[Preview] Samsung Galaxy S8 / S8+ ดีไซน์ไร้กรอบ กับฟีเจอร์ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น

โดย Littlebear | 29 มีนาคม 2560 เมื่อ 23:01 น. | อ่าน 290

preview-samsung-s8-18

หนึ่งในส่วนที่ทำให้ Samsung Galaxy S8 โดดเด่นที่สุด หลังจากได้เห็นในงานเปิดตัวคือ เรื่องของการออกแบบตัวเครื่องที่ทำให้ดูหรูหรา มีระดับมากขึ้น แม้ว่าจะไม่ต่างจากภาพที่หลุดมาก่อนหน้านี้ ด้วยการชูจุดเด่นในแง่ของไร้กรอบ (Ultra-thin Bezel) ไร้ปุ่มโฮม จอโค้ง พร้อมกับฟังก์ชัน และฟีเจอร์ที่อัดเต็ม

Galaxy-S8-product-colors-back-font-705

สเปคของ Samsung Galaxy S8 รู่นจำหน่ายในไทย

ขนาดเครื่อง S8 148.9 x 68.1 x 8 มิลลิเมตร, น้ำหนัก 155 กรัม
ขนาดเครื่อง S8+ 159.5 x 73.4 x 8.1 มิลลิเมตร, น้ำหนัก 173 กรัม
ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่นมาตรฐาน IP68 กันน้ำลึกสูงสุงไม่เกิน 1.5 เมตร นานไม่เกิน 30 นาที
หน้าจอ Super AMOLED 5.8″ / 6.2” Quad HD+
– Exynos 8895 64bit 10nm Octa-core (Quad Core 2.3 GHz + Quad Core 1.7 GHz)
– RAM 4GB LPDDR4, ROM 64GB รองรับ Micro SD สูงสุด 256 GB
– Android 7.0 Nougat
กล้องหลัก Dual Pixel 12MP OIS F/1.7 + LED Flash
กล้องหน้า 8MP F/1.7
แบตเตอรี่ 3,000 mAh / 3,500 mAh
รองรับ Fast Charging, Fast Wireless Charging
รองรับ 4G LTE Cat.16, 1Gbps , Dual SIM (Hybrid Slot), NFC
– Full Netcom 3.0
– Iris Scanner + Fingerprint + Face Recognition

preview-samsung-s8-12

เมื่อได้ลองสัมผัสกลับพบว่า แม้ตัวเครื่องจะมีขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นเมื่อเทียบกับ Galaxy S7 แต่ขนาดที่มาอยู่บนมือกลับจับได้กระชับเช่นเดิม จากขนาดของตัวเครื่องที่ยาวขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนความกว้าง และความบางอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม ที่สำคัญคือความโค้งของตัวเครื่องมีความสมมาตรระหว่างหน้าและหลังแล้ว

preview-samsung-s8-17

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือหน้าจอ Super AMOLED ขนาด 5.8 นิ้ว 570ppi ในรุ่น Galaxy S8 และ 6.2 นิ้ว 529ppi ในรุ่น Galaxy S8+ บนความละเอียดระดับ Quad HD+ (2960 x 1440 พิกเซล) โดยมีกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมออโต้โฟกัส ซ่อนอยู่บริเวณขอบบนใกล้ๆกับช่องลำโพงสนทนา และเซ็นเซอร์ตรวจจับใบหน้า ระบบสแกนม่านตามาให้ใช้

preview-samsung-s8-23

ส่วนล่างหน้าจอก็จะถูกปล่อยว่างไว้ เพื่อให้เวลาจับใช้งานในแนวนอน บริเวณอุ้งมือจะไม่ไปโดนปุ่มย้อนกลับ หรือ Recent App เหมือนในรุ่นก่อนๆหน้าอีกต่อไป กลายเป็นปุ่มสัมผัสบนหน้าจอที่สามารถรับแรงกดได้แทน

preview-samsung-s8-01

เมื่อพลิกเครื่องกลับมาดูด้านหลังจะพบกับกล้อง Dual Pixel ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ที่มาพร้อมกับระบบกันสั่น OIS เลเซอร์ออโต้โฟกัส กับรูรับแสงกว้าง f/1.7 ที่ช่วยให้สามารถบันทึกภาพในที่แสงน้อยได้อย่างคมชัด และแน่นอนว่ารองรับการถ่ายภาพวิดีโอระดับ 4K

preview-samsung-s8-14ใกล้ๆกับกล้องถ่ายภาพ นอกเหนือจากไฟแฟลช และเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจทางฝั่งขวาแล้ว ก็จะมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ทางฝั่งซ้าย ที่ถูกปรับมาไว้ข้างหลังแทน เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานเมื่อจับถือมากขึ้น และกลายเป็นปุ่มลัดในการสั่งงานต่างๆด้วย

ภายในของ Galaxy S8 จะบรรจุแบตเตอรีขนาด 3,000 mAh ส่วนใน S8+ จะเพิ่มเป็น 3,500 mAh และแน่นอนว่ามาพร้อมกับระบบ Fast Charge และ Wireless Charge ให้ได้ใช้งานกัน

preview-samsung-s8-16
preview-samsung-s8-07 preview-samsung-s8-06

รอบๆเครื่อง จะมีปุ่มเปิดปิดเครื่องอยู่ทางฝั่งขวา ส่วนทางฝั่งซ้ายจะมีปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มเรียกใช้งาน Bixby ส่วนด้านบนจะมีถาดใส่ซิมการ์ดที่ต้องใช้เข็มจิ้มซิมออกมา โดยเป็นถาดแบบ Hybrid ที่เลือกใส่ได้ว่าจะใช้งาน 2 นาโนซิมการ์ด หรือใส่คู่ระหว่างนาโนซิมการ์ด และ MicroSD

preview-samsung-s8-05

ส่วนล่างเครื่องก็จะมากับพอร์ต USB-C ที่จริงๆซัมซุงเริ่มใช้เป็นมาตรฐานตั้งแต่ตอน Note 7 แล้ว จนมาใช้งานบน Galaxy A 2017 ก็หันมาใช้พอร์ตดังกล่าวเช่นเดียวกัน พร้อมกับมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. ให้ใช้งาน

แน่นอนว่าตัวเครื่อง Galaxy S8 ยังมาพร้อมกับมาตรฐานกันน้ำ กันฝุ่น ระดับ IP68 ที่กันน้ำลึกไม่เกิน 1.5 เมตร นานไม่เกิน 30 นาที เช่นเดียวกับในรุ่นที่ผ่านมา เนื่องจากซัมซุงมองว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานนำสมาร์ทโฟนไปใช้ได้ทุกที่ทุกเวลาอย่างแท้จริง

preview-samsung-s8-19

อีกจุดเด่นที่สำคัญคือ ภายในกล่องของ S8 จะมาพร้อมกับหูฟัง AKG ที่เป็นแบบอินเอียร์มาให้ใช้งานด้วย โดยจะเป็นสายแบบผ้าทำให้เวลาหยิบใช้งานสายจะไม่พันกัน แต่ทั้ง พร้อมกับอแดปเตอร์ และสาย USB-C

s05

ในส่วนของสเปคภายในของ Galaxy S8 ซัมซุงเลือกใช้หน่วยประมวฃผล 2 รุ่นแยกกันทำตลาดเช่นเดิม โดยจะมีทั้งรุ่นที่ใช้ Exynos 8895 (จำหน่ายในไทย) และ Snapdragon 835 ใส่ RAM มาให้ 4 GB ROM 64 GB ที่มากับช่องใส่ MicroSD การ์ดเพิ่มเติมสูงสุด 256 GB (หรือสลับใช้ใส่ 2 ซิมแทน)

อีกจุดที่น่าสนใจคือเรื่องของการเชื่อมต่อ ที่ปกติรุ่นเรือธงจะมาพร้อมกับความสามารถใหม่ในการเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีของผู้ให้บริการเครือข่ายที่ดีที่สุด ดังนั้น Galaxy S8 จึงมาพร้อมกับ 4G LTE Cat.16 ที่รองรับ 4×4 MIMO บนเน็ตเวิร์กระดับ 1 Gbps ช่วยให้ใช้งานเครือข่ายได้เต็มประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ในส่วนของ Wi-Fi ก็จะเป็นแบบ Dual-Band 802.11 a/b/g/n/ac บลูทูธ 5.0 ระบบระบุพิกัด GPS A-GPS / Glonass พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ NFC ให้สามารถใช้งาน Samsung Pay ได้อย่างต่อเนื่อง

s01

เมื่อดูในส่วนของภายนอกเครื่องไปแล้วก็ถึงคราวภายในที่ซัมซุงมีการยกเครื่อง TouchWIZ ใหม่ทั้งหมด เพื่อทำให้ออกมาล้ำกว่าเดิม แต่ก็ยังคงคอนเซปต์ของการเป็นแอนดรอยด์ ที่ให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งได้เองอยู่

ส่วนของการแจ้งเตือนมีการออกแบบใหม่ให้ดูสวยงามมากขึ้น พร้อมกับช่องทางลัดในการตั้งค่าเครื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเชื่อมต่อ การเปิดปิดฟังก์ชันในการใช้งานต่างๆ รวมถึงการปรับความสว่างหน้าจอ และเลือกใช้ฟังก์ชันการตัดแสงสีฟ้าด้วย

สำหรับ UX รูปแบบใหม่จะมีทั้งส่วนของการปรับดีไซน์ Icon ให้สวยงามขึ้น พร้อมมีการแบ่งสีประเภทของแอปต่างๆ อย่างถ้าเป็นการติดต่อสื่อสารต่างๆจะใช้โทนสีเขียว สีแดง กับการแจ้งข้อมูลข่าวสาร สีส้ม สำหรับมีเดียต่างๆ

preview-samsung-s8-22

ด้วยการที่หันมาใช้จอในสัดส่วนใหม่ที่เป็น 18.5 : 9 ที่ซัมซุงเรียกว่าเป็น Infinity Display และยังมาพร้อมกับโหมดใช้งานมือเดียว โดยจะเป็นการลดขนาดหน้าจอลงมาเพื่อให้สามารถกดใช้งานได้สะดวกขึ้น

s08

นอกจากนี้ ก็ยังเพิ่มความสามารถในส่วนของ Advanced Multi Windows ที่สามารถแบ่งหน้าแอปในการใช้งานได้ยืดหยุ่นมากขึ้น สามารถเลือกเฉพาะบางส่วนมาแสดงผลได้ พร้อมกับการแจ้งเตือนรูปแบบใหม่คือ Edge Lighting ที่จะแสดงการแจ้งเตือนเป็นไฟกระพริบรอบหน้าจอ

จากการที่ไม่มีปุ่มโฮมแบบที่ผ่านมา แต่เปลี่ยนมาใช้เป็นซอฟต์คีย์แทน แต่ซัมซุงก็พัฒนาในส่วนนี้ด้วยการใส่ปุ่มรับแรงกดมาให้ เมื่อกดใช้งานปุ่มโฮมก็จะได้รับสัมผัสเหมือนกดจริง ขณะเดียวกันยังเพิ่มฟีเจอร์อย่างการสลับลำดับปุ่ม เปลี่ยนสีแถบนี้ได้

s06

ทั้งนี้ใน Galaxy S8 ก็จะมีการยกฟังก์ชันที่น่าสนใจบน Note 7 มาให้ใช้งานกัน ไม่ว่าจะเป็นระบบสแกนม่านตา (Iris Scaner) ที่นำ IR มาใช้ในการช่วยยืนยันตัวตน ประกอบกับการสแกนลายนิ้วมือแบบเดิม เพื่อเป็นทางเลือกในการใช้งาน ร่วมกับ Sucure Folder Samsung Pay

ส่วนของโหมดที่น่าสนใจซึ่งเพิ่มมาใน S8 ก็จะมีการใช้คำสั่งเสียงในการสั่งงานเครื่องผ่านผู้ช่วยอัจฉริยะ Bixby ที่พัฒนามาจากบริการอย่าง S Voice ก่อนหน้านี้ โดยสามารถเรียกใช้งานจากปุ่มที่ข้างตัวเครื่องได้

โดยจุดที่น่าสนใจคือ Bixby จะเป็นเหมือน AI หรือผู้ช่วยส่วนตัว ที่จะแบ่งการทำงานออกเป็น 4 ส่วนหลักๆด้วยกัน คือ Bixby Vision ในการวิเคราะห์ภาพ เพื่อนำไปค้นหาข้อมูลไม่ว่าจะเป็นการค้นหาข้อมูลสินค้า ค้นหารูปภาพ โดยจะต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในการใช้งาน

ถัดมาคือ Bixby Home ที่เป็นหน้ารวมแอปพลิเคชันที่ใช้งานประจำ รวมถึงการแจ้งเตือนต่างๆ Bixby Reminder ไว้ใช้ในการจดบันทึก และแจ้งเตือนข้อมูลสำคัญ สุดท้ายคือ Bixby Voice ในการใช้คำสั่งเสียง สั่งงานตัวเครื่อง เพื่อลดขั้นตอนในการใช้งานแทน

s02

s03s04

อีกหนึ่งไฮไลท์เด่นที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือเรื่องของกล้องถ่ายภาพ ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และยิ่งเมื่อใช้งานบน Android 7.0 อินเตอร์เฟสต่างๆจะเน้นไปที่ความง่าย โดยผู้ใช้ยังสามารถเลือกโหมดในการถ่ายภาพได้เช่นเดิม ใครที่ชอบแบบอัตโนมัติกดถ่าย หรือจะเลือกปรับแต่งแบบมืออาชีพปรับความเร็วชัตเตอร์ ปรับความสว่างได้ตามความต้องการ

ภาพตัวอย่างจาก S8

ภาพตัวอย่างจาก S8

แน่นอนว่าความฉลาดของ S8 ไม่ได้อยู่ในส่วนของอินเตอร์เฟสกล้อง เพราะภายในยังมีการนำ Enhanced Image Processing ที่จะถ่ายภาพ 3 ภาพ และนำมารวมกัน (5 ภาพในโหมดซูม) ช่วยให้ภาพคมชัดมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ช่วยให้เก็บรายละเอียดภาพได้มากขึ้น และเชื่อว่าความสามารถในแง่ฟังก์ชันกล้องของ S8 จะติดอยู่ในอันดับท็อปๆอย่างที่เคยเป็นมาใน S7 อย่างแน่นอน

เรื่องของระบบเสียงภายใน S8 จะเพิ่มมาอยู่ในระดับ UHQ Audio 32 Bit ทำให้คุณภาพเสียงที่ได้ดีขึ้น และยังสามารถใช้เชื่อมต่อบลูทูธได้ 2 อุปกรณ์พร้อมๆกัน ทำให้สามารถฟังเพลงผ่านหูฟังบลูทูธ 2 ตัว หรือจะเลือกเชื่อมต่อกับลำโพงไปพร้อมๆกันได้

s07

สุดท้ายคือ การปรับโหมดใช้งาน ที่ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะใช้งานแบบ Performance Mode ให้เลือกความละเอียดหน้าจอที่ใช้งานตั้งแต่ HD+ (1480 x 720 พิกเซล) FHD+ (2220 x 1080 พิกเซล) ไปจนถึง WQHD+ (2960 x 1440 พิกเซล) ปรับเพิ่มความสว่างหน้าจอ เพิ่มประสิทธิภาพการแสดงผลวิดีโอ เสียง เป็นต้น

preview-samsung-s8-20

โดยรวมแล้วต้องยอมรับว่า Galaxy S8 จะเน้นไปที่การดีไซน์รูปแบบใหม่ที่สวยงามขึ้น และได้ขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น เมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่องเท่าเดิม ทำให้ถือใช้งานได้ง่ายขึ้น ส่วนฟีเจอร์ภายในก็จะมีการเพิ่มลูกค้าที่น่าสนใจจากขนาดจอที่ใหญ่ขึ้นบนสัดส่วนใหม่คือ 18.5:9

ขณะที่ในแง่ของการใช้งานโดยรวม ซัมซุง ยังทำออกมาให้ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเช่นเดิม และถือว่าเป็นรุ่นเรือธงที่น่าสนใจ แต่ยังต้องรอดูในแง่ของการใช้งานแบตเตอรีที่จอมีขนาดใหญ่ขึ้น แต่แบตเตอรีขนาดเท่าเดิม ซึ่งต้องรอทดสอบสักระยะ

คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2nC4YWE


About Author

Littlebear

Littlebear

Partners