[Review] Plantronics BackBeat FIT 2100 หูฟังไร้สายที่พร้อมลุยไปทุกที่

โดย RingRangRung | 10 กุมภาพันธ์ 2562 เมื่อ 12:48 น. | อ่าน 43

เข้ามาประเดิมปี 2019 สำหรับ หูฟังบลูทูธรุ่น BackBeat FIT 2100 จากค่ายคุณภาพ Plantronics ที่วางจำหน่ายผ่าน บริษัท ซิสเท็ม 2000 ตัวแทนจำหน่ายเพียงรายเดียวในประเทศไทย กับราคาเพียง 3,990 บาท

สเปค Plantronics BackBeat FIT 2100

  • หนัก 28 กรัม
  • ระยะเชื่อมต่อแบบไร้สายสูงสุด 10 เมตร
  • เทคโนโลยี Bluetooth 5.0, HFP 1.7, HSP 1.2, A2DP 1.3, AVRCP 1.5, SPP 1.2
  • ค่า Harmonic distortion ต่ำกว่า 3%
  • ขนาดไดร์เวอร์ 13.5มม.
  • ค่า Frequency response อยู่ที่ 20-20,000Hz
  • ค่า Sensitivity ในกำลังเสียงสูงสุด 94dBSPL
  • ไมโครโฟน MEMS ที่มี DSP
  • ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่องนานสูงสุด 7 ชั่วโมง
  • อยู่ในโหมด DeepSleep ได้นานสูงสุด 6 เดือน
  • มีมาตรฐานการป้องกันน้ำเข้าระดับ IP57
  • แบตเตอรี่ความจุ 115mAh มีระบบ Quick Charge ชาร์จ 15 นาที ใช้งานได้ต่อเนื่องนาน 1 ชั่วโมง

แพ็คเกจของ Plantronics BackBeat FIT 2100 ก็มีการระบุชื่อรุ่นชนิดของหูฟังไว้อย่างชัดเจน โดยที่ตัวกล่องจะมีตามสีของหูฟังที่วางขาย ซึ่งก็เข้ามาในไทยครับทั้ง 3 สี ไม่ว่าจะเป็น Black, Sport Blue และ Lava Black ส่วนของที่ให้มาในกล่องจะประกอบไปด้วย

  • หูฟัง Plantronics BackBeat FIT 2100
  • สาย USB-A to Micro USB
  • ใบรับประกัน
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

BackBeat FIT 2100 เป็นหูฟังไร้สายถูกออกแบบมาให้รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ทั้งตระกูล iOS และ Android มีคาแร็คเตอร์เป็นหูฟังแนวสปอร์ตสำหรับใส่ออกกำลังกายโดยเฉพาะสายเอาท์ดอร์ชอบวิ่ง ชอบลุย ด้วยน้ำหนักเพียง 28 กรัม

ตัวจุกหูฟัง (Eartip) เป็นดีไซน์แบบ Always Aware ที่ตัวจุกจะเป็นทรงกรวยนำเสียงเข้าสู่รูหูใส่สัญลักษณ์ L/R แยก ซ้าย/ขวา ชัดเจน ซึ่งข้อดีของหูฟังในลักษณะนี้คือเมื่อใส่แล้วก็ยังคงได้ยินเสียงรอบข้างไม่ได้เข้าไปอุดหูแบบหูฟังแบบ In-ear ทั่วไป ถือว่าสำคัญมากๆสำหรับการใช้งานแบบเอาท์ดอร์ที่จะต้องระมัดระวังตัวตลอดเวลา

นอกจากนี้ตัวหูฟังยังมีการดีไซน์ให้เป็นแบบกึ่งเกี่ยวเข้ากับใบหู ช่วยให้ใส่สบาย ไม่ต้องกลัวว่าหูฟังจะเลื่อนหลุดเมื่อมีการเคลื่อนไหวเยอะๆ

สายคล้องคอของ BackBeat FIT 2100 ใช้วัสดุซิลิโคนที่มีความยืดหยุ่นสูง และยังทนทานมากๆ โดยที่ตัวหูฟังเองก็มีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นได้ในระดับ IP57 ทนแรงดันน้ำลึก 1 เมตร นาน 30 นาที หมดกังวลเรื่องเหงื่อ,ฝนหรือการล้างน้ำเปล่าทำความสะอาด

 

ตัวแป้นลำโพงหูฟังที่เป็นเหมือนปุ่มสั่งงานทั้งสองด้านทาง Plantronics เลือกใช้วัสดุที่เงาวาว โดยที่หูฟังด้านขวาจะเป็นลักษณะของปุ่มกดลงไปเลย ขณะที่ทางซ้ายจะเป็นเซ็นเซอร์สัมผัส ส่วนช่องสำหรับเสียบสายชาร์จไฟ และไมโครโฟนขนาดเล็กพิเศษ (MEMS) ซึ่งทำงานร่วมกับระบบตัดเสียงรบกวนอย่าง DSP จะอยู่ที่ฝั่งขวา

เริ่มต้นใช้งานครั้งแรกก็ง่ายๆแตะที่หูฟังด้านขวาค้างไว้ 2 วินาที เพื่อเปิดการทำงานจากนั้นก็ Pairing เข้ากับตัวอุปกรณ์ โดยที่ตัวหูฟังจะใช้ชื่อว่า PLT BBFIT2100 Series และเมื่อหูฟังจับคู่กับโทรศัพท์เสร็จแล้ว จะได้ยิน Pairing Successful ก็เป็นอันเรียบร้อย

 

ในส่วนของการสั่งงาน BackBeat FIT 2100 จะแบ่งออกเป็นซ้าย-ขวา ดังนี้

  • หูฟังด้านซ้าย (ค่าเริ่มต้น)
    • เพิ่มเสียง-แตะหนึ่งครั้ง
    • ลดเสียง-แตะค้างไว้
  • หูฟังด้านขวา
    • เปิด-กดค้างไว้ 2 วินาที
    • ปิด-กดค้างไว้ 4 วินาที
    • เล่น/หยุดเพลง-กด 1 ครั้ง
    • เล่นเพลงถัดไป-กด 2 ครั้งต่อเนื่อง
    • เล่นเพลงก่อนหน้า-กด 3 ครั้งต่อเนื่อง
    • เรียกใช้ Siri/Google Assistant-กดค้างไว้ 2 วินาที
    • รับสาย-กด 1 ครั้ง
    • จับคู่กับอุปกรณ์ใหม่ผ่าน Bluetooth-กดเปิดหูฟังค้างไว้ 4 วินาที

เพื่อการทำงานที่เต็มประสิทธิภาพหูฟังของ Plantronics รุ่นนี้จะต้องใช้งานร่วมกับแอปฯ BackBeat ที่มีให้ดาวน์โหลดกันทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android

ภายในแอปฯก็จะมีส่วนตั้งค่าและฟีเจอร์ต่างๆของ BackBeat FIT 2100 ให้ใช้งาน โดยที่มีไฮไลท์เป็นฟีเจอร์ “My Tab” ซึ่งเป็นการเปลี่ยนการใส่คำสั่งที่หูฟังด้านซ้ายจากแค่ เพิ่ม-ลด เสียง ให้เป็นการ บอกเวลา, บอกสถานะของหูฟังและปริมาณ Battery, จับเวลา หรือเรียกใช้งาน Siri, Google Assistant ได้ทันที

ปัจจุบันตัวหูฟังของ Plantronics ได้รองรับการเปลี่ยนภาษาพูดของตัวหูฟังให้เป็นภาษาไทยได้แล้ว ซึ่งก็ทำได้ผ่านการอัพเดตบนตัวแอปฯ ติดที่ว่ายังเป็นภาษาไทยที่มายังไม่เต็มระบบ 100%

สัมผัสแรกกับตัว BackBeat FIT 2100 ถือว่าวัสดุที่ใช้จัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี สายที่คล้องกับด้านหลังศีรษะมีระดับความยาวที่เหมาะสม สามารถใส่ได้ทั้งคนที่หัวเล็ก-หัวใหญ่

เรื่องคุณภาพเสียงจัดว่าอยู่ในมาตรฐานของหูฟังตระกูล BackBeat FITที่จะออกมากลางๆ สามารถฟังเพลงได้ดีในทุกๆแนว โดยเสียงเบสจะไม่ได้แน่นเท่ากับพวก In-ear ที่อุดเข้าไปในรูหู ซึ่งก็เป็นผลที่มาจากการดีไซน์จุกหูฟังที่ไม่ต้องการให้ปิดกั้นเสียงภายนอกแบบ 100% ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยในการใช้งาน

ตัวแบตเตอรี่ของ BackBeat FIT 2100 ถือว่าอึดจนน่าพอใจสามารถใช้งานได้นานต่อเนื่อง 7 ชั่วโมงต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ขณะที่ตัวหูฟังก็มีระบบชาร์จไวเสียบสายชาร์จ 15 นาที ก็สามารถใช้ต่อได้เป็นชั่วโมง ขณะที่การชาร์จเต็ม 100% จะกินเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

ในกรณีที่เราเปิดหูฟังทิ้งไว้ แต่อยู่นอกระยะการจับคู่กับโทรศัพท์เป็นเวลานานกว่า 10 นาที ชุดหูฟังจะทำการประหยัดพลังงานแบตเตอรี่โดยการเข้าสู่ระบบ DeepSleep

Plantronics BackBeat FIT 2100 มีราคาเปิดตัวในไทยอยู่ที่ 3,990 บาท ส่วนการวางจำหน่ายก็มีทั้งช่องทางหน้าร้าน AI Siam Discovery, Banana, Be Trend, Central Department Store, iBeat, iStudio, King Power, Power Buy, Jaymart เป็นต้น ขณะที่ช่องทางออนไลน์สามารถสั่งซื้อได้ทาง Plantonics Official Store บน Lazada, Shopee, Wemall, JD Central และ 11street เอาเป็นว่าใครสะดวกช่องทางไหนก็จัดไปได้เลย

สำหรับลูกค้าที่ซื้อราคาเต็ม สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ Full Price Privilege ขยายระยะเวลาประกันเพิ่มเป็น 2 ปี ฟรีผ่านหน้าเว็ปลิงก์ที่ http://www.systems2000.co.th/warranty/

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners