-core = 6831คะแนน
  • AuTuTu Benchmark v8.2.8
    • realme 6 : 288479คะแนน
    • realme 6 Pro : 282169 คะแนน

ในส่วนของการถ่ายภาพ realme 6 series จัดเต็มมาให้ในรุ่น Pro ที่ยัดมาทั้งกล้องหลัง 4 ตัว กับกล้องหน้า 2 ตัว มีสเปคดังนี้

  • กล้องหลัง 4 ตัว ประกอบด้วย
    • Wide 64MP, f/1.8, เซ็นเซอร์ Samsung GW1 1/1.72″, 0.8µm, PDAF
    • Telephoto 12MP, f/2.5, 1/3.4″, 1.0µm, PDAF, 2x Optical Zoom
    • Ultrawide 119° 8MP, 5P lens, f/2.3, 1/4.0″, 1.12µm
    • Macro 2MP, 3P lens, ระยะโฟกัส 4ซม. , f/2.4, 1/5.0″, 1.75µm
  • กล้องหน้า 2 ตัว
    • กล้องหลัก 16MP, f/2.1, เซ็นเซอร์ Sony IMX471 1/3.1″, 1.0µm
    • Ultrawide 8MP, f/2.2, 1/4.0″, 1.12µm

ของ realme 6 จะรองลงมาหน่อยโดยใช้สเปคกล้องหน้าและกล้องหลังดังนี้

  • กล้องหลัง 4 ตัว
    • Wide 64MP, f/1.8, เซ็นเซอร์ Samsung GW1 1/1.72″, 0.8µm, PDAF
    • Ultrawide 119° 8MP, 5P lens, f/2.3, 1/4.0″, 1.12µm
    • Macro 2MP, 3P lens, ระยะโฟกัส 4ซม. , f/2.4, 1/5.0″, 1.75µm
    • Depth sensor B/W 2MP , 3P lens, f/2.4
  • กล้องหน้า
    • 16MP รูรับแสง f/2.0 เลนส์ประกอบ 5 ชิ้น มุมมองรับภาพ 79.3 องศา

ฟีเจอร์ของกล้องก็โดดเด่ดทั้งภาพนิ่งและวีดีโอโดยมีโหมดไฮไลท์ไม่ว่าจะเป็น

AI Scene Recognition : ระบบ AI ช่วยในการปรับแสง แต่งภาพในเหมาะกับซีนที่ถ่าย พร้อมด้วยโหมด Chrom Boost เพิ่มสีสันให้กับภาพ

โหมดถ่ายภาพ 64MP : ซึ่งเป็นการถ่ายภาพด้วยความละเอียดสูงสุดของกล้องที่ 64 ล้านพิกเซล ( 9280 x 6944 พิกเซล) ซึ่งจะทำให้เก็บรายละเอียดของภาพได้สูงกว่าการถ่ายแบบธรรมดา เหมาะแก่การนำไปแต่ง ไปครอป เพื่อทำงานต่อ

Portrait Mode : โหมดถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอซึ่งนอกจากภาพนิ่งแล้ว ในรุ่น Pro ยังรองรับการทำงานในโหมดภาพเคลื่อนไหวด้วยฟีเจอร์ Real-time Bokeh Effect Video ด้วย

Marco Mode : โหมดถ่ายภาพในระยะประชิดโดยใช้ระยะโฟกัสแค่ 4 เซนติเมตรเท่านั้น

Nightscape : สำหรับถ่ายภาพกลางคืนได้แบบสวยคมโดยที่รุ่นปกติจะเป็นเวอร์ชั่น 2.0 ขณะที่รุ่น Pro เป็นเวอร์ชั่น 3.0 ที่มีให้เลือกทั้งการถือถ่ายด้วยมือแบบปกติ และ Tripods mode ที่เป็นการถ่ายแบบลากชัตเตอร์ซึ่งจะให้ภาพที่คมชัดกว่าโดยเอาขาตั้งเข้ามาช่วย

ระยะซูมสูงสุด 20 เท่า : ฟังค์ชั่นการซูมที่ทำได้มากสูงสุดถึง 20 เท่าซึ่งอยู่ในรุ่น 6 Pro โดยแบ่งเป็น Ultrawide -> 1x -> 2X -> 5X -> 20x ขณะที่ 6 จะเป็น Ultrawide -> 1x -> 2X -> 5X -> 10x

Ultra wide : ฟังค์ชั่นการถ่ายในระยะ Ultrawide ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ โดยที่รุ่น Pro สามารถทำได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ขณะที่รุ่นปกติจะได้เฉพาะกล้องหลัง

ระบบกันสั่นแบบ UIS (Ultra Image Stabilization) : ระบบกันสั่นผสานระหว่างกันสั่นแบบ EIS และใช้ระบบ AI โดยที่โหมดกันสั่น Ultra Steady ในการถ่ายวีดีโอจะมีให้ใช้งานในรุ่น Pro แถมเรายังเพิ่มระดับกันสั่นให้เป็น Ultra Steady Max ได้ด้วย

ตัวอย่างภาพจากกล้องของ realme 6

ตัวอย่างภาพจากกล้องของ realme 6 Pro

ในส่วนของราคา realme 6 มากับออฟชั่น 2 ตัวเลือก รุ่น 4GB+128GB อยู่ที่ 7999 บาท และ 8GB+128GB ราคา 8999 บาท ขณะที่ realme 6 Pro สเปคความจำเดียวราคา 10,999 บาท ถือเป็นซีรีส์รุ่นระดับกลางที่มอบทางเลือกที่หลากหลาย โดยที่สามารถจับจองเป็นเจ้าของกันได้แล้ววันนี้

About Author

RingRangRung

RingRangRung